เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 63 บั้นปลายชีวิตเป็นอหิวาต์หมู ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน!

บทที่ 63 บั้นปลายชีวิตเป็นอหิวาต์หมู ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน!

บทที่ 63 บั้นปลายชีวิตเป็นอหิวาต์หมู ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน!


[ฮั่นอู่ตี้หลิวเช่อเป็นฮ่องเต้ลำดับที่เจ็ดแห่งราชวงศ์ซีฮั่น ชั่วชีวิตของเขาสร้างคุณูปการอันโดดเด่นไว้มากมาย]

[ฮั่นจิ่งตี้ พระบิดาของเขายิ่งเป็นสิ่งมีชีวิตทางการเมืองที่เลือดเย็น ได้ทิ้งสมบัติและรากฐานอันมั่งคั่งไว้ให้เขา เพียงพอที่จะให้เขาดำเนินนโยบายใหม่ๆ ได้]

[ในด้านการเมือง ฮั่นอู่ตี้ได้เสริมสร้างอำนาจรวมศูนย์ บังคับใช้นโยบายอย่างโองการลิดรอนอำนาจ บั่นทอนกองกำลังของบรรดาอ๋องหัวเมืองต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อเลยแม้แต่น้อย]

[โองการลิดรอนอำนาจยังถูกคนรุ่นหลังยกย่องให้เป็นหนึ่งในแผนการอันแยบยลแบบเปิดเผยที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ สูสีคู่คี่มากับ 'ไส้ใหญ่เก้าทบ' ของคนรุ่นหลังเลยทีเดียว!]

ฮั่นอู่ตี้เห็นดังนั้นก็เบ้ปากด้วยความดูแคลนเล็กน้อย

"ไส้ใหญ่เก้าทบอะไรกัน ถึงกับเอามาเทียบชั้นกับโองการลิดรอนอำนาจของเจิ้นได้ เจิ้นชักจะไม่ค่อยเชื่อแล้วสิ?"

เขามั่นใจในโองการลิดรอนอำนาจของตัวเองมาก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หากพูดถึงการลดอำนาจผู้ครองนคร เขากล้ารับประกันเลยว่าไม่มีวิธีไหนใช้ได้ผลดีไปกว่าโองการลิดรอนอำนาจอีกแล้ว!

แต่มีสิ่งหนึ่งที่พูดไม่ผิด เสด็จพ่อของเขาเป็นสิ่งมีชีวิตทางการเมืองที่เลือดเย็นแบบของแท้แน่นอนจริงๆ

[ในด้านเศรษฐกิจ ทรงปฏิรูประบบเงินตรา ผูกขาดเกลือและเหล็ก นโยบายควบคุมราคาสินค้าและการขนส่ง เป็นต้น เพื่อเพิ่มรายได้เข้าสู่ท้องพระคลัง]

[ในด้านการทหาร ทรงส่งแม่ทัพอย่างเว่ยชิง ฮั่วชวี่ปิ้ง ออกไปโจมตีซงหนูหลายต่อหลายครั้ง ขจัดภัยคุกคามที่ซงหนูมีต่อราชวงศ์ฮั่น ขณะเดียวกันก็ขยายอาณาเขต ก่อตั้งสี่จวิ้นแห่งเหอซี เสริมสร้างการควบคุมดินแดนซีอวี้ให้แข็งแกร่งขึ้น]

[สำหรับเรื่องของฮั่วชวี่ปิ้ง บิดาแห่งกลยุทธ์สงครามสายฟ้าแลบผู้นี้ พวกเราค่อยมาคุยกันวันหลัง รวมไปถึงแม่ทัพใหญ่อย่างเว่ยชิงด้วย]

[ในขณะเดียวกัน ในช่วงที่ฮั่นอู่ตี้ครองราชย์ ได้ทรงมีนโยบาย 'ล้มล้างร้อยสำนัก เชิดชูเพียงลัทธิขงจื๊อ' สถาปนาแนวคิดของลัทธิขงจื๊อให้เป็นรากฐานหลักที่ถูกต้องตามธรรมเนียม และยังส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม จนทำให้มีนักวรรณกรรมอย่างซือหม่าเซียงหรูและคนอื่นๆ ปรากฏตัวขึ้นมากมาย]

ยุคชุนชิวจ้านกั๋ว

เหลาจื่อและขงจื๊อมองดูคำว่าเชิดชูเพียงลัทธิขงจื๊อบนม่านแสง! ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

เหลาจื่อหันไปถามขงจื๊อว่า "ลัทธิขงจื๊อคืออะไร เจ้าพอจะรู้หรือไม่?"

