- หน้าแรก
- วันพีซ : เริ่มต้นที่ก็อดวัลเลย์ในฐานะทาส
- บทที่ 481 การรวมพลของเซราฟิม
บทที่ 481 การรวมพลของเซราฟิม
บทที่ 481 การรวมพลของเซราฟิม
บทที่ 481 การรวมพลของเซราฟิม
การผสมผสานระหว่างฝีเท้าอันทรงพลังและพลังของผลเมโร เมโร ปะทุขึ้นอย่างเจิดจ้า แม้ว่าเธอจะอยู่ในโหมดป้องกัน แต่ S-สเน็คก็ยังไม่อาจต้านทานได้...'เพอร์ฟูม ฟีเมอร์' ของแฮนค็อกซัดเธอปลิวถอยหลังไป ขณะที่เธอร่วงกระแทกพื้น หน้าท้องของเธอก็เริ่มกลายเป็นหินด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
กว่าที่ S-สเน็คจะตั้งหลักได้ อาการกลายเป็นหินก็ลุกลามไปถึงไหล่ของเธอแล้ว ทำให้เธอใช้มือคลายพลังของผลเมโร เมโร ได้ยากลำบาก
เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรีดเร้นฮาคิเกราะออกมาให้ถึงขีดสุด ประกายสายฟ้าสีแดงดำอันเป็นเอกลักษณ์ของฮาคิกะพริบวาบไปทั่วร่างขณะที่เธอต่อต้านการกลายเป็นหินที่กำลังคืบคลานเข้ามา
อย่างไรก็ตาม การใช้ฮาคิชำระล้างผลกระทบอย่างสมบูรณ์นั้นต้องใช้เวลา พลังปีศาจที่แฝงอยู่ใน 'เพอร์ฟูม ฟีเมอร์' ไม่ใช่สิ่งที่การโจมตีธรรมดาจะเทียบได้เลย
...
ร่างของแฮนค็อกพร่าเลือนก่อนจะมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า S-สเน็ค เธอมองลงมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
S-สเน็คกัดฟันและอดทนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ในที่สุดเธอก็ถอนหายใจและยอมรับ
"ชั้นแพ้แล้ว"
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของแฮนค็อก เธอโน้มตัวลงและลูบมือไปตามร่างกายของ S-สเน็ค เพื่อคลายการกลายเป็นหิน
S-สเน็คไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย เธอพึมพำขอบคุณแฮนค็อกเบาๆ
แฮนค็อกยิ้มบางๆ และย่อตัวลงข้างๆ เธออย่างสง่างามพลางเอ่ยว่า
"เธอแข็งแกร่งนะ แต่เธอยังเด็กเกินไปและขาดประสบการณ์การต่อสู้"
S-สเน็คขมวดคิ้ว "แต่เธออยู่ที่นี่มาตลอดเลยนี่... เธอเองก็ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้จริงๆ เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?"
แฮนค็อกกำลังจะตอบ แต่จู่ๆ ประตูของลานฝึกซ้อมก็ถูกเปิดออก หญิงสาวหันไปมองและเห็นคาร์ลกับลูเซียยืนอยู่ตรงทางเข้า
ลูเซียมองไปที่ S-สเน็คในลานฝึกและพูดว่า
"นั่นเป็นเพราะแฮนค็อกและคนอื่นๆ ต่อสู้กันเองทุกวันน่ะสิคะ"
ขณะที่พูด เธอและคาร์ลก็เดินเข้าไปหาแฮนค็อกและ S-สเน็ค
แฮนค็อกก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อทักทาย
"นายน้อย ท่านกลับมาแล้ว"
คาร์ลยิ้ม ยกแขนขึ้นเล็กน้อย แฮนค็อกเข้าใจทันที ขยับตัวเข้าไปในอ้อมกอดของเขาอย่างสง่างาม
S-สเน็คร้องเรียกอย่างดีใจ "ท่านคาร์ล!" แต่ไม่นานใบหน้าของเธอก็มืดมนลง ร่องรอยของความหดหู่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
เมื่อสังเกตเห็นเช่นนั้น คาร์ลจึงยื่นมืออีกข้างไปทาง S-สเน็ค ปีกสีดำเล็กๆ บนหลังของเธอกระพือเบาๆ ก่อนที่เธอจะกระโจนเข้าสู่อ้อมแขนของเขา
เธอขดตัวเล็กน้อยและพึมพำ
"ท่านคาร์ล… หนูแพ้แล้ว"
คาร์ลโอบแขนข้างหนึ่งรอบเอวบางของแฮนค็อก ในขณะที่อีกข้างหนึ่งอุ้ม S-สเน็คไว้ เขาก้มหน้าลงพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
"แพ้แล้วยังไงล่ะ? เราทุกคนที่นี่คือครอบครัวเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่หรอกนะ S-สเน็ค เธอทำตัวเหมือนเด็กเลย แฮนค็อกคงรู้สึกผิดแย่แล้วที่รังแกเธอ"
แฮนค็อกหัวเราะคิกคักเบาๆ ในอ้อมแขนของคาร์ล ส่วนใบหน้าของ S-สเน็คก็แดงก่ำ เธอพึมพำ
"หนูไม่ใช่เด็กซะหน่อย..."
แม้ว่าเธอจะมีอายุเพียงแค่ปีกว่าๆ แต่ความคิดความอ่านของเธอไม่ได้เหมือนเด็กเลยแม้แต่น้อย
เธอตกอยู่ในสถานการณ์คล้ายคลึงกับสตุสซี่ในอดีต ตั้งแต่วินาทีที่เธอเกิดมา เธอก็มีความคิดที่พัฒนาเต็มที่แล้ว
เพียงแต่ว่าเธอเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้โลกภายนอก ทำให้บางครั้งเธอก็แสดงด้านที่ไร้เดียงสาและยังไม่เป็นผู้ใหญ่ออกมาบ้าง
ในตอนนั้นเอง โมเนต์และหญิงสาวคนอื่นๆ ก็มารวมตัวกันรอบๆ คาร์ลหันไปหา S-โรบินและถามพร้อมรอยยิ้ม
"S-โรบิน เธออยากประลองกับโรบินดูมั้ย?"
ก่อนที่เขาจะพูดจบ S-โรบินและโรบินก็ส่ายหน้าพร้อมกันและตอบอย่างพร้อมเพรียง
"ไม่ค่ะ"
ปฏิกิริยาที่สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์แบบของพวกเธอทำให้คนอื่นๆ ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
S-โรบินกะพริบตากลมโตและกล่าวว่า
"หนูไม่ได้สนใจการต่อสู้เป็นพิเศษหรอกค่ะ แต่ถ้าเป็นความประสงค์ของท่านคาร์ล หนูก็จะสู้"
โรบินพูดเสริมขึ้นมาทันที
"นายน้อย ดิฉันคิดว่าดิฉันสู้ S-โรบินไม่ได้หรอกค่ะ"
เธอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเธอไม่ได้แข็งแกร่งเท่า S-โรบิน ต่างจากแฮนค็อก เธอไม่ได้มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้โดยธรรมชาติ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเซราฟิมที่มีความสามารถอันทรงพลัง เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่มีทางชนะ
คาร์ลก็แค่ถามไปอย่างนั้น ในเมื่อทั้งสองคนไม่สนใจ เขาก็ไม่ดึงดัน
S-โรบินเอียงคอและมองไปที่ลูเซีย
"คุณคงเป็นลูเซียใช่มั้ยคะ?"
S-สเน็คก็เงยหน้าขึ้นมองลูเซียเช่นกัน ดวงตารูปดาวของเธอเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ระหว่างที่คาร์ลไม่อยู่ โมเนต์และคนอื่นๆ ได้เล่าเรื่องสถานะของลูเซียที่นี่ให้เธอกับ S-โรบินฟังแล้ว
ในเมื่อคาร์ลยอมรับว่า S-สเน็คและ S-โรบินคือ "คนของเขา" ลูเซียก็ย่อมไม่ปฏิบัติกับพวกเธอเหมือนคนนอก เธอมอบรอยยิ้มอันอบอุ่นให้พวกเธอและเอ่ยกับ S-สเน็คโดยเฉพาะ
"S-สเน็ค ถ้าเธออยากได้ประสบการณ์การต่อสู้เพิ่มเติม วันหลังมาหาดิฉันได้เสมอนะคะ"
เซราฟิมทุกคนเกิดมาเป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้ แม้แต่ในหมู่พวกเขา พรสวรรค์ของ S-สเน็คก็ยังจัดอยู่ในระดับหัวกะทิ ต่างจาก S-โรบินที่ขาดความปรารถนาในการต่อสู้ S-สเน็คมีจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันที่แข็งแกร่ง ลูเซียย่อมให้ความสำคัญกับนักรบที่มีแววเช่นนี้อย่างเป็นธรรมชาติ
S-สเน็คพยักหน้าอย่างว่าง่าย แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับลูเซีย แต่เธอก็ระงับความหยิ่งยโสตามปกติของตนเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่มีกลิ่นอายความแข็งแกร่งขนาดนี้โดยสัญชาตญาณ
เธอรู้ดีว่าไม่ว่าจะในใจของคาร์ลหรือในแง่ของพละกำลังดิบ เธอไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับลูเซียเลย คนแบบนี้คู่ควรแก่ความเคารพจากเธอ
...
เมื่อยามเย็นใกล้เข้ามา โมเนต์ก็เอ่ยเตือน
"นายน้อย ใกล้จะถึงเวลามื้อค่ำแล้วค่ะ"
คาร์ลพยักหน้า
"ให้สาวใช้เตรียมอาหารเถอะ เราจะทานด้วยกันทั้งหมด"
หลังมื้อค่ำ S-สเน็คและ S-โรบิน ถูกจัดให้ไปพักที่ห้องของแฮนค็อกและโรบิน ห้องพักของสาวใช้แต่ละห้องกว้างขวางพอ และการให้อาศัยร่วมกับเซราฟิมขนาดเท่าเด็กสองคนก็ไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย
เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวจากทหารเรือเบื้องล่างก็มาถึง...จู่ๆ ก็มีเรือเหาะลำหนึ่งปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ตอนแรกคาร์ลคิดว่าเป็นโดฟลามิงโก้ เขาและลูเซียมุ่งหน้าไปยังสุดขอบของแมรี่จัวร์และแหงนมองขึ้นไป และก็เป็นไปตามคาด เรือขนาดมหึมาลำหนึ่งกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า
เมื่อมองดูใกล้ๆ เขาก็สังเกตเห็นตราสัญลักษณ์ที่เขียนว่า "SSG"...ตราสัญลักษณ์ของหน่วยวิทยาศาสตร์กองทัพเรือ
คาร์ลตระหนักได้ทันทีว่าหนึ่งในเซราฟิม ยาฉะ ได้คัดลอกพลังผลฟุวะ ฟุวะ ของโดฟลามิงโก้มา สิ่งที่เรียกว่าเรือเหาะนี้ต้องเป็นฝีมือของเขาแน่ๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น คาร์ลก็กางปีกออก กระพือปีกอย่างแรงและพุ่งทะยานเข้าหาเรือขนาดยักษ์ลำนั้น โดยมีลูเซียตามไปติดๆ
วินาทีที่พวกเขาเหยียบลงบนดาดฟ้าเรือ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น
"โอ้โห~ พวกสัตว์ประหลาดตัวน้อยนี่มันอะไรกันเนี่ย!"
น้ำเสียงยานคางยืดยาดที่มาพร้อมกับวลีติดปากอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลย...นี่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพลเรือเอกบอร์ซาริโน่
ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ บอร์ซาริโน่ล้วงกระเป๋าข้างหนึ่ง ขณะที่มืออีกข้างลูบคางพลางสังเกตดูเซราฟิมทั้งห้าตัวที่อยู่ตรงหน้าเขา
เมื่อคาร์ลก้าวขึ้นเรือและมองเห็นภาพนั้น เขาก็หลุดหัวเราะออกมา บอร์ซาริโน่หลุดจากภวังค์ความคิดและหันมามองคาร์ล ในขณะที่เซราฟิมทั้งห้า...
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═