เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 363 คุณค่าสิ่งของ !

TXV – 363 คุณค่าสิ่งของ !

TXV – 363 คุณค่าสิ่งของ !


TXV – 363 คุณค่าสิ่งของ !

 

ณ โรงแรมพาเลซ

 

"เทียนหยิน ที่นี่มีงานประมูลอย่างนั้นเหรอ?" อันซูฮยอนพูดขณะที่กำลังเดินไปหาเฉินตูเทียนหยินที่รออยู่ตรงบริเวณทางเข้า

 

ไม่ได้มีแค่เพียงเฉินตูเทียนหยินที่ยืนอยู่แต่ข้างกายของเธอยังมีกู๋เค่อเหวินและฟู่หมิงเหม่ยอยู่ด้วยทั้งสามคนยืนอยู่โดยมีเฉินตูเทียนหยินยืนนำหน้า ส่วนพวกเธอก็เป็นเหมือนกับผู้ติดตาม

 

เฉินตูเทียนหยินยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า "ใช่...เรื่องงานของเราเอาไว้ก่อน ฉันคิดว่าควรชวนคุณมางานประมูลเพื่อการกุศล"

 

"แล้วมันดีหรือไม่? ผมควรจะเข้าร่วมหรือเปล่า?" อันซูฮยอนถาม

 

เฉินตูเทียนหยินตอบกลับไปว่า "ฉันคิดว่าคุณควรจะเข้าประมูลซักหนึ่งหรือสองภาพเพื่อเป็นการทำบุญช่วยเหลือผู้ยากไร้"

 

"ได้เลย ไม่มีปัญหา พวกเราไปกันเลยดีกว่า" อันซูฮยอนพูดพร้อมเดินไปจับมือของเฉินตูเทียนหยิน

 

กู๋เค่อเหวินที่เห็นเหตุการณ์ เธอได้เดินเข้าไปแทรกตรงกลางระหว่างพวกเขาทำให้มือของอันซูฮยอนหลุดจากมือของเฉินตูเทียนหยิน

 

หลังจากนั้นอันซูฮยอนก็แสดงสีหน้าไม่พอใจเพียงแค่ครู่เดียวหลังจากนั้นก็กลับมาแสดงสีหน้าปกติ

 

จังหวะนี้กู๋เค่อเหวินก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า "ว่าแต่คุณอัน คุณพบเจอเซี่ยเหล่ยบ้างหรือไม่?"

 

อันซูฮยอนมองไปที่กู๋เค่อเหวินด้วยท่าทางตกใจเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปอย่างระมัดระวังว่า "ผมว่าคุณคงจะถามผิดคนแล้ว? ผมไม่เห็นเขาและไม่อยากจะได้ยินชื่อของผู้ชายคนนี้อีกด้วย อย่าพูดให้ผมได้ยินอีก"

 

กู๋เค่อเหวินยิ้มและพูดว่า "คุณอัน ไม่เห็นต้องใส่อารมณ์เลยนี่ ฉันก็แค่ถามเฉยๆ " พูดเสร็จเธอก็เดินไปทันที

 

คิ้วของอันซูฮยอนย่นจนแทบจะชนกันจากนั้นก็คิดในใจว่า "ทำไมจู่ๆผู้หญิงคนนี้ถึงได้ถามถึงเซี่ยเหล่ยกับเราหล่ะ? หรือว่าเธอจะรู้อะไรมาอย่างนั้นเหรอ? แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้.....”

 

ในห้องโถงมีคนอยู่มากมาย พวกเขามาจากทั่วทุกพื้นที่ของประเทศจีน

 

ตอนนี้งานประมูลการกุศลยังไม่ได้เริ่มอย่างเป็นทางการจึงทำให้กลุ่มแขกที่มาถึงก่อนต่างพากันจับกลุ่มและพูดคุยกันอยู่ภายในงาน

 

 

ทันทีที่เฉินตูเทียนหยินและอันซูฮยอนเดินเข้าไปภายในห้องโถง เหล่าแขกที่มาร่วมงานต่างพากันพูดคุยถึงเขากันอย่างมากนั่นก็เพราะพวกเขารู้ว่าอันซูฮยอนเป็นใคร มันทำให้พวกเขามีท่าทีที่แตกต่างออกไปจากตอนที่จับกลุ่มคุยกัน

 

แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกของอันซูฮยอนเลยก็ว่าได้ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าบรรดาแขกในงานพูดอะไรกันแต่เมื่อเขาเห็นว่าแขกเหล่านั้นมองมาและกระซิบพูดคุยกันเอง มันก็ทำให้เขามีความรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นแฟนของเฉินตูเทียนหยินที่มาออกงานพร้อมกับเธอ

 

เมื่อไม่นานมานี้เฉินตูเทียนหยินเพิ่งให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับบริษัทเหวี้ยนเทียนและบริษัทก็อดโดเมนเกี่ยวกับโครงการผลิตโทรศัพท์มือถือของพวกเขาไปและตอนนี้เธอมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ จึงทำให้พวกเขาค่อนข้างจะได้รับความสนใจจากบรรดาแขกในงาน

 

เมื่อมองไปที่เฉินตูเทียนหยินและอันซูฮยอนแล้ว คิ้วของฟู่หมิงเหม่ยก็เหี่ยวย่นทันทีจากนั้นเธอก็พูดกับตัวเองว่า "เซี่ยเหล่ยกำลังทำอะไรอยู่? เขาทำให้ฉันผิดหวังอีกแล้ว เขาคิดอะไรของเขาอยู่กันแน่นะ..... "

 

กู๋เค่อเหวินเดินไปยืนอยู่ด้านข้างของฟู่หมิงเหม่ยก่อนจะพูดว่า "เทียนหยินและอันซูฮยอน ดูๆไปแล้วพวกเขาก็เหมาะสมกันดีนะ ไม่ว่าจะเป็นทั้งรูปร่างหน้าตาหรือแม้แต่ฐานะทางสังคม"

 

 

ฟู่หมิงเหม่ยมองไปที่กู๋เค่อเหวินก่อนจะพูดว่า "ไม่ใช่ว่าคุณอยากให้เฉินตูเทียนหยินได้ลงเอยกับพี่ของคุณอย่างนั้นเหรอ?"

 

ในความเป็นจริงกู๋เค่อเหวินก็อยากให้เป็นเช่นนั้นแต่ตอนนี้กู๋เค่อหวู่ยังอยู่ในคุกจึงไม่สามารถทำอะไรได้

 

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องตลกสำหรับเธอแม้ว่าเธอจะไม่พอใจแต่เธอก็ไม่ได้แสดงมันออกมา เธอยิ้มก่อนจะพูดขึ้นว่า "จะเป็นไปได้อย่างไรกัน พี่ชายของฉันตอนนี้ก็อยู่ในคุก เขาไม่สามารถทำอะไรได้แล้วดังนั้นตอนนี้เมื่ออันซูฮยอนเข้ามา ฉันเลยคิดว่าพวกเขาเหมาะสมกัน

 

ฟู่หมิงเหม่ยมองไปที่กู๋เค่อเหวินด้วยท่าทางที่แปลกใจ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า "คุณเปลี่ยนไปจริงๆ"

 

กู๋เค่อเหวินถอนหายใจเบาๆก่อนจะพูดว่า "เปลี่ยนงั้นเหรอ…."

 

ในตอนนี้งานประมูลการกุศลได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ประธานหอการค้าขึ้นกล่าวสุนทรพจน์โดยคอนเซ็ปต์ของงานนี้คือ “ความรักและการทุ่มเท” ซึ่งการประมูลครั้งนี้ไม่ได้จัดทำขึ้นเพื่อหวังผลกำไรส่วนตัวแต่เป็นการประมูลผลงานศิลปะเพื่อนำเงินไปบริจาคช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและยากจนบนพื้นที่ทุระกันดาร

 

หลังจากประธานหอการค้ากล่าวสุนทรพจน์จบ บนจอโปรเจ็คเตอร์ก็ได้ฉายวีดีโอเด็กยากจนที่ด้อยโอกาสซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่พวกเขาจะนำเงินไปช่วยเหลือ

 

อันซูฮยอนไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้หรือการประมูลเลย เขาสนใจแค่เฉินตูเทียนหยินเท่านั้นแม้ว่าเขาจะต้องเสียเงินไปบ้างในการประมูลครั้งนี้แต่เขาก็ถือว่ามันคุ้มค่าสำหรับเขามาก!

 

ยังมีเรื่องอะไรจะสำคัญไปกว่าการทำให้ตัวเองมีความสุข?

 

หลังจากวีดีโอเล่นจนจบการประมูลก็ได้เริ่มต้นขึ้น เจ้าหน้าที่ได้นำภาพวาดขึ้นแสดงโชว์ พวกเขาใช้กล้องถ่ายภาพและต่อมันเข้ากับจอโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ เพื่อให้ทุกคนภายในงานสามารถเห็นรายละเอียดได้อย่างชัดเจนและครบถ้วนทุกคน

 

ภาพแรกนี้ถูกนำมาประมูลนี้เป็นภาพวาดที่วาดขึ้นโดยจิตรกรที่ไม่ได้มีชื่อเสียง ดังนั้นราคาเริ่มต้นจึงยังไม่ได้สูงเท่าไหร่

 

เฉินตูเทียนหยินพูดอย่างตื่นเต้นขึ้นว่า "มันสวยงามจริงๆ พ่อของฉันเคยไปสักการะบูชาที่แห่งนี้ถ้าฉันประมูลได้มาก็จะนำไปให้เขา ฉันคิดว่าเขาน่าจะชอบมันแน่ๆเลย

 

"คุณลุงชอบงั้นเหรอ?" อันซูฮยอนพูดอีกว่า "งั้นผมจะประมูลมันมาเอง"

 

เฉินตูเทียนหยินแค่เกริ่นขึ้นมาเท่านั้นแต่ดูเหมือนว่าอันซูฮยอนจะเข้าใจผิดและคิดไปเอง เธอจึงได้แต่ยิ้มแห้งๆให้กับเขา

 

 

แต่ดูเหมือนรอยยิ้มของเธอจะไปกระตุ้นความตื่นเต้นของเขา อันซูฮยอนจึงพูดขึ้นทันทีว่า "หนึ่งล้านหยวน!"

 

แม้ว่าในความเป็นจริงเจ้าหน้าที่จะเปิดประมูลเพียงแค่หนึ่งหมื่นห้าพันหยวนและยังไม่ได้โฆษณาสินค้าชิ้นนี้เลยด้วยซ้ำแต่อันซูฮยอนกลับเสนอราคามากถึงหนึ่งล้านเลยทีเดียว

 

เจ้าหน้าที่รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่มีคนเปิดราคาประมูลสูงขนาดนี้ เขาจึงพูดโฆษณาสินค้าต่ออีกว่า "ตอนนี้ราคาเสนออยู่ที่หนึ่งล้านหยวน เจ้าของผลงานตอนนี้ได้เสียชีวิตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ภาพวาดของเขายังคงอยู่ กรอบรูปนี้เป็นกรอบไม้ที่สั่งทำเป็นพิเศษและตัวเนื้อไม้มีอายุกว่าห้าสิบปีแล้ว มัน..... "

 

"หนึ่งล้านหนึ่งแสน" จู่ๆใครบางคนก็เสนอราคาเพิ่ม

 

"โอ้โห ตอนนี้ราคาขึ้นไปอยู่ที่หนึ่งล้านหนึ่งแสนแล้ว!" เจ้าหน้าที่พูดด้วยความตื่นเต้น

 

อันซูฮยอนขมวดคิ้วพร้อมพูดขึ้นอีกว่า "2 ล้าน!"

 

ในความเป็นจริงแม้ว่าภาพวาดชิ้นนี้จะค่อนข้างมีราคาเพราะเป็นภาพวาดที่มีอายุกว่าห้าสิบปีมาแล้วนั่นรวมถึงราคาของไม้ที่สั่งทำพิเศษด้วยแต่ราคามันก็ไม่ได้สูงถึงหนึ่งล้าน แต่ตอนนี้ราคาของมันกลับสูงถึงสองล้านหยวนแล้ว...

 

เจ้าหน้าทียังคงดำเนินการต่อไป เขาพูดขึ้นต่อว่า "สุภาพบุรุษท่านนี้เสนอราคาอยู่ที่สองล้าน สองล้านหยวนครั้งที่หนึ่ง สองล้านหยวนครั้งที่สอง

 

"ผม ผม ... เสนอราคาที่ห้าล้านหยวน!" เสียงของใครคนหนึ่งพูดขึ้น มันสามารถดึงดูดความสนใจของบรรดาแขกในงานได้เป็นจำนวนมาก

 

ใครที่เป็นคนเสนอราคาที่สูงขนาดนี้?

 

ภายใต้อยู่ในแสงสลัวๆ มีไฟสปอร์ตไลท์ส่องไปที่เขา เขาแต่งกายชุดพนักงานเสิร์ฟ เขายืนอยู่พร้อมกับเม็ดเหงื่อมากมายที่อยู่บนหน้าผากของเขา

 

อันซูฮยอนรู้สึกแปลกใจ จากนั้นก็พูดว่า "นี่มันเรื่องอะไรกัน? เขาก่อกวนงั้นเหรอ? "

 

เจ้าหน้าที่ได้พูดขึ้นว่า "พนักงานเสิร์ฟคนนั้นหน่ะถ้าคุณตั้งใจจะก่อกวนละก็ ผมจะดำเนินการกับคุณขั้นเด็ดขาดแน่"

 

พนักงานเสิร์ฟคนนั้นได้พูดขึ้นว่า "ผมมีเงินมากพอที่จะจ่ายตามที่ผมพูดออกไป ผมไม่มีสิทธิเข้าร่วมประมูลงั้นเหรอ? ขนาดคนเกาหลีใต้คนนั้นยังเข้าร่วมได้เลยนี่ เขาดูเป็นคนที่ร่ำรวยแต่กลับไม่รู้ว่าของชิ้นไหนมีคุณค่าหรือราคาเท่าไหร่เลย ดังนั้นผมจึงคิดว่าเขาควร..... "

 

อันซูฮยอนพูดด้วยความไม่พอใจไปว่า "ควรอะไร?"

 

"ควรเริ่มจากการไปศึกษาวิธีการเลือกผักในตลาด" พนักงานเสิร์ฟตอบ

 

"ฮ่าฮ่า ...... " อันซูฮยอนหัวเราะออกมาอย่างหยาบคาย

 

ตอนนี้บรรดาแขกภายในงานต่างพากันพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่กำลังเกิดอยู่

 

เห็นได้ชัดว่ามีใครบางคนจ่ายเงินให้กับเขาเพื่อประมูลแข่งกับอันซูอยอนเพราะดูเหมือนว่าที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้อยากได้ภาพวาดภาพนั้นเลย

 

อันซูฮยอนเป็นคนฉลาด เขามองไปรอบๆห้องโถงที่จัดงานประมูลขึ้นทันทีเพื่อมองหาบุคคลที่น่าสงสัยที่อยู่เบื้องหลังการกระทำครั้งนี้แต่น่าเสียดายที่เขาไม่เจอใครน่าสงสัยเลย

 

"ห้าล้านหยวนครั้งที่หนึ่ง" เจ้าหน้าที่พูดขึ้น เขายังคงทำหน้าที่ประมูลต่อไป

 

อันซูอยอนพูดขึ้นอย่างเยือกเย็นออกไปว่า "หกล้านหยวน!"

 

"สิบล้านหยวน!" พนักงานเสิร์ฟพูด เขาเองก็ยังคงเสนอราคาแข่งกับอันซูฮยอนต่อไป!

 

พวกเขาไม่ได้บ้าไปแล้วใช่ไหม?

 

"สิบเอ็ดล้านหยวน!" อันซูฮยอนเสนอราคาสู้ต่อเช่นกัน

 

"สิบห้าล้านหยวน!" พนักงานเสิร์ฟยังคงเสนอราคาอย่างต่อเนื่อง

 

"ยี่สิบล้านหยวน!" อันซูฮยอนเสนอราคาที่สูงมากดูเหมือนเขาจะสูญเสียความเยือกเย็นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

"อืม.... " พนักงานเสิร์ฟพูดต่อว่า "เอาล่ะ คุณเอาภาพวาดนี้ไปได้เลย มันเป็นของคุณแล้ว"

 

อันซูฮยอนตะลึงอย่างมากที่ได้ยินพนักงานเสิร์ฟพูด เขาตัวแข็งถื่อทันที

 

"ยี่สิบล้านครั้งที่หนึ่ง ยี่สิบล้านครั้งที่สอง ยี่สิบล้านครั้งที่สาม!" เจ้าหน้าที่ประมูลพูดขึ้นพร้อมเคาะปิดราคาเพื่อแสดงให้เห็นว่าได้สิ้นสุดการประมูลภาพวาดชิ้นนี้แล้ว ในความเป็นจริงภาพวาดนี้มีราคาอยู่ที่ราวๆห้าแสนหยวนเท่านั้นแต่ราคาประมูลในครั้งนี้กลับสูงถึงยี่สิบล้านหยวน!!

 

เหล่าผู้เข้าร่วมประมูลต่างพากันปรบมือให้กับเขา

 

การปรบมือนี้เป็นการแสดงความยกย่องให้กับอันซูฮยอนแต่ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยภูมิใจเลย ใบหน้าของเขาค่อนข้างจะดูเศร้าหมอง เขาหันไปมองที่พนักงานเสิร์ฟคนนั้นก็รู้สึกคุ้นๆหน้า แต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็นเขาที่ไหน

 

เฉินตูเทียนหยินยิ้มและพูดขึ้นว่า "อันซูฮยอน ฉันไม่รู้เลยว่าคุณต้องการจะร่วมประมูลเพื่อการกุศลจริงจังขนาดนี้ คุณยอดเยี่ยมจริงๆ"

 

อันซูฮยอนยิ้มแห้งๆก่อนจะพูดขึ้นว่า "ตราบเท่าที่มันเป็นสิ่งที่คุณลุงชอบ ผมก็พร้อมจะจ่ายและมันก็จะเป็นการดีสำหรับเด็กยากจนเหล่านั้นด้วย"

 

"ขอบคุณมาก" เฉินตูเทียนหยินพูดพร้อมรอยยิ้ม

 

ติดตามตอนต่อไป.........

 

จบบทที่ TXV – 363 คุณค่าสิ่งของ !

คัดลอกลิงก์แล้ว