ขงจื๊อส่ายหน้าไม่ตอบ แต่ภายในใจกลับมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา

"ตอนนี้ลัทธิขงจื๊อยังไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมา หรือว่าข้าควรจะก่อตั้งสำนักขงจื๊อขึ้นมาเองเลยดีนะ?"

[ในด้านการทูต ทรงส่งจางเชียนไปเป็นทูตเจริญสัมพันธไมตรีที่ซีอวี้ บุกเบิกเส้นทางสายไหม เสริมสร้างการติดต่อแลกเปลี่ยนกับประเทศต่างๆ ในดินแดนตะวันตก]

[ก็คือนักการทูตที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ผู้นั้น คนที่มีคติประจำใจว่า 'หากไม่ทำลายโหลวหลานก็จะไม่ยอมกลับ' ชนิดที่ว่าบุกไปถึงถิ่นแล้วฟันคอกษัตริย์ของพวกเขาขาดกระจุยถึงในบ้านนั่นแหละ]

ฮั่นอู่ตี้เห็นดังนั้น มุมปากก็อดไม่ได้ที่จะยกขึ้นทำมุมสี่สิบห้าองศา กลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่จริงๆ!

แสดงท่าทีประหนึ่งว่า เจิ้นนี่แหละเจ๋งสุดๆ ไปเลย

สหายวัยเด็กของเขาช่างสุดยอดจริงๆ ถึงกับสามารถตัดหัวกษัตริย์ของคนอื่นถึงในบ้านของพวกเขาได้ น่าสนใจไม่เบาเลย

[ในด้านบุ๋น แม้เขาจะสู้บิดาที่เป็นสิ่งมีชีวิตทางการเมืองที่เลือดเย็นไม่ได้ แต่ในด้านบู๊กลับเหนือกว่าบิดามากนัก ทำศึกจนเผ่าซงหนูหวาดกลัวจนหัวหด หลายๆ ประเทศไม่กล้าแม้แต่จะแหยมกับราชทูตของฮั่น เพราะกลัวว่าถ้าทูตไปตายที่นั่น จะกลายเป็นข้ออ้างอันชอบธรรมให้ต้าฮั่นยกทัพมาบุกได้]

[ต้าฮั่นในมือของเขายิ่งนับวันยิ่งแข็งแกร่ง กลายเป็นราชวงศ์ที่ทรงอำนาจที่สุดในยุคนั้นแบบไร้คู่แข่ง]

[ทว่าความสุดยอดที่สุดก็คือ การสูบเลือดสูบเนื้อรีดไถทุกชนชั้นอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นขุนนางผู้มีความดีความชอบ คหบดีผู้มีอิทธิพล พระญาติฝ่ายหญิง เชื้อพระวงศ์ ราษฎร หรือแม้กระทั่งเผ่าซงหนูและลูกชายแท้ๆ ของตัวเองก็ยังถูกรีดไถจนเหี้ยน แถมทุกอย่างยังอยู่ในการควบคุมของเขาอีกด้วย]

[แต่ทว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แม้แต่ฮั่นอู่ตี้ในช่วงบั้นปลายชีวิตก็ยังมีความผิดพลาดอยู่บ้าง]

[อย่างเช่นในช่วงบั้นปลาย หลังจากที่ฮั่วชวี่ปิ้งและเว่ยชิงด่วนจากไปทั้งคู่ เขากลับก่อสงครามขนานใหญ่ บ้าสงครามจนผลาญกำลังคนและทรัพยากรไปอย่างเปล่าประโยชน์ ทำให้ราษฎรเดือดร้อนแสนสาหัส!]

[ในวินาทีที่ทหารม้าเหล็กแห่งต้าฮั่นเหยียบย่างเข้าสู่สนามรบ ท้องพระคลังของต้าฮั่นก็ถูกผลาญไปอย่างรวดเร็วถึงวินาทีละสามร้อยตั้น ทำให้กำลังของประเทศถดถอยลง]

ราชวงศ์ถัง

หลี่เอ้อเห็นดังนั้นก็เห็นด้วยกับคำพูดของม่านแสงเป็นอย่างมาก!

