เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 69 สร้างฮวงซุ้ยชุดเสื้อผ้าให้ฉันเถอะ

บทที่ 69 สร้างฮวงซุ้ยชุดเสื้อผ้าให้ฉันเถอะ

บทที่ 69 สร้างฮวงซุ้ยชุดเสื้อผ้าให้ฉันเถอะ


บทที่ 69 สร้างฮวงซุ้ยชุดเสื้อผ้าให้ฉันเถอะ

ตลอดทั้งคืนนี้ ทังเจาหรุ่ยไม่ได้นอนเลย

เขาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในร่างกายอย่างต่อเนื่อง

มันเหมือนกับผืนดินที่แห้งแล้งมานานจนเริ่มแตกระแหง แต่จู่ๆ กลับมีสายฝนโปรยปรงลงมาจากฟากฟ้า หยาดฝนที่ละเอียดอ่อนเริ่มซึมซาบและหล่อเลี้ยงทุกอณูที่แห้งผาก……

มันช่างสบายเหลือเกิน

ทั่วทั้งร่างมีความรู้สึกแผ่ซ่านไปหมด ราวกับได้แช่อยู่ในน้ำพุร้อน

ในสมองของทังเจาหรุ่ยวนเวียนนึกถึงตอนที่ได้พบกับ ‘คุณลู่’ เขาไตร่ตรองทุกประโยคและทุกถ้อยคำที่ตัวตนผู้นั้นเอ่ยออกมา……

“คุณลู่บอกว่า เวลาที่เหลือของฉันคือ 07 ชั่วโมง 42 นาที นั่นหมายความว่า ตัวฉันในตอนแรก ควรจะตายในเวลา 10 นาฬิกา 54 นาทีของเช้าวันนี้”

“เวลาก่อนหน้านี้ ฉันยังคงเป็นเจ้าของตัวเองโดยสมบูรณ์……”

“แต่หลังจากเวลานี้ไป ฉันจะเป็นคนของคุณลู่และสโมสรนิรันดร์……” ทังเจาหรุ่ยพึมพำเบาๆ

สำหรับเรื่องนี้ ชายชราไม่ได้รู้สึกยอมรับยากอะไร หากต้องการจะได้สิ่งใดมา มันก็ย่อมต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน นี่คือกฎเหล็กข้อแรกของสังคม

เวลาในห้องผู้ป่วยอันเงียบสงัดล่วงเลยไปทีละนิด

คุณตาทังเจาหรุ่ยทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง เฝ้ามองการขึ้นของดวงอาทิตย์ด้วยตาตนเอง ในยามเช้า แสงสีทองค่อยๆ สาดส่องไปทั่วทั้งเมือง……

เวลาหกโมงเช้า

ทังป๋อหย่วนลูกชายของทังเจาหรุ่ยพร้อมลูกสะใภ้, ทังฉิงลูกสาวพร้อมลูกเขย, หลานชาย, หลานสาว, เหลนชาย และหลานๆ อีกหลายคน……

ทั้งครอบครัวถูกทังฟางหลานสาวเรียกตัวกลับมาจนครบ

ทุกคนต่างห้อมล้อมอยู่ที่ข้างเตียงของชายชรา

พวกเขาสังเกตเห็นว่าชายชรามีสีหน้าแดงระเรื่อ ดูมีสง่าราศีขึ้นมาก……

เมื่อนึกถึงคำพูดของหมอเมื่อวาน ทุกคนต่างก็มีสีหน้าโศกเศร้า

“ฉันมีเรื่องจะสั่งเสียสักหน่อย……”

“ทุกคนจงฟังให้ดี อย่าเพิ่งพูดแทรก……”

“ในคัมภีร์ ‘เต้าเต๋อจิง’ เคยกล่าวไว้ว่า เคราะห์ใดจะใหญ่หลวงไปกว่าการไม่รู้จักพอ ความผิดใดจะมหันต์ไปกว่าความอยากได้อยากมี หลังจากที่ฉันจากไปแล้ว ทุกคนต้องจำให้ขึ้นใจว่า อย่าโลภ อย่าโลภ อย่าโลภ……”

คุณตาทังเจาหรุ่ยค่อยๆ สั่งเสียด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเป็นการสั่งลาครั้งสุดท้าย

ชายชราเอ่ยถึงทุกแง่มุม ตั้งแต่เรื่องครอบครัว การใช้ชีวิต ไปจนถึงการเลือกคบมิตร

เขายังได้ชี้แนะสมาชิกในครอบครัวแต่ละคนเป็นการส่วนตัวด้วย

ผ่านไปเนิ่นนาน ทังเจาหรุ่ยเหลือบมองเวลา พบว่าเป็นเวลาแปดโมงกว่าแล้ว ในตอนนั้น ลูกหลานตรงหน้าต่างก็เริ่มรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมาก ต่างก็พากันสะอึกสะอื้น……

“ทุกคนออกไปให้หมด ฉันมีเรื่องจะคุยกับป๋อหย่วนนิดหน่อย”

ทังเจาหรุ่ยกล่าวเสียงหนัก

แม้จะสงสัย แต่ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง

ทุกคนต่างเดินออกจากห้องผู้ป่วยไปอย่างว่าง่าย

“ต่อไป เรื่องที่พ่อจะบอก ลูกไม่ต้องถามว่าเพราะอะไร แต่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด……”

ทังเจาหรุี่ยวางมือลงบนฝ่ามือของลูกชายที่แก่ชราไม่แพ้กัน

“พ่อต้องการให้ลูกจัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด”

“อีกสักพัก จะมีคนมารับพ่อ……”

“หลังจากพ่อไปครั้งนี้ ให้ถือเสียว่าพ่อได้ตายไปแล้ว”

“ลูกไปหาคณบดีหวัง ให้เขาช่วยออกใบมรณบัตรให้พ่อ……”

“บอกทุกคนที่มาไว้อาลัยว่า ร่างของพ่อได้ทำการฌาปนกิจไปแล้ว……”

“งานศพทุกอย่างให้จัดแบบเรียบง่ายที่สุด……”

ทังเจาหรุ่ยกล่าวทีละประโยค เขาหยุดชะงักครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อว่า

“สร้างฮวงซุ้ยชุดเสื้อผ้า (อี้กวนจ่ง) ให้พ่อเถอะ เอาไว้ฝังรวมกับแม่ของลูก”

(อี้กวนจ่ง 衣冠冢 - Yīguānzhǒng คือสุสานหรือฮวงซุ้ยที่สร้างขึ้นเพื่อฝังเพียงเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือสิ่งของส่วนตัวของผู้ตาย โดยไม่มีร่างจริงของผู้เสียชีวิตฝังอยู่ภายใน)

“จำไว้ให้ดี เรื่องที่พ่อบอกลูกในวันนี้ ห้ามบอกให้บุคคลที่สามรู้นอกจากลูกกับพ่อ สำหรับพวกอาฉิง ลูกก็โยนเรื่องทั้งหมดมาที่ตัวพ่อ แล้วไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มทั้งนั้น”

“มิฉะนั้น มันอาจจะนำพาหายนะครั้งใหญ่มาสู่ครอบครัวเราได้!”

เมื่อได้ยินคำพูดของบิดา

ทังป๋อหย่วนวัยเกือบแปดสิบปีเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ เขาอยากจะเอ่ยปากถาม แต่ฝ่ามือของบิดากลับตบลงบนหลังมือของเขาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม

เวลาเก้าโมงเช้า

ทังเจาหรุ่ยนั่งบนรถเข็นและดำเนินการออกจากโรงพยาบาลได้อย่างราบรื่น

เวลาสิบโมงเช้า

ทังเจาหรุ่ยกลับมาถึงบ้าน ซึ่งเป็นวิลล่าที่มีสวนหย่อม ในช่วงเวลาสุดท้าย เขาไม่ได้ให้ลูกหลานคอยอยู่ข้างกาย……

ชายชรากลับเข้าห้องไปเพียงลำพัง เอนกายลงบนเก้าอี้หวายไม้ตัวเก่าที่ผ่านการใช้งานมานานจนเนื้อไม้ขึ้นเงา สายตาที่ฝ้าฟางจ้องมองเพดานสีขาวสะอาด เฝ้ารอการมาถึงของวินาทีสุดท้าย……

เขาเองก็ไม่รู้ว่าอนาคตของตนจะดำเนินไปในทิศทางใด

เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึง 10 นาฬิกา 54 นาที……

ประตูสวนหลังบ้านของตระกูลทังพลันถูกเปิดออก ตามด้วยประตูห้องนอนของชายชราที่ถูกเปิดออกอย่างไร้สาเหตุ แล้วปิดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกเปิดออกอีกครั้ง……

ไม่กี่วินาทีต่อมา

ทังฟางหลานสาวของทังเจาหรุ่ยมายืนอยู่ที่หน้าประตูห้องของคุณปู่ เธอจ้องมองห้องที่ว่างเปล่า และมองไปยังเก้าอี้หวายที่ยังคงแกว่งไกวอยู่เบาๆ!

ถาดผลไม้ในมือของเธอร่วงหล่นแตกกระจายเต็มพื้น……

เธอหวีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว……

ทุกคนในบ้านต่างรีบวิ่งมาตามเสียง และจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง!

ทุกคนต่างหวาดผวา เมื่อลองลูบแขนดูก็พบว่าขนลุกซู่ไปทั้งตัว!

ท่ามกลางฝูงชน มีเพียงทังป๋อหย่วนลูกชายคนโตของทังเจาหรุ่ยที่มีสีหน้าเคร่งขรึมและดูเหมือนจะครุ่นคิดบางอย่าง……

“เงียบกันให้หมด!” ทังป๋อหย่วนตะโกนเสียงเข้ม

“ท่านผู้เฒ่า…… ไปสู่สุขคติแล้ว……” เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนจะสรุปเรื่องราว

ที่ด้านนอกวิลล่า บนทางเท้าที่ไร้ผู้คน

ร่างที่เลือนรางพลันปรากฏชัดเจนขึ้นมาทันที คนหนึ่งแก่คนหนึ่งหนุ่ม ยืนอยู่ริมถนน

“คุณตาทังครับ”

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่สโมสรนิรันดร์ครับ……”

ชายหนุ่มในกลุ่มมองไปยังชายชราข้างกายพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

รถยนต์โฟล์คสวาเกน ลาวิด้า สีดำคันหนึ่งค่อยๆ มาจอดเทียบที่ริมทาง

ชายหนุ่มและชายชราก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ

รถยนต์แล่นจากไป มุ่งหน้าไปยังคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ในเย็นวันนั้นเอง……

แวดวงชีววิทยา ไวรัสวิทยา และภูมิคุ้มกันวิทยาของจีนต่างสั่นสะเทือน!

นั่นเพราะครอบครัวของทังเจาหรุ่ยได้ประกาศต่อสาธารณชนว่า

“ท่านผู้เฒ่าได้จากไปอย่างสงบแล้ว และตามความประสงค์ของท่าน งานศพจะจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่สุด!”

เหล่าผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการต่างพากันส่ง ‘คำไว้อาลัย’ ออกมาไม่ขาดสาย

สำนักข่าวประชาชนและหนังสือพิมพ์ประชาชนรายวันของจีน ต่างก็ลงข่าวแสดงความเสียใจในทันที……

ในบทความระบุไว้ว่า “ดวงดาวที่ยิ่งใหญ่ได้ดับแสงลง!”

“ทังเจาหรุ่ย ผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยา ไวรัสวิทยา และภูมิคุ้มกันวิทยาชื่อดังของประเทศ ได้ถึงแก่กรรมเมื่อเวลา 10 นาฬิกา 54 นาทีของเช้าวันนี้…… ท่านผู้เฒ่าทังเจาหรุ่ยเกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 1917 สิริอายุรวม 102 ปี ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้ผลักดันให้แวดวงชีววิทยาของประเทศก้าวเข้าสู่……”

ยามอาทิตย์อัสดง

ณ สวนหย่อมของอาคารเก่า คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ลู่หลีนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้สนาม……

ข้างกายเขา คุณตาทังเจาหรุ่ยในชุดถังจวงก็นอนอยู่บนเก้าอี้สนามเช่นกัน เขากำลังมองดูทัศนียภาพของโลกตรงหน้าอย่างสบายอารมณ์

จบบทที่ บทที่ 69 สร้างฮวงซุ้ยชุดเสื้อผ้าให้ฉันเถอะ

คัดลอกลิงก์แล้ว