เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 480 - รุมสังหาร, สองคนดูงิ้ว

บทที่ 480 - รุมสังหาร, สองคนดูงิ้ว

บทที่ 480 - รุมสังหาร, สองคนดูงิ้ว


บทที่ 480 - รุมสังหาร, สองคนดูงิ้ว

"ถูกจับได้ซะแล้ว"

รอยยิ้มบนมุมปากของมหาจักรพรรดิหญิงสองทัณฑ์ไม่แปรเปลี่ยน นางดึงปิ่นปักผมออกจากเรือนผมสีดำขลับ กฎเกณฑ์แห่งมหาเต๋าไหลเวียน ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นหอกยาว ปลายคล้ายหอกแต่ก็ไม่ใช่หอก รังสีอำมหิตพวยพุ่ง!

มหาจักรพรรดิหนึ่งทัณฑ์อีกสามองค์ก็หยิบอาวุธประจำกายของตนออกมาเช่นกัน กลิ่นอายเย็นเยียบ กลิ่นอายของทั้งสี่คนเชื่อมโยงกัน แผ่ซ่านกดทับลงมาจากทุกทิศทุกทาง มากพอที่จะทำให้มหาจักรพรรดิสองทัณฑ์องค์ใดก็ตามต้องหวาดหวั่น

"สหายเต๋าหงเซียน ขอยืมผลเต๋าของเจ้าหน่อยก็แล้วกัน" ความมุ่งร้ายของมหาจักรพรรดิหญิงสองทัณฑ์ไม่ได้ปิดบังอีกต่อไป

"หากมีปัญญา ก็ลองดูสิ" เจียงหงเหยาหัวเราะลั่น ง้าวใหญ่เสวียนฮวงปรากฏขึ้นในฝ่ามือของนาง เปล่งประกายความเย็นเยียบ นางตวัดง้าวฟาดฟันเข้าใส่ทั้งสี่คนอย่างรุนแรง

ในฐานะมหาจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสี่คน มหาจักรพรรดิหญิงสองทัณฑ์จึงรับหน้าที่ออกหน้าปะทะก่อนใคร

แสงเซียนหลากสีห่อหุ้มกาย มหาจักรพรรดิหญิงสองทัณฑ์ดูราวกับเทพธิดานักรบ หอกยาวตวัดกวาดข้ามท้องฟ้า ปะทะกับง้าวใหญ่เสวียนฮวงที่หนักอึ้งราวกับแบกรับพลังของโลกนับไม่ถ้วนเอาไว้

"สหายเต๋าหงเซียน หากเจ้ามีฝีมือเพียงแค่นี้ล่ะก็ วันนี้ก็ทิ้งชีวิตเอาไว้ที่นี่เถอะ" แสงเซียนสาดส่อง ร่างอรชรของมหาจักรพรรดิหญิงสองทัณฑ์สวมชุดเกราะโบราณ หัวเราะคิกคัก แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชาที่เป็นนิรันดร์

เจียงหงเหยาไม่เอ่ยคำใด การโจมตีของนางยิ่งดุดันและทรงพลังมากยิ่งขึ้น กระดูกเต๋าฟ้าดินภายในร่างแผ่ซ่านลวดลายเต๋าอันไร้ขอบเขต พุ่งเป้าไปที่มหาจักรพรรดิหนึ่งทัณฑ์ทั้งสามองค์

นางรู้ดีว่า หากไม่จัดการสามคนนี้ก่อน การต่อสู้หลังจากนี้คงจะยากลำบากเป็นแน่

ทว่ามหาจักรพรรดิหญิงสองทัณฑ์ก็ไม่ใช่คนโง่ ย่อมมองแผนการของนางออก จึงไม่มีทางปล่อยให้นางทำสำเร็จได้ตามต้องการ

"ใช้วิธีที่พวกเราคุยกันไว้ จัดการนางซะ" เมื่อเทียบกับเจียงหงเหยาแล้ว น้ำเสียงที่มหาจักรพรรดิหญิงสองทัณฑ์ใช้กับเพื่อนร่วมทีมทั้งสามนั้นเย็นชามาก

เจียงหงเหยาถือเป็นมหาจักรพรรดิหญิงที่หาได้ยาก ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังเป็นมหาจักรพรรดิระดับสองทัณฑ์เช่นเดียวกัน มหาจักรพรรดิหญิงสองทัณฑ์จึงยอมรับและให้ความสำคัญกับนางเป็นอย่างมาก

ทว่า มหาจักรพรรดิหนึ่งทัณฑ์กระจอกๆ ไม่คู่ควรให้นางใส่ใจนักหรอก

มหาจักรพรรดิหนึ่งทัณฑ์ทั้งสามคนขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างลึกๆ แต่เนื่องจากอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่า อีกทั้งสถานการณ์ก็สามารถพลิกผันได้ตลอดเวลา พวกเขาจึงไม่เก็บมาใส่ใจในตอนนี้ พวกเขาพยักหน้า ร่างกายเคลื่อนไหวราวกับภูตผี ลอยวนอยู่นอกวงโคจรการต่อสู้ของมหาจักรพรรดิหญิงทั้งสอง

เมื่อเห็นช่องโหว่ ทั้งสามคนก็จะหาจังหวะโจมตีเข้าใส่จุดอ่อนที่เจียงหงเหยาเผยออกมา ทำให้ผู้ที่ควรจะได้เปรียบอย่างนาง กลับต้องมาต่อสู้พัวพันกับมหาจักรพรรดิหญิงสองทัณฑ์มาจนถึงตอนนี้

"ชิ มีสามคนนั้นคอยช่วย คงยากที่จะกดข่มมหาจักรพรรดิหญิงสองทัณฑ์รุ่นเก๋าผู้นี้ได้จริงๆ แฮะ" เจียงหงเหยาต่อสู้ไปพลาง สมองก็แล่นปรู๊ดปร๊าดไปพลาง เพื่อหาวิธีพลิกสถานการณ์

นางก้าวเข้าสู่ระดับสองทัณฑ์ได้ไม่นานนัก กายาจักรพรรดิยังคงลอกคราบอยู่ทุกวินาที แต่มหาจักรพรรดิหญิงสองทัณฑ์ตรงหน้านั้นต่างออกไป นางจมอยู่กับระดับสองทัณฑ์มาเนิ่นนานนับไม่ถ้วน ต่อให้จะยังไม่ถึงขั้นจุดสูงสุดของระดับสองทัณฑ์ แต่ก็คงห่างกันไม่มากนัก

ต่อให้เจียงหงเหยาจะมั่นใจว่าสุดท้ายแล้วนางจะสามารถปราบอีกฝ่ายได้ แต่มหาจักรพรรดิหนึ่งทัณฑ์อีกสามคนที่อยู่ที่นี่ กลับกลายเป็นตัวแปรที่ไม่แน่นอนในการต่อสู้ครั้งนี้

แต่ว่า...

"ถึงจะเป็นอย่างนั้นแล้วจะทำไมล่ะ ตั้งแต่สงครามมหาจักรพรรดิครั้งสุดท้ายที่โลกมิหลัว ข้าก็ไม่ได้รู้สึกเลือดสูบฉีดแบบนี้มานานแล้ว"

ดวงตาของเจียงหงเหยาเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหายในการต่อสู้ แสงเต๋าอันเจิดจรัสบนร่างพลันระเบิดออกทวีคูณ กฎเกณฑ์ถาโถม มหาเต๋าสั่นสะเทือน เมื่อต้องเผชิญกับพลังรบที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวอย่างกะทันหันของเจียงหงเหยา ต่อให้จะมีมหาจักรพรรดิหนึ่งทัณฑ์ถึงสามองค์คอยช่วยเหลือ แต่มหาจักรพรรดิหญิงสองทัณฑ์ก็ยังต้องกระอักเลือด และตกเป็นรองอย่างแท้จริง!

"การยกระดับขั้นสุดของคนผู้นั้นทรงพลังถึงเพียงนี้ ข้าจะไม่ศึกษาได้อย่างไร" เจียงหงเหยาในตอนนี้แข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ต่อให้พลังนี้จะเป็นเพียงภาพลวงตาชั่วครู่ ก็เพียงพอให้นางมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมที่จะสยบคนทั้งสี่ได้แล้ว

"ก็แค่ความรุ่งโรจน์ชั่วพริบตาเท่านั้น ฆ่า!!"

ชุดเกราะบางส่วนฉีกขาด เผยให้เห็นผิวพรรณขาวเนียนที่ซ่อนอยู่ แต่มหาจักรพรรดิหญิงสองทัณฑ์กลับเมินเฉย ความสนใจทั้งหมดจับจ้องไปที่เจียงหงเหยา สายตาเย็นชา แสงเซียนใต้เท้าสว่างวาบ เศษเสี้ยวแห่งกาลเวลาปลิวว่อน นางใช้วิชาแห่งกาลเวลาบางอย่าง พุ่งเข้าสังหารในเวลาเพียงเสี้ยวของหนึ่งในล้านล้านวินาที

การถูกเด็กรุ่นหลังโจมตีจนบาดเจ็บ ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นระดับสองทัณฑ์เหมือนกัน ก็ทำให้มหาจักรพรรดิหญิงสองทัณฑ์รู้สึกอัปยศอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เจียงหงเหยายืนหยัดอย่างมั่นคง ต่อให้ทั้งสี่คนจะพุ่งเข้ามาจากมุมที่ต่างกัน สายตาของนางก็ยังคงหยิ่งทะนงไม่แปรเปลี่ยน

"ง้าวสะเทือนกาลเวลา!"

ง้าวใหญ่เสวียนฮวงฟาดฟันลงมา ลำแสงที่ไม่อาจใช้คำพูดใดมาบรรยายระเบิดออก อาบย้อมไปทั่วทุกอณูของมิติที่ถูกตัดขาดแห่งนี้!

ทุกสิ่งทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยแสงสว่าง พร่ามัวจนไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้ชัดเจน มีเพียงเสียงคำรามและเสียงเลือดจักรพรรดิสาดกระเซ็น ที่บ่งบอกถึงความดุเดือดของการต่อสู้ครั้งนี้!

……

ตำหนักจักรพรรดิตัดธุลี

เยี่ยชิงอวิ๋นนั่งอยู่บนบัลลังก์ สายตาจับจ้องไปยังภาพฉายที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า

เมื่อมองดูดีๆ จะพบว่าเป็นสถานที่ที่เจียงหงเหยาอยู่ และแสดงภาพเหตุการณ์ทั้งหมดในมิติที่ถูกตัดขาดแห่งนั้นได้อย่างชัดเจน!

ถูกต้องแล้ว เยี่ยชิงอวิ๋นค้นพบความผิดปกติทางฝั่งของเจียงหงเหยามาตั้งนานแล้ว อย่างไรเสียภายในร่างของนาง เขาก็ได้ซุกซ่อนของเอาไว้ไม่น้อย ขอเพียงนางมีความผิดปกติ เขาก็จะสามารถรับรู้เรื่องราวบางอย่างได้

นี่ถือเป็นการปกป้องที่เยี่ยชิงอวิ๋นมอบให้กับผู้หญิงของเขา

"ไม่คิดเลยว่าในยุคนี้ยังมีมหาจักรพรรดิออกมาแส่หาที่ตายอีก" สงครามมหาจักรพรรดิอันน่าสะพรึงกลัวที่แม้แต่มหาจักรพรรดิสองทัณฑ์ยังไม่กล้าละสายตา สำหรับเยี่ยชิงอวิ๋นแล้ว มันก็เป็นเพียงแค่ละครฉากสนุกๆ ฉากหนึ่งเท่านั้น

ก็แน่ล่ะ ในเมื่อระดับชั้นของทั้งสองฝ่ายมันต่างกัน มุมมองในการมองเรื่องราวก็ย่อมต่างกันตามไปด้วย

"สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก" บรรพชนจักรพรรดิเทียนเฉินปรากฏตัวขึ้นด้านข้าง พร้อมกับเปล่งเสียงอันแผ่วเบาและหลุดพ้นจากโลกีย์ออกมา

"แก่นแท้เซียนที่สมบูรณ์แบบซึ่งหลงเหลือมาจากอดีตนั้นมีไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่าจะมีมากพอให้มหาจักรพรรดิทุกองค์ได้พบเจอ ดังนั้นปัญหาเรื่องอายุขัย จึงมีมาโดยตลอด"

"ต่อให้มีแก่นแท้เซียนที่สมบูรณ์แบบ ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าจะช่วยให้มหาจักรพรรดิปิดผนึกตัวเองและอยู่ยงคงกระพันได้ตลอดไป อายุขัยก็ยังคงสูญเสียไปอย่างช้าๆ ในทุกขณะ เพียงแต่ความเร็วมันช้ามากเท่านั้นเอง"

ในสายตาของบรรพชนจักรพรรดิเทียนเฉิน เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย

ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นเหมือนเยี่ยชิงอวิ๋น ที่ขอเพียงกลืนกินแก่นแท้แห่งชีวิตก็สามารถได้รับอายุขัยอย่างไม่มีวันหมดสิ้น ปัญหาเรื่องอายุขัยยังคงเป็นปัญหาที่ทำให้มหาจักรพรรดิหลายองค์ต้องปวดหัว

แม้แต่เซียนแท้จริง ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าอยู่ยงคงกระพัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่ต้องรั้งอยู่ในมิติแห่งนี้อย่างทวีปเสินโจวเลย

เยี่ยชิงอวิ๋นยิ้มบางๆ เรื่องนี้เป็นข้อได้เปรียบของเขา และเป็นข้อได้เปรียบของภูเขาวั่งเฉินด้วย

มหาจักรพรรดิหลายองค์ที่ถูกพวกเขาดึงตัวมาเป็นพวกอย่างลับๆ ส่วนใหญ่ก็ล้วนพ่ายแพ้ให้กับแก่นแท้แห่งชีวิตทั้งสิ้น

ด้วยระดับการฝึกฝนของเขาในตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องมีการสัมผัสทางกาย ก็สามารถถ่ายทอดแก่นแท้แห่งชีวิตให้ได้ในระยะไกล

"ข้าก็นึกว่าคนพวกนี้จะเลือกอดทนต่อไป แล้วค่อยไปเกิดใหม่ในยุคหลัง เพื่อหลีกเลี่ยงหงเหยาเสียอีก" เยี่ยชิงอวิ๋นมีท่าทีประหลาดใจ

อย่ามองว่าเจียงหงเหยามักจะถูกเขารังแกอยู่เสมอ แต่ในฐานะบุตรีแห่งโชคชะตา พรสวรรค์ของนางนั้นไม่ต้องพูดถึง ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน แม้แต่ระดับพลังในตอนนี้ หากนำไปเทียบกับมหาจักรพรรดิในอดีต ก็ยังถือว่าแข็งแกร่งมาก

ผลลัพธ์คือ กลับมีมหาจักรพรรดิปรากฏตัวออกมา และเลือกที่จะเผชิญหน้ากับเจียงหงเหยาจริงๆ

"เจ้ามีความคิดเห็นอื่นหรือ?" บรรพชนจักรพรรดิเทียนเฉินจับความหมายแฝงในคำพูดของเขาได้

"หากเป็นเมื่อหลายพันปีก่อน ข้าก็คงคิดแค่ว่าคนพวกนี้คงทนไม่ไหวแล้ว จึงเลือกปรากฏตัวออกมาเพื่อแสวงหาโอกาสรอดชีวิต"

"ทว่าเมื่อดูจากสถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน ข้าก็อดไม่ได้ที่จะคิดไปไกล และเกิดความคิดอื่นๆ ขึ้นมา"

"ตัวอย่างเช่น เรื่องนี้จะเป็นฝีมือของพุทธศาสนาและราชวงศ์เสินโจวที่แอบชักใยอยู่เบื้องหลังหรือเปล่านะ"

เยี่ยชิงอวิ๋นเอ่ยความในใจของตนออกมา

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 480 - รุมสังหาร, สองคนดูงิ้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว