- หน้าแรก
- สามก๊ก: ข้า หม่าซู่ ปรารถนาเพียงความตาย
- บทที่ 490 - คลื่นใต้น้ำโหมกระหน่ำ
บทที่ 490 - คลื่นใต้น้ำโหมกระหน่ำ
บทที่ 490 - คลื่นใต้น้ำโหมกระหน่ำ
บทที่ 490 - คลื่นใต้น้ำโหมกระหน่ำ
◉◉◉◉◉
หม่าซู่มารับตำแหน่งผู้ว่าการมณฑลอี้โจว และได้รับคำสั่งให้มาสำรวจรังวัดที่ดินทำกิน โดยรับหน้าที่เป็นตัวร้ายทำเรื่องขัดใจคน แต่พัฒนาการของเรื่องราวกลับทำให้หม่าซู่รู้สึกยากที่จะยอมรับ เพราะมันราบรื่นเกินไปเสียแล้ว
หัวเมืองต่างๆ ที่มีกลุ่มตระกูลใหญ่ทรงอิทธิพลที่สุด ต่างแสดงท่าทียอมปล่อยจอยกันหมด พวกเขาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่ทางการส่งไปสำรวจที่ดินอย่างเต็มที่ เรียกได้ว่าแทบจะเขียนคำว่าข้ารังแกง่ายแปะไว้บนหน้าผากอยู่แล้ว
การที่หม่าซู่รู้สึกเหมือนตัวเองเตะเข้าไปที่ก้อนสำลีที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เลยนั้น ทำให้หม่าซู่ไม่รู้สึกถึงความสำเร็จเลยแม้แต่น้อย
รู้อย่างนี้ว่าตระกูลใหญ่ในอี้โจวถูกขยี้จนหมดสิ้นความเย่อหยิ่งไปแล้ว ข้าจะมาที่เฉิงตูทำไม สู้ไปปะทะกับพวกคนเถื่อนในแดนเหนือไม่ดีกว่าหรือ
"แย่แล้ว มาผิดที่เสียแล้ว" หม่าซู่ส่ายหน้าอย่างจนใจ เมื่อมองดูรายงานเบื้องล่าง เขาก็รู้สึกเศร้าใจขึ้นมา จนถึงตอนนี้ในบรรดาหัวเมืองที่ได้รับการตรวจสอบ มีเพียงเมืองเจียงโจวเท่านั้นที่เกิดการต่อต้านขึ้น
อีกทั้งกองกำลังต่อต้านในเจียงโจวก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไร มีเพียงกลุ่มกบฏแค่หนึ่งถึงสองพันคนเท่านั้นที่กำลังก่อเรื่องวุ่นวายอยู่ การก่อความไม่สงบขนาดย่อมเช่นนี้ หม่าซู่ถึงกับขี้เกียจไปจัดการด้วยตัวเอง เขาจึงส่งทหารคนสนิทพากองกำลังไปไม่กี่ร้อยนายเพื่อปราบปราม
แต่ทว่าในตอนที่หม่าซู่คิดว่าเรื่องราวต่อจากนี้ก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่น จู่ๆ ก็มีรายงานการศึกฉบับใหม่ส่งเข้ามา
ทางฝั่งตะวันตก เขตเวิ่นซาน จู่ๆ ก็มีกลุ่มกบฏยกกำลังขับไล่เจ้าหน้าที่ของทางการและเริ่มก่อความวุ่นวาย แม้ว่าขนาดจะไม่ใหญ่โต มีเพียงสองถึงสามพันคน แต่สถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับเฉิงตูมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเขตสู่จวิ้นแล้ว
ในเรื่องนี้ หม่าซู่ตั้งใจจะออกโรงด้วยตัวเอง เพื่อจัดการเรื่องนี้ให้จบโดยเร็ว และกำจัดกลุ่มกบฏพวกนี้ให้สิ้นซาก แต่ในขณะที่หม่าซู่กำลังเตรียมจะออกเดินทาง หลี่มู่ก็รีบรุดกลับมาจากเจียงโจวและสั่งระงับการกระทำของเขาทันที
"ท่านแม่ทัพ ตอนนี้ท่านจะออกจากเฉิงตูไม่ได้เด็ดขาด เรื่องนี้มีเงื่อนงำ" หลี่มู่ดึงตัวหม่าซู่ที่กำลังจะออกเดินทางไว้ สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างมาก
"เรื่องมีเงื่อนงำอย่างนั้นหรือ" หม่าซู่ขมวดคิ้ว และถามขึ้นตามสัญชาตญาณ
"ใช่แล้ว ความวุ่นวายในเจียงโจวมีปัญหา" หลี่มู่ส่ายหน้า และรีบอธิบายให้หม่าซู่ฟังอย่างรวดเร็ว
อันที่จริง การที่การตรวจสอบที่ดินในช่วงแรกดำเนินไปอย่างราบรื่นนั้นเป็นสิ่งที่หลี่มู่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว เพราะหลังจากการทำสงครามมาอย่างยาวนาน คนส่วนใหญ่ก็ย่อมต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข และการตรวจสอบที่ดินนี้ก็ไม่ได้หมายจะเอาชีวิตพวกเขา ตระกูลใหญ่ส่วนใหญ่จึงไม่ต้องการก่อเรื่องวุ่นวายให้เดือดร้อนเพราะเรื่องแค่นี้
แต่ความวุ่นวายในเจียงโจวนั้นอยู่นอกเหนือการคาดเดาของหลี่มู่ พวกตระกูลใหญ่ที่นั่นรวบรวมคนในตระกูลและชาวนาผู้เช่าเพื่อต่อต้านอย่างสุดชีวิต หลังจากที่หลี่มู่ถูกขัดขวาง กลุ่มกบฏพวกนี้ก็เริ่มตอบโต้ด้วยการเข้าโจมตีเมืองต่างๆ อย่างรวดเร็ว ทำทีราวกับจะยอมสู้ตายกับทางการให้ได้
สถานการณ์เช่นนี้มันผิดปกติมาก ดังนั้นหลี่มู่จึงแอบส่งคนไปสืบดูสถานการณ์ แต่เมื่อรายงานข้อมูลที่สืบมาได้ถูกส่งขึ้นมา หลี่มู่ก็รู้สึกถึงความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว
สายลับรายงานว่า ในตอนแรกพวกตระกูลใหญ่ในเจียงโจวไม่ได้มีความคิดที่จะต่อต้านเลย แต่เมื่อไม่นานมานี้ ไม่รู้ว่ามีข่าวลือมาจากไหนว่าหม่าซู่มาที่อี้โจว ก็เพื่อที่จะนำระบบจัดสรรที่ดินของเขามาบังคับใช้ทั่วทั้งอี้โจว
มีข่าวลือว่าหม่าซู่ต้องการริบที่ดินของตระกูลใหญ่ทั้งหมด เพื่อให้ราชสำนักเข้าควบคุมเบ็ดเสร็จ ทำให้ตระกูลใหญ่ในท้องถิ่นเกิดความตื่นตระหนก ผู้คนทั่วทั้งเจียงโจวต่างหวาดผวา
แต่ถึงกระนั้น ตระกูลใหญ่ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะต่อต้าน เพราะชื่อเสียงความน่าเกรงขามของหม่าซู่นั้นยิ่งใหญ่เกินไป พวกเขาจึงไม่มีความกล้าพอที่จะต่อต้าน จนกระทั่งการตรวจสอบที่ดินคืบคลานมาถึงบริเวณเจียงโจว ตระกูลใหญ่เหล่านี้ถึงได้ลุกขึ้นมาก่อเรื่องอย่างผิดวิสัย
"ดังนั้น จื่อเหวินจึงคาดเดาว่ามีคนอยู่เบื้องหลังพวกเขาสินะ" หม่าซู่เลิกคิ้ว และเข้าใจความหมายของหลี่มู่ในทันที
"ไม่ใช่แค่คาดเดา ข้ามั่นใจว่าต้องมีคนบงการพวกเขาอยู่อย่างแน่นอน" หลี่มู่ส่ายหน้า น้ำเสียงของเขาหนักแน่นเป็นอย่างยิ่ง
"ยิ่งไปกว่านั้น ความวุ่นวายในเขตเวิ่นซาน ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะถูกคนยุยงปลุกปั่นเช่นกัน และจุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกเขาก็ไม่ใช่การต่อต้าน แต่เพื่อล่อท่านแม่ทัพให้ออกจากเฉิงตูต่างหาก"
ในตอนนี้ ต่อให้การคมนาคมจะยากลำบากเพียงใด ชื่อเสียงของหม่าซู่ก็ควรจะเป็นที่เลื่องลือไปทั่วแล้ว การที่พวกเขารู้ทั้งรู้ว่าหม่าซู่นั่งประจำการอยู่ที่เฉิงตูแต่ก็ยังกล้าก่อเรื่อง มันก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
พวกเขาถูกคนสั่งการ และเป้าหมายก็เพื่อล่อให้หม่าซู่ไปที่นั่น และเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาก็อาจจะเป็นเฉิงตู
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ดูเหมือนว่าเฉิงตูจะไม่ได้สงบสุขอย่างที่ข้าคิดไว้เสียแล้ว" หม่าซู่พยักหน้าเล็กน้อย เข้าใจเจตนาของหลี่มู่ในทันที
เห็นได้ชัดว่าในสถานที่ที่เขามองไม่เห็น คลื่นใต้น้ำได้เริ่มโหมกระหน่ำแล้ว และจากสถานการณ์ในตอนนี้ ก็คงจะมีใครบางคนคอยบงการอยู่เบื้องหลัง โดยอาศัยชื่อเสียงอันโหดเหี้ยมของเขาไปข่มขู่ตระกูลใหญ่ในอี้โจว บีบบังคับให้พวกเขาต้องตั้งตัวเป็นศัตรูกับต้าฮั่น
เรื่องราวเริ่มกลับมาน่าสนุกอีกครั้งแล้ว
"ในเมื่อมีคนคอยวางแผนอยู่เบื้องหลัง และคนที่พวกเขากลัวก็คือข้า งั้นข้าก็จะทำให้พวกเขาไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็แล้วกัน" หม่าซู่พยักหน้าอย่างหนักแน่น และยกเลิกความคิดที่จะไปปราบปรามความวุ่นวายที่เขตเวิ่นซานด้วยตัวเองทันที ซึ่งการกระทำนี้ทำให้หลี่มู่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาเกรงว่าหม่าซู่จะหน้ามืดตามัว และดึงดันที่จะไปจัดการกับพวกที่ก่อเรื่องด้วยตัวเองให้ได้
แต่ยังไม่ทันที่หลี่มู่จะถอนหายใจจนสุด เขาก็ได้ยินหม่าซู่พูดต่อว่า
"ในเมื่อมีใครบางคนวางแผนอยู่เบื้องหลัง และสิ่งที่พวกเขากลัวก็คือข้า ดังนั้นข้าก็จะทำให้พวกเขาไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็แล้วกัน"
"หม่าต๋ง ตอนนี้เจ้าจงนำกำลังทหารหนึ่งพันนายมุ่งหน้าไปปราบปรามกลุ่มกบฏที่เขตเวิ่นซานทันที ส่วนคนที่เหลือให้รอข้าอยู่ที่เฉิงตู เราจะไปปะทะกับผู้อยู่เบื้องหลังด้วยตัวเอง"
"เท่าไหร่นะ" หลี่มู่แทบจะสงสัยว่าหูตัวเองฝาดไปหรือเปล่า เขาไม่คิดเลยว่าหม่าซู่จะบ้าระห่ำได้ขนาดนี้
เฉิงตูมีกำลังทหารรักษาการณ์รวมทั้งหมดเพียงสองพันนาย ซ้ำยังส่งทหารหลายร้อยนายไปปราบปรามกบฏที่เจียงโจวแล้ว หากหม่าซู่ส่งทหารออกไปอีกหนึ่งพันนาย กำลังพลในเฉิงตูก็จะเหลือเพียงสามร้อยนายเท่านั้น
เมืองใหญ่ขนาดนี้ จะเหลือทหารรักษาการณ์เพียงสามร้อยนายเท่านั้นหรือ
"ไม่ต้องห่วง เหลือทหารแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว หากมีทหารมากกว่านี้ พวกผู้อยู่เบื้องหลังก็คงไม่กล้าลงมือแน่" หม่าซู่โบกมือ และพูดกับหลี่มู่อย่างมั่นใจ
"ข้าอยู่ในที่สว่าง ส่วนพวกมันอยู่ในที่มืด หากปล่อยให้พวกมันก่อเรื่องวุ่นวายในอี้โจวต่อไปก็คงจะยุ่งยากสู้ใช้โอกาสนี้ล่องูออกจากถ้ำ แล้วกวาดล้างผู้อยู่เบื้องหลังในเฉิงตูให้สิ้นซากไปเลยไม่ดีกว่าหรือ"
"แต่ท่านทำเช่นนี้มันเสี่ยงเกินไปแล้ว" หลี่มู่ยังคงรู้สึกจนใจ แต่ก็ถูกหม่าซู่พูดแทรกขึ้นมาด้วยท่าทีห้าวหาญ
"เรื่องนี้จะอันตรายไปกว่ากองทัพนับล้านของพวกวุยจอมปลอมได้อย่างไร ก็เป็นแค่พวกเศษสวะกลุ่มหนึ่งเท่านั้น"
"ข้าตัดสินใจแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรอีก"
หลังจากนั้นสองวัน หม่าต๋ง ขุนพลของหม่าซู่ ก็ได้รับคำสั่งให้นำทัพไปปราบปรามที่เขตเวิ่นซาน โดยพากองกำลังรักษาเมืองส่วนใหญ่ของเฉิงตูออกไปด้วย
เมื่อเขาจากไป กองกำลังรักษาการณ์ในเมืองที่เคยเป็นเมืองหลวงของต้าฮั่นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ก็ลดฮวบลงเหลือเพียงสามถึงสี่ร้อยนาย การป้องกันของเฉิงตูจึงเรียกได้ว่าหละหลวมถึงขีดสุด
แต่สิ่งที่ทำให้หม่าซู่ประหลาดใจก็คือ แม้จะมาถึงขั้นนี้แล้ว แต่เฉิงตูก็ยังคงสงบสุขดี เป็นเวลาหลายวันที่นอกจากจะไม่มีผู้อยู่เบื้องหลังแล้ว แม้แต่กลุ่มกบฏก็ไม่กล้าโผล่หัวออกมา
ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลใหญ่ในบริเวณใกล้เคียงกับเฉิงตูก็ยังคงสงบเสงี่ยมเหมือนเคย ไม่มีใครคิดที่จะก่อเรื่องวุ่นวายเลยแม้แต่น้อย และในเวลาต่อมา ตระกูลใหญ่หลายตระกูลในเฉิงตูก็ได้พากันมาขอลาออกกับหม่าซู่ เพื่อเตรียมตัวย้ายครอบครัว
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ทำให้แม้แต่หม่าซู่เอง และหลี่มู่ก็เริ่มสงสัยในการคาดเดาของตัวเองแล้ว
หรือว่านี่จะเป็นฝีมือของพวกคนทึ่มที่รวมหัวกันก่อเรื่องจริงๆ และไม่ได้มีผู้อยู่เบื้องหลังอะไรทั้งนั้น
วันเวลาผ่านไปเช่นนี้กว่าสิบวัน ในคืนหนึ่ง ก็มีเงาร่างหนึ่งมาเยือนที่นอกเมืองเฉิงตู
[จบแล้ว]