- หน้าแรก
- ติ๊กต็อกของผมเชื่อมต่อกับหมื่นราชวงศ์
- บทที่ 58 เหยี่ยเซียน: ถ้าไอ้ตัวนี้ยังไม่ไป ตำแหน่งต้าหานของข้าคงไม่รอดแน่!
บทที่ 58 เหยี่ยเซียน: ถ้าไอ้ตัวนี้ยังไม่ไป ตำแหน่งต้าหานของข้าคงไม่รอดแน่!
บทที่ 58 เหยี่ยเซียน: ถ้าไอ้ตัวนี้ยังไม่ไป ตำแหน่งต้าหานของข้าคงไม่รอดแน่!
เหยี่ยเซียนอุตส่าห์พาจูฉีเจิ้นมาถึงอาณาเขตของต้าหมิงเพื่อส่งเขากลับไป แต่แล้ว... เขาก็พบกับปัญหาใหญ่เข้าให้
นั่นก็คือ... ดูเหมือนว่าต้าหมิงจะลืมไปแล้วว่าพวกเขายังมีฮ่องเต้อยู่ทางนี้อีกคน?
ทหารรักษาเมืองกลัวว่าจูฉีเจิ้นจะมาเคาะประตูเมืองอีก ก็เลยไม่มีใครสนใจเขาสักคน!
ผลก็คือกระอักกระอ่วนเลยคราวนี้... แม่มันเถอะ ไอ้เด็กนี่กลับบ้านไม่ได้เสียแล้ว...
เหยี่ยเซียนถึงกับยืนอึ้งกิมกี่... เชี่ยเอ๊ย ของค้างสต็อกซะงั้น!
ส่วนน้องชายของเหยี่ยเซียนกลับดีใจจนเนื้อเต้น เข้าไปกอดจูฉีเจิ้นพลางหัวเราะลั่น
"ฮ่าฮ่า... สหายรัก พวกเราจะได้ไปล่าสัตว์ด้วยกันอีกแล้ว!"
"ไป... ไป กลับกันเถอะ เดี๋ยวพวกนั้นเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนของเราแล้วจะโดนยิงตายเอา พอกลับไปน้องสาวข้าต้องดีใจมากแน่ๆ!"
จูฉีเจิ้นทำหน้าซาบซึ้งใจ:
"สหายรัก... ความเป็นพี่น้องอยู่ในใจเสมอ กลับกันเถอะ เจิ้นไม่อยากกลับต้าหมิงแล้ว!"
ทั้งสองคนขี่ม้าตามกันกลับไปยังกระโจมของเหยี่ยเซียน...
เหยี่ยเซียนถึงกับยืนอึ้ง ปล่อยให้สายลมพัดผ่านร่างไปอย่างโดดเดี่ยว... ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ร้องไห้โฮออกมา...
"สวรรค์เอ๋ย! ฟ้าดินเอ๋ย! ชาตินี้ข้าไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้นักหนาเนี่ย!"
ไอ้ตัวปัญหานี่พอกลับไปถึงคืนนั้นก็จัดการนอนกับลูกสาวของเหยี่ยเซียนเรียบร้อย... พอเหยี่ยเซียนรู้เรื่องก็แทบจะสติแตกจนไม่รู้จะสติแตกยังไงแล้ว!
ผู้คนใต้ม่านแสงเห็นเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงหลงออกมา
ปฐมจักรพรรดิแห่งต้าฉิน: "เจิ้นเกิดมาครึ่งค่อนชีวิต ไม่เคยเห็นไอ้ตัวไหนมันล้างผลาญคนอื่นได้เก่งขนาดนี้มาก่อนเลย!"
หมูป่าแห่งต้าฮั่น: "ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า... นั่นน่ะสิ... เจิ้นชักจะชอบไอ้เด็กนี่ขึ้นมานิดๆ แล้วสิเนี่ย..."
หลี่เอ้อแห่งต้าถัง: "ไอ้เด็กนี่มันต้องมีของดีอะไรสักอย่างแน่ๆ มนุษยสัมพันธ์แบบนี้ไม่มีใครสู้ได้เลยจริงๆ!"
...
