- หน้าแรก
- พระเอกผู้แสนน่ารักไร้ทายาท ตกหลุมรักอย่างหัวปักหัวปั่น
- บทที่ 304 เทพเซียนผู้ถูกวางแผนให้จุติลงมายังโลกมนุษย์ กับ เตาหลอมยาที่แสนเปราะบางผู้สูญเสียครอบครัวอย่างน่าสลดใจ (15)
บทที่ 304 เทพเซียนผู้ถูกวางแผนให้จุติลงมายังโลกมนุษย์ กับ เตาหลอมยาที่แสนเปราะบางผู้สูญเสียครอบครัวอย่างน่าสลดใจ (15)
บทที่ 304 เทพเซียนผู้ถูกวางแผนให้จุติลงมายังโลกมนุษย์ กับ เตาหลอมยาที่แสนเปราะบางผู้สูญเสียครอบครัวอย่างน่าสลดใจ (15)
บทที่ 304 เทพเซียนผู้ถูกวางแผนให้จุติลงมายังโลกมนุษย์ กับ เตาหลอมยาที่แสนเปราะบางผู้สูญเสียครอบครัวอย่างน่าสลดใจ (15)
เมืองหลิงซิ่วคือสถานที่จัดงานประมูลที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และเมื่อเวลาของงานประมูลครั้งล่าสุดใกล้เข้ามา เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมากจึงเริ่มมาเยือนที่นี่อย่างไม่ขาดสาย เพื่อเป็นการป้องกันผู้ก่อความไม่สงบ เมืองหลิงซิ่วจึงมีการลงทะเบียนภูมิหลังของผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนไว้เพื่อความปลอดภัย เหยียนชวนได้สารภาพเรื่องราวของสำนักเทียนเสวียนให้ทั้งสองฟัง
เมื่อทราบว่าคนจากสำนักเทียนเสวียนจะมาร่วมงานประมูลครั้งนี้ด้วย และไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายก่อนเริ่มงาน ทั้งสามคนจึงเลือกที่จะปกปิดรูปลักษณ์และสะกดกลิ่นอายพลังให้อยู่ในระดับเพียงผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างแกนกลางตอนกลางเท่านั้น วิธีการปกปิดกลิ่นอายเช่นนี้เป็นวิธีที่เรียบง่ายและสะดวกที่สุด ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือหากมีผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงผ่านมา แล้วเพ่งเล็งหรือใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบก็อาจจะถูกเปิดโปงได้โดยง่าย
เหยียนชวนรู้ดีว่าฟู่หยางมีตบะสูงที่สุดในบรรดาทั้งสามคน เขาจึงร้องขอให้ฟู่หยางช่วยกางม่านพลังป้องกันไว้เพื่อความปลอดภัยอย่างหน้าไม่อาย โดยยอมสละเม็ดยาจำนวนมากเพื่อการนี้ อย่างไรก็ตาม ตลอดการเดินทางมายังเมืองหลิงซิ่ว เหยียนชวนก็ได้เรียนรู้นิสัยใจคอของคนทั้งสองมาพอสมควรแล้ว
อย่าได้หลงเชื่อในตบะอันสูงส่งของบุรุษผู้นี้เชียว เพราะยามที่เขาเผชิญหน้ากับซ่งถิงเหอผู้เป็นภรรยา เขากลับทำตัวราวกับคนเจ้าเล่ห์ไร้ยางอาย ส่วนแม่นางซ่งนั้นกลับคบหาได้ง่ายกว่า นางพูดจานุ่มนวลอ่อนหวานและมีเมตตาต่อผู้อื่นมาก ทว่าเหยียนชวนกลับไม่ค่อยกล้าเข้าไปสนทนากับนางนัก
สาเหตุหลักคือหลินหยางไม่ชอบให้เขาเข้าใกล้ซ่งถิงเหอ ทุกครั้งที่เหยียนชวนขยับเข้าไปใกล้เพื่อจะพูดคุย เขามักจะถูกจ้องมองด้วยสายตาอันเย็นชาอยู่เสมอ หลังจากคลุกคลีกันมานาน เขาจึงเรียนรู้ที่จะฉลาดขึ้นและเลือกสื่อสารทุกเรื่องผ่านหลินหยางแทน แม้คนผู้นี้จะไม่ค่อยชอบพูดจานัก แต่เรื่องใดที่เขารับปากแล้ว เขาก็จะจัดการให้จนเสร็จสิ้นเสมอ แน่นอนว่าเหยียนชวนเองก็รู้ขอบเขตของตน โดยปกติแล้วเขาจะไม่เข้าไปหาหลินหยางโดยไม่จำเป็น เว้นแต่จะเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ
หลังจากเข้าสู่เมืองหลิงซิ่ว ทั้งสามคนก็ได้พบกับโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับหอเทียนจีซึ่งเป็นสถานที่จัดงานประมูล จากนั้นจึงแยกย้ายกันไปตามทางของตน เหยียนชวนมีนัดกับคนในเมืองเพื่อแลกเปลี่ยนหินวิญญาณ ส่วนซ่งถิงเหอและฟู่หยางไม่มีธุระอันใด จึงเลือกที่จะไปเดินเที่ยวชมตลาดด้วยกันโดยจูงมือกันไปตลอดทาง
สิ่งของในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนั้นไม่เหมือนกับในโลกมนุษย์ ราคาของพวกมันถูกกำหนดโดยความหนาแน่นของพลังปราณวิญญาณ ตามคำแนะนำของเหยียนชวน ทั้งสองจึงตรงไปยังร้านอาหารใกล้ๆ เพื่อหาอะไรลงท้องก่อน จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังร้านขายเสื้อผ้าเพื่อเลือกซื้อชุดใหม่ ชุดส่วนใหญ่ของพวกเขานั้นนำมาจากโลกมนุษย์ หลังจากต้องเผชิญกับสายฟ้าฟาดและผ่านการเหินกระบี่บนเวหามาอย่างยาวนาน เสื้อผ้าจึงหลงเหลือชุดที่ยังพอสวมใส่ได้อยู่ไม่กี่ชุด
เสื้อผ้าในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนั้นถูกถักทอขึ้นด้วยวิธีการฝึกฝนพิเศษ นอกจากจะตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว ชุดคลุมเวทระดับสูงยังสามารถต้านทานการโจมตีของผู้บำเพ็ญเพียรได้อีกด้วย เมืองหลิงซิ่วยังเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมในโลกเบื้องล่าง ดังนั้นร้านเสื้อผ้าที่นี่จึงมีรูปแบบที่หลากหลายจนน่าตื่นตาตื่นใจ ทันทีที่ซ่งถิงเหอก้าวเข้าไปในร้าน นางก็ถูกดึงดูดด้วยชุดสำเร็จรูปที่แขวนโชว์อยู่อย่างสวยงาม
เมื่อเห็นลูกค้าก้าวเข้ามา สตรีที่แต่งกายเรียบง่ายคนหนึ่งก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับทันที
"คุณชายและฮูหยิน ไม่ทราบว่าท่านต้องการมาซื้อชุดสำเร็จรูปหรือต้องการเลือกดูผ้าเจ้าคะ? ร้านของเรามีเสื้อผ้าหลากหลายรูปแบบและคุณสมบัติ หากท่านถูกใจสิ่งใด สามารถนำลงมาลองสวมใส่ได้เลยนะเจ้าคะ"
"ข้าต้องการชุดสำเร็จรูป ช่วยนำชุดนั้นลงมาให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่?"
ซ่งถิงเหอเห็นคนเดินเข้ามาทักทาย จึงส่งยิ้มให้อย่างสุภาพก่อนจะชี้ไปยังชุดที่ทำจากผ้าโปร่งแสงสีขาวดุจแสงจันทร์ซึ่งมีลวดลายประณีตปักอยู่ที่ชายกระโปรง สตรีผู้นั้นมองตามทิศทางที่ซ่งถิงเหอชี้ และดวงตาของนางก็เปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย
"ท่านเซียนช่างตาถึงยิ่งนัก นี่คือผลงานชิ้นเอกของร้านเรา ชื่อว่า 'ชุดภูตพรายผ้าโปร่งจันทรา' รังสรรค์ขึ้นโดยนักหลอมอุปกรณ์สามท่านและช่างปักฝีมือระดับสูง ในโลกเบื้องล่างนี้มีชุดแบบนี้ไม่เกินสิบชุดเท่านั้น แต่ว่าราคาของมัน..."
