- หน้าแรก
- โฮสเทลลี้ลับที่ผมตายได้ก็เกิดใหม่ได้แถมหิวขึ้นด้วย
- บทที่ 40 - สถานการณ์ไม่เป็นไปตามคาด
บทที่ 40 - สถานการณ์ไม่เป็นไปตามคาด
บทที่ 40 - สถานการณ์ไม่เป็นไปตามคาด
ไอลีนร้องไห้เสียใจหนักมาก
อวี๋เซิงก็ไม่ได้พูดปลอบ เหตุผลแรกคือไม่รู้จะปลอบยังไงจริงๆ เหตุผลที่สองก็คือ ... เขากลัวว่าถ้าขืนไปพูดปลอบตอนที่ตุ๊กตาตัวนี้กำลังเสียใจจนสติหลุด เธออาจจะยิ่งของขึ้นแล้วกระโดดมากัดเขาแทน
ตอนนี้เธอต้องกระโดดขึ้นมาจริงๆ ถึงจะกัดเขาถึง
แน่นอนว่าข่าวดีก็คือตอนนี้เธอสามารถกัดคนได้แล้ว จากที่เมื่อก่อนตอนอยู่ในภาพวาดทำได้แค่พ่นคำด่าทอเท่านั้น
ผ่านไปพักใหญ่ ความเศร้าเสียใจของไอลีนถึงเพิ่งจะทุเลาลงนิดหน่อย อวี๋เซิงรีบก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะสองก้าว เอ่ยปากอย่างลังเล "เอ้อ ... เธออย่าเสียใจไปเลยนะ ไว้คราวหน้าฉันค่อยทำร่างกายใหม่ให้ ไซซ์เท่าคนปกติเลย ตอนนี้ ... เธอทนๆ ใช้ร่างนี้ไปก่อนได้ไหม ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะจัดการทำให้ใหม่ ... "
"ตง ... ตอนนี้คงต้องใช้ร่างนี้ไปก่อนแหละ" ไอลีนสูดน้ำมูกสองที พูดด้วยสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว "เอาแบบนี้ไปก่อนเถอะ นายก็ไม่ต้องลำบากหรอก ถึงพรุ่งนี้นายจะทำร่างใหม่ให้ฉันมันก็เปลี่ยนเข้าไปไม่ได้ทันทีหรอก วิญญาณของตุ๊กตามีชีวิตทนการเปลี่ยนภาชนะบ่อยๆ ไม่ไหวหรอก อย่าง ... อย่างน้อยก็ต้องรออีกหลายเดือน ... "
พูดไปพูดมาความเศร้าก็ตีตื้นขึ้นมาอีก ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมาอีกรอบ
อวี๋เซิงรีบเอาขวดแก้วใบเล็กไปจ่อที่หน้าไอลีนเพื่อรองน้ำตาไว้
"นายทำอะไรเนี่ย" ไอลีนสูดน้ำมูกพลางมองดูการกระทำพิลึกพิลั่นของอวี๋เซิง
"น้ำตาของตุ๊กตามีชีวิตไงล่ะ" อวี๋เซิงตอบด้วยสีหน้าจริงจัง "ไว้คราวหน้าตอนทำร่างกายให้เธอพวกเราจะพยายามใช้วัตถุดิบชั้นสูงกัน ช่วงสองสามเดือนนี้ฉันจะพยายามรวบรวมวัตถุดิบดู ไว้จะทำร่างแบบส่องแสงสีทองออร่าจับให้เธอเลย ... "
ไอลีนลองนึกตาม ก่อนจะปล่อยโฮออกมา "อวี๋เซิงไอ้คนเฮงซวย ... แง ... "
ผ่านไปอีกพักใหญ่ อารมณ์เศร้าสร้อยของตุ๊กตาก็สงบลงได้อีกครั้ง
ไอลีนปีนขึ้นไปบนกองหนังสือเก่านั่น นั่งเหม่อมองเหม่อลอยคิดทบทวนชีวิตอยู่บนยอดกองหนังสือ ส่วนอวี๋เซิงก็นั่งอยู่ข้างโต๊ะคอยเป็นเพื่อนตุ๊กตา นั่งคิดทบทวนชีวิตไปพร้อมกับเธอ
"อย่างน้อย อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเมื่อก่อนแหละ" ไอลีนบ่นพึมพำเสียงเบา ไม่รู้ว่าพูดให้อวี๋เซิงหรือตัวเองฟังกันแน่ "ตอนนี้อย่างน้อยฉันก็สามารถวิ่งไปไหนมาไหนได้เองแล้ว"
"แถมยังดูทีวีเองได้ด้วย" อวี๋เซิงรีบเออออตาม "มันสะดวกกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ จริงไหม"
ไอลีนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดูเหมือนอยากจะทำตัวให้ดูหดหู่และขึงขังขึ้นมาหน่อย แต่ด้วยความที่ตัวเล็กจิ๋ว (66.6 ซม.) เสียงถอนหายใจนั้นก็เลยไม่ได้ดูหดหู่เลยสักนิด
ส่วนอวี๋เซิงก็แอบเหล่ตามองไอลีนในสภาพปัจจุบัน สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ข้อมือและหัวเข่าของอีกฝ่ายที่โผล่พ้นร่มผ้าออกมา
ข้อต่อทรงกลมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตุ๊กตามันดูเตะตาเป็นพิเศษ
"ตอนแรกก็ใช้ตุ๊กตาดินปั้นเป็นภาชนะแท้ๆ แต่สุดท้ายก็กลายเป็นข้อต่อทรงกลมเหมือนตุ๊กตาไม้แบบนี้แหละน้า" เขาพูดอย่างครุ่นคิด
"ก็แหงสิ ตุ๊กตาที่ขยับได้น่ะ ถ้าไม่มีข้อต่อแล้วจะขยับยังไง" ไอลีนหันมาค้อนขวับ "นี่คือรูปร่างที่บันทึกอยู่ในวิญญาณของฉัน ดังนั้นไม่ว่าภาชนะตั้งต้นจะมีรูปร่างหน้าตายังไง หลังจากที่วิญญาณหล่อหลอมร่างกายเสร็จแล้ว มันก็จะเปลี่ยนมาเป็นแบบนี้แหละ ถ้านายไม่ชอบข้อต่อทรงกลมฉันก็ช่วยไม่ได้หรอกนะ"
"อ้อ งั้นก็ไม่เป็นไร" อวี๋เซิงพูดลอยๆ "แต่พูดถึงรูปร่างที่บันทึกอยู่ในวิญญาณ ... ในวิญญาณของเธอก็บันทึกไว้ว่าเธอสูงร้อยหกสิบเจ็ดเซนติเมตรเหมือนกันนี่นา ... "
พริบตาเดียวไอลีนก็กระโดดจากกองหนังสือมาเกาะแขนอวี๋เซิง แล้วพยายามง้างนิ้วโป้งของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย "นายนี่มันเป็นพวกชอบแกะแผลเก่าคนอื่นจริงๆ เล๊ย"
อวี๋เซิงแหกปากร้องลั่นกระโดดเหยงขึ้นมา พยายามแกะตุ๊กตาตัวจิ๋ว (66.6 ซม.) แต่ดันมีแรงมหาศาลออกจากแขน พลางละล่ำละลักอธิบาย "ฉันแค่สงสัยไง แค่สงสัย ตกลงกระบวนการหล่อหลอมร่างกายของเธอมันผิดพลาดตรงไหนเนี่ย รูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปแท้ๆ ทำไมขนาดตัวถึงได้หดลงไปเยอะขนาดนี้ ... "
"ฉันจะไปรู้ได้ไงล่ะ" ไอลีนถูกอวี๋เซิงแกะออกจากแขน ตอนนี้ถูกหิ้วคอเสื้อห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ "มันไม่ควรจะมีปัญหาแท้ๆ ตอนที่หล่อหลอมร่างกายฉันก็รู้สึกว่าทุกอย่างปกติไปหมด แต่พอสุดท้ายทำไมขนาดตัวถึงได้ผิดเพี้ยนไปได้ ... นี่ นายปล่อยฉันลงเถอะ"
"งั้นเธอต้องรับปากฉันก่อนนะ ว่าจะไม่หักนิ้วฉันแล้ว" อวี๋เซิงหิ้วคอเสื้อไอลีนพลางพูดกับเธอด้วยสีหน้าจริงจัง รอจนอีกฝ่ายพยักหน้าถึงได้ยอมวางเธอลงบนโต๊ะ
"เฮ้อ ช่างมันเถอะ คิดไปก็เปล่าประโยชน์" ไอลีนถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เดินวนไปวนมาบนโต๊ะสองสามก้าวแล้วก็ส่ายหน้า "ยังไงก็ต้องหาทางติดต่อพวกพี่น้องจากกระท่อมอลิซให้ได้ ถ้าได้กลับบ้านล่ะก็ พวกพี่น้องต้องมีวิธีแก้แน่ๆ ... "
อวี๋เซิงได้ยินแบบนั้นก็เกิดความสงสัย "เธอเอาแต่พูดถึงกระท่อมอลิซกับพวกตุ๊กตามาตลอด ... พวกพี่น้องที่เธอพูดถึงปกติตอนนี้อยู่ที่ไหนกัน แล้วในเมืองนี้ยังมีตุ๊กตาตัวอื่นนอกจากเธออีกไหม ว่าแต่ 'องค์กร' ของพวกเธอ ... ปกติมีหน้าที่ทำอะไรกันแน่"
คำถามพวกนี้เขาอยากจะถามมานานแล้ว แต่ช่วงที่ผ่านมามีแต่เรื่องวุ่นวายถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย จนกระทั่งตอนนี้เขาถึงเพิ่งจะหาจังหวะถามได้
"พวกเรางั้นเหรอ พวกเราคือเผ่าพันธุ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษแห่งตุ๊กตา ส่วนภารกิจ ... ความจริงก็ไม่มีภารกิจอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรอก บางทีก็ไปจัดการกับมิติลี้ลับ บางทีก็ไปช่วยองค์กรอื่นจัดการกับตัวตนก่อกำเนิดที่รับมือยากๆ แต่เวลาส่วนใหญ่พวกตุ๊กตาก็แค่ใช้ชีวิตไปตามใจชอบนั่นแหละ" ไอลีนพยายามนึกย้อนอดีต แล้วก็เริ่มเล่า "พี่น้องของฉันส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ชีวิตปะปนอยู่ในโลกมนุษย์หรอก แต่ในเมืองเจี้ยเฉิงนี้น่าจะมีจุดประสานงานของพวกเราอยู่ ... แต่จุดประสานงานนั่นอยู่ที่ไหนฉันก็จำไม่ได้แล้ว แถมผ่านไปตั้งหลายปี ป่านนี้ทั้งวิธีติดต่อแล้วก็ผู้ประสานงานก็น่าจะเปลี่ยนไปหมดแล้วล่ะ ... "
เธอปีนกลับขึ้นไปบนกองหนังสือเก่า เอามือเท้าคาง ค่อยๆ เล่าความทรงจำออกมา "เวลาพวกเราออกมาเคลื่อนไหวในโลกมนุษย์ก็จะปลอมตัวนิดหน่อย ตุ๊กตามีชีวิตมีรูปร่างหน้าตาคล้ายมนุษย์มาก ก็เลยปะปนอยู่ในฝูงชนได้ง่ายๆ เมืองนี้มันกว้างใหญ่มาก ถ้าไม่มีวิธีติดต่อเฉพาะหรือหาตัวผู้ประสานงานเฉพาะเจอ การจะไปงมหาตุ๊กตามีชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่มันไม่ง่ายเลย ... "
อวี๋เซิงตั้งใจฟัง ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาจะพอเดาได้แล้วว่าในเมืองนี้ต้องมีพวกตัวประหลาดซ่อนตัวอยู่แน่ๆ แต่พอมาได้ยินจริงๆ ก็ยังรู้สึกทึ่งอยู่ดี "เหลือเชื่อเลยแฮะ ... เมื่อก่อนฉันคิดมาตลอดเลยนะว่าประชากรในเมืองนี้มีแต่มนุษย์ซะอีก ... "
"จะเป็นไปได้ไงเล่า" ไอลีนค้อนขวับ "นี่มันแดนเชื่อมต่อนะ"
"แดนเชื่อมต่องั้นเหรอ ... " อวี๋เซิงบ่นพึมพำทวนคำนี้เบาๆ
"ในสถานที่อย่างแดนเชื่อมต่อเนี่ย จะมีตัวอะไรโผล่มาก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ เอาแค่ใกล้ๆ ตัวเลย ในเขตเมืองเก่าแบบนี้ยังมีคนประหลาดที่คิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์อย่างนายซ่อนตัวอยู่เลยนี่นา" ไอลีนโบกมือปัด กระโดดลงมาจากกองหนังสือเก่า "ลงไปข้างล่างกันเถอะ ฉันเบื่ออยู่บนนี้แล้ว อุตส่าห์ขยับตัวไปไหนมาไหนได้ทั้งที ฉันจะไปเดินสำรวจบ้านหลังใหญ่หลังนี้ให้ทั่วเลย"
"นั่นสินะ" อวี๋เซิงถอนหายใจ ตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกความสดชื่น "แค่ปั้นร่างกายให้เธอก็ปาเข้าไปครึ่งค่อนวันแล้ว ฉันหิวแล้วล่ะ ลงไปหาอะไรกินข้างล่างกันเถอะ"
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินไปที่ทางลงห้องใต้หลังคา แต่เพิ่งจะก้าวไปได้สองก้าวก็ต้องยินเสียงไอลีนโวยวายตามหลังมา "นี่นายรอฉันด้วยสิ ฉันยังลงไปไม่ได้เลย"
พออวี๋เซิงหันกลับมา ก็เห็นไอลีนกำลังวิ่งเหยาะๆ บนโต๊ะ กระโดดข้ามไปบนเก้าอี้เก่าที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด แล้วก็คลานไปที่ขอบเก้าอี้ ค่อยๆ รูดตัวลงมาตามขาเก้าอี้อย่างทุลักทุเล ผ่านไปพักใหญ่ถึงจะลงมาถึงพื้นได้อย่างปลอดภัย ...
อวี๋เซิง " ... "
ไอลีนสับขาสั้นๆ วิ่งดุ๊กดิ๊กๆ มาหยุดอยู่ที่เท้าของอวี๋เซิง ถึงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองเธออยู่ เธอรีบเชิดหน้าขึ้น เอามือเท้าเอวพยายามทำตัวให้ดูน่าเกรงขาม "นายมองฉันทำไม"
"เปล่าหรอก" อวี๋เซิงส่ายหน้า "ก็แค่รู้สึกว่าน่า ... น่ารักดี"
เขาเกือบจะหลุดคำว่า "น่าขำ" ออกมาแล้วเชียว
ไอลีนทำหน้าเอ๋อ ไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติในคำพูดของอวี๋เซิง "ชะ ใช่เหรอ"
จากนั้นเธอก็เดินตามอวี๋เซิงไปข้างหน้า เพิ่งจะเดินไปได้สองก้าวก็เอื้อมมือไปกระตุกขากางเกงของอวี๋เซิง "อ้อจริงด้วย ขอบใจนะ"
อวี๋เซิงก้มหน้าลง มือก็คอยดึงขอบกางเกงเอาไว้พลางส่งสายตาสงสัยกลับไป
"ขอบใจนะที่ช่วยเตรียมร่างกายให้ ตอนนั้นสถานการณ์มันวุ่นวายไปหมด ฉันยังไม่ได้ขอบคุณนายดีๆ เลย" ไอลีนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
อวี๋เซิงอดไม่ได้ที่จะก้มลงมองสำรวจตุ๊กตา (66.6 ซม.) ในตอนนี้ อั้นอยู่นานสุดท้ายก็หลุดปากออกมา "เธอมีสภาพแบบนี้แล้ว ยังจะมาขอบคุณฉันอีกเหรอ"
"มันคนละเรื่องกัน เรื่องขนาดตัวเป็นเพราะตอนที่ฉันหล่อหลอมร่างกายไม่รู้ว่าเกิดความผิดพลาดอะไรขึ้น แต่ร่างกายที่นายตั้งใจเตรียมให้ฉันมันก็คือความจริง" ไอลีนแหงนหน้าขึ้น ดูจริงจังเอามากๆ (ความจริงคือไม่ค่อยจะดูออกหรอก) "ถึงแม้มันจะอัปลักษณ์ไปหน่อยก็เถอะ"
" ... ประโยคหลังนั่นไม่ต้องเติมมาก็ได้มั้ง"
"ซะ สรุปก็คือ สิ่งที่ฉันรับปากนายไว้ก่อนหน้านี้มันยังเป็นผลอยู่นะ" ไอลีนรีบพูดต่อ "หลังจากนี้ฉันจะช่วยนาย ไม่ว่าจะช่วยสู้หรือว่าช่วยซัพพอร์ตเรื่องความรู้เหนือธรรมชาติ ฉันจะมีประโยชน์มากๆ เลยล่ะ ต่อให้วันหน้านายจะหาพวกพี่น้องของฉันเจอ หรือพาฉันกลับไปที่กระท่อมอลิซได้แล้ว ฉันก็จะกลับมาช่วยนายอยู่ดี ก็ ... "
เธอพูดถึงตรงนี้ก็หยุดชะงักไปนิดนึงเพื่อใช้ความคิด
"งะ งั้นทำสัญญากันสักร้อยปีก่อนไหม" เธอมองอวี๋เซิง ถามเพื่อความแน่ใจ "ถึงตอนนั้นนายน่าจะแก่ตายไปแล้วล่ะมั้ง"
อวี๋เซิง " ... ฉันจะพยายามก็แล้วกัน"
"งั้นตกลงร้อยปีนะ" ไอลีนหัวเราะร่า ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ถึงอารมณ์ดีขึ้นมา จากนั้นเธอก็หันหลัง สับขาสั้นๆ วิ่งดุ๊กดิ๊กๆ ไปที่ทางลงห้องใต้หลังคา "งั้นเรารีบลงไปข้างล่างกัน ... "
เสียงของเธอขาดหายไปกะทันหัน ร่างคะมำล้มคว่ำไปด้านหน้า ราวกับหุ่นกระบอกที่ถูกตัดสายทิ้งกะทันหัน เธอกระเด็นไถลไปตามแรงเฉื่อยของการวิ่งจนไปกระแทกเข้ากับผนังฝั่งตรงข้าม
รอยยิ้มบนใบหน้าของอวี๋เซิงแข็งค้างไปในพริบตาที่ไอลีนล้มคะมำ
"เชี่ย ... เชี่ยเอ๊ย"
เขาอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหาไอลีนภายในไม่กี่ก้าว ก้มลงอุ้มตุ๊กตาตัวน้อยขึ้นมาจากพื้น
ตุ๊กตาหลับตาปี๋ ร่างกายไร้เรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง แขนขาที่เมื่อวินาทีก่อนยังมีอุณหภูมิร่างกายอยู่ตอนนี้กลับเย็นเฉียบเหมือนดินปั้นธรรมดา มีเพียงผิวหนังเท่านั้นที่ยังคงความอ่อนนุ่มเหมือนมีชีวิตอยู่ แต่กลับสัมผัสไม่ได้ถึงพลังชีวิตใดๆ เลย
อวี๋เซิงถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
และในตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงของไอลีนดังมาจากโต๊ะตัวใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล
"อวี๋เซิง ฉัน ฉันกลับเข้ามาอยู่ในนี้แล้ว"
[จบแล้ว]