เถ้าแก่จูและจูตี้มองดูเหยี่ยเซียนที่ถูกป่วนจนแทบจะหมดอาลัยตายอยาก ต่างก็พรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
จะไปล้างผลาญใครก็ช่างเถอะ ขอแค่ไม่มาล้างผลาญต้าหมิงก็พอ ทางที่ดีก็ขอให้อยู่ที่ว๋าหล่าไปตลอดชีวิตเลยแล้วกัน!
ในขณะเดียวกัน ภาพบนม่านแสงก็สลับเปลี่ยนไปอีกครั้ง
[กบฏตั๋วเหมิน]
คนตระกูลจูใต้ม่านแสงเห็นดังนั้น ใจก็เต้นระรัวขึ้นมาทันที!
"แม่มันเถอะ ไอ้เด็กนี่มันจะปล่อยต้าหมิงไปไม่ได้เลยหรือไง?" ยามนี้เถ้าแก่จูยอมใจเลยจริงๆ... ยอมรับความบรรลัยแบบสุดๆ!
ไม่ขออะไรมากแล้ว ขอแค่ให้ไอ้ตัวนี้ปล่อยต้าหมิงไปก็พอ
รัชศกเฉิงฮว่า ราชวงศ์หมิง
เวลานี้จูเจี้ยนเซินมองดูตัวอักษรใหญ่สี่ตัวบนม่านแสง ใบหน้ามืดครึ้มจนน่ากลัว
ชิงประตู... พูดให้ดูดีก็คือชิงประตูมาจากเสด็จอา พูดให้แย่หน่อยก็คือเสด็จพ่อของเขาเป็นคนแย่งชิงบัลลังก์ไปจากมือเขาเอง!
ใช่แล้ว มันเป็นแบบนี้แหละ เดิมทีข้าควรจะได้ขึ้นครองราชย์ก่อนกำหนด แต่เสด็จพ่อหน้าไม่อายก็ออกมาก่อเรื่องอีกแล้ว...
"เสด็จพ่อเอ๋ย ท่านนี่มัน... ทำไมถึงได้อกตัญญูเช่นนี้เนี่ย?"
พูดจบ จูเจี้ยนเซินก็เตะป้ายวิญญาณของจูฉีเจิ้นจนแตกกระจาย
...
ในเวลาเดียวกัน เสียงบรรยายบนม่านแสงก็ดังขึ้น!
[หลังจากศึกป้องเป่ยผิง จูฉีอวี้และอวี๋เชียนได้มอบหมายงานสำคัญให้ขุนนางผู้มีปรีชาญาณอย่างอวี๋เชียน ปฏิรูปการเมือง ทำให้บรรยากาศในราชสำนักดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา]
[ขณะเดียวกัน เขาก็ได้รวบรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง ควบคุมกองทัพและการแต่งตั้งขุนนางอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทำให้ราชอำนาจมั่นคงยิ่งขึ้น]
[แม้จะไม่เทียบเท่าไท่จงและเซวียนจง แต่ก็ถือว่าดีกว่าจูฉีเจิ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า และอวี๋เชียนก็ใช้อำนาจของตนเพียงคนเดียวต่ออายุให้ต้าหมิงไปได้อีกหลายร้อยปี!]
[ในช่วงแรกที่จูฉีอวี้ขึ้นครองราชย์ เป็นการถูกผลักดันให้ขึ้นมาเพื่อกอบกู้สถานการณ์ ในตอนนั้นเขาแต่งตั้งจูฉีเจิ้นเป็นไท่ซั่งหวง และตั้งจูเจี้ยนเซิน โอรสของจูฉีเจิ้นเป็นองค์รัชทายาท]
[แต่ภายหลัง เพื่อต้องการให้โอรสของตนเองสืบทอดราชบัลลังก์ จูฉีอวี้จึงยอมผิดคำสาบาน ปลดจูเจี้ยนเซินลง และแต่งตั้งจูเจี้ยนจี้ โอรสของตนเองขึ้นเป็นองค์รัชทายาทแทน]
ผู้คนใต้ม่านแสงเห็นเช่นนี้ก็พอจะเข้าใจได้
ถึงอย่างไรใครบ้างล่ะที่จะไม่อยากให้ลูกชายตัวเองสืบทอดบัลลังก์ฮ่องเต้!
ราชวงศ์ก็เป็นแบบนี้แหละ เพื่อบัลลังก์ฮ่องเต้แล้ว อย่าว่าแต่หลานชายเลย ต่อให้เป็นพ่อแท้ๆ ก็ยังลากลงจากหลังม้าได้
แค่หลานชายคนเดียวจะนับประสาอะไร?
[ทว่าตอนนี้ ไท่โฮ่วปีศาจซุนยังคงมีชีวิตอยู่ และจูเจี้ยนจี้ก็อาศัยอยู่ในวังหลัง... สิ่งที่ไท่โฮ่วปีศาจซุนทำได้นั้นมีมากมายนัก อย่างเช่น ลอบสังหารจูเจี้ยนจี้?]
[สุดท้ายจูเจี้ยนจี้ก็ด่วนสิ้นพระชนม์ในวังหลัง และนับแต่นั้นมา ไม่ว่าสนมคนไหนของจูฉีอวี้ตั้งครรภ์ ก็มักจะมีเหตุให้ต้องแท้งบุตรหรือไม่ก็เกิดอุบัติเหตุกะทันหันอย่างปริศนาอยู่เสมอ]
[นานวันเข้า เรื่องนี้ก็กลายเป็นปมในใจของจูฉีอวี้!]
หมูป่าแห่งต้าฮั่น: "แม่มันเถอะ เรื่องนี้ไม่มีเบื้องหลังหมามันยังไม่เชื่อเลย!"
หลี่เอ้อแห่งต้าถัง: "ตอนเป็นอ๋องมีทั้งลูกชายลูกสาว... พอเป็นฮ่องเต้ดันไร้ทายาท... ลองคิดดูสิ ลองคิดดูให้ดีๆ!"
...
เถ้าแก่จูและจูตี้ยามนี้โกรธจนลมออกหู...
เส้นเลือดบนหน้าผากเถ้าแก่จูปูดโปน ร่างกายอยู่ในสภาวะใกล้จะสติแตก
"มารดามันเถอะ... นังผู้หญิงอำมหิต ถึงกับกล้าตัดขาดทายาทตระกูลจูของข้า! สมควรตายจริงๆ!"
บรรดาหมอหลวงต่างฝังเข็มกันจนปวดเมื่อยมือไปหมด ภายในใจก็สวดมนต์อ้อนวอน
"ฝ่าบาทหงอู่เอ๋ย ทรงเชื่อฟังพวกกระหม่อมบ้างเถอะพ่ะย่ะค่ะ! ม่านแสงนี่พวกเราอย่าไปดูมันเลย! กระหม่อมกลัวว่าฝ่าบาทจะทรงกริ้วจนสิ้นใจจริงๆ นะพ่ะย่ะค่ะ!"
สถานการณ์ทางฝั่งจูตี้ก็ไม่ได้ต่างจากเถ้าแก่จูเท่าไหร่นัก ต้องพึ่งหมอหลวงคอยยื้อชีวิตไว้เหมือนกัน
"ดี... ดี ดีมาก!"
"เจ้าใหญ่ เจ้าไป... ไปบอกเจ้าสอง เจิ้นต้องการให้นังแซ่ซุนนั่นแหลกเป็นผุยผงเดี๋ยวนี้เลย แล้วก็ประหารมันสิบชั่วโคตรด้วย!"
"ประหารสิบชั่วโคตร!"
เสียงคำรามของจูตี้ดังก้องไปทั่วพระราชวัง ราชโองการหลายฉบับถูกส่งออกไปจากวัง!
...
[จูฉีอวี้มัวแต่วุ่นวายอยู่กับภารกิจผลิตทายาทจนร่างกายเริ่มทรุดโทรม และในขณะเดียวกัน ราชสำนักภายใต้การควบคุมของไท่โฮ่วปีศาจซุนก็เกิดความสั่นคลอน!]
[ขุนนางกลุ่มหนึ่งกล่าวหาว่าจูฉีอวี้ไร้คุณธรรม ไม่คู่ควรกับราชบัลลังก์ สวรรค์จึงลงโทษให้โอรสต้องตาย]
[สุดท้ายก็เป็นไท่โฮ่วปีศาจซุนที่เป็นแกนนำ นำขุนนางหลายคนถวายฎีการ่วมกัน เพื่อขอให้รับจูฉีเจิ้นกลับมา!]
