- หน้าแรก
- ติ๊กต็อกของผมเชื่อมต่อกับหมื่นราชวงศ์
- บทที่ 50 หวังเจิ้น: ใครก็ได้ เอาไอ้ก้อนเหล็กนั่นไปทิ้งส้วมให้ข้าที
บทที่ 50 หวังเจิ้น: ใครก็ได้ เอาไอ้ก้อนเหล็กนั่นไปทิ้งส้วมให้ข้าที
บทที่ 50 หวังเจิ้น: ใครก็ได้ เอาไอ้ก้อนเหล็กนั่นไปทิ้งส้วมให้ข้าที
ในขณะที่จูตี้กำลังรู้สึกโล่งใจ ภาพบนม่านแสงก็สลับเปลี่ยนไปอีกครั้ง
รายชื่ออันดับจักรพรรดิผู้ยอดแย่ปรากฏขึ้นแล้ว
ชั่วพริบตาเดียว ผู้คนจากทุกราชวงศ์ต่างก็วางมือจากงานที่ทำอยู่ แล้วเพ่งมองไปที่ม่านแสง
[จักรพรรดิผู้ยอดแย่ตลอดกาล ลำดับที่สาม: เทพสงครามแห่งต้าหมิง ฮ่องเต้ตัวล้างผลาญ ยอดนักการทูต... หมิงอิงจง จูฉีเจิ้น แห่งต้าหมิง!]
จูตี้ที่เมื่อครู่ยังหัวเราะอย่างเบิกบานใจ พอเห็นหัวข้อบนม่านแสงปุ๊บ...
รอยยิ้มก็แข็งค้างไปในทันที!
???
จูเกาจื้อและจูจานจีที่กำลังเฉลิมฉลองการขึ้นแท่นเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของจูตี้ ก็ยืนอึ้งกิมกี่อยู่กับที่เช่นกัน
"เชี่ยเอ๊ย..."
ข้าเพิ่งจะติดอันดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล เจ้าก็หันขวับมาปล่อยจักรพรรดิผู้ยอดแย่ของต้าหมิงเลยรึ... สรุปคือจะไม่ให้เจิ้นได้ดีใจนานกว่านี้หน่อยหรือไง?
"หมิงอิงจง... เอ็งรอเจิ้นก่อนเถอะ!"
ขายขี้หน้าจริงๆ... ขายหน้าอยู่ในบ้านตัวเองก็แล้วไปเถอะ มารดามันเถอะ ดันไปขายขี้หน้าข้ามราชวงศ์เสียแล้ว!
จูตี้ด้วยความโกรธจัดรีบพุ่งพรวดเข้ากลุ่มสนทนา ยังไม่ทันจะได้ด่าไอ้ลูกหลานเนรคุณนั่น ก็เห็นข้อความเยาะเย้ยถากถางเรียงรายเป็นตับ
ปฐมจักรพรรดิแห่งต้าฉิน: "โอ๊ะโอ... ก่อนหน้านี้ใครกันนะที่หัวเราะเยาะเจิ้น? ตอนนี้หายหัวไปไหนแล้วล่ะ? มาหัวเราะเยาะว่าเจิ้นมีลูกทรพีตัวล้างผลาญ ตอนนี้ทำไมเจ้าไม่หัวเราะแล้วล่ะ? โผล่หัวออกมาคุยกันหน่อยสิ... @มหาจักรพรรดิหย่งเล่อ!"
ตอนที่พิมพ์ข้อความนี้ ในใจของอิ๋งเจิ้งรู้สึกเบิกบานอย่างหาที่สุดไม่ได้ ในที่สุดก็สบโอกาสล้อเลียนเจ้านี่สักที!
ก่อนหน้านี้เจ้านี่มันด่าเขาไว้อย่างไร เขาจำได้ฝังใจทุกคำ
"คน... เอาแตงโมเอาผลไม้มาให้เจิ้น วันนี้เจิ้นจะกินไปดูละครไป!"
...
