- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก สัตว์เลี้ยงของฉันคือราชา
- ตอนที่ 70 ปะทะต่อสู้
ตอนที่ 70 ปะทะต่อสู้
ตอนที่ 70 ปะทะต่อสู้
สำหรับสุนทรพจน์ครั้งนี้ เฉินเฟิงมีความคิดขึ้นมาอย่างฉับพลันทันเวลา และในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเรื่องที่วางแผนไว้มานานแล้ว
การปลุกระดมก่อนสงครามเป็นสิ่งจำเป็น แต่ยังไม่แน่ว่าสงครามจะปะทุขึ้นเมื่อใด เลือกวันรบ ไม่สู้ชนวันที่มีแดด และตอนนี้ก็ไม่เลวเลย
“พวกเราลำบากตรากตรำสร้างบ้านของพวกเราเองขึ้นมาในวันสิ้นโลก แต่กลับมีคนต้องการทำลายมัน! ต้องการพรากทุกสิ่งไปจากพวกเรา! บอกฉันสิ พวกนายยอมไหม? ยอมไหม? พวกนายเต็มใจทนหรือเปล่า?!” เฉินเฟิงถามสามคำถามติดต่อกัน และทุกคำถามล้วนกระแทกหัวใจของสมาชิกทุกคนอย่างหนัก
“ไม่! ไม่ว่ามันจะเป็นใคร พวกเราจะขับไล่มันกลับบ้านเกิดของมันไป!” ไม่นาน เสียงอันเด็ดเดี่ยวก็ดังขึ้นท่ามกลางฝูงชน เปิดฉากบทโหมโรงแห่งเสียงคำราม
“พวกมันเป็นใครกัน? ฉันจะใช้ปืนไรเฟิลของฉันอัดพวกมันให้เละ!”
“สู้! สู้! ไม่ว่าศัตรูจะเป็นใคร หรือทรงพลังแค่ไหน พวกเราต้องปกป้องบ้านของเรา!”
“สู้!”
“สู้!”
“สู้!”
เสียงตะโกนดังขึ้นเรื่อยๆ
ท่ามกลางคลื่นเสียง จูเหยียน มหาเซียน พลันปรากฏตัวขึ้นจากระยะไกล แล้วมายืนอยู่ด้านหลังเฉินเฟิง
สองพี่น้อวสุนัขสามหัวจากนรก กิ้งก่ามังกรสองตัว ฟาโรห์น้อยในร่างอนูบิส และวิหคอัสนี ราชาอินทรี ต่างก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเฉินเฟิงทีละตัว
ส่วนเสี่ยวหวงนั้น มันยืนอยู่ข้างกายเฉินเฟิงราวกับแม่ทัพ
สัตว์อสูรทรงพลังเหล่านี้มอบความมั่นใจไร้ขอบเขตให้กับผู้คนทุกคน แล้วพวกเจ้ามีปืนแล้วยังไง? ต่อให้เครื่องบินขับไล่มา วิหคอัสนีของพวกเราก็จะยิงมันร่วงลงมา!
เมื่อเห็นว่ากระแสกำลังเกือบได้ที่แล้ว เฉินเฟิงก็ยกมือทั้งสองขึ้นสูง แล้วกดลงเล็กน้อย ส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบ “องค์กรนี้มีชื่อว่า ภราดรแห่งผู้หลบหนี และหัวหน้าของมันชื่อคอร์แกน เป็นผู้วิวัฒนาการคนหนึ่ง ฉันได้รับข่าวมาว่า ภราดรแห่งผู้หลบหนีกำลังจะโจมตีพวกเราในเร็วๆ นี้! ตอนนี้ พวกเราต้องเตรียมพร้อม หยิบอาวุธในมือของพวกนายขึ้นมา และเมื่อศัตรูมาถึง จงฟาดมันตรงๆ ให้เต็มแรง! ให้พวกมันรู้ว่า พวกเรารักสันติ แต่ผู้รอดชีวิตในวันสิ้นโลกไม่ใช่พวกที่ใครจะมาหาเรื่องได้ง่ายๆ!”
ทุกคนตอบรับด้วยเสียงดังกึกก้องราวกับคลื่นสึนามิ
“ใช่แล้ว พวกเราต้องทำให้คนที่กล้าโจมตีพวกเราหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เพื่อให้พวกที่มีเจตนาชั่วร้ายสงบลง!” เฮเลน่าก็ลุกขึ้นยืนในเวลาที่เหมาะสมเช่นกัน “คนในกองกำลังพิทักษ์บ้าน มากับฉัน วันนี้ฝึกซ้อมสองชั่วโมง มีใครคัดค้านไหม?”
