- หน้าแรก
- มหานครสุดท้ายหลังวันโลกาวินาศ
- ตอนที่ 76 เปิดให้บริการ (ฟรี)
ตอนที่ 76 เปิดให้บริการ (ฟรี)
ตอนที่ 76 เปิดให้บริการ (ฟรี)
ตอนที่ 76 เปิดให้บริการ
“แต่ต่อไปจะเพิ่มป้ายรถบัสอีกหลายจุด ตอนนี้มีรถบัสเพียงหนึ่งคัน วิ่งจากฐานลี้ภัยเมือง D มาถึงเมืองซิ่งฝู ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง หากเพิ่มป้าย เวลาก็จะเพิ่มขึ้นเพียงประมาณสิบกว่านาทีเท่านั้น”
ความเร็วในการวิ่งของรถบัสเท่ากับความเร็วของรถบ้าน หากมีผู้โดยสาร ความเร็วจะอยู่ที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากไม่มีผู้โดยสาร ความเร็วจะอยู่ที่ประมาณ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ไม่มีเวลาเดินทางถึงที่แน่นอน ผู้รอดชีวิตสามารถคำนวณเวลาโดยคร่าวๆ ได้เอง
ไปกลับรวมแล้วต้องใช้เวลา 8 ชั่วโมง พวกเขาเพียงแค่กะเวลาให้ดีแล้วไปรอรถบัสก็พอแล้ว
กงจงเหลียงเข้าใจทันที ระยะทาง 4 ชั่วโมงถือว่าไม่ไกล ตอนที่พวกเขาเดินทางกลับจากเมืองซิ่งฝูในตอนนั้น ยังใช้เวลาตั้งหลายวัน
เมื่อมีรถบัสแล้ว เวลาก็จะหดสั้นลงมาก
หากมีโอกาส เขาก็อยากจะไปดูเมืองซิ่งฝูอีกสักครั้ง ตอนนี้ที่นั่นเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้างแล้ว?
โดยเฉพาะหมูในคอกหมู ตอนนั้นพวกเขายังไม่ได้กินเลย ก็ต้องออกจากเมืองซิ่งฝูมาก่อนแล้ว
“เสี่ยวฉี! เป็นเธอจริงๆ เธอมาแล้วเหรอ!”
เสียงทุ้มทรงพลังดังมาจากที่ไกลๆ ฉีหว่านมองไปตามทิศทางของเสียง ก็เห็นเหล่าหวังเดินมาอย่างรวดเร็ว ด้านหลังยังมีเหล่ากงตามมาอีกคน
“โอ้โห เป็นเสี่ยวฉีจริงๆ ด้วย! ตาเฒ่าอย่างฉันยังคิดเลยว่าชาตินี้คงไม่ได้เจอเธออีกแล้ว”
ตอนที่เหล่าหวังพูดประโยคนี้ เขารู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย ผ่านมาเพียงสิบกว่าวันเท่านั้น แต่เขากลับรู้สึกราวกับเวลาผ่านไปนานมาก
ในยุควันสิ้นโลก การมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ละวันที่ยังมีชีวิตอยู่ สามารถทำอะไรได้ตั้งมากมาย
“ปู่หวัง ปู่กง ไม่ได้พบกันนานเลยนะคะ ดูจากความเร็วในการเดินของพวกคุณ ปกติกินกันดีอยู่หรือเปล่า?”
ฉีหว่านยิ้มทักทาย สองชายชรายังถือเป็นพนักงานชั่วคราวของเมืองซิ่งฝูอยู่ ตอนนี้ตำแหน่งทั้งสองนี้ เธอก็ยังเก็บไว้ให้พวกเขา
“ก็อยู่ได้ดีนะ แต่พวกเราน่ะ ยังคิดถึงช่วงไม่กี่วันที่อยู่ในเมืองซิ่งฝูอยู่เลย ตาเฒ่าอย่างฉันยังคิดถึงหมูที่ยังไม่ได้กินอยู่ตลอด”
เหล่าหวังถอนหายใจ เมื่อนึกถึงหมูที่ยังไม่เคยได้ลิ้มรส เขาก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอย่างตะกละ
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมาที่นี่ก็เพื่อเปิดร้านค้าโดยเฉพาะ พวกคุณทั้งสองสามารถซื้อหมูจากเมืองซิ่งฝูที่นี่ แล้วนำกลับไปทำอาหารกินเองได้ รสชาติหอมอร่อยมากเลย”
ฉีหว่านยิ้มที่หางตา มองสองชายชรากับกำลังมองผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัวของตนเอง
“จริงเหรอ? หรือว่าจะเป็นที่ที่ล้อมเอาไว้นี่?”