[ท่านจะเชื่อไหมว่า ทั้งราชสำนักแทบจะไม่มีขุนนางคนสนิทของจูฉีอวี้เลย? แม้แต่อวี๋เชียนก็ยังจงรักภักดีต่อต้าหมิง จงรักภักดีต่อราษฎร มากกว่าฮ่องเต้ที่เคยเห็นเขาเป็นดั่งม้าคู่ใจ สุดท้ายเมื่อไร้หนทาง จึงจำใจต้องรับจูฉีเจิ้นกลับมา]
เวลานี้ในภาพบนม่านแสง...
จูฉีเจิ้นเดินจากไปพลางหันกลับมามองสหายรักเบื้องหลังอยู่เป็นระยะด้วยความอาลัยอาวรณ์!
เหยี่ยเซียนผอมลงไปเป็นกอง... สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าสองปีมานี้เขาต้องเผชิญกับอะไรบ้าง
เมื่อเห็นจูฉีเจิ้นเดินจากไปไกลแล้ว เหยี่ยเซียนก็ดีใจจนร้องไห้ออกมา... เป็นการร้องไห้ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆ!
น้องชายของเหยี่ยเซียนที่อยู่ข้างๆ ตบไหล่ปลอบใจว่า:
"ท่านพี่ ไม่คิดเลยว่าท่านจะอาลัยอาวรณ์ลูกพี่ขนาดนี้... สู้พวกเราไปรับเขากลับมาเป็นต้าหานของพวกเราดีไหม!"
เมื่อเหยี่ยเซียนได้ยินประโยคนี้ ร่างกายก็กระตุกเกร็ง สลบเหมือดไปในทันที!
(อย่าพูดอีกเลยน้องพี่ ขืนเจ้าพูดอีกข้าอยากจะบีบคอเจ้าให้ตายจริงๆ พวกเรามีบุญบารมีอะไร ถึงจะได้มีต้าหานเช่นนี้!)
จูฉีเจิ้นที่ถูกรับตัวกลับมา ได้รับการยกย่องจากจูฉีอวี้ให้เป็นไท่ซั่งหวง และถูกจับขังไว้ในห้องมืด
เมื่อจูตี้เห็นฉากนี้ ในใจก็มีฝูงอัลปาก้าวิ่งพล่านเป็นหมื่นๆ ตัว
"เดี๋ยวนะ... เจ้าไม่ได้คิดจะจัดฉากอุบัติเหตุอะไรระหว่างทางเลยรึไง?"
"จับขังห้องมืด? ขังบ้าอะไรล่ะ... เชื่อมประตูหน้าต่างปิดตายมันไปเลยสิวะ... เชื่อมปิดตายไปเลย!"
เมื่อเทียบกับความโกรธเกรี้ยวของจูตี้ ยามนี้เถ้าแก่จูสงบสติอารมณ์ลงได้มากแล้ว ขอแค่ไอ้เด็กนี่ไม่ก่อเรื่องอีกก็พอ
เขาเข้าใจดีถึงความจนปัญญาของจูฉีอวี้ ทั่วทั้งต้าหมิงไม่มีใครยืนอยู่ข้างเขาเลย ขุนนางฝ่ายบู๊ก็ตายกันไปเกือบหมด... วังหลังก็มีไท่โฮ่วปีศาจซุน ส่วนในราชสำนักก็มีแต่กลุ่มขุนนางฝ่ายบุ๋นคอยชี้นิ้วสั่งการ!
สมดุลในราชสำนักเสียไปอย่างรุนแรง พระราชอำนาจยากที่จะควบคุม จึงทำได้เพียงใช้วิธีนี้เท่านั้น
ตอนนี้เถ้าแก่จูหลังจากผ่านเรื่องราวมามากมาย กลับใจเย็นลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ!
"สวรรค์เอ๋ย... ช่วยส่งสายฟ้ามาฟาดไอ้ตัวนี้ให้ตายๆ ไปทีเถอะ"
...