หมูป่าแห่งต้าฮั่น: "มหาจักรพรรดิหย่งเล่อผู้รุ่งเรืองเหนือฮั่นและถังล่ะ? คนหายไปไหนแล้วเนี่ย... โผล่หัวออกมาดูหน่อยสิว่าไอ้ตัวนี้ใช่คนบ้านเจ้าหรือเปล่า ฮ่าๆ... @มหาจักรพรรดิหย่งเล่อ"
หลี่เอ้อแห่งต้าถัง: "นั่นสิ... แค่นี้ก็บอกรุ่งเรืองเหนือฮั่นและถัง สุนัขมันยังไม่เชื่อเลย ที่บ้านมีไอ้ตัวแบบนี้โผล่มา ยังจะกล้าบอกว่ารุ่งเรืองเหนือฮั่นและถังอีกรึ? มหาจักรพรรดิหย่งเล่อพูดอะไรหน่อยสิ! เจิ้นคิดถึงเจ้าเหลือเกิน! @มหาจักรพรรดิหย่งเล่อ!"
หลังจากหลี่เอ้อพิมพ์เสร็จ ก็ยังรู้สึกไม่หนำใจ หันไปสั่งขันทีรับใช้ที่อยู่ข้างๆ ว่า: "คน... ไปเรียกเว่ยเจิงจอมพ่นน้ำลายมาให้เจิ้นที!"
"ตอนนี้เจิ้นชักจะหมดมุกด่าแล้ว..."
จูตี้มองดูข้อความจนเส้นเลือดที่คอปูดโปน "เชี่ยเอ๊ย... ทนไม่ไหวแล้วโว้ย!"
มหาจักรพรรดิหย่งเล่อ: "พวกเจ้าจะเห่าหอนอะไรกันนักหนา... เห่าหอนอะไรกัน... ไม่เห็นหรือไงว่าคนบ้านเจิ้นคนนี้ยังมีฉายา 'เทพสงครามแห่งต้าหมิง' อยู่น่ะ?"
มหาจักรพรรดิหย่งเล่อ: "เทพสงคราม รู้ไหมว่าระดับไหน? ต้าหมิงของเจิ้นมีแต่ลูกผู้ชายอกสามศอกกระดูกเหล็กไหลทั้งนั้น ใครมันจะเหมือนพวกเจ้า ที่วันๆ เอาแต่พึ่งพาการส่งผู้หญิงไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี กับยกดินแดนให้ศัตรูเพื่อแลกกับความสงบสุข?"
หลี่เอ้อแห่งต้าถัง: "ไอ้หนู เจ้าพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดเสียแล้ว แน่จริงก็มาเจอกันที่หน้าประตูเสวียนอู่ ลมฝนจะมาเจิ้นก็จะรอเจ้าที่หน้าประตูเสวียนอู่นั่นแหละ... (โกรธจัด)"
หมูป่าแห่งต้าฮั่น: "นับเจิ้นเข้าไปด้วยคน... อย่าหาว่าเจิ้นรังแกเจ้าเลยนะ อนุญาตให้เจ้าเอาชามแตกๆ ของพ่อเจ้ามาด้วยเลย มากันให้หมด เจิ้นขอท้าดวลตัวต่อตัว! (เบ้ปาก)"
มหาจักรพรรดิหย่งเล่อ: "เจอกันก็เจอกันสิ เจิ้นจะไปกลัวพวกเจ้าหรือ? ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วใต้เท้าทั้งหลาย ค่ายเสินจีของเจิ้นหนึ่งคนต้านได้เป็นร้อย!"
...
รัชศกหงอู่ ราชวงศ์หมิง
เวลานี้เถ้าแก่จูก็มีใบหน้าบึ้งตึงสุดขีด เขาค้นพบกฎเกณฑ์บางอย่างแล้วว่า ม่านแสงนี่มันไม่ได้เห็นใจความเป็นคนเลยสักนิด
ตอนแรกก็จัดจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่มาให้เจ้าได้ดีใจเนื้อเต้น พอหันหลังปุ๊บก็ยัดจักรพรรดิผู้ยอดแย่มาให้เจ้าโมโหเล่นทันที!
ตอนนี้เถ้าแก่จูเองก็อยากจะสบถด่าบรรพบุรุษม่านแสงเหมือนกัน...