สายตาของเหล่าหวังมองไปยังพื้นที่ที่ถูกล้อมไว้ เขาเดินวนดูรอบหนึ่ง แต่ก็ไม่เห็นว่าข้างในมีอะไรอยู่
“อืม รอสักครู่ค่ะ”
ฉีหว่านมองเห็นตัวนับถอยหลังของเวลาแล้ว อีกเพียงไม่กี่วินาที ร้านจำหน่ายสินค้าแบบบริการตนเองแห่งนี้ก็จะสร้างเสร็จ
“เมื่อกี้พวกคุณได้ยินไหม? เธอบอกว่ามีหมูด้วย! ร้านนี้มันเป็นร้านอะไรกันแน่ ถึงขายหมูได้!”
“ได้ยินสิๆ อย่าเพิ่งตกใจไป สัญชาตญาณที่หกของฉันบอกว่า พอเข้าไปข้างในแล้ว นายจะตกใจกว่านี้อีก”
“เพื่อนๆ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจทุกคน โปรดหายใจลึกๆ ไม่ว่าจะเห็นอะไรในอีกสักครู่ ขอให้ทุกคนตั้งสติเอาไว้”
“ใช่ๆ ตอนนี้เราต้องหายใจลึกๆ ปรับอารมณ์ของตัวเองก่อน ใครที่ตกใจง่าย แนะนำให้ยืนอยู่ด้านหลังหน่อย”
ผ้าที่คลุมอยู่รอบร้านจำหน่ายสินค้าแบบบริการตนเองถูกดึงลง แล้วหายไปทันที
สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าทุกคน คล้ายกับซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ก่อนยุควันสิ้นโลก โทนหลักเป็นสีแดง ป้ายหน้าร้านเขียนว่า ‘ร้านจำหน่ายสินค้าแบบบริการตนเอง’ อีกด้านหนึ่งยังมีป้ายเขียนว่า 24 ชั่วโมง และเป็นตัวอักษรเรืองแสง แม้ในเวลากลางคืนก็ยังสามารถมองเห็นป้ายของร้านได้
หน้าร้านไม่มีประตูเหล็กกั้น เป็นประตูกระจก ด้านบนเขียนว่า ระบบตรวจจับอัตโนมัติ เพียงตรวจจับว่ามีคนเข้าใกล้ ประตูก็จะเปิดออกไปทั้งสองด้านโดยอัตโนมัติ
ฉีหว่านหันกลับมาแล้วพูดกับเหล่าหวัง และเหล่ากงว่า
“พวกเราเข้าไปดูข้างในกันเถอะ สินค้าข้างในจัดวางเรียบร้อยหมดแล้ว”
เหล่าหวังและเหล่ากงตื่นเต้นอย่างมาก ไม่สนใจซ่งจวินหลิงกับกงจงเหลียงที่ยืนอยู่ข้างๆ เลย เดินตามฉีหว่านเข้าไปทันที
พอเข้าประตูมาไม่ถึงหนึ่งเมตร ทางซ้ายและขวาก็มีจุดแลกเปลี่ยนผลึกคริสตัลที่ฉีหว่านเคยเห็นในภาพตัวอย่างก่อนหน้านี้
ฉีหว่านหันกลับมา แล้วอธิบายให้สองชายชราฟังว่า
“ก่อนพวกคุณจะเข้ามาซื้อของ จำเป็นต้องมาแลกเหรียญทองที่ตรงนี้ก่อน ร้านจำหน่ายสินค้าแบบบริการตนเองใช้เหรียญทองในการชำระเงินเท่านั้น เพราะฉะนั้นก่อนเข้าไปต้องแลกเหรียญทองก่อน ข้างในไม่สามารถใช้ผลึกคริสตัลจับจ่ายซื้อของได้โดยตรง”
แม้ว่าสองชายชราจะไม่เข้าใจว่าเหรียญทองคืออะไร แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางที่พวกเขาจะเชื่อฟังคำพูดของฉีหว่าน คนหนึ่งยืนฝั่งหนึ่ง พอดีสามารถแลกพร้อมกันได้ทีละสองคน
หน้าจอแลกเปลี่ยนเรียบง่ายมาก ด้านบนเขียนอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้
ผลึกคริสตัลระดับหนึ่ง 1 ก้อน สามารถแลกเหรียญทองได้ 100 เหรียญ
ผลึกคริสตัลระดับสอง 1 ก้อน สามารถแลกเหรียญทองได้ 1,000 เหรียญ
ผลึกคริสตัลระดับสาม 1 ก้อน สามารถแลกเหรียญทองได้ 10,000 เหรียญ
ผลึกคริสตัลระดับสี่ 1 ก้อน สามารถแลกเหรียญทองได้ 100,000 เหรียญ
และเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ระดับเพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ จำนวนเหรียญทองก็จะเพิ่มศูนย์อีกหนึ่งตัว
เหล่าหวังและเหล่ากงมีผลึกคริสตัลระดับสามอยู่พอดี จึงต่างคนต่างแลกเหรียญทองคนละ 10,000 เหรียญ
หลังจากสองชายชราแลกเสร็จ ซ่งจวินหลิง และกงจงเหลียงก็แลกตาม พวกเขาแลกจำนวนมากกว่าโดยตรง จึงหยิบผลึกคริสตัลระดับสี่ออกมา
ฉีหว่านเห็นว่าทั้งสองคนแลกเสร็จแล้ว จึงหันไปตะโกนบอกผู้รอดชีวิตจากฐานที่อยู่ด้านนอก
“ผู้รอดชีวิตจากฐานลี้ภัยที่อยู่ด้านหลังทุกคน พวกคุณสามารถมาแลกได้ที่ทั้งสองฝั่ง หากยังสงสัย ก็สามารถลองแลกด้วยผลึกคริสตัลระดับหนึ่งก่อนก็ได้ ทุกคนสามารถต่อแถวอยู่ด้านนอก ประตูกระจกนี้เป็นระบบตรวจจับอัตโนมัติ โปรดระวังความปลอดภัย อย่ายืนอยู่ตรงตำแหน่งประตูกระจกโดยตรง”
ผู้รอดชีวิตจากฐานด้านนอก แม้จะยังมีความสงสัยอยู่ แต่ก็ยังเดินเข้ามา พวกเขาไม่ได้แลกมากนัก อย่างที่ฉีหว่านบอก เพียงแลกด้วยผลึกคริสตัลระดับหนึ่งเท่านั้น
หลังจากเหล่าหวังและเหล่ากงแลกเหรียญทองเสร็จ ก็เอาเหรียญทองยัดลงในกระเป๋า
เห็นว่าข้างๆ มีรถเข็น พวกเขาก็ลากรถเข็นมาอย่างรู้หน้าที่ รอให้ฉีหว่านเดินมาพร้อมกัน
ร้านใหม่เพิ่งเปิด ระหว่างรถเข็นกับด้านในของร้านจำหน่ายสินค้าแบบบริการตนเอง มีผ้าม่านผืนหนึ่งกั้นเอาไว้
ฉีหว่านคิดว่า อาจจะตั้งใจจะมอบเซอร์ไพรส์ให้พวกเขาก็ได้ ก่อนที่เธอจะเปิดผ้าม่าน คนที่อยู่ด้านนอกจะไม่สามารถเห็นภาพด้านในได้
“เสี่ยวฉี รีบมาหน่อย เปิดผ้าม่านนี่เร็ว”
เหล่ากงรอไม่ไหวแล้ว เขาอยากรู้มากว่าข้างในมีอะไรบ้าง
ฉีหว่านยิ้มบางๆ เดินเข้ามา แล้วเปิดผ้าม่านออกโดยตรง เผยให้เห็นทุกอย่างที่อยู่ด้านในของร้านจำหน่ายสินค้าแบบบริการตนเอง
ด้านขวาเป็นเคาน์เตอร์ชำระเงินอัตโนมัติ พวกเขาจึงเข้าไปจากทางฝั่งซ้ายก่อน
ผู้รอดชีวิตจากฐานที่กำลังต่อแถวแลกเหรียญทอง เมื่อเห็นของด้านใน ต่างรู้สึกเหมือนกำลังจะคลุ้มคลั่ง
ของพวกนี้มีอยู่จริงหรือ? พวกเขาสามารถซื้อของด้านในได้จริงหรือ? ราคาคงไม่แพงเกินไปหรอกใช่ไหม?
