- หน้าแรก
- แชทกลุ่มสะท้านมิติ
- บทที่ 205 พวกเราถูกเปิดโปงแล้ว!
บทที่ 205 พวกเราถูกเปิดโปงแล้ว!
บทที่ 205 พวกเราถูกเปิดโปงแล้ว!
จักรวาลสั่นสะเทือน มรรคานับหมื่นยอมศิโรราบ สรรพสัตว์ล้วนสามารถทอดมองเห็นปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์สายหนึ่ง
ณ ศูนย์กลางของจักรวาล ราวกับเป็นที่อันสูงส่งไร้ที่สิ้นสุด กาลเพลาสับสนวุ่นวาย พลังสายเลือดพุ่งชนความโกลาหล ก่อกวนทุกสรรพสิ่ง
มีคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากพลังสายเลือดอันเต็มท้องฟ้า กาลเพลาอันไร้ขอบเขต กลิ่นอายแข็งแกร่งสะท้านโลก เมื่อเทียบกับคนผู้นี้ มหาจักรพรรดิทั้งสองพระองค์ที่บรรลุมรรคาในช่วงสามพันห้าร้อยปีของปฏิทินมรรคา ดูเหมือนจะไม่นับเป็นสิ่งใดเลย
นั่นคือจักรพรรดิสวรรค์!
จักรพรรดิสวรรค์ที่ไม่ได้ปรากฏตัวมาถึงสามพันห้าร้อยปี ปรากฏตัวขึ้นอีกคราในโลกมนุษย์! พลังฝีมือก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น!
จักรพรรดิสวรรค์ยังดูหนุ่มแน่น ใบหน้าหล่อเหลา เส้นผมสีดำสลวยราวกับหยกเซียน เหยียบย่ำมรรคานับหมื่นแห่งฟ้าดิน ดำรงอยู่บนที่อันสูงส่งไร้ที่สิ้นสุด ทอดมองลงมายังโลกมนุษย์ทั้งมวล
"จักรพรรดิสวรรค์!"
สรรพสัตว์ต่างพากันโห่ร้อง ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใด มีมหาจักรพรรดิถือกำเนิดขึ้นกี่พระองค์ ชื่อของจักรพรรดิสวรรค์ ก็ยังคงสลักอยู่ในใจของพวกเขาเสมอมา
เมิ่งชวนได้ยินเสียงโห่ร้องของพวกเขา ก็แย้มยิ้มให้พวกเขา โบกมือทักทาย ทำให้บางคนตื่นเต้นจนใบหน้าแดงก่ำไปหมด
ที่น่าประหลาดใจคือ ไม่ว่าผู้คนจะอยู่ที่ใด ต่อให้อยู่ที่สุดขอบจักรวาลทั้งสองฝั่ง ก็รู้สึกว่าจักรพรรดิสวรรค์กำลังเผชิญหน้ากับพวกเขา สิ่งที่มองเห็น ก็คือด้านหน้าของจักรพรรดิสวรรค์เสมอ!
"เจ้าพวกชอบโชว์ ออกจากการเก็บตัวก็ออกจากการเก็บตัวสิ ยังตั้งใจสร้างความเคลื่อนไหวใหญ่โตถึงเพียงนี้ออกมาอีก"
กายศักดิ์สิทธิ์ผู้สำเร็จธรรมมองดูภาพเหตุการณ์นี้ พลางพึมพำ กู่อีและอู๋สื่ออดไม่ได้ที่จะปรายตามองเขาแวบหนึ่ง
นี่เจ้ายังคิดว่าเส้นทางมหาจักรพรรดิของตนยังขรุขระไม่พออีกหรือ?