ไอ้สองคนก่อนหน้านี้ คนหนึ่งก็หูไห่ อีกคนก็หลี่หลงจี... ไม่ว่าจะเป็นคนไหนก็สามารถทำคนโมโหจนอกแตกตายได้ทั้งนั้น!
ตอนนี้เขาได้แต่สวดมนต์ภาวนา ขอให้ไอ้ตัวนี้มันดูดีกว่าสองคนก่อนหน้าสักนิดก็ยังดี...
ตอนนี้ในกลุ่มสนทนา รวมทั้งข้อความเรียลไทม์ จากบรรดาฮ่องเต้บนม่านแสง อ่านแล้วทำเอาเขาปวดขมับตึบๆ
เมื่อเห็นลูกชายของตัวเองกำลังด่ากราดกับคนอื่นในกลุ่ม เถ้าแก่จูจึงทำได้เพียงดำน้ำเงียบๆ... ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ว่าไอ้ตัวนี้มันจะร้ายกาจกว่าสองคนแรกแค่ไหน
เกิดสู้ไม่ได้ขึ้นมา... มิยิ่งขายหน้าหรอกหรือ!
สรุปแล้ว ตอนนี้เถ้าแก่จูมีความรู้สึกสังหรณ์ใจที่ไม่ดีเอามากๆ...
ราชวงศ์ชิง
เวลานี้เฉียนหลงรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างแรง เพราะบนม่านแสงมีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลโผล่มาถึงสามพระองค์แล้ว
แต่ฮ่องเต้ผู้สมบูรณ์แบบสิบประการอย่างเขากลับยังไม่ติดอันดับ!
เฉียนหลงยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห รู้สึกว่าม่านแสงนี่มันช่างตาบอดไม่มีแววเอาเสียเลย
เขาตบโต๊ะดังปัง ตวาดลั่น: "เจิ้นมีผลงานโดดเด่นทั้งด้านบุ๋นและบู๊ ทำไมถึงไม่มีเงาของเจิ้นอยู่บนนั้นเลย?"
เหอเซินที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้น ก็รีบเข้ามาประจบประแจงพร้อมรอยยิ้ม: "ฝ่าบาทโปรดระงับความกริ้วด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ ในมุมมองของกระหม่อม การที่ติดอันดับช้า ยิ่งแสดงให้เห็นว่าผลงานทั้งด้านบุ๋นและบู๊ของพระองค์นั้นอยู่เหนือกว่าพวกเขานะพ่ะย่ะค่ะ"
"ดังนั้นฝ่าบาทอย่าทรงร้อนพระทัยไปเลยพ่ะย่ะค่ะ!"
ลมปากของเหอเซินนั้นหลอกผีได้สบาย เพียงพูดไม่กี่คำก็เกลี้ยกล่อมเฉียนหลงจนอารมณ์ดีขึ้นมาได้
...
ในเวลาเดียวกัน บนม่านแสงก็ปรากฏตัวอักษรสีเลือดแปดตัวใหญ่ๆ ขึ้นมา
[ขันทีแทรกแซงราชกิจ ขันทีหวังเจิ้น]
ในภาพ ขันทีผู้หนึ่งที่มีท่าทางเย่อหยิ่งจองหองกำลังนำขุนนางกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าไปยังท้องพระโรง เมื่อเดินไปได้ครึ่งทางก็เหลือบไปเห็นป้ายศิลาเหล็กที่สลักตัวอักษรไว้ว่า 'ห้ามขันทีแทรกแซงราชกิจ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษประหาร!'
ขันทีผู้นั้นปรายตามองศิลาเหล็ก บนใบหน้าเผยให้เห็นถึงความดูแคลน "ใครก็ได้ เอาไอ้ก้อนเหล็กนี่ไปทิ้งไว้ในส้วมให้ข้าที ตั้งอยู่ตรงนี้มันเกะกะลูกตาข้าจริงๆ"
มีขุนนางผู้หนึ่งทนดูไม่ได้ ก้าวออกมายืนขวาง: "ศิลานี้ฝ่าบาทไท่จู่ทรงเป็นผู้ตั้งไว้ จะไปแตะต้องซี้ซั้วไม่ได้เด็ดขาด!"