ฉีหว่านเดินนำหน้า พาเหล่าหวังกับเหล่ากงเข้ามาจากฝั่งซ้าย แล้วพูดว่า
“พวกคุณสามารถเดินดูได้ตามสบายเลยค่ะ หากเดินเข้าไปด้านในจะเห็นโซนผักผลไม้ และก็มีโซนอาหารทะเลด้วย หากเดินไปทางด้านขวา จะเห็นผ้าห่มกับเสื้อผ้า ยังมีเตียงกับแอร์ให้ซื้อด้วย สามารถเดินดูได้ตามสบายเลยค่ะ”
ตอนนี้ของที่มีมากที่สุดในเมืองซิ่งฝูก็คือผัก ผลไม้ เนื้อไก่ เนื้อหมู กุ้ง และปลากะพง
หลังจากที่ฉีหว่าน ฮั่นเหล่าป๋อ และฮั่นอิงเหอเก็บเกี่ยวมาหลายครั้ง นอกจากผักกับผลไม้แล้ว ของอย่างอื่นก็มีอยู่มากมายเหลือเกิน
ชั้นวางสินค้าที่อยู่ติดกันหลายชั้นในร้านจำหน่ายสินค้าแบบบริการตนเอง แทบทั้งหมดวางของชนิดเดียวกันเอาไว้
ยกเว้นกุ้งกับปลากะพงที่อยู่ในโซนอาหารทะเล ซึ่งยังว่ายน้ำกระโดดโลดเต้นอยู่ในตู้
ส่วนสินค้าอื่นๆ ล้วนวางอยู่บนชั้นวาง
“สวรรค์! เนื้อหมูนี่แค่สิบเหรียญทองต่อครึ่งกิโลกรัมเอง! ถูกขนาดนี้จริงหรือ?”
เหล่าหวังหันกลับมาถามฉีหว่านอย่างไม่อยากเชื่อ ราคานี้ถูกจริงหรือ? ผลึกคริสตัลระดับหนึ่งเพียงหนึ่งก้อน ก็สามารถซื้อเนื้อหมูได้ครึ่งกิโลกรัม ราคาแทบจะเท่ากับก่อนยุควันสิ้นโลกเลย แถมยังถูกกว่าเสียอีก
“ใช่ค่ะ แต่เนื้อหมูแต่ละส่วนราคาจะไม่เหมือนกัน แน่นอนว่าซี่โครงต้องราคาไม่เท่ากับกระดูกหมู คุณสามารถเลือกซื้อได้ตามต้องการค่ะ ด้านโน้นยังมีหม้อด้วย หากไม่มีหม้อก็สามารถไปซื้อได้ การทำอาหารไม่มีหม้อไม่ได้หรอกค่ะ”
ฉีหว่านชี้ไปอีกด้านหนึ่ง ตรงนั้นวางผ้าห่ม เสื้อผ้า และของที่ไม่ใช่อาหาร
“ราคานี้ถูกเกินไปแล้ว เมืองซิ่งฝูเลี้ยงสัตว์ไว้มากแค่ไหนกันแน่ เสี่ยวฉี เธอยังได้กำไรอยู่อีกเหรอ?”