"วีรบุรุษมักมีความเห็นตรงกัน ทำราวกับว่าเขาเก็บตัวบำเพ็ญเพียรแล้วจะไม่ได้ออกไปเตร็ดเตร่ข้างนอกอย่างไรอย่างนั้น"
ด้านข้าง จีเหลียนซิงพยักหน้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เจียงเต้าหรานดึงนางเบาเบา
คนเถื่อนที่ไม่ได้อยู่รวมกับคนอื่นอื่นเมื่อได้ยินคำพูดของกายศักดิ์สิทธิ์ผู้สำเร็จธรรม เมื่อมองดูจักรพรรดิสวรรค์ที่จงใจปล่อยพลังสายเลือดสร้างสเปเชียลเอฟเฟกต์อยู่ไกลออกไป คนเถื่อนถึงกับแย้มยิ้มออกมาเบาเบา แล้วหายไปในพริบตา ราวกับเป็นภาพลวงตา
เมิ่งชวนปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทุกคน เริ่มจากปรายตามองกายศักดิ์สิทธิ์ผู้สำเร็จธรรมแวบหนึ่งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ในวินาทีนี้ สิ่งที่แฝงอยู่ในดวงตาของจักรพรรดิสวรรค์ ทำให้กายศักดิ์สิทธิ์ผู้สำเร็จธรรมรู้สึกสับสนอยู่บ้าง
"ทุกท่าน ไม่พานพบกันตั้งสามพันปี สบายดีหรือไม่?" เมิ่งชวนทักทายทุกคนอย่างกระตือรือร้น แสดงออกถึงความคิดถึงอย่างลึกซึ้งตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา
ผู้คนที่นี่ล้วนเงียบงัน ไม่รู้จะกล่าวสิ่งใดดี
เสี้ยวจิตวิญญาณของเจ้าไม่ได้มาป้วนเปี้ยนอยู่ใต้จมูกพวกเราทุกวันหรอกหรือ!!
สามมหาจักรพรรดิหยวนฮั่วสบตากัน ล้วนเข้าใจความหมายในแววตาของอีกฝ่าย
จักรพรรดิสวรรค์เช่นนี้เนี่ยนะ ที่ทุบตีเขตหวงห้ามจนกลายเป็นลูกแกะน้อยได้?
นี่คือโลกของผู้แข็งแกร่งงั้นหรือ?
"ก็ดี อาศัยโลกแห่งมรรคา พวกเราก้าวหน้า..." จีเหลียนซิงตอบเมิ่งชวน ทว่ายังกล่าวไม่ทันจบ ก็ถูกเมิ่งชวนพูดแทรก
"ในเมื่อสบายดี ทุกคนก็ยุ่งกับการบำเพ็ญเพียร เช่นนั้นข้าก็ไม่รบกวนทุกคนแล้ว ลาก่อน!"
หลังจากกล่าวจบ เมิ่งชวนก็หายตัวไปจากที่นี่ เมื่อสัมผัสได้ถึงสถานที่ที่เมิ่งชวนปรากฏตัวขึ้นอีกครา จีเหลียนซิงและกายศักดิ์สิทธิ์ผู้สำเร็จธรรมก็กำหมัดแน่น
เจ้าสุนัขชั่ว!
"มหาจักรพรรดิ ข้าออกจากการเก็บตัวแล้ว!"
เมิ่งชวนมาถึงเบื้องหน้าคนเถื่อน แย้มยิ้มอย่างเบิกบานใจ จากนั้นก็นั่งลงตรงข้ามคนเถื่อนอย่างเป็นธรรมชาติ
"มหาจักรพรรดิ ไม่พานพบกันสามพันห้าร้อยปี ก้าวหน้าไปมากเลยนะ!" เมิ่งชวนเอ่ยชื่นชมความก้าวหน้าในมรรคาอันยิ่งใหญ่ของคนเถื่อน ขณะเดียวกันก็ลืมไปเสียสนิท ว่าเมื่อครู่นี้ทวยเทพยังสนทนาเรื่องการบำเพ็ญเพียรกับเขาอยู่เลย แต่เขากลับเดินจากมาอย่างไร้ความปรานี
"เทียบจักรพรรดิสวรรค์ไม่ได้หรอก" คนเถื่อนมองเมิ่งชวน น้ำเสียงเย็นชา "จักรพรรดิสวรรค์เข้าใกล้ความเป็นเซียนไปอีกก้าวแล้ว"
"ฮ่าฮ่าฮ่า เรื่องเล็กน้อย เรื่องเล็กน้อยน่า" เมิ่งชวนพอใจเป็นอย่างยิ่ง
การเก็บตัวบำเพ็ญเพียรในครั้งนี้ เขาได้ลอกคราบเป็นครั้งที่เจ็ดแล้ว ใกล้จะเดินไปจนสุดเส้นทางแห่งการบรรลุเซียนของตนแล้ว
ต้นกำเนิดมรรคาเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับเขาที่สุดจริงจริง เดิมทีเขาก็อยู่ไม่ไกลจากการลอกคราบครั้งที่เจ็ดแล้ว ต้นกำเนิดมรรคาชุดนี้ ทำให้เขาสำเร็จการลอกคราบในครั้งนี้ได้โดยตรง
ต้นกำเนิดมรรคาชุดนี้ ทำให้มรรคาอันยิ่งใหญ่แห่งเต้าสื่อของเมิ่งชวนก้าวข้ามก้าวสำคัญไป ความเข้าใจต่อต้นกำเนิดแห่งมรรคาอันยิ่งใหญ่ของโลกดาบมังกรหยก ทำให้เขามีกลิ่นอายของการเป็นจุดเริ่มต้นแห่งมรรคาของโลกใบนั้นอยู่บ้าง
โลกใบนั้นแม้จะสู้โลกปิดฟ้าข้ามสวรรค์ไม่ได้ แต่ต่อให้เป็นโลกที่เล็กเพียงใด หากเมิ่งชวนได้เป็นจุดเริ่มต้นแห่งมรรคาของโลกใบหนึ่ง ความหมายของมันที่มีต่อเขา ก็ยิ่งใหญ่หาใดเปรียบเช่นกัน
นี่คือการทะลวงผ่านจากศูนย์ไปสู่หนึ่ง!
สำหรับมรรคาอันยิ่งใหญ่ของเมิ่งชวน นี่คือการยกระดับอย่างแน่นอน ทำให้เขาสำเร็จการลอกคราบครั้งที่เจ็ดได้โดยตรง ถึงขั้นทำให้วิถีแห่งโลกหนึ่งคัมภีร์แห่งเกียรติยศของเขามีความก้าวหน้าด้วยเช่นกัน
เขาได้สร้างร่างสะท้อนขึ้นมาในโลกของจางซานเฟิงแล้ว!
ไม่ผิด ก็คือเทพไท่ซานสุดหล่อผู้นั้นนั่นเอง!
แม้ยอดจำนวนของร่างสะท้อนที่ต้องการเพื่อพิสูจน์ตำนานด้วยตนจะยังห่างไกลอีกมาก แต่มีสักร่างก็ยังดีกว่าไม่มีเลยนี่นา!
ที่สำคัญที่สุดคือ ร่างสะท้อนไม่สิ้นสุด เมิ่งชวนก็ไม่มีวันดับสูญ!
ความสามารถในการเอาชีวิตรอดของเมิ่งชวน พุ่งสูงขึ้นในพริบตา!
หากวันหน้าเมิ่งชวนพานพบเคราะห์กรรม หวังจะสังหารเมิ่งชวนให้ดับสูญอย่างสมบูรณ์ ก็ได้ เจ้าก็ไปสังหารเทพภูเขาไท่ซานในโลกของจางซานเฟิงให้ดับสูญก่อนก็แล้วกัน!
จากนั้นเมิ่งชวนก็สนทนากับคนเถื่อนอีกครู่หนึ่ง จากที่นี่ไปอย่างอารมณ์ดี พอออกมาก็พบกับสายตาแปลกประหลาดของทวยเทพ
"มองอันใดกัน! ไม่เคยพานพบยอดฝีมือระดับเส้นทางเซียนสองคนถกเรื่องมรรคาหรืออย่างไร!" เมิ่งชวนถลึงตากลับใส่หลายคน โดยเน้นไปที่จีเหลียนซิงและกายศักดิ์สิทธิ์ผู้สำเร็จธรรม
ทวยเทพส่งเสียงฮึดฮัดอย่างดูแคลน ทิ้งสายตาที่แฝงความหมายลึกซึ้งเอาไว้ แล้วรีบเผ่นหนีไปทันที ทิ้งกู่อีไว้เพียงลำพัง
"มหาจักรพรรดิ ข้าจะกลับแล้วนะ" กู่อีมองเมิ่งชวนพลางกล่าว นางอยู่ที่นี่นานพอแล้ว แม้จะอาศัยจุดเริ่มต้นแห่งกาลอวกาศเพื่อข้ามโลก แต่โลกของนางก็จะผ่านไปเพียงพริบตาเดียวเท่านั้น
"อ้าว ท่านปรมาจารย์จะไปแล้วหรือ?" เมิ่งชวนกล่าว "ยังไม่ได้ต้อนรับท่านปรมาจารย์ให้ดีเลย จะไปแล้วหรือ แอบเสียดายอยู่เหมือนกันนะ"
"มหาจักรพรรดิ ท่านพาข้าเดินชมโลกแห่งมรรคาจนเกือบจะทั่วแล้วนะ" กู่อีกล่าว หลังจากที่นางบรรลุมหาจักรพรรดิ เสี้ยวจิตวิญญาณของเมิ่งชวนก็มักจะพานางไปเดินเล่นที่นั่นที่นี่อยู่บ่อยครา
จากนั้นเมิ่งชวนก็สนทนากับกู่อีอีกสองสามประโยค แล้วก็มองส่งกู่อีจากโลกปิดฟ้าข้ามสวรรค์ไป
เป้าหมายของนางคือการบรรลุมรรคา สิ่งที่เมิ่งชวนฝากฝังไว้ก็คือการขัดขวางไม่ให้อู๋สื่อและกายศักดิ์สิทธิ์ผู้สำเร็จธรรมบรรลุมรรคา นางล้วนทำสำเร็จแล้ว ตอนนี้ย่อมอยากจะกลับไปยังโลกของตน
"แต่ว่า มหาจักรพรรดิกู่อีกลับมาร์เวล" สีหน้าของเมิ่งชวนดูลึกลับซับซ้อน "มักจะรู้สึกเสมอว่า จะมีบางสิ่งบางอย่างต้องพานพบเคราะห์กรรม"
ครานี้กู่อีไปฝึกเซียนกลับมา หวนคืนสู่เมืองหลวง!
จากนั้นเมิ่งชวนก็เข้ากลุ่มแชท ก็เห็นข่าวใหญ่ระดับสะท้านฟ้าในกลุ่มโดยตรง
[สมาชิกกลุ่ม] เฟยเผิง lv93: ทุกท่าน เรื่องของข้ากับฉงโหล้ว ถูกเปิดโปงแล้ว!
"???" บนใบหน้าของเมิ่งชวนเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ถูกเปิดโปงแล้วจะทำเช่นไร? พวกเจ้าสองคนจะพิจารณาหนีตามกันไปหรือไม่?
[ผู้ดูแลระบบ] เมิ่งชวน lv149: เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ?
[สมาชิกกลุ่ม] เฟยเผิง lv93: วันนั้น ข้าก็ต่อสู้กับฉงโหล้วอย่างดุเดือดตามปกติ
เยี่ยมมาก ท่านแม่ทัพ ท่านมีความฉลาดทางอารมณ์สูงส่งยิ่งนัก เห็นได้ชัดว่าเป็นการทุบตีอยู่ฝ่ายเดียว ท่านยังอุตส่าห์เรียกว่าการต่อสู้ครั้งใหญ่อีก! ดูท่าฉงโหล้วจะมีตำแหน่งสูงมากในใจท่านจริงจริง ในเพลาเช่นนี้ยังอุตส่าห์นึกถึงหน้าตาของเขาอีก
ยอดเยี่ยมมากท่านแม่ทัพ!
[สมาชิกกลุ่ม] เฟยเผิง lv93: จากนั้น เรื่องของพวกเราสองคน ก็ถูกคนพบเข้า!
"???" เมิ่งชวนมีเครื่องหมายคำถามอีกครา ท่านแม่ทัพ ท่านไม่คิดหรือว่า การแนะนำเรื่องราวของท่านนี้ มันจะดูเรียบง่ายไปสักนิดกระมัง?
เมิ่งชวนมองดูเมล็ดแตงโมในมือของตน เขายังไม่ได้เริ่มแทะเลย เรื่องราวก็จบลงแล้วหรือ?
เมิ่งชวนพลันรู้สึกหมดสนุกขึ้นมาในทันที
ถือโอกาสแทรกสักประโยค เมล็ดแตงโมนี้ คือเมล็ดแตงโมโอสถนักบุญที่เมิ่งชวนตั้งใจเพาะปลูกขึ้นมา ได้รับความนิยมอย่างมากในโลกแห่งมรรคา ทุกคนล้วนอยากจะกินเมล็ดแตงโมโอสถนักบุญที่เพาะปลูกโดยจักรพรรดิสวรรค์ เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัวตนสูงสุดนี้ นักบุญนับไม่ถ้วนปรารถนาอยากจะได้สักชั่งแต่ก็ไม่ได้
[ผู้ดูแลระบบ] เมิ่งฉี lv59: แล้วจะทำเช่นไรดีเล่า?
[ผู้ดูแลระบบ] เมิ่งชวน lv149: จะทำเช่นไรได้เล่า แน่นอนว่าต้องเลือกที่จะยอมรับอย่างกล้าหาญน่ะสิ!
[สมาชิกกลุ่ม] ปี่ปี๋ตง lv56: นี่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ท่านแม่ทัพถูกเนรเทศลงมาบนโลกมนุษย์ตามเนื้อเรื่องเดิมกระมัง?
ตามเนื้อเรื่องเดิม ก็เป็นเพราะเฟยเผิงและฉงโหล้วต่อสู้กัน ทำให้ไม่มีผู้ใดเฝ้าประตูสวรรค์ แดนมารจึงบุกรุกสวรรค์ จักรพรรดิสวรรค์กริ้ว ที่นี่ไม่ได้หมายถึงเมิ่งชวนกริ้ว แต่หมายถึงจักรพรรดิสวรรค์ในเซียนกระบี่พิชิตมาร
ทว่าตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
เฟยเผิงก็รู้สึกสับสนอยู่บ้าง ตนทำผิดหน้าที่ของตนจริงจริง อีกทั้งการไปมาหาสู่กับจอมมาร ก็เป็นเรื่องที่เหล่าทวยเทพมิอาจยอมรับได้จริงจริง
แน่นอนว่า ตอนนี้ไม่ได้เกิดเรื่องแดนมารบุกรุกสวรรค์ขึ้น เฟยเผิงแข็งแกร่งกว่าเดิมไม่รู้เท่าใด ย่อมไม่ปล่อยให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นอีก ดังนั้น สถานการณ์ในตอนนี้จึงไม่ได้เลวร้ายเท่ากับในเนื้อเรื่องเดิม
[สมาชิกกลุ่ม] เย่าเฉิน lv63: สู้ทรยศสวรรค์ไปเลยดีกว่า! แล้วไปใช้ชีวิตอยู่กับฉงโหล้วที่แดนมารเถิด!
เย่าเฉินเสนอความคิดแย่แย่ออกมา เมิ่งชวนมองแวบเดียวก็รู้แล้ว ว่าเซียวเหยียนเล่านิทานเรื่องใหม่ให้เย่าเฉินฟังอีกแล้ว
[สมาชิกกลุ่ม] ลู่หมิงเฟย lv41: ไม่เหมาะ ตอนนี้เป็นเพียงแค่พบว่าท่านแม่ทัพและฉงโหล้วลอบคบหากัน ไม่น่าจะถึงขั้นเนรเทศท่านแม่ทัพโดยตรงเหมือนในเนื้อเรื่องเดิมหรอก
[ผู้ดูแลระบบ] เมิ่งชวน lv149: ลอบคบหาที่เจ้ากล่าวถึง มันเป็นเรื่องปกติใช่หรือไม่?
เมิ่งชวนรู้สึกพูดไม่ออก ตอนที่ข้าไม่อยู่ พวกเจ้ากำลังสนทนาเรื่องอันใดกันอยู่เนี่ย?
[สมาชิกกลุ่ม] จิไรยะ lv44: เป็นการลอบคบหาแบบที่ข้าเข้าใจหรือเปล่านะ?
จิไรยะสีหน้าแปลกประหลาด หรือว่าในกลุ่มนี้ ตนยังมีสหายร่วมอุดมการณ์อยู่อีก?
ทุกคนในกลุ่มช่วยกันคิดหาหนทาง ท้ายที่สุด ก็ไม่ได้ความอันใดเลยสักอย่างเดียว
ทว่า เฟยเผิงก็ไม่มีทางที่จะไปต่อสู้กับฉงโหล้วอย่างสบายใจ และไปหาซีเหยาได้อย่างสบายใจเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
เพราะเรื่องราวความรัก อา ไม่ถูกสิ เรื่องราวมิตรภาพอันน่าซาบซึ้งใจ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นระหว่างยอดขุนพลอันดับหนึ่งแห่งสวรรค์และตัวตนสูงสุดแห่งแดนมารแล้ว!
เฟยเผิงหล่อมากจริงจริง รองลงมาจากข้าและนักอ่านทุกท่านเท่านั้น