“ไม่มี!” ฝูงชนตอบ
“ทีมค้นหา มากับฉัน! เป้าหมายของพวกเราในวันนี้คืออาวุธและกระสุน!” วูล์ฟกังกับปาร์คเกอร์เองก็โบกแขนเช่นกัน
“รับทราบ!” คนในทีมค้นหาต่างขานรับ
แม้แต่คุณอแมนดาก็แสดงความเห็นออกมา “พี่น้องในทีมส่งบำรุงกำลัง หลังจากฝึกยิงปืนแล้ว พวกเราต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อทำอาหารเพิ่ม”
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่พวกเรา!” คนในทีมส่งบำรุงกำลังขานรับ
ภาพเช่นนี้ทำให้เฉินเฟิงพึงพอใจอย่างมาก ตอนนี้เขาหวังว่าภราดรแห่งผู้หลบหนีจะมาให้เร็วขึ้น และจะดีที่สุดถ้าไม่อ่อนแอเกินไป
......
ในพื้นที่รกร้างซึ่งอยู่ห่างจากฟาร์มยามสนธยาราวยี่สิบกิโลเมตร มีป้อมปราการใต้ดินเรียบง่ายแห่งหนึ่ง
ป้อมปราการใต้ดินแห่งนี้น่าจะถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่สมัยสงครามกลางเมืองเมื่อสองร้อยปีก่อน ครั้งหนึ่ง นายพลผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งเคยหลบหนีได้ด้วยการซ่อนตัวอยู่ที่นี่ และต่อมาก็กลายเป็นผู้นำทางทหารของกองกำลังพันธมิตร ได้รับชื่อเสียงอย่างยิ่งใหญ่
วันนี้ ที่นี่คือสำนักงานใหญ่ชั่วคราวขององค์กร เรนเจอร์แห่งพงไพร
ภายในพื้นที่ขนาดกว่าสี่สิบตารางเมตร มีคนไม่ถึงยี่สิบคนเบียดเสียดกันอยู่ และบรรยากาศก็ดูไม่ค่อยปรองดองนัก
โจชัวยืนอยู่กลางพื้นที่ กำลังโต้เถียงกับใครบางคนจนหูแดง
“โจชัว นายเอาข้อเสนอแบบนี้กลับมาได้ยังไง? นี่มันเสียอำนาจและอัปยศชัดๆ! ฉันสงสัยอย่างจริงจังว่านายไม่เสียสติไปแล้ว ก็ถูกไอ้คนเอเชียนั่นซื้อไปแล้ว นายไม่คู่ควรกับการเป็นสมาชิกของเรนเจอร์แห่งพงไพร ฉันเสนอให้องค์กรขับนายออก!” คนที่พูดคืออีดาร์ รองผู้บัญชาการขององค์กร ดวงตาของเขาถูกผ้าสีดำปิดเอาไว้ ว่ากันว่าคนคนนี้เดิมทีตาบอด แต่หลังวันสิ้นโลกมาถึง เขากลับมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ ส่วนความสามารถที่แท้จริงนั้น นอกจากตัวเขาเองแล้ว เกรงว่ามีเพียงหัวหน้าเซนน่าเท่านั้นที่รู้
“อีดาร์ อย่ามาพ่นเลือดใส่คนอื่น! จุดประสงค์ขององค์กรคืออะไร? เพื่อรักษาความยุติธรรมในแดนรกร้าง และช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์! ฉันไม่รู้หรอกว่าฉันเสียอำนาจและอัปยศได้ยังไง ถ้านายเคยไปฟาร์มแห่งนั้น นายจะรู้ว่าที่นั่นทรงพลังแค่ไหน แผนการค้าก่อนหน้านี้ที่องค์กรของเราเสนอไป ในสายตาของอีกฝ่ายก็เป็นแค่เรื่องตลกเท่านั้น!” โจชัวเองก็โต้กลับอย่างไม่ยอมถอย ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
อีดาร์เผยรอยยิ้มดูแคลน “ถ้าฉันได้ไปที่นั่น ฉันก็จะทำให้คนพวกนั้นเข้าใจได้เพียงว่า เรนเจอร์แห่งพงไพรไม่ใช่ตัวตนที่ใครจะดูถูกได้”
“อีดาร์ ฉันว่านายลืมจุดประสงค์ขององค์กรไปแล้ว!” โจชัวพูด
สีหน้าของอีดาร์เปลี่ยนไป “โอ้? งั้นให้ฉันสอนนายไหมว่า ความยุติธรรมในแดนรกร้างคืออะไร?” อีดาร์ยกมุมปากขึ้น และมือของเขาก็วางอยู่บนมีดสั้นที่เอวแล้ว
“พอได้แล้ว!” ในที่สุด เซนน่าก็ก้าวออกมาข้างหน้า เพื่อหยุดไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปกว่านี้ “นายเห็นลิงที่ตัวใหญ่เหมือนเนินเขาจริงๆ เหรอ? แล้วยังมีกิ้งก่าตัวใหญ่ที่พ่นไฟกับน้ำแข็งได้? มีนกตัวใหญ่ที่เรียกสายฟ้าและพายุได้อีก?”
“เป็นเรื่องจริงครับ แต่ตัวที่ทรงพลังที่สุดคือสุนัขตัวใหญ่ที่อยู่ข้างเฉินเฟิง ผมมั่นใจว่า ต่อให้เป็นลิงอย่างคิงคองก็เอาชนะมันไม่ได้” โจชัวกล่าว
อีดาร์แค่นเสียงอยู่ด้านข้าง “ไร้สาระ”
เซนน่าเหลือบมองเขา และฝ่ายหลังก็ยั้งตนเองไว้
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้อเสนอก่อนหน้านี้ของพวกเราอาจหุนหันพลันแล่นเกินไปจริงๆ” เซนน่าพึมพำ “ดูเหมือนว่าเพื่อนบ้านของพวกเราจะเป็นคนที่ยอดเยี่ยมทีเดียว!” เมื่อได้ยินความหมายในคำพูดของเซนน่า ดูเหมือนว่าเขาจะเอนเอียงไปทางการยอมรับข้อเสนอใหม่ สีหน้าของอีดาร์ก็เปลี่ยนไปทันที
“หัวหน้า!” อีดาร์พูด
“ไม่ต้องพูดแล้ว” เซนน่าโบกมือ แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ ความสูงเกือบสองเมตรของเขาดูสูงยิ่งขึ้นเมื่ออยู่ในชั้นใต้ดิน ทั้งยังแฝงแรงกดดันอยู่ด้วย “ฉันตัดสินใจยอมรับข้อเสนอใหม่ของฟาร์มยามสนธยา ไม่มีอะไรเสียหาย แต่กลับได้พันธมิตรที่ทรงพลังมาแลกเปลี่ยน โจชัว นายไปฟาร์มยามสนธยาอีกครั้ง แล้วบอกพวกเขาว่า ภราดรแห่งผู้หลบหนีดูเหมือนจะร่วมมือกับกลุ่มฟรายแล้ว และได้อาวุธหนักจำนวนมากมา ให้พวกเขาเตรียมตัวไว้”
พูดถึงตรงนี้ เซนน่าก็เขย่าถุงผ้าในมือ “ถ้าฟาร์มยามสนธยาชนะ ก็บอกเฉินเฟิงด้วยว่า ฉันหวังว่าจะสามารถแลกของแบบนี้กับเขาได้มากขึ้น”
มันคือถุงหลิงไหมที่เฉินเฟิงมอบให้เรนเจอร์แห่งพงไพร
“รับทราบครับ หัวหน้า!” โจชัวยิ้ม แล้วออกจากป้อมปราการใต้ดินผ่านทางออกลับ
ก่อนจากไป เขาไม่ได้สังเกตว่าอีดาร์เองก็หันหลังแล้วเดินจากไปเช่นกัน ดูเหมือนจะใจร้อนกว่าเขาเสียอีก
“ใจคนกระจัดกระจายแล้ว การนำทีมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” เซนน่าถอนหายใจ
อย่างไรก็ตาม เรนเจอร์แห่งพงไพรเป็นองค์กรที่หลวมๆ อยู่แล้ว ส่วนตัวเซนน่าเองก็ไม่ได้มีความทะเยอทะยานใดๆ ในความคิดแรกเริ่มของเขา พวกเขาควรเป็นกลุ่มคนที่คล้ายกับดรูอิดในตำนาน ในแดนรกร้างนี้ พวกเขาจะมารวมตัวกันเป็นประจำเพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัจจุบัน และเมื่อเกิดวิกฤตขึ้น พวกเขาก็จะรวมพลังกันต่อสู้
ทว่าตอนนี้ องค์กรนี้ดูเหมือนจะไม่ได้พัฒนาไปตามแบบแผนดั้งเดิมของเขาแล้ว...
“บางทีนี่อาจเป็นโอกาสที่จะปรับโฉมเรนเจอร์แห่งพงไพรเสียใหม่” เซนน่าคิดเช่นนั้น แล้วก็ออกจากป้อมปราการใต้ดินไปเช่นกัน