เหล่ากงถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ต้องกังวลค่ะ ยังมีกำไรอยู่แน่นอน หากมีโอกาสต้องไปดูเมืองซิ่งฝูสักครั้ง เห็นด้วยตาตัวเองจะดีกว่าที่ฉันอธิบาย ตอนนี้ฉันกำลังคุยกับคุณซ่งเรื่องป้ายรถบัส เชื่อว่าอีกไม่นาน ฐานเมือง D ก็จะมีรถบัสวิ่งตรงไปยังเมืองซิ่งฝู ไม่ว่าจะเป็นรถบัสหรือป้ายรถบัส ล้วนมีระบบความปลอดภัยหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ หากมีเวลาพวกคุณก็สามารถไปลองนั่งดูได้”
“ปู่ฮั่นก็คิดถึงพวกคุณมาก ฝีมือทำอาหารของเขาดีจริงๆ ตอนนี้เมืองซิ่งฝูมีผักเยอะแล้ว เขาจึงสามารถทำอาหารอร่อยๆ ได้ทุกวัน ในเมืองซิ่งฝูยังมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้เตาอบเก่งด้วย ของที่เธออบออกมานั้นอร่อยมาก เมื่อวานก่อนฉันจะมาที่นี่ ยังได้ลองชิมหมูกรอบที่เธอทำมาเลย รสชาติดีมาก หากพวกคุณมาเยี่ยม ฉันจะเจ้าภาพเลี้ยงอาหารทุกมื้อเอง”
ฉีหว่านทำอาหารไม่เป็น แต่เธอสามารถจ่ายเงินให้ฝูเยว่ช่วยทำได้ หากสองชายชรามาจริงๆ เธอย่อมไม่ปล่อยให้พวกเขาขาดแคลนอะไรแน่นอน
“ฝีมือของเหล่าฮั่น พวกเราเชื่อใจอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนี้พวกเรายุ่งกันมาก คงไม่มีเวลาจะไปจริงๆ”
เหล่าหวังถอนหายใจอย่างเสียดาย ตอนนี้ทุกคนต่างก็ยุ่งกับงาน จะไม่ยุ่งได้อย่างไรเล่า
“ตอนนี้พวกคุณกำลังยุ่งเรื่องการเพาะปลูกอยู่หรือคะ?” ฉีหว่านถาม
“เธอนี่นะ ถามทั้งที่รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ ตาเฒ่าอย่างพวกเราจะไปยุ่งเรื่องอะไรได้อีก”
เหล่ากงพูดตำหนิเล็กน้อย หยิบซี่โครงขึ้นมาหนึ่งชิ้น เห็นว่ารอบๆ ไม่มีถุงใส่ของ จึงวางลงในรถเข็น
ฉีหว่านไม่ได้ถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว เธอจงใจพูดประโยคนี้ออกมา ก็เพื่อเปิดประเด็นเรื่องที่จะพูดต่อไป
“เมื่อไม่กี่วันก่อน ที่ของฉันมีการประมูลที่ดินสิบหมู่ เหมือนกับก่อนยุควันสิ้นโลก เป็นดินที่สามารถเพาะปลูกได้จริงทั้งหมด”
เพียงประโยคสั้นๆ ของฉีหว่าน ก็ทำให้มือของเหล่าหวังและเหล่ากงหยุดนิ่ง ทั้งสองมองฉีหว่านด้วยความตกตะลึง แล้วค่อยๆ หันตัวมาทางเธอ
ปากอ้าค้างเล็กน้อย แต่ไม่มีคำพูดใดออกมา สีหน้าบนใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังสงสัยว่าตัวเองเมื่อครู่ได้ยินผิดไปหรือเปล่า
ที่ดินสิบหมู่? ประมูล? ก่อนยุควันสิ้นโลก?
“ที่ดินพวกนั้นถูกคนอื่นซื้อไปหมดแล้วหรือ?”
เสียงเย็นใสของซ่งจวินหลิงดังขึ้นอีกครั้ง
ฉีหว่านหันไปมองซ่งจวินหลิง แล้วพยักหน้า
“ใช่ค่ะ ที่ดินสิบหมู่นั้นถูกแบ่งประมูลออกเป็นสิบครั้ง สุดท้ายที่ดินหนึ่งหมู่ถูกขายในราคาสูงถึงยี่สิบผลึกคริสตัลระดับสี่ และสามารถใช้ผลึกคริสตัลระดับอื่นที่มีมูลค่าเท่ากันแลกเปลี่ยนได้”
เธอไม่ได้ลดเสียงลงเป็นพิเศษ เพราะผู้รอดชีวิตจากฐานที่เดินผ่านไปมา ต่างก็ได้ยินสิ่งที่พวกเขากำลังพูดกัน
“ฉันไม่รู้แล้วว่าวันนี้ต้องตกใจอีกสักกี่ครั้งกัน ราคาของในร้านจำหน่ายสินค้าแบบบริการตนเองนี่ถูกเกินไป นี่คือความตกใจครั้งแรกของฉัน พอได้ยินว่ามีที่ดินให้เพาะปลูก นี่คือความตกใจครั้งที่สอง ส่วนราคาที่ขายออกไปสูงขนาดนั้น คือความตกใจครั้งที่สาม!”
“ฉันเองก็จำไม่ได้แล้วว่าวันนี้ส่งเสียงอุทานกี่ครั้งแล้ว หลังจากผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าเจ้าเมืองฉีคนนี้มาถึง ทุกเรื่องที่เธอพูด และทุกอย่างที่เธอทำ ล้วนทำให้ฉันรู้สึกทึ่งมากเลยจริงๆ”
“ตอนนี้ฉันตั้งตารอป้ายรถบัสที่เธอพูดถึงมาก ไม่รู้ว่าหัวหน้าฐานจะตกลงกันเสร็จเมื่อไร ตอนนี้อารมณ์ของฉันทั้งตื่นเต้นทั้งฮึกเหิมอย่างบอกไม่ถูก งั้นขอใช้การช้อปปิ้งมาระบายอารมณ์พวกนี้ก่อนก็แล้วกัน”
ผู้รอดชีวิตจากฐานหลายคนตื่นเต้นอย่างมาก พวกเขาไม่คุยกันต่อแล้ว เริ่มเข้าสู่โหมดซื้อของทันที เผื่อว่าวันนี้สินค้ามีแค่นิดเดียว หากช้าไปก็ไม่รู้ว่าจะต้องรอจนถึงเมื่อไร
อย่างที่เขาพูดกัน มือไวได้ก่อน มือช้าหมดสิทธิ์
ของถูกขนาดนี้ ต้องรีบคว้าเอาไว้ก่อน
ผู้รอดชีวิตจากฐานที่แลกผลึกคริสตัลเพียงหนึ่งก้อน รีบฉวยโอกาสตอนนี้ที่คนยังไม่เยอะ กลับไปแลกผลึกคริสตัลที่พกติดตัวมาทั้งหมด
เพียงไม่นาน ชั้นวางสินค้าชั้นหนึ่งก็ว่างเปล่า จากนั้นก็มีชั้นวางว่างเปล่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อชั้นวางว่างเปล่าชั้นที่หกปรากฏขึ้น เหล่าหวังกับเหล่ากงจึงเพิ่งได้สติกลับมา เมื่อครู่พวกเขาไม่ได้ฟังผิดจริงๆ สิ่งที่ฉีหว่านพูดคือ การประมูลที่ดินสิบหมู่
เหล่าหวังหันไปมองซ่งจวินหลิงทันที ความหมายในสายตาชัดเจนมาก เขาครุ่นคิดคำพูดเล็กน้อย แล้วพูดออกมาตรงๆ
“พวกเราสองคน ขอออกไปทำงานนอกพื้นที่สักหน่อย คงไม่มีปัญหาใช่ไหม”
กงจงเหลียงได้ยินประโยคของเหล่าหวัง ก็รู้สึกทั้งขำทั้งจนปัญญา คำพูดตรงไปตรงมาแบบนี้ แต่เขาก็รู้สึกว่าเหล่าหวังไม่ได้พูดผิด เรื่องนี้ถือเป็นการไปทำงานนอกพื้นที่จริงๆ เพราะออกจากขอบเขตของฐานไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นงานนอกพื้นที่ตามธรรมชาติ
ซ่งจวินหลิงเหลือบมองฉีหว่านอย่างแผ่วเบา มองไม่ออกเลยว่าสายตาของเขามีความหมายอะไร เพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย
“ได้ แต่ต้องยื่นคำขอก่อน”
เหล่าหวังและเหล่ากงมองหน้ากัน ต่างเห็นความดีใจที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของอีกฝ่าย เพียงแค่ยอมตกลง เรื่องอื่นๆ หลังจากนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว
พวกเขาเองก็ไม่ได้รีบอะไร วันสองวันไปถึงแล้วก็อยู่สักสามห้าหกวัน พวกเขามีเหตุผลมากมายที่จะอยู่ต่อในเมืองซิ่งฝู อย่างไรเสียก็เพื่อการเพาะปลูกทั้งนั้น