- หน้าแรก
- สโมสรนิรันดร์ เหนือสวรรค์ ฝืนชะตา
- บทที่ 39 พนักงานหมายเลข 002 ของสโมสรนิรันดร์มารายงานตัว
บทที่ 39 พนักงานหมายเลข 002 ของสโมสรนิรันดร์มารายงานตัว
บทที่ 39 พนักงานหมายเลข 002 ของสโมสรนิรันดร์มารายงานตัว
บทที่ 39 พนักงานหมายเลข 002 ของสโมสรนิรันดร์มารายงานตัว
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เหตุการณ์โจมตีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในนิวยอร์กที่น่าสะพรึงกลัวก่อนหน้านี้ได้ปิดฉากลงแล้ว
โฆษกทำเนียบขาวได้นิยามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น ‘การก่อการร้ายรูปแบบใหม่’ ในยุคข้อมูลข่าวสาร!
ในวันนั้น ความเสียหายทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมถูกคำนวณเป็นตัวเลขหลายพันล้านดอลลาร์
ในขณะเดียวกัน เหตุการณ์ในครั้งนี้ก็ได้ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน ‘สิบเหตุการณ์การโจมตีโดยแฮกเกอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก’ ไปแล้ว
……
ณ ท่าอากาศยานนานาชาติหงเฉียว เซี่ยงไฮ้
เครื่องบินของสายการบินไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MU588 ที่บินตรงจากนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มายังเซี่ยงไฮ้ กำลังบินวนอยู่บนท้องฟ้าเพื่อรอคำสั่งลงจอด
“แค็ก แค็ก แค็ก…… แค็ก แค็ก……”
ที่นั่งชั้นประหยัดของเที่ยวบิน MU588 ชายหนุ่มผิวขาวผมทองที่มีใบหน้าซีดเผือดและผอมจนเหลือแต่กระดูกส่งเสียงไออย่างรุนแรงอีกครั้ง
“คุณอีไลจาห์คะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”
พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสาวสวยเดินเข้ามาถามด้วยความกังวล
“รบกวนขอน้ำเปล่าสักแก้วครับ ขอบคุณ”
อีไลจาห์ หรือก็คือมอร์ริสที่เปลี่ยนตัวตนใหม่ หลังจากที่ FBI เริ่มแกะรอยร่องรอยเดิมของเขาได้รางๆ โชคดีที่เขาบุกรุกเข้าไปในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสร้างตัวตนปลอมขึ้นมาได้ก่อน
บนหน้าผากของมอร์ริสเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อละเอียดจากความเจ็บปวด เขาสะกดลมหายใจ กัดฟันแน่นแล้วกล่าวเสียงทุ้ม
มือข้างหนึ่งรับแก้วกระดาษจากแอร์โฮสเตส อีกข้างหยิบยาแก้ปวดออกมาจากกระเป๋า
ไม่รู้ว่าเขากินเข้าไปกี่เม็ด อาการปวดตามร่างกายถึงได้ทุเลาลงบ้าง
เครื่องบินได้รับสัญญาณและเริ่มลงจอด
หลังจากลงจอด
โรเบิร์ต แทปแพน มอร์ริส สะพายกระเป๋าเป้ที่บรรจุโน้ตบุ๊กไว้หนึ่งเครื่อง เขาค่อยๆ เดินลงจากเครื่องบินอย่างช้าๆ……
จากนั้นก็ดำเนินการผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
ทุกอย่างราบรื่นดีไม่มีเหตุสุดวิสัย มอร์ริสหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยเบอร์หนึ่ง
จากนั้น เขาพยายามลากสังขารเดินไปยังตู้กดน้ำใกล้ๆ เพื่อกดน้ำดื่ม เขากุมแก้วน้ำนั่งลงบนพื้น เฝ้ามองผู้คนที่เดินผ่านไปมา……
การเดินทางข้ามระยะทางหนึ่งหมื่นกิโล บินข้ามทวีปและมหาสมุทรมายังดินแดนที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้
โรเบิร์ต แทปแพน มอร์ริส มาด้วยใจที่พร้อมจะตาย เขาสัมผัสได้ว่าพลังชีวิตของเขากำลังเหือดแห้งลงอย่างต่อเนื่อง บางทีอาจจะอยู่ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ด้วยซ้ำ
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น มอร์ริสรีบกดรับสายทันที
เป็นคนที่มารับเขา!
มอร์ริสเดินไปยังจุดนัดพบ มองเห็นกลุ่มคนในชุดสูทสีดำยืนอยู่แต่ไกล หนึ่งในนั้นชูป้ายที่มีข้อความว่า: ‘อีไลจาห์’
โรเบิร์ต แทปแพน มอร์ริส เดินเข้าไปหา
หลังจากพูดคุยกันสั้นๆ โรเบิร์ต แทปแพน มอร์ริส ก็เดินตามกลุ่มคนนั้นออกจากสนามบิน และขึ้นไปนั่งบนรถขบวนที่ประกอบด้วยรถเบนซ์สีดำ
ขบวนรถพุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น
……
ในขณะเดียวกัน
จุดหมายปลายทางของขบวนรถ อาคารเก่าแก่ในมุมหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น
ลู่หลีนั่งอยู่ท่ามกลางแสงแดดอันอ่อนละมุนข้างสนามม้า……
เขาอ่านหนังสือในมืออย่างเงียบๆ หรือบางครั้งก็เงยหน้าขึ้นมองจางเซียวกับเผิงฮ่าวที่กำลังฝึกซ้อม ‘ศิลปะการต่อสู้แบบกองทัพ’ แบบตัวต่อตัวอยู่ไกลๆ
ในตัวของเผิงฮ่าว ลู่หลีได้ทุ่มเท ‘เวลา’ ส่วนเกินลงไปมหาศาล
ในตอนกลางวัน เผิงฮ่าวจะรับการฝึกทางทหาร และพอถึงตอนกลางคืน เขาจะเข้าสู่สภาวะเร่งเวลา ‘หนึ่งร้อยเท่า’ ที่ลู่หลีมอบให้เพื่อทำการฝึกซ้อมรอบที่สอง
นั่นหมายความว่า ในหนึ่งคืนประมาณแปดชั่วโมง หลังจากเร่งเวลาแล้วจะมีเวลาถึงแปดร้อยชั่วโมง เผิงฮ่าวใช้เวลาเพียงคืนเดียวฝึกฝนทักษะเดิมซ้ำๆ นานถึงสามสิบวัน!
ทุกๆ หนึ่งคืนที่ผ่านไป ทักษะด้านนั้นของเผิงฮ่าวจะเกิดความเปลี่ยนแปลงราวกับผลัดกระดูกเปลี่ยนเอ็น
จางเซียวอดีตทหารหน่วยรบพิเศษเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในวันที่สอง ความเร็วในการพัฒนาของเผิงฮ่าวมันรวดเร็วเกินไป!
หนึ่งวันเท่ากับหนึ่งเดือน สิบสองวันก็เท่ากับเวลาฝึกของทหารทั่วไปมากกว่าหนึ่งปี (เพิ่มเติม: ในสภาวะเร่งเวลา เนื่องจากลู่หลีเป็นผู้จ่ายเวลาให้ อายุขัยของเผิงฮ่าวจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการเร่งความเร็ว)
ลู่หลีที่กำลังอ่านหนังสือ กุมปากกาหมึกซึมบันทึกความเข้าใจบางอย่างลงในสมุด
“ต้องรีบเริ่มการซื้อขายเวลารอบต่อไปโดยเร็วแล้ว”
เขาหยุดการกระทำ พลันเกิดความคิดขึ้นมา
ไม่ว่าจะเป็นในด้านการใช้จ่าย ‘เวลา’ หรือการใช้จ่าย ‘เงินทอง’ หรือแม้แต่ความคืบหน้าในการสร้าง ‘เส้นสาย’ ล้วนบีบให้ลู่หลีต้องเริ่มการซื้อขายครั้งใหม่
ในตอนนี้เอง
มีขบวนรถขับเข้ามาในมหาวิทยาลัย และจอดลงบนถนนด้านนอกอาคาร
โรเบิร์ต แทปแพน มอร์ริส เดินตามชายชุดดำหลายคน ก้าวไปบนทางเดินหินสีเขียวมุ่งหน้าไปยังอาคารเก่า
ผ่านประตูเหล็กบานใหญ่ที่สูงตระหง่าน เขาเห็นน้ำพุที่กำลังพ่นน้ำ เห็นสวนหย่อม และตัวอาคาร……
ลู่หลีได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงลุกขึ้น เดินไปเปิดประตูใหญ่อย่างไม่รีบร้อน
ชายชุดดำจากตระกูลหรงหลายคนค้อมตัวลาและจากไป
สายตาของลู่หลีพิจารณาเด็กหนุ่มผมทองรูปร่างผอมซูบตรงหน้า
เขาเผยรอยยิ้ม ความคิดหนึ่งผุดขึ้น เร่งเวลาหนึ่งร้อยเท่าทันที
เขาจ้องมองเด็กหนุ่ม และกล่าวด้วยภาษาอังกฤษเสียงทุ้มว่า:
“ชื่อ: โรเบิร์ต แทปแพน มอร์ริส”
“อายุ: 19 ปี”
“อายุขัยที่เหลือ: 3 วัน 21 นาที 18 วินาที”
แม้จะไม่มีหน้ากาก แต่โรเบิร์ต แทปแพน มอร์ริส ก็จำได้ทันทีว่า ชายหนุ่มคนนี้คือตัวตนที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน
เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าเสียงที่ดังเข้าหูเริ่มกลายเป็นเสียงที่ประหลาด สีหน้าของเขาพลันตื่นตระหนก กวาดสายตามองไปรอบๆ……
สุดท้าย มอร์ริสเบิกตากว้าง จ้องมองไปยังนาฬิกาควอตซ์เรือนยักษ์บนผนังอาคารเรียนที่อยู่ไกลออกไป
เข็มนาฬิกานั้นดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปแล้ว……
ไม่สิ!
มันถูกทำให้ช้าลงหนึ่งร้อยเท่า!
ผ่านไปหนึ่งร้อยวินาที เข็มวินาทีของนาฬิกาถึงจะขยับไปข้างหน้าเพียงหนึ่งวินาที!
มอร์ริสกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มองลู่หลีด้วยความหวาดกลัวและยินดีปนเปกัน
เขาสาบานได้ว่า เขาได้พบกับพระเจ้าที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวในโลกนี้แล้ว!
ไปลงนรกซะเถอะ เยโฮวาห์!
แม้แต่ชีวิตของข้า เจ้ายังช่วยไม่ได้ เจ้ายังจะกล้าเรียกตัวเองว่าพระเจ้าอีกเรอะ!?
“สวัสดี ผมคือพ่อค้าเวลา และในขณะเดียวกัน ก็เป็นผู้กุมอำนาจของสโมสรนิรันดร์”
ลู่หลีกล่าวด้วยสีหน้าอ่อนโยนและไม่รีบร้อน
พนักงานหมายเลข 0,000,002 ของสโมสรนิรันดร์ โรเบิร์ต แทปแพน มอร์ริส มารายงานตัวแล้ว