- หน้าแรก
- กริมม์พอร์ต เมืองท่าหมอกมรณะกับหมอวิปลาส
- บทที่ 60 - การโจมตี
บทที่ 60 - การโจมตี
บทที่ 60 - การโจมตี
บทที่ 60 - การโจมตี
ผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ต่างพากันแตกตื่นวิ่งหนีไปทั่วทุกทิศทาง หลู่เยวียนพาเบรนท์และมิน่ามุ่งหน้าไปยังฐานทัพอย่างรวดเร็ว เมื่อมองดูฝูงชนที่กำลังหนีตาย หลู่เยวียนก็ทราบดีในใจว่าผู้เฝ้ายามราตรีไม่มีทางอพยพคนทั้งหมดได้ในเวลาอันสั้น เห็นชัดว่าคนเหล่านี้คงต้องพึ่งพาดวงของตนเองแล้ว
ตลอดทาง เขาเห็นร่างของหน่วยลอบสังหารมากกว่าหนึ่งรายพุ่งผ่านหลังคาและมุมตรอก ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวจางๆ เหมือนกลิ่นน้ำทะเล และเหมือนกลิ่นปลาเน่า กลิ่นนี้ฉุนมากจนหลู่เยวียนนึกถึงกลิ่นที่แผ่ออกมาจากตัวลอว์สันในครั้งแรกที่เจอเขา
ขณะที่รุดหน้าต่อไป อักขระสีขาวอมเทาที่ขอบสายตาของหลู่เยวียนก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ:
【การรับรู้สภาพแวดล้อม: ตรวจพบความเข้มข้นของการกลายพันธุ์โดยรอบพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้รักษาระยะห่างหรือรีบถอยห่างทันที】
ยิ่งเข้าใกล้ฐานทัพ กลิ่นคาวนั้นก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น ไกลออกไปเริ่มได้ยินเสียงระเบิดและเสียงปืนแว่วมา การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว
ห้านาทีต่อมา หลู่เยวียนพาทั้งสองคนพุ่งเข้าไปในประตูใหญ่ของฐานทัพ ภายในยามนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศการเตรียมพร้อมรบที่ตึงเครียด เหล่าผู้เฝ้ายามราตรีกำลังเร่งสวมใส่อุปกรณ์ บางคนกำลังตรวจสอบอาวุธ บางคนกำลังแจกจ่ายกระสุนและระเบิดเพลิง
มารียืนอยู่กลางโถงใหญ่ กำลังสวมชุดเกราะลงอาคม บนเกราะสลักอักขระที่ซับซ้อนไว้เต็มไปหมด มันกะพริบแสงสีน้ำเงินจางๆ ภายใต้แสงไฟ ข้างกายของนางมีหัวหน้าหน่วยย่อยไม่กี่คนที่สวมยุทโธปกรณ์ครบชุด สีหน้าเคร่งขรึม
"หมอหลู่!" มารีเห็นเขา แล้วชำเลืองมองเบรนท์และมิน่า จากนั้นนางก็ชี้ไปที่ส่วนลึกของโถงใหญ่ "พวเขาไปที่ห้องนิรภัยด้านหลัง ที่นั่นมีเจ้าหน้าที่สายสนับสนุนคนอื่นๆ อยู่"
หลู่เยวียนหันไปหาเบรนท์ "พามิน่าไปด้านหลัง ฟังคำสั่งของเจ้าหน้าที่ที่นั่น อย่าวิ่งเพ่นพ่าน หมึกอยู่กับข้าก่อน"
เบรนท์ทราบดีว่าตนช่วยอะไรไม่ได้จึงพยักหน้าตอบรับ "พี่หลู่ระวังตัวด้วยนะครับ" จากนั้นเขาก็พามิน่าเร่งฝีเท้าไปด้านหลัง มิน่าหันกลับมามองหลู่เยวียนแวบหนึ่ง แววตาเต็มไปด้วยความกังวล แต่สุดท้ายก็นิ่งเงียบแล้วเดินตามพี่ชายไป
หลู่เยวียนหันมาหาหารมารี "สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?"
มารีพลางล็อกเกราะแขนพลางเอ่ยอย่างรวดเร็ว "สายสืบปะทะกับศัตรูแล้ว จำนวนอย่างน้อยหกสิบรายขึ้นไป ทั้งหมดเป็นชายชุดเทา"
"มอร์แกนไปคุยเรื่องความร่วมมือกับสมาคมทะยานฟ้ายังไม่กลับมา"
"ฮันส์และวาเลนตินยังพักรักษาตัวอยู่ ไม่สามารถเข้าร่วมรบได้ในเวลาสั้นๆ" นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "ตอนนี้คนที่สู้ได้ มีเพียงข้า หัวหน้าหน่วยไม่กี่คน และสมาชิกอีกประมาณยี่สิบคนเท่านั้น"
หลู่เยวียนได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว "หกสิบต่อยี่สิบกว่าคนรึ?"
"จำนวนเสียเปรียบมาก แต่เราได้เปรียบเรื่องยุทโธปกรณ์" มารีหยิบดาบลงอาคมขึ้นมา "และที่สำคัญ..." นางหยุดเล็กน้อยก่อนจะลดเสียงต่ำลง "มอร์แกนติดตั้งบางอย่างไว้ในฐานทัพ มันคือวิธีการทางวิศวกรรมโครงสร้างของเขา ในวินาทีวิกฤตสามารถเปิดใช้งานได้ แต่ราคาที่ต้องจ่ายนั้นมหาศาล หากไม่ถึงที่สุดจริงๆ จะใช้ไม่ได้เด็ดขาด"
"นี่คือหนึ่งในไพ่ตายของพวกเรา" หลู่เยวียนพยักหน้าโดยไม่ซักไซ้ต่อว่า "ราคาที่ต้องจ่าย" นั้นคืออะไร
มารีมองเขา "หมอหลู่ หากสถานการณ์ไม่สู้ดี ท่านและหมึกจะเป็นหนึ่งในแนวป้องกันด่านสุดท้าย"
"ข้าทราบดีว่าท่านไม่ใช่สายรบ แต่ยามนี้คนไม่พอจริงๆ"
"ข้าเข้าใจ" หลู่เยวียนกระชับปืนลูกโม่ในมือ
มารีพยักหน้าพลางหันไปตะโกนลั่น "ทุกคน! เตรียมออกศึก!"
"หน่วยหนึ่ง หน่วยสอง ตามข้ามา ไปหนุนแนวหน้า!"
"หน่วยสามคุมปีกซ้าย หน่วยสี่เฝ้าโถงใหญ่ไว้!" เหล่าผู้เฝ้ายามราตรีเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มารีพาสมาชิกส่วนใหญ่พุ่งออกจากทางเข้าฐานทัพไป
หลู่เยวียนยืนอยู่ส่วนลึกของโถงใหญ่ เมื่อมองผ่านประตูที่เปิดอ้าอยู่ ก็มองเห็นสถานการณ์การรบที่ปากทางเข้า สายสืบเริ่มเปิดฉากยิงปะทะกับศัตรูแล้ว
ร่างในชุดคลุมสีเทาหลายสิบคนกำลังพุ่งเข้าใส่แนวป้องกัน ในมือถืออาวุธหลากหลายชนิด——ทั้งดาบเหล็กขึ้นสนิม หอกกระดูก หรือแม้แต่ฉมวกจับปลา ปืนลูกโม่ลงอาคมของสายสืบระดมยิงอย่างต่อเนื่อง เสียงปืนดังขึ้นไม่ขาดสาย
หัวกระสุนเล่นแร่แปรธาตุแหวกอากาศ ทว่ากลับถูกม่านน้ำสีน้ำเงินจางๆ เบื้องหน้าพวกชายชุดเทาขวางไว้! ม่านน้ำนั้นควบแน่นขึ้นกลางความว่างเปล่า มันไหลวนไปมาประดุจสิ่งมีชีวิต กลืนกินหัวกระสุนเข้าไปจนหมดสิ้น
มีสายสืบขว้างระเบิดเพลิงออกไป ขวดแก้วแตกกระจาย เปลวเพลิงลุกโชน——แต่ม่านน้ำนั้นกลับพุ่งเข้าใส่ในพริบตา ดับเปลวไฟจนมอดสนิท "บ้าจริง! พวกมันมีผู้ใช้พลังธาตุน้ำ!" สายสืบคนหนึ่งคำรามลั่น
ท่ามกลางกลุ่มชายชุดเทา มีคนอยู่ไม่กี่คนที่มือทั้งสองข้างแผ่แสงสีน้ำเงินจางๆ ออกมาตลอดเวลา เห็นชัดว่าพวกเขาคือผู้ควบคุมม่านน้ำเหล่านั้น พลังทำลายของสายสืบถูกกดทับ แนวป้องกันเริ่มสั่นคลอน
ทว่าในวินาทีนั้น มารีก็พากำลังหลักมาถึง "ระดมยิง!" นางออกคำสั่ง เหล่าผู้เฝ้ายามราตรีเปิดฉากยิงพร้อมกัน ทั้งปืนลูกโม่ ระเบิดเพลิง และดินปืนขับไล่มนตรา-รุ่น 3——อาวุธทุกชนิดถูกสาดซัดออกไป
ผู้เฝ้ายามราตรีคนหนึ่งหยิบขวดแก้วสีเงินออกมาจากเป้ ขว้างเข้าไปในจุดที่ชายชุดเทาเกาะกลุ่มกันหนาแน่นที่สุด มิธริล! เปลวไฟสีเงินขาวระเบิดพรึ่บขึ้นมาทันที นั่นคืออัคคีเล่นแร่แปรธาตุที่เผาผลาญ "จิตวิญญาณ"! ม่านน้ำไม่อาจขวางกั้นได้ ชายชุดเทาอย่างน้อยห้าคนถูกอัคคีสีเงินกลืนกิน ร้องโหยหวนจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
การจู่โจมอันดุดันกะทันหันของผู้เฝ้ายามราตรีทำให้ขบวนของชายชุดเทาปั่นป่วนชั่วขณะ ทว่าในวินาทีนั้นเอง——
ใจกลางกลุ่มชายชุดเทา ร่างที่หลังค่อมร่างหนึ่งค่อยๆ ชูมือทั้งสองข้างขึ้น ในมือของเขามีลูกบอลน้ำที่กำลังหมุนวนควบแน่นอยู่ มันแผ่รัศมีสีน้ำเงินเข้มที่ดูสยดสยองออกมา ชายผู้นั้นเริ่มร่ายมนต์พึมพำ ท่วงทำนองนั้นแปลกประหลาดและบิดเบี้ยว ราวกับเป็นเสียงกระซิบจากทะเลลึก: "ท่านแม่ผู้ยิ่งใหญ่... โปรดประทานการคุ้มครองแก่เหล่าบุตรธิดาของพระองค์..."
"ขอจงให้ความเงียบสงัดแห่งทะเลลึก... ปกคลุมแผ่นดินผืนนี้..."
เมื่อร่ายมนต์จบ ลูกบอลน้ำนั้นก็ระเบิดออก! คลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นกระจายตัวออกจากเขาเป็นวงกว้าง ปกคลุมไปทั่วทั้งสมรภูมิ
หลู่เยวียนรู้สึกถึงแรงกดดันที่ทำให้หายใจไม่ออกพุ่งเข้าใส่
【สติสัมปชัญญะ: ๖๐/๗๑ → ๕๙/๗๑】
สติสัมปชัญญะของหลู่เยวียนที่ยังไม่ทันฟื้นฟูดียิ่งลดลงไปอีกเล็กน้อย จากนั้นเรื่องประหลาดก็เกิดขึ้น ดินปืนขับไล่มนตราที่ผู้เฝ้ายามราตรีขว้างออกไปร่วงลงในกลุ่มศัตรูแต่กลับไม่ระเบิดอย่างน่าประหลาด จากนั้นระเบิดเพลิงอีกขวดกระแทกพื้นจนแตก——เปลวไฟเพิ่งจะลุกไหม้ก็ถูกพลังงานที่มองไม่เห็นดับลงทันที แม้แต่ความเร็วในการยิงของปืนลูกโม่ลงอาคมก็ดูเฉื่อยชาลง หัวกระสุนที่พุ่งออกมาดูเหมือนถูกน้ำห่อหุ้มไว้จนความเร็วลดลง
"วัตถุระเบิดทกชนิดใช้ไม่ได้ผลแล้ว!" ใครบางคนตะโกนออกมาด้วยความหวาดผวา
นั่นคือวิธีการของโบสถ์แห่งทะเลลึก——เขตแดนสะกดอัคคีที่ใช้ดับเปลวไฟและแรงระเบิด! เมื่อสูญเสียความได้เปรียบเรื่องพลังทำลาย ความได้เปรียบเดิมของผู้เฝ้ายามราตรีก็มลายหายไปสิ้น
ชายชุดเทาไม่ปล่อยโอกาสให้ผู้เฝ้ายามราตรีได้หายใจ พวกเขาฉวยโอกาสพุ่งจู่โจม ส่งเสียงคำรามพลางพุ่งเข้าใส่แนวป้องกัน สถานการณ์พลิกผันกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบทันที!
"อย่าลนลาน!" มารีเห็นดังนั้นก็คำรามลั่น ดาบลงอาคมในมือระเบิดแสงสีเงินเจิดจ้าออกมา บนตัวนาง อักขระบนชุดเกราะลงอาคมสว่างวาบขึ้นมาทั้งหมด คลื่นแสงสีเงินขาวกระจายตัวออกจากตัวนางเป็นวงแหวน
วงแหวนสีเงินปกคลุมผู้เฝ้ายามราตรีทุกคนไว้ แม้แต่หลู่เยวียนที่เฝ้าอยู่ที่โถงใหญ่ก็สัมผัสได้ถึงพลังอันอบอุ่นที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย นั่นคือพลังเหนือธรรมชาติของมารีอย่างนั้นรึ?
"ปืนพกคุ้มกัน สายรุกประจัญบาน!" มารีพุ่งเข้าสู่ดงศัตรูเป็นคนแรก ดาบที่ห่อหุ้มด้วยแสงสีเงินตวัดผ่าน เพียงพริบตาเดียวก็ตัดร่างชายชุดเทาสองคนจนขาดครึ่งทันที
(จบแล้ว)