- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดบนเกาะมรณะ พร้อมระบบแจ้งเตือนความตาย
- บทที่ 150 - สิงสถิต
บทที่ 150 - สิงสถิต
บทที่ 150 - สิงสถิต
บทที่ 150 - สิงสถิต
แววตาของอีเอินซือสะท้อนแสงสีฟ้า เมื่อมองดูลูกบอลน้ำขนาดยักษ์ที่กำลังทิ้งตัวลงมา ท่ามกลางความมืดมิดก็มีกลิ่นอายสายหนึ่งล็อกเป้าหมายมาที่เขา ทำให้เขาหมดทางหลบเลี่ยง
นี่มันเรื่องอะไรกัน ต่อให้เขาจะเหม่อลอยแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่จะไม่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวที่ใหญ่โตขนาดนี้ได้หรอก
มันเกิดความผิดพลาดตรงไหนกันแน่
จนกระทั่งวินาทีที่ลูกบอลน้ำสัมผัสโดนตัวเขา เขาถึงได้เห็นเงาร่างสีฟ้าที่กำลังแหวกว่ายอยู่ภายในนั้น รวมถึงไข่มุกที่เปล่งประกายแสงอ่อนโยนในฝ่ามือของเธอด้วย
ไข่มุกของมนุษย์เงือกอัญมณีเปล่งประกายแสง ปลดปล่อยพลังงานเหนือสามัญในระดับที่สูงกว่าออกมา ทำให้มันสามารถเล็ดลอดจากการรับรู้ของอีเอินซือไปได้สำเร็จ และช่วยให้เงือกน้อยนำลูกบอลน้ำขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ในท้ายที่สุด
ลูกบอลน้ำกระแทกพื้น คนที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดถูกน้ำทะเลปริมาณมหาศาลโอบล้อมเอาไว้ในชั่วพริบตา
กระดูกบนร่างกายของอีเอินซือสั่นไหว เขาแทบจะเมินเฉยต่อแรงต้านของกระแสน้ำ หมายจะพุ่งตัวออกไปจากรัศมีการโอบล้อมของน้ำทะเลโดยตรง
ทว่าในวินาทีต่อมา น้ำทะเลที่แตกกระจายทั้งหมดก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ก่อตัวเป็นลูกบอลน้ำและกลายเป็นทรงกลมที่สมบูรณ์แบบ
ภาพลวงตาของมนุษย์เงือกโปร่งใสจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำ ร่างกายของอีเอินซือก็ถูกตรึงให้อยู่กับที่
เขายังคงรักษาท่วงท่าเหมือนตอนที่กำลังพุ่งตัวออกไปด้านนอก ทว่ากลับมีฝ่ามือที่มองไม่เห็นจำนวนนับไม่ถ้วนปกคลุมอยู่บนร่างกายของเขา ดึงรั้งเขาเอาไว้ จนการเคลื่อนไหวของเขาต้องหยุดชะงักลงตรงนี้
ในหัวของเขาจู่ๆ ก็นึกถึงประโยคหนึ่งที่เคยได้ยินในคริสตจักรขึ้นมา
อย่าได้ริอ่านก้าวลงสู่ท้องทะเลง่ายๆ เมื่ออยู่ในน้ำ มนุษย์เงือกคือผู้ไร้เทียมทาน
ด้วยแรงดึงดูดของกลิ่นอายอีกครั้ง อีเอินซือกับหลินเซี่ยก็สบตากัน หอกยาวที่เต็มไปด้วยรอยขรุขระในมือของหลินเซี่ยได้เล็งมาที่เขาแล้ว ปลายหอกทอประกายแสงเย็นเยียบอันเจิดจ้า
ไม่มีการทำท่าขว้างปาใดๆ ลำแสงสีเงินก็พุ่งทะลวงผ่านกระแสน้ำ และพุ่งทะลุหน้าอกของเขาไปในเวลาเดียวกัน
ลูกบอลน้ำที่เคยเป็นทรงกลมสมบูรณ์แบบระเบิดออกอย่างรุนแรงในวินาทีนี้ ภาพลวงตาของมนุษย์เงือกโปร่งใสเหล่านั้นประนมมือสวดภาวนาเป็นครั้งสุดท้าย เสียงร้องเพลงอันไพเราะดังแว่วมาให้ได้ยินลางๆ
กระแสน้ำแตกกระจาย ร่างกายของอีเอินซือร่วงหล่นลงกระแทกพื้นอย่างแรง พวกหลินเซี่ยเองก็หลุดพ้นจากการโอบล้อมของน้ำทะเล และได้กลับมาสูดอากาศอีกครั้ง
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก
ซ่ายม่านหอบหายใจเอาอากาศเข้าไปเฮือกใหญ่ การถูกน้ำทะเลโอบล้อมเมื่อครู่นี้ทำให้เขาแทบจะขาดใจตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่มีเงาร่างของมนุษย์เงือกอยู่ข้างในด้วย
มันทำให้เขาหวาดกลัวสุดๆ ไปเลยล่ะ
ชาเอ่อร์ซือรีบวิ่งเข้าไปหาหลินเซี่ยด้วยความร้อนใจ เมื่อเห็นว่าเงามืดของอาเหลียนยังคงปกคลุมใบหน้าของหลินเซี่ยเอาไว้มิดชิด เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
อาเหลียนสะบัดน้ำทะเลที่เปียกชุ่มบนตัวออก ก่อนจะเดินไปคาบตุ๊กตาของข่าเหล่ยน่าขึ้นมา แล้วสะบัดมันขึ้นไปเกาะบนหลังของตัวเอง
เงือกน้อยก็ร่วงลงมาบนพื้นเช่นกัน เธอส่งเสียง พูลู่ พูลู่ เรียกหลินเซี่ยสองครั้ง มองดูชาเอ่อร์ซือสลับกับหลินเซี่ย ก่อนจะเว้นระยะห่างอย่างว่านอนสอนง่าย
ไข่มุกของมนุษย์เงือกอัญมณียังคงหมุนวน เปล่งประกายแสงอันอ่อนโยนออกมา
หลังจากใช้เวลาปรับตัวเพียงครู่เดียว สายตาของทุกคนก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างของอีเอินซือพร้อมกัน
หน้าอกของอีเอินซือถูกหอกฝ่าลาซาที่พังเสียหายแทงทะลุ จนเกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่
เพียงแต่ตอนนี้รูโหว่นั้นกลับไม่มีเลือดไหลออกมาเลย แต่กลับมีเศษกระดูกแตกหักร่วงหล่นลงมาทีละชิ้นๆ ไม่ขาดสาย
สถานการณ์ดูแปลกประหลาดมาก แต่หน้าต่างสถานะของอีกฝ่ายไม่มีทางหลอกลวง คำว่า ปางตาย สองคำนี้ได้ปรากฏขึ้นในหน้าต่างสถานะของอีเอินซือแล้ว
คู่ต่อสู้ไม่มีพลังในการต่อสู้อีกต่อไปแล้ว
"อาเหลียน แล้วมืออีกสองข้างที่เหลือล่ะ"
"ช่วยเอามาให้ฉันอีกข้างทีสิ"
หลังจากยืนยันว่าอีเอินซือหมดทางต่อสู้แล้ว หลินเซี่ยก็เตรียมจะดำเนินการตามแผนขั้นต่อไป
นั่นก็คือการใช้หอกฝ่าลาซาที่พังเสียหายเจาะรูบนกำแพงกระดูกที่ผุดขึ้นมาจากก้นทะเล เพื่อทะลวงกำแพงนี้และหนีออกไปจากเกาะ
เมื่อครู่นี้กระแสน้ำปั่นป่วนไปหมด มือที่ผ่านการจัดการจนกินได้ อีกสองข้างก็ไม่รู้ว่าถูกพัดไปอยู่ไหนแล้ว
ทำได้แค่สวดมนต์ภาวนาไม่ให้เงามืดของอาเหลียนสลายไป และอย่าให้มือทั้งสองข้างนั้นต้องแช่อยู่ในน้ำทะเลเลย
ภารกิจปลิดชีพอีเอินซือถูกมอบหมายให้ซ่ายม่านเป็นคนจัดการ ในเวลานี้คนที่มีเรี่ยวแรงเหลือและมีวิธีการโจมตีระยะไกล ก็มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่เหมาะสมที่สุด
ซ่ายม่านทาบฝ่ามือลงกับพื้น หนามกระดูกขนาดยักษ์ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน แทงทะลุหว่างขาของอีเอินซือจนทะลุร่างของอีกฝ่ายไป
แววตาของซ่ายม่านฉายแววเศร้าสร้อย เขาเองก็ทำงานอยู่ใต้บังคับบัญชาของอีเอินซือมาหลายปี ต่อให้ในใจจะหวาดระแวงอีกฝ่ายมาตลอด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมและยอมรับในความสามารถของบาทหลวงท่านนี้
หากไม่มีเรื่องสกปรกโสมมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแสงสว่างนี้ อีกฝ่ายก็ถือเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมมากๆ คนหนึ่งเลยทีเดียว
การโจมตีครั้งนี้ไม่ได้แค่ปลิดชีพอีเอินซือเท่านั้น แต่ยังตัดขาดความผูกพันเฮือกสุดท้ายที่ซ่ายม่านมีต่อเกาะแห่งนี้ไปด้วย
ลาก่อนนะ บาทหลวงอีเอินซือ
ซ่ายม่านจ้องมองอีเอินซือที่ถูกตนเองแทงทะลุร่างพลางคิดในใจ อืม นายเองก็กำลังโบกมือลาฉันเหมือนกันสินะ
โบกมือลาอย่างนั้นหรือ
หืม
ซ่ายม่านเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง อีเอินซือที่สมควรจะตายไปแล้ว ไม่สิ คนที่ตายสนิทไปแล้วอย่างอีเอินซือกลับเริ่มขยับแขนไปมา ซ้ำยังขยับเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ยังไม่ทันที่ซ่ายม่านจะอ้าปากเตือน คนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้วเช่นกัน
ทุกคนเห็นเพียงแค่กระดูกบนร่างกายของอีเอินซือเริ่มบิดตัว ราวกับจากที่เคยแข็งแกร่งกลับอ่อนนุ่มลง จากนั้นพวกมันก็หลุดลอกออกมาจากร่างกายของอีเอินซือ แล้วไปก่อตัวและแข็งตัวใหม่ที่ด้านข้างของเขา ราวกับเป็นมนุษย์ที่กำลังยืนตัวตรงอยู่
หลินเซี่ยเพ่งสายตา ข้อมูลของกระดูกร่างนี้ก็ปรากฏขึ้น
【เกราะกระดูกคลุมกาย】
【นี่คือชุดเกราะแบบแนบเนื้อที่ก่อตัวขึ้นจากกระดูกที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณ สามารถช่วยเสริมค่าสถานะต่างๆ ให้กับผู้สวมใส่ และในขณะเดียวกันก็ช่วยป้องกันความเสียหายได้ด้วย】
【หมายเหตุ ชุดเกราะนี้มีจิตสำนึกเป็นของตัวเอง มี วิญญาณ บางส่วนสิงสถิตอยู่บนนั้น】
【สถานะ วิญญาณที่แหลกสลายของอีเอินซือ】
วิญญาณที่แหลกสลายของอีเอินซือ วิญญาณของอีเอินซือมาสิงสถิตอยู่บนเกาะกระดูกคลุมกายนี่อย่างนั้นหรือ
เกราะกระดูกคลุมกายที่ยืนสองขาหันศีรษะไปมา ราวกับกำลังกวาดสายตามองสถานการณ์โดยรอบ ก่อนจะพุ่งตรงเข้ามาหาหลินเซี่ยอย่างไม่ลังเล
"หลินเซี่ย"
เสียงตะโกนสองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน หนามกระดูกที่ซ่ายม่านเรียกออกมาถูกเกราะกระดูกคลุมกายเตะจนแหลกละเอียด เสียงรบกวนของชาเอ่อร์ซือก็ถูกอีกฝ่ายต้านทานได้โดยสมบูรณ์
กลุ่มก้อนพลังงานสีม่วงเข้มที่อาเหลียนปล่อยออกมาถูกมันหลบหลีกไปได้อย่างคล่องแคล่ว พลังพันธนาการที่ข่าเหล่ยน่าซึ่งเพิ่งจะกลับมาเชื่อมต่อได้อย่างเสถียรปล่อยออกมา ก็ทำได้เพียงแค่ชะลอความเร็วในการพุ่งทะยานของอีกฝ่ายได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แทบจะไม่เห็นผลเลย
มีเพียงไข่มุกในมือของเงือกน้อยเท่านั้นที่เปล่งประกายแสงออกมา ดูเหมือนว่ามันจะมีผลในการปลอบประโลมวิญญาณ การพุ่งทะยานอันบ้าคลั่งของเกราะกระดูกคลุมกายร่างนี้จึงค่อยๆ สงบลง ก่อนที่มันจะไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหลินเซี่ยที่หลบไม่ทัน และก้มหัวอันว่างเปล่าลงมาสบตากับเขา
จู่ๆ ใบหน้าของเกราะกระดูกคลุมกายก็ฉีกขาดออก ก่อตัวเป็นปากรูปร่างประหลาด มันสั่นระริกราวกับต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง
หลินเซี่ยลังเลเล็กน้อย เขาหยุดฝีเท้าที่กำลังถอยหลัง แล้วค่อยๆ ชะโงกหน้าเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง
ตอนนี้อีกฝ่ายไม่ได้แสดงท่าทีเป็นภัย บางทีอาจจะอยากส่งต่อข้อมูลอะไรบางอย่าง หรืออาจจะเป็นคำสั่งเสียของอีเอินซือก็เป็นได้
อืม น่าฟังอยู่นะ
ดังนั้น เมื่อหลินเซี่ยชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ เกราะกระดูกคลุมกายก็หลอมละลายลงอย่างกะทันหัน มันพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของหลินเซี่ย ก่อนจะลุกลามไปทั่วทั้งร่างของเขา
เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ทุกคนตะลึงงัน
ซ่ายม่านและชาเอ่อร์ซือรีบพุ่งเข้าไปดึงตัวหลินเซี่ยออกมาทันที ทว่าในวินาทีต่อมาพวกเขากลับถูกเหวี่ยงจนกระเด็นลอยไป
เกราะกระดูกคลุมกายอันใหม่เอี่ยมแนบสนิทไปกับร่างกายของหลินเซี่ยอย่างสมบูรณ์แบบ มันห่อหุ้มตัวเขาเอาไว้ด้านในอย่างมิดชิด
[จบแล้ว]