ขันทีผู้นั้นแค่นเสียงเย็น: "ไท่จู่แล้วอย่างไร ไอ้ก้อนเหล็กนี่ตั้งทื่ออยู่ตรงนี้ มันส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของฝ่าบาท ข้าก็แค่ทำตามรับสั่งเท่านั้น!"
ขุนนางผู้นั้นยังคงไม่ยอมถอย ยืนบังอยู่หน้าศิลาเหล็ก "หวังเจิ้น เจ้ามันบังอาจเทียมฟ้า ถึงกับกล้าปลอมแปลงราชโองการ ศิลาแผ่นนี้ห้ามเคลื่อนย้ายเด็ดขาด"
แววตาของหวังเจิ้นฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง "ดีนี่ เจ้ายินยอมที่จะขัดราชโองการงั้นรึ ใครก็ได้ ตัดหัวไอ้แก่คนนี้ให้ข้าที!"
ทหารองครักษ์ในวังชักดาบฟันฉับเข้าที่หัวของขุนนางผู้นั้น เลือดสดๆ สาดกระเซ็นไปโดนศิลาเหล็ก ตัวอักษรคำว่า 'ห้ามขันทีแทรกแซงราชกิจ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษประหาร!' ยิ่งดูน่าสะพรึงกลัวสะเทือนขวัญมากขึ้นไปอีก
หวังเจิ้นหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาปิดจมูกด้วยท่าทีรังเกียจ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความสะอิดสะเอียน
"อัปมงคลจริงๆ เอาศพไอ้แก่คนนี้กับไอ้ก้อนเหล็กนั่นโยนออกไปพร้อมกันเลย!"
บรรดาจักรพรรดิจากราชวงศ์ต่างๆ เมื่อเห็นฉากนี้ ต่างก็พากันเดาะลิ้นด้วยความตกตะลึง
จูตี้ยิ่งโกรธจัดจนตัวสั่น ศิลาเหล็กแผ่นนี้เป็นสิ่งที่เขานำมาจากเมืองหนานจิงด้วยตัวเอง แม้แต่เขาเองยังไม่กล้าเคลื่อนย้ายพละการเลย
"คน... วาดภาพหน้าตาของไอ้หมอนี่มาให้เจิ้น... เจิ้นจะประหารมันสิบชั่วโคตร สิบชั่วโคตรเลย!"
"ไปสืบมา สืบประวัติไอ้ขันทีหน้าเหม็นคนนี้ให้เจิ้นสืบให้ลึกถึงรากเหง้า ใครกันที่ให้ความกล้ากับมันถึงเพียงนี้"
...
เถ้าแก่จูเองก็ขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยไฟโทสะ โกรธจนเตะโต๊ะที่อยู่ตรงหน้ากระเด็นล้มคว่ำ
"บังอาจ บังอาจนัก! ของของเจิ้น กล้าเอาไปทิ้งในบ่อส้วมเชียวรึ?"
กำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว!
เขาพอจะรู้แล้วว่าทำไมฮ่องเต้รุ่นหลานผู้นี้ถึงติดอันดับจักรพรรดิผู้ยอดแย่ได้ ปล่อยให้คนเอาของของบรรพบุรุษมาทำเป็นของเล่น ต้าหมิงแผ่นดินนี้มันจะยังดีอยู่ได้อย่างไร?
"ต้าหมิงของเจิ้น เกรงว่าคงจะมีจ้าวเกาโผล่มาอีกคนแล้วสิเนี่ย!"
เถ้าแก่จูโกรธจนเดินวนไปวนมาในห้อง หนวดเคราสั่นระริก
รัชศกเซวียนเต๋อ ราชวงศ์หมิง
ในเวลานี้ จูจานจีที่กำลังป่วยหนักนอนอยู่บนเตียง มองดูการกระทำของขันทีหวังเจิ้นบนม่านแสง
ใบหน้าของเขาแดงก่ำไปด้วยความโกรธ "ค่อก... แค่ก ช่างบังอาจนัก หวังเจิ้นสินะ!"
"คน... ไปจับตัวหวังเจิ้นที่ตำหนักบูรพามาให้เจิ้น แล้วคุมตัวไอ้ลูกทรพีนั่นมาด้วย เจิ้นจะสะสางเรื่องในบ้านเอง!"