"พูดถูก! ในพงศาวดารบันทึกไว้ว่าฮั่นอู่ตี้ทำศึกหลายต่อหลายครั้งในช่วงบั้นปลายชีวิต ในมุมมองของเจิ้น ศึกหลายครั้งไม่จำเป็นต้องทำเลย แถมวิธีสู้รบของเขายังเป็นการเปิดศึกรอบทิศทางอีก แบบนี้ถ้าไม่จนก็แปลกแล้ว!"

เว่ยเจิงที่อยู่ข้างๆ กลับมีความเห็นที่ต่างออกไป "ปัญหาที่ฝ่าบาทตรัสมาล้วนเป็นจุดสำคัญจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ ทว่าตามบันทึกในพงศาวดาร ไม่ว่าฮั่นอู่ตี้จะทำศึกหรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากยิ่ง"

"ยิ่งไปกว่านั้น สงครามระหว่างชนชาติ หากไม่ตายก็คือสูญสิ้นชาติ!"

หลี่เอ้อพยักหน้ารับ อย่าเห็นว่าตาเฒ่าเว่ยเจิงผู้นี้บางครั้งพูดจาไม่เข้าหู แต่ทุกครั้งที่พูดก็ล้วนพุ่งตรงไปที่แก่นแท้ของปัญหาเสมอ!

...

[ในช่วงบั้นปลายชีวิต เขาก็เหมือนกับจิ๋นซีฮ่องเต้ที่เริ่มปรารถนาความเป็นอมตะ หลงงมงายในไสยศาสตร์ เวทมนตร์คาถา และอื่นๆ]

[ทำให้ในเวลานั้นทั่วทั้งต้าฮั่น ขอเพียงเป็นนักพรตที่พอจะมีวิชาต้มตุ๋นหลอกลวงอยู่บ้าง ต่างก็แห่กันเข้ามาในราชสำนักเพื่อหวังจะได้ตำแหน่งขุนนางสักตำแหน่งสองตำแหน่ง จนมีพวกสิบแปดมงกุฎหลอกลวงต้มตุ๋นอยู่เต็มไปหมด]

[ฮั่นอู่ตี้เองก็เริ่มไม่สนพระทัยราชกิจ วันๆ เอาแต่ฝันเฟื่องถึงเรื่องการมีอายุวัฒนะ!]

ราชวงศ์ต้าฮั่น

หลิวปังมองดูสิ่งที่ม่านแสงกล่าว ใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวังที่เหล็กไม่ยอมกลายเป็นเหล็กกล้า

"เฮ้อ! นึกไม่ถึงเลยว่าลูกหลานของบิดาผู้นี้ก็จะเอาอย่างพี่เจิ้งด้วย บนโลกนี้จะมียาอายุวัฒนะที่ไหนกัน ล้วนเป็นเรื่องหลอกเด็กทั้งนั้น..."

"ไอ้หน้าโง่นี่มันก็ดันเชื่อสนิทใจ..."

"ต่อให้มีจริงๆ คิดว่าจะตกมาถึงคิวของเจ้ารึไง?"

หลิวปังผู้นี้ปลงตกกับเรื่องความเป็นความตายมานานแล้ว ไม่เคยเชื่อเล่ห์กลหลอกลวงของพวกนักพรตพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย!

ยามนี้เขาเป็นกังวลมาก ลูกหลานของตนคนนี้คงจะไม่เดินตามรอยพี่เจิ้งหรอกนะ?

คิดในใจอยู่เช่นนั้น และแล้วก็เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด

[นอกจากนี้ ในช่วงบั้นปลายชีวิตฮั่นอู่ตี้ก็เริ่มบูรณะกำแพงเมืองจีน สร้างพระราชวัง และสร้างสุสาน อาจกล่าวได้ว่าอะไรที่จิ๋นซีฮ่องเต้เคยทำ ฮั่นอู่ตี้ก็กวาดทำตามจนหมดไม่ให้เหลือรอดไปได้แม้แต่อย่างเดียว!]

[สุสานที่สร้างก็ยังใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ผลปรากฏว่าหลังจากเขาสวรรคตไปได้ไม่ถึงสี่ปี ของใช้ที่ฝังรวมอยู่ในสุสานก็ถูกนำมาเร่ขายทอดตลาดเสียแล้ว!]

[หลังจากทำเรื่องพวกนี้จนเสร็จสิ้น ท้องพระคลังของต้าฮั่นในตอนนั้นก็แทบจะว่างเปล่า ราษฎรยิ่งถูกรีดนาทาเร้นด้วยภาษีจนแทบจะหายใจไม่ออก]

ยามนี้หลิวปังอยากจะสบถด่าบรรพบุรุษเสียจริงๆ...

"คนก็ตายไปแล้ว? เจ้าจะสร้างสุสานใหญ่โตไปให้ใครดูฮึ? สู้เอาเวลาไปเสวยสุขตอนยังมีชีวิตอยู่ไม่ดีกว่ารึ!"

เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าของพวกนี้มันจะมีประโยชน์อะไร...

...

[ประกอบกับในช่วงบั้นปลาย ฮั่นอู่ตี้เป็นคนขี้ระแวงอย่างหนัก เป็นโรคหวาดระแวงว่าจะมีคนปองร้ายขนานแท้ แม้แต่ลูกชายแท้ๆ ของตัวเองก็ยังไม่เชื่อใจ นำไปสู่วิกฤตการณ์คุณไสย ทำให้รัชทายาทหลิวจวี้และเว่ยจื่อฟูฮองเฮาถูกบีบคั้นจนต้องปลิดชีพตนเอง!]

[ถึงตอนนั้นเขาเพิ่งจะตาสว่าง สำนึกผิดขึ้นมาได้ จึงจับเอาพวกที่ใส่ร้ายรัชทายาท พวกที่ยืนดูอยู่เฉยๆ หรือแม้แต่พวกที่สมรู้ร่วมคิดกับรัชทายาท มาลงโทษประหารชีวิตอย่างเท่าเทียมกันหมด ฆ่าคนไปเป็นแสนๆ คน ซึ่งก็คือสิ่งที่เราเรียกว่า 'อาการบ้าคลั่งแบบหมูติดโรคอหิวาต์หมู' นั่นเอง]

...

[พร้อมกันนั้นก็มีราชโองการตำหนิตนเอง เพื่อยอมรับผิดต่อคนทั้งใต้หล้า! ขณะเดียวกันฮั่นอู่ตี้ก็เริ่มปรับเปลี่ยนนโยบาย โดยหันมาให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูบ้านเมืองและพักรบ ฟื้นฟูการผลิตทางการเกษตร โดยยึดหลักทำให้ประเทศมั่งคั่งเพื่อเลี้ยงดูราษฎร]

[แต่โดยรวมแล้ว คุณูปการของเขานั้นมีมากกว่าความผิดพลาดอยู่หลายขุม และยังส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อการพัฒนาประวัติศาสตร์จีนอีกด้วย]

ราชวงศ์ต้าฮั่น

ฮั่นอู่ตี้ในเวลานี้เห็นดังนั้นก็มีสีหน้าแทบไม่อยากจะเชื่อ

"อาการบ้าคลั่งแบบหมูติดโรคอหิวาต์? ที่แท้มันก็มีที่มาแบบนี้นี่เอง..."

"วิกฤตการณ์คุณไสยรึ? เป็นแสนคน เจิ้นฆ่าคนไปเป็นแสนคนเลยรึ?"

"แล้วก็นี่... จวี้เอ๋อร์กับฮองเฮา ถูกเจิ้นบีบให้ตายงั้นรึ? นี่คือสิ่งที่เจิ้นทำในช่วงบั้นปลายชีวิตหรือนี่? เจิ้นโง่เขลาถึงเพียงนั้นเชียวรึ?"

เว่ยชิงและฮั่วชวี่ปิ้งที่อยู่ด้านข้างยามนี้ก็รู้สึกตกตะลึงในใจเช่นกัน "ดูจากบนม่านแสงแล้ว ฝ่าบาทของพวกเขาหลังจากที่พวกเขาทั้งสองตายไป เห็นได้ชัดว่าเล่นจนพังพินาศไปหมดแล้ว..."

สิ่งที่ทำให้เว่ยชิงแทบไม่อยากจะเชื่อมากที่สุดก็คือ พี่สาวและหลานชายของตัวเองก็ถูกบีบให้ตายด้วยงั้นหรือ?

หลิวจวี้ยามนี้มองดูม่านแสง ภายในใจรู้สึกอับจนหนทางร้อยแปดประการ...

"เสด็จพ่อ... ลูกยังจะสามารถรอดไปถึงฝั่งฝันได้อีกหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"

...

จบบทที่ บทที่ 63 บั้นปลายชีวิตเป็นอหิวาต์หมู ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว