- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 735 เกมเทพเจ้า: ตัวต่อกับฉัน 121
บทที่ 735 เกมเทพเจ้า: ตัวต่อกับฉัน 121
บทที่ 735 เกมเทพเจ้า: ตัวต่อกับฉัน 121
บทที่ 735 เกมเทพเจ้า: ตัวต่อกับฉัน 121
สกิลที่เร็วที่สุดหลายสกิลกลืนกินร่างของเธอ ท่ามกลางเสียงระเบิดมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด
ปัง——!
เป็นกระสุนเปล่า
หลอดเลือดของเธอกลับไปเป็นเหมือนเมื่อ 2 นาทีก่อน
อวี๋ตุ้นบินขนานไปกับเธอ สายตาของมันหยุดอยู่ที่ผีเสื้อที่เพิ่งจะบินวนอย่างเริงร่าอยู่ครู่หนึ่ง มันเมินเฉยต่อเสียงบ่นพึมพำของผู้เล่น แล้วแย่งชิงสกิลมาเพิ่มอีก
"เธอกำลังพยายามใช้สถานการณ์สุดโต่งมาโต้แย้งข้อสงสัยของฉัน" มันประเมินคำตอบของไจ้จิ่วสวินเกอเช่นนี้
อวี๋สวินเกอมองไปที่อวี๋ตุ้น สายตานั้นราวกับกำลังมองเด็กน้อยที่ไม่รู้ประสีประสา "ในใจของนาย หลังจากที่รู้ตัวว่าถูกจ้องมองอยู่ ฉันต้องแสดงความโกรธแค้นและต่อต้านออกมาถึงจะเรียกว่ามีศักดิ์ศรีงั้นเหรอ พอเจอผู้เล่นเจ๋อหลาน ต่อให้ฉันจะไร้เดียงสาราวกับกระดาษเปล่า ฉันก็ต้องรังเกียจทุกสิ่งทุกอย่างของพวกเธอ ถึงจะคู่ควรกับชื่อไจ้จิ่วอย่างนั้นสิ"
อวี๋ตุ้นเงียบงัน มันคิดแบบนั้นจริงๆ
อวี๋สวินเกอเรียกพังงาเรือสีน้ำเงินเข้มออกมา แล้วย้ายไปที่มุมหนึ่งของสวนสนุกเดือน 7 เพื่อหลบหลีกสกิลเหล่านั้นที่ไม่อาจหลบเลี่ยงได้อีกต่อไป
เธอรู้ว่าอวี๋ตุ้นจะต้องตามมา
เมื่อร่างของอวี๋ตุ้นปรากฏขึ้นที่ด้านข้าง อวี๋สวินเกอก็พูดต่อ
"แต่ในใจฉัน นั่นเป็นเพียงการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของผู้อ่อนแอ ดิ้นรนจบก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีแต่จะทำให้คนหัวเราะเยาะ"
"ทำไมฉันต้องโกรธ ฉันมีสิทธิ์อะไรไปต่อต้าน"
"พวกมันชอบดูฉันเล่นเกม ฉันใช้ความสามารถของตัวเองแย่งชิงความโปรดปรานมาจากสายตาของเทพเจ้าและปีศาจ ความโปรดปรานนี้ทำให้ฉันได้ประโยชน์ ทำให้ฉันได้รับสิทธิ์ในการถูกสั่งสอน มันผิดตรงไหนล่ะ!"
"ความรู้ของเจ๋อหลานทำไมฉันถึงจะเรียนไม่ได้ พวกเธอมีความกล้าพอที่จะสอนต่างเผ่าพันธุ์ที่พวกเธอกำลังรุกราน แล้วทำไมฉันถึงจะไม่กล้าเรียนล่ะ"
คำตอบของอวี๋สวินเกอราวกับแทงใจดำอวี๋ตุ้น มันรีบยืนยันกลับทันที "ตรงนี้นี่แหละที่ผิด ทุกๆ การเลือกของเธอล้วนแฝงไปด้วยผลประโยชน์ แม้แต่การที่เธอเลือก [เกมแห่งความโง่เขลา] ก็ยังเกี่ยวข้องกับคำว่าอวี๋ตุ้นด้วย"
"เธอพยายามโยนความผิดทั้งหมดไปที่ความหมดหนทางตอนที่ฉันอยู่เหนือกว่าแล้วพิพากษาความอ่อนแอของเธอ ไม่ สิ่งที่ฉันเกลียด คือการที่เธอมีทางเลือกอื่นตั้งมากมาย แต่เธอกลับไล่ตามขุมพลังทุกหยดที่เธอมองเห็นอย่างร้อนรน ประจบประแจงทุกตัวตนที่สามารถมอบพลังให้กับเธอได้ เพื่อพลังแล้วเธอสามารถประนีประนอมกับทุกสิ่ง ท่าทางแบบนั้นมันน่าเกลียดเกินไป!"
คำตอบของอวี๋ตุ้นเปรียบเสมือนสายลมที่พัดผ่าน ทำให้ไฟป่าเริ่มตื่นขึ้น
"นายคิดว่าการที่ฉันกระตือรือร้นไล่ตามคำสอนของชีฮวากับกู่โส่วคือการประจบประแจง"
"นายคิดว่าสภาพที่ฉันดิ้นรนและวางแผนอยู่ที่นี่มันน่าเกลียดและน่าเวทนา!"
"หรือว่าแค่ฉันยืนอยู่กับที่ ยืดหลังตรงอย่างเย่อหยิ่งและไม่ยอมก้มหัว เกียรติยศและพลังก็จะมาสยบแทบเท้าฉันเองงั้นเหรอ ชิ้นส่วนทุกชิ้นของ [เกมแห่งความโง่เขลา] จะวิ่งเข้ามาหาฉันเองงั้นเหรอ"
"ถ้าการประจบประแจงในปากของนายหมายถึงการที่ฉันออกจากเดือน 15 อยู่ในเดือน 3 หรือแม้แต่ไปที่สวนสนุกเดือน 7 เพื่อคลุกฝุ่นต่อสู้ในสมรภูมิที่ไม่ใช่ของฉันเลยสักนิด"
"ถ้าตัวตลกที่นายให้คำนิยาม คือท่าทางอันทุลักทุเลตอนที่ฉันดูดซับพลัง รวมถึงความทะเยอทะยานและความโลภที่ยากจะสงบลงของฉัน!"
น้ำเสียงของอวี๋สวินเกอสั่นเครือเพราะถูกจุดประกายด้วยความโกรธ แต่ทุกถ้อยคำที่เปล่งออกมากลับแหลมคมอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ทุกถ้อยคำล้วนปกป้องศักดิ์ศรีของเธอ ปกป้องสิ่งที่เธอทุ่มเทลงไป
การขัดขวางครั้งแล้วครั้งเล่าจากอวี๋ตุ้น การพิพากษาและการดูถูกเหยียดหยามจากเบื้องบนของอวี๋ตุ้น ทำให้เธอโกรธจนเกินจะทน ทำให้จิตใจของเธอยากจะสงบลง
บางที...บางทีตอนที่เธอรู้ตัวว่าตัวเองอยู่ในคณะละครสัตว์ เธออาจจะเคยโกรธแค้นและไม่ยินยอมมาก่อน เพียงแต่ความโกรธแค้นนั้นถูกเธอเมินเฉยอย่างจงใจ ถูกเธอกดทับไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ
แล้วมันเกี่ยวอะไรกันล่ะ
เดิมทีโลกก็คือสวนสนุกขนาดยักษ์ ผู้แข็งแกร่งคือสิงโตที่กระโดดลอดห่วงไฟ ผู้อ่อนแอคือลิงที่ลากรถเข็น ทุกคนไม่ได้แตกต่างกันเลย
โลกของผู้อ่อนแอก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและการประนีประนอมอยู่แล้ว!
แต่ในวินาทีนี้ ความไม่ใส่ใจที่เธอแสร้งทำขึ้นมา กลับถูกอวี๋ตุ้นทิ่มแทงอย่างโหดร้าย
เธอฝืนพยุงศักดิ์ศรีเฮือกสุดท้ายขึ้นมา
"ตัวตลกเหรอ?!"
"ฉันยอมคุกเข่าคลานขึ้นไป ดีกว่ายืนแสดงความโกรธอยู่กับที่!"
"อย่างแรกทำให้ฉันขยับเข้าใกล้อนาคตที่ฉันต้องการได้ทีละก้าว ส่วนอย่างหลังต่างหากที่เป็นตัวตลกของจริง!!"
"โกรธให้ใครดู ให้นายดูงั้นเหรอ?! จะได้รับคำชมจากนายสักประโยคหรือรอยยิ้มสักครั้งไหม"
"นั่นมันเป็นของวิเศษอะไรนักหนาเชียวเหรอ"
"นายเกลียดทุกๆ ทางเลือกของฉัน ดังนั้นนายถึงต้องมาช่วงชิงผลปวงแห่งชัยชนะของฉันไป!"
"นายมีสิทธิ์อะไร?!"
"อวี๋ตุ้น...อวี๋ตุ้นเหรอ อวี๋ตุ้น!!"
เธอเรียกขานนามของเทพเจ้าโดยตรง เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ แววตาก็สว่างไสวขึ้นตามเสียงตะโกนของเธอ เธอไม่เคยรังเกียจเทพเจ้าหรือปีศาจตนไหนเท่านี้มาก่อนเลย
"นายมันเย่อหยิ่งเกินไปแล้ว!"
อวี๋สวินเกอวิพากษ์วิจารณ์อวี๋ตุ้นกลับบ้าง
นายวิจารณ์ฉันใช่ไหม งั้นฉันก็จะวิจารณ์นายเหมือนกัน!
"คนที่เปลี่ยนสงครามระหว่างโลกให้กลายเป็นเกม แล้วมองผู้เล่นเป็นของเล่นไม่ใช่พวกนายงั้นเหรอ ฉันให้ความร่วมมืออย่างว่านอนสอนง่ายขนาดนี้ แต่นายกลับเป็นหนึ่งในพวกนั้น แล้วนายมีสิทธิ์อะไรมาทำตัวอยู่เหนือกว่าเพื่อพิพากษาฉัน?!"
"ถ้าฉันเป็นเทพเจ้า ฉันจะไม่มีทางไปนั่งบนบัลลังก์เทพเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ผู้อ่อนแอที่กำลังพยายามปีนป่ายขึ้นไปว่าท่าทางนั้นมันถูกใจนายหรือไม่หรอก"
"การที่นายมายืนวิจารณ์ฉันอยู่ตรงหน้าได้ เป็นเพราะนายไม่เคยก้มหัว ไม่เคยประนีประนอมงั้นเหรอ ไม่เลย เป็นแค่เพราะนายแข็งแกร่งกว่าฉันต่างหาก!"
"เป็นแค่เพราะนายแข็งแกร่งกว่าฉัน ดังนั้นนายถึงมีสิทธิ์ปฏิเสธทุกอย่าง! แต่นายกลับทำตัวอยู่เหนือกว่า มาตั้งคำถามและพิพากษาตัวตนที่ไร้พลังจะต่อต้าน แล้วถามเธอว่าทำไมต้องยอมประนีประนอมกับพวกนายด้วย?!"
"สีหน้าเย่อหยิ่งของนายมันน่าสะอิดสะเอียนจริงๆ!"
ดวงตาสีดำราวกับเม็ดถั่วบนใบหน้าของอวี๋ตุ้นเบิกกว้าง ปากเป็ดของมันก็อ้าออกเล็กน้อย
อวี๋สวินเกอด่าอวี๋ตุ้นรวดเดียวจบก็รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย เธอชำเลืองมองหลอดเลือดที่ลดต่ำกว่าระดับอันตรายแล้ว จึงตัดสินใจใช้พังงาเรือสีน้ำเงินเข้มออกจากเดือน 7 อย่างเด็ดขาด และมุ่งหน้าไปที่เดือน 3 เพื่อซื้อเวลาให้ตัวเองเพิ่ม
ณ สวนสนุกเดือน 3 อวี๋ตุ้นยังคงไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด
ในวินาทีที่ไล่ตามไจ้จิ่วสวินเกอทัน อวี๋ตุ้นก็แทบจะรอไม่ไหวที่จะเถียงกลับ "ฉันยอมรับในความเย่อหยิ่งของตัวเอง แล้วเธอล่ะ"
มันไม่ไปถกเถียงอีกแล้วว่าศักดิ์ศรีของไจ้จิ่วสวินเกออยู่ที่ไหน และไม่ไปโต้เถียงอีกแล้วว่าเธอควรประนีประนอมหรือไม่ บางทีอาจเป็นเพราะคำพูดของไจ้จิ่วสวินเกอเมื่อครู่นี้เกือบจะโน้มน้าวมันได้สำเร็จ หรือบางทีมันอาจจะใส่ใจกับคำวิจารณ์ของไจ้จิ่วสวินเกอที่มีต่อมันมากกว่า
"เธอดูเหมือนจะระมัดระวังรอบคอบ แต่จริงๆ แล้วเธอเย่อหยิ่งยิ่งกว่าฉันซะอีก!"
"ถ้าเธอแสวงหาความมั่นคงปลอดภัยจริงๆ เธอคงไม่มาที่สวนสนุกเดือน 3 หรอก แล้วเธอล่ะ ไม่เพียงแต่จะมาที่สวนสนุกเดือน 3 แม้แต่การปกป้องกาชาปองครั้งที่สาม เธอก็ยังเลือกสวนสนุกเดือน 7 ตามสัญชาตญาณ! ตอนนั้นเธอไม่มีใบวาร์ปงั้นเหรอ"
"เธอมี เธอจะสุ่มเลือกที่ไหนก็ง่ายกว่าสวนสนุกเดือน 7 ทั้งนั้น แต่เธอกลับหาข้ออ้างสารพัดให้ตัวเองเพื่อที่จะไม่ไปที่นั่น"
"เป็นเพราะเธอไม่เคยมองลงต่ำ ในใจเธอ มีเพียงห้วงลึกและระดับที่สูงกว่าห้วงลึกเท่านั้นที่มีสิทธิ์เป็นคู่ต่อสู้ของเธอ! มีเพียงห้วงลึกและระดับที่สูงกว่าห้วงลึกเท่านั้นที่คู่ควรให้เธอทุ่มสุดตัว!"
"เธอชื่นชมแต่ผู้แข็งแกร่ง เธอเต็มใจที่จะปะทะกับผู้แข็งแกร่งเท่านั้น เธอไม่สนใจผู้อ่อนแอเลยสักนิด"
"เธอไม่เพียงแต่เย่อหยิ่ง แต่เธอยังโลภมาก เธอเกลียดความธรรมดาสามัญ เธอไม่เต็มใจที่จะทำตามขั้นตอน เธอหลอกใช้ทุกสิ่งที่เธอพบเจอ สิ่งที่เธอต้องการ เธอต้องคว้ามันมาให้ได้ทั้งหมด"
"ตอนนี้ เธอบอกฉันมาสิว่า ระหว่างเธอกับฉัน ใครเย่อหยิ่งกว่ากัน"
สิ่งที่อวี๋ตุ้นได้รับกลับมาคือความเงียบงันอันเนิ่นนานของไจ้จิ่วสวินเกอ
ในชั่วขณะหนึ่ง พวกเธอทั้งสองต่างก็หยุดชะงักลง ลอยตัวเผชิญหน้ากันอยู่กลางอากาศ
กลุ่มสกิลที่หมุนวนรอบตัวพวกเธอเปรียบเสมือนพายุหมุน และพวกเธอก็กำลังยืนอยู่ใจกลางพายุนั้น
สกิลที่อยู่ด้านหลังสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ภายใต้การควบคุมของอวี๋ตุ้น สกิลเหล่านั้นกลับไม่ได้พุ่งเข้าหาไจ้จิ่วสวินเกอ ตรงกันข้าม มันกลับเริ่มบินวนรอบตัวพวกเธอ มันอยากฟังว่าไจ้จิ่วสวินเกอยังอยากจะพูดอะไรอีก
จุดเวลาที่อวี๋สวินเกอรอคอยมาถึงแล้ว เธอหยิบ [เกมแห่งความโง่เขลา] ขึ้นมาอีกครั้ง กงล้อเริ่มหมุน
ผีเสื้อเรืองแสงสีทองบินร่อน ปากกระบอกปืนของเธอเล็งตรงไปที่อวี๋ตุ้น ราวกับผู้ตัดสินที่กำลังประกาศความผิดของสรรพสัตว์เสียงดังลั่น "ในเมื่อนายยอมรับความเย่อหยิ่งของตัวเองแล้ว!"
กงล้อหยุดหมุน ผีเสื้อเกาะลงบนกระบอกปืนอย่างแผ่วเบา เธอเอาปากกระบอกปืนจ่อที่หัวของตัวเอง แล้วพูดเสียงเบา "งั้นฉันก็จะยอมรับความเย่อหยิ่งและความโลภของตัวเองเหมือนกัน"
"นายพูดถูก การเอาชนะผู้อ่อนแอมันมีแต่จะทำให้ฉันรู้สึกเบื่อหน่าย มีเพียงผู้แข็งแกร่งและสถานการณ์สิ้นหวังเท่านั้นที่ทำให้ฉันเลือดสูบฉีด ฉันไม่ยอมเป็นแค่คนธรรมดา ฉันช้าลงไม่ได้ ฉันทำทุกวิถีทาง และฉันก็สนุกกับความทุลักทุเลนี้!"
การที่เธอออกจากสวนสนุกเดือน 15 ไม่ใช่แค่เพราะเธอรู้ตัวว่าเทพเจ้าอยากให้เธอไปเท่านั้น แต่เป็นเพราะตัวเธอเองก็อยากจะไปเหมือนกัน
ความสุขสบายมีแต่จะทำให้เธอรู้สึกจืดชืดไร้รสชาติ เธอยอมตายอย่างน่าเวทนาด้วยน้ำมือของผู้แข็งแกร่ง ดีกว่าต้องพึ่งพาการเอาชนะผู้เล่นที่ด้อยกว่าเธอครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อแสดงความแข็งแกร่งและรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง นั่นมันน่าเบื่อเกินไป จืดชืดเกินไป และขี้ขลาดเกินไป!
เธอต้องเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรียนรู้ได้จากผู้แข็งแกร่งทุกคนที่เธอพบเจอ!
เธอต้องเหยียบย่ำผู้แข็งแกร่งเหล่านี้เพื่อก้าวขึ้นสู่บันไดสวรรค์!!!