นางลากเสียงยาวพร้อมกับเหลือบมองซ่งถิงเหอและฟู่หยางที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างระแวดระวัง
"ราคาของมันอยู่ที่หนึ่งร้อยหินวิญญาณระดับสูง ซึ่งถือว่าไม่ถูกเลย อีกทั้งร้านเรามีกฎระเบียบที่ชัดเจนคือ ห้ามลองชุดเจ้าค่ะ แน่นอนว่าหากท่านเซียนพึงพอใจ ก็สามารถตัดสินใจซื้อได้ทันที และเราจะให้ช่างปักช่วยปรับแก้ขนาดให้พอดีกับตัวท่านเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ"
เมื่อฟังคำอธิบายของคนขาย ซ่งถิงเหอก็เข้าใจในทันที นางกระตุกแขนเสื้อของฟู่หยางที่อยู่ข้างกาย พร้อมกับกะพริบดวงตาคู่งามที่กลมโตและฉ่ำวาว
"ท่านมีเงินมากขนาดนั้นหรือไม่?"
แม้ว่านางจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกไปแล้ว แต่ดวงตาคู่งามที่สดใสและฉ่ำวาวนั้นยังคงเดิม ขนตาหนางอนยาวที่กะพริบไหวเล็กน้อยของนางยังคงมีอำนาจที่ทำให้ฟู่หยางหลงใหลได้เสมอ นิ้วมือเรียวยาวของเขาที่กุมมือนุ่มนิ่มของนางอยู่ ลูบไล้ไปบนผิวพรรณที่เนียนละเอียด และในดวงตาสีดำสนิทดุจน้ำหมึกของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มจางๆ
"มีสิ แต่ฮูหยินของข้า อย่าเพิ่งรีบซื้อชุดนี้เลย เจ้าลองดูแบบอื่นๆ ที่ชอบอีกสักหน่อย เลือกเพิ่มอีกสักสองสามชุด แล้วประเดี๋ยวเราค่อยจ่ายเงินทีเดียว"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซ่งถิงเหอยังไม่ทันได้กล่าวอะไร แต่คนขายที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจเสียแล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรในเมืองหลิงซิ่วนั้นเข้าออกกันเป็นจำนวนมาก และหลายคนที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนก็มักจะปกปิดรูปลักษณ์และรูปร่าง ก่อนหน้านี้เคยมีคนไปล่วงเกินผู้บำเพ็ญเพียรผู้ทรงพลังเข้า ทำให้ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะดูแคลนผู้บำเพ็ญเพียรที่แต่งกายธรรมดาเหล่านี้
ก่อนหน้านี้นางคอยปรนนิบัติผู้บำเพ็ญเพียรมาหลายราย แต่ทุกคนกลับเอาแต่ดูแล้วไม่ซื้อ ทว่าในตอนนี้เมื่อมีลูกค้ารายใหญ่มาถึง หากนางไม่ดีใจก็คงเป็นเรื่องแปลก หลังจากที่ทั้งสองสนทนากันเสร็จ นางก็เตรียมตัวที่จะพาทั้งสองไปยังบริเวณขายชุดสำเร็จรูปที่อยู่ติดกันเพื่อเลือกชมต่อทันที
แต่ทว่ามักจะมีคนบางประเภทที่ชอบมาทำลายบรรยากาศ ในขณะที่คนขายกำลังดีใจที่จะได้ยอดสั่งซื้อรายการใหญ่ จู่ๆ เสียงที่แฝงไปด้วยความทะนงตนก็ดังขึ้น
"เด็กรับใช้ ห่อชุดภูตพรายผ้าโปร่งจันทราชุดนั้นให้ข้าเดี๋ยวนี้"
ทั้งสามคนมองไปยังต้นเสียงทันที และพบกับดรุณีน้อยผู้มีเสน่ห์นางหนึ่งสวมชุดกระโปรงสีชมพู กำลังกอดอกมองมาทางนี้ด้วยสายตาเย็นชา และเมื่อมองไปข้างหลังนาง...
ซ่งถิงเหอและฟู่หยางสบตากัน ทั้งสองต่างมีความรู้สึกพูดไม่ออกอยู่เล็กน้อย
โลกนี้มันช่างกลมเสียจริงใช่หรือไม่?
เบื้องหลังของดรุณีน้อยนางนั้นมีบุรุษสองคนติดตามมาด้วย แม้จะไม่เคยเห็นหน้าบุรุษทั้งสองมาก่อน แต่เสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่นั้นกลับดูคุ้นตาอย่างยิ่ง มันคือเครื่องแบบของศิษย์สำนักเทียนเสวียนนั่นเอง
"เอ่อ คือว่า ท่านเซียน โปรดรอสักครู่เจ้าค่ะ ข้าจะให้คนไปนำชุดลงมาให้ท่านเดี๋ยวนี้"
คนขายตกใจเล็กน้อยแต่ก็รีบตั้งสติได้ทันควัน นางรีบเรียกคนขายอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ให้มาช่วย
คนขายผู้นั้นเดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ก่อนที่จะทันได้เอ่ยคำทักทาย ดรุณีน้อยในชุดสีชมพูก็โบกมืออย่างรำคาญใจ
"ที่ข้าหมายถึงคือ ให้ห่อให้ข้าเลย และคุณหนูอย่างข้าก็ไม่มีนิสัยชอบสวมชุดซ้ำแบบกับผู้อื่นเสียด้วย ชุดแบบนี้ยังเหลืออีกกี่ชุด? ข้าจะเหมาซื้อทั้งหมดเอง"
"เอ่อ เรื่องนี้..."
คนขายที่เดินตามซ่งถิงเหออยู่รู้สึกลำบากใจยิ่งนัก เพราะลูกค้าข้างกายของนางก็ชอบชุดนี้เช่นกัน ไม่ว่านางจะตกลงหรือไม่ นางก็ต้องล่วงเกินฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน เมื่อเห็นท่าทางลำบากใจของอีกฝ่าย ซ่งถิงเหอก็ไม่ได้ต้องการสร้างความยุ่งยากให้
"ไม่เป็นไร มีลูกค้าเรียกเจ้าแล้ว เจ้าไปช่วยทางนั้นก่อนเถิด พวกเราเดินดูเองได้"
คนขายเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกราวกับได้รับอภัยโทษครั้งใหญ่ และกำลังจะกล่าวขอบคุณ แต่เสียงเย้ยหยันของดรุณีน้อยชุดสีชมพูก็ขัดขึ้นเสียก่อน
"ชุดสำเร็จรูปที่ร้านหลิวหลีนี้ราคาไม่ถูกเลย พวกผู้บำเพ็ญเพียรธรรมดาสามัญจะไปมีปัญญาซื้อได้อย่างไร? หากไม่มีเงินก็อย่าได้แสร้งทำเป็นรวย มันน่าอับอายขายหน้ายิ่งนัก"
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา ใครที่มีตาก็ดูออกว่าอีกฝ่ายกำลังหาเรื่อง
ซ่งถิงเหอเหลือบมองดรุณีน้อยชุดสีชมพูด้วยความสงสัยอย่างยิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้พบกับคนผู้นี้มิใช่หรือ? เหตุใดอีกฝ่ายถึงได้มีท่าทางก้าวร้าวตั้งแต่วันแรกที่เจอเช่นนี้
"มองอะไร? ข้ากำลังพูดถึงเจ้านั่นแหละ"
ดรุณีน้อยเห็นนางมองมา ก็โต้กลับด้วยน้ำเสียงแหลมคมทันที
"ประสาท"
ซ่งถิงเหอก็ไม่ได้ยอมคนเช่นกัน นางโต้กลับด้วยใบหน้าเย็นชาโดยตรง
"เจ้านบังอาจมาด่าข้าอย่างนั้นหรือ?! เจ้าคนบ้านนอก ขโมยหินวิญญาณของผู้อื่นมาแล้วยังกล้ามาทำวางท่าอยู่ที่นี่อีก!"
คิ้วของดรุณีน้อยชุดสีชมพูเลิกขึ้นด้วยความโกรธ ทันใดนั้นนางก็สะบัดแขนเสื้อผ้าโปร่งยาวของนาง ฟาดเข้าใส่ซ่งถิงเหอทันที
ซ่งถิงเหอเมื่อเห็นอีกฝ่ายไร้เหตุผลเช่นนี้ก็ไม่คิดจะออมมือ นางคว้าแขนเสื้อที่พุ่งเข้ามานั้นไว้ด้วยแรงมหาศาล ดรุณีน้อยเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ และก่อนที่นางจะทันได้ตอบโต้อะไร นางก็ถูกแรงกระชากอันมหาศาลดึงจนตัวลอยกระเด็นออกไปทางด้านหลังทันที