- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 641 เปิ่นตี้รู้ว่าเจ้ารีบ แต่เจ้าไม่ต้องรีบ(ฟรี)
ตอนที่ 641 เปิ่นตี้รู้ว่าเจ้ารีบ แต่เจ้าไม่ต้องรีบ(ฟรี)
ตอนที่ 641 เปิ่นตี้รู้ว่าเจ้ารีบ แต่เจ้าไม่ต้องรีบ(ฟรี)
ตอนที่ 641 เปิ่นตี้รู้ว่าเจ้ารีบ แต่เจ้าไม่ต้องรีบ
เมื่อได้ยินคำพูดของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรา ชายร่างสูงใหญ่ก็โกรธจนฟันแทบหัก กำหมัดแน่นจนข้อซิดขาว หากไม่ใช่เพราะตอนนี้ยังบุ่มบ่ามออกไปไม่ได้ล่ะก็ เขาคงจะสั่งสอนจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราให้หลาบจำไปแล้ว
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชายร่างสูงใหญ่ก็พยายามระงับความโกรธในใจลง แล้วกล่าวว่า "พวกเจ้ารู้หรือเปล่าว่าสองคนนั้นมีฐานะอะไร? หากไม่ยอมปล่อยพวกเขาไป พวกเจ้าจะต้องเดือดร้อนกันหมดแน่!"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราแคะหู ทำท่าทางไม่แยแส "โอ้โห ข้ากลัวจังเลยอ่ะ!"
ความโกรธที่เพิ่งจะสงบลงไปของชายร่างสูงใหญ่ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง กัดฟันกรอด ไอ้หมอนี่ที่ใส่ชุดนักพรตลายพระอาทิตย์พระจันทร์มันจะกวนโอ๊ยเกินไปแล้ว!
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรายิ้มบางๆ "เปิ่นตี้รู้ว่าเจ้ารีบ แต่เจ้าไม่ต้องรีบ!"
ชายร่างสูงใหญ่จ้องมองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราด้วยสายตาเย็นชา "ตกลงจะเอายังไงถึงจะยอมปล่อยพวกเขา?"
เมื่อได้ยินดังนั้น จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราและเจียงรั่วเหยาก็สบตากัน แววตาของทั้งสองฉายแววขบขัน
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราเอามือไพล่หลัง พลางกล่าวว่า "จะให้เปิ่นตี้ปล่อยคนก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ต้องขอดูความจริงใจของเจ้าหน่อยแล้วล่ะ"
พอได้ยินประโยคนี้ ชายร่างสูงใหญ่ก็เข้าใจทันที ที่พวกชนพื้นเมืองพวกนี้ไม่ยอมปล่อยคน ก็เพราะอยากจะฉวยโอกาสกอบโกยผลประโยชน์นี่เอง!
"ไอ้พวกชนพื้นเมืองเอ๊ย!"
ชายร่างสูงใหญ่แค่นเสียงเย็นในใจ แต่ภายนอกยังคงทำหน้านิ่ง "ถ้าเปิ่นตี้ให้ผลประโยชน์พวกเจ้าไปแล้ว แต่พวกเจ้ากลับไม่ยอมปล่อยคน เปิ่นตี้ก็ขาดทุนย่อยยับเลยน่ะสิ?"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราหรี่ตาลง "เจ้าเห็นจักรพรรดิแห่งโลกเบื้องล่างเป็นอะไร? หากเปิ่นตี้เป็นคนตระบัดสัตย์ จะสามารถบรรลุเป็นจักรพรรดิในจักรวาลแห่งนี้ได้หรือ?"
ชายร่างสูงใหญ่ย่อมรู้ดีว่าการจะบรรลุเป็นจักรพรรดิในจักรวาลเบื้องล่างนั้นยากลำบากเพียงใด เขารู้ว่าจักรพรรดิแต่ละองค์แทบจะเป็นบุตรแห่งโชคชะตาทั้งสิ้น และโดยพื้นฐานแล้วพวกเขาจะไม่ผิดคำสาบาน
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็ยอมเชื่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราไปก่อน
เขากล่าวว่า "ก็ได้ เปิ่นตี้จะเชื่อเจ้าสักครั้ง หวังว่าเจ้าจะไม่ทำผิดต่อวิถีเต๋าในใจเจ้าก็แล้วกัน"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราพยักหน้า "แน่นอนอยู่แล้ว"
ชายร่างสูงใหญ่หยิบถุงเก็บของออกมาใบหนึ่ง พลางกล่าวว่า "ในนี้มีหินวิญญาณระดับสูงอยู่หนึ่งล้านก้อน พอจะแลกกับชีวิตพวกเขาสองคนได้ไหม?"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราขมวดคิ้ว "เจ้าบอกว่าพวกเขามีฐานะสูงส่ง แต่สองคนรวมกันมีค่าแค่หินวิญญาณระดับสูงหนึ่งล้านก้อนเองเนี่ยนะ?"
ยังไม่ทันที่ชายร่างสูงใหญ่จะตอบ ผู้บ่มเพาะชาวไท่ชูที่อยู่ด้านหลังก็เริ่มซุบซิบนินทากันแล้ว
"หมอนี่สงสัยจะเป็นขอทานล่ะมั้ง?"
"ก็คงจะใช่นั่นแหละ ชีวิตของจักรพรรดิทั่วไปยังมีค่ามากกว่าหินวิญญาณระดับสูงหนึ่งล้านก้อนเลย"
"ขำชะมัด ไม่มีเงินยังจะมาไถ่ตัวคนอีก นี่น่ะหรือผู้บ่มเพาะจากโลกใบใหญ่?"
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคน สีหน้าของชายร่างสูงใหญ่ก็ย่ำแย่ลงมาก เขาจ้องมองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรา "แล้วเจ้าต้องการเท่าไหร่?"
"ไม่เยอะหรอก" จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราตอบเรียบๆ "แค่เปลี่ยนหน่วยของสิ่งที่เจ้าพูดเมื่อกี้ จากหินวิญญาณเป็นผลึกวิญญาณก็พอ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายร่างสูงใหญ่ก็เบิกตากว้าง "ผลึกวิญญาณ? นี่เจ้าล้อเล่นหรือเปล่า?"
หินวิญญาณแบ่งออกเป็นระดับต่ำ กลาง และสูง และสิ่งที่อยู่เหนือกว่าหินวิญญาณระดับสูงก็คือผลึกวิญญาณ ซึ่งก็แบ่งเป็นระดับต่ำ กลาง และสูงเช่นกัน
โดยปกติแล้ว ผู้บ่มเพาะตั้งแต่ระดับจักรพรรดิลงมาจะใช้หินวิญญาณในการฝึกฝนและแลกเปลี่ยนซื้อขาย มีเพียงผู้บ่มเพาะตั้งแต่ระดับเซียนแท้จริงขึ้นไปเท่านั้นที่จะใช้ผลึกวิญญาณ
ดังนั้น ผลึกวิญญาณจึงเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและฐานะ
นี่ถือเป็นกฎที่รู้กันโดยปริยาย
ตอนนี้พอได้ยินว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราเรียกค่าไถ่เป็นผลึกวิญญาณระดับสูงถึงหนึ่งล้านก้อน ชายร่างสูงใหญ่ก็ถึงกับอึ้งไปเลย เพราะเขาไม่มีปัญญาจ่ายจริงๆ
ผลึกวิญญาณน่ะเขามี แต่ไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น!
"เปิ่นตี้เป็นถึงระดับไหน จะมาล้อเล่นกับเจ้าทำไม?"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราแค่นเสียงเย็น แล้วกล่าวต่อว่า "ถ้าผลึกวิญญาณระดับสูงหนึ่งล้านก้อนมันเยอะไป งั้นเจ้าก็เอาเท่าที่มีมาให้หมดก็แล้วกัน ถ้าพอถูไถไปได้ เปิ่นตี้ก็อาจจะยอมปล่อยคนก็ได้"
ชายร่างสูงใหญ่หน้าบานขึ้นมาทันที "พูดจริงนะ?"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราพยักหน้า "จริงแท้แน่นอน แต่ว่า... เจ้าต้องเอาอาวุธระดับจักรพรรดิมาแถมให้ด้วยอีกสามชิ้น เพื่อเป็นค่าเสียเวลา"
ชายร่างสูงใหญ่พยักหน้ารัวๆ ราวกับกลัวว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราจะเปลี่ยนใจ เขารีบหยิบถุงเก็บของออกมาใบหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีอาวุธระดับจักรพรรดิที่ส่องแสงวิถีจักรพรรดิเจิดจรัสอีกสามชิ้น
เมื่อเห็นชายร่างสูงใหญ่หยิบอาวุธระดับจักรพรรดิออกมาทีเดียวถึงสามชิ้น บรรดาผู้บ่มเพาะชาวไท่ชูที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็สูดลมหายใจเย็นยะเยือก
นี่แหละคือผู้บ่มเพาะที่มาจากโลกใบใหญ่งั้นหรือ หยิบอาวุธระดับจักรพรรดิออกมาทีเดียวตั้งสามชิ้น
ชายร่างสูงใหญ่กล่าวว่า "ในนี้มีหินวิญญาณระดับสูงสองล้านก้อน ผลึกวิญญาณระดับต่ำหนึ่งแสนก้อน ผลึกวิญญาณระดับกลางสองหมื่นก้อน แล้วก็อาวุธระดับจักรพรรดิอีกสามชิ้น เอาไป!"
พูดจบ ชายร่างสูงใหญ่ก็โยนถุงเก็บของและอาวุธระดับจักรพรรดิทั้งหมดไปให้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรา
เมื่อเห็นว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรารับของไปแล้ว ชายร่างสูงใหญ่ก็รีบพูดว่า "ปล่อยคนได้แล้ว!"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราเก็บหินวิญญาณและอาวุธระดับจักรพรรดิเข้ากระเป๋า แล้วทำหน้าตาสงสัย "ปล่อยคน? ปล่อยใคร?"
ชายร่างสูงใหญ่หน้าเสีย จู่ๆ ก็ร้อนรนขึ้นมา "เมื่อกี้เจ้าเพิ่งจะเอาวิถีเต๋าของตัวเองเป็นประกัน ว่าจะปล่อยพวกเขาไม่ใช่หรือไง!"
"มีด้วยหรือ? ตั้งแต่ต้นจนจบ เปิ่นตี้เคยพูดประโยคที่ว่า 'ถ้าได้ของแล้วจะปล่อยคน' ด้วยหรือ?" จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราเอามือไพล่หลัง ทำหน้าซื่อตาใส ราวกับจำไม่ได้เลยว่าพูดอะไรออกไปบ้าง
"บัดซบ ไอ้ชนพื้นเมืองสารเลว!"
ชายร่างสูงใหญ่โกรธจนเลือดขึ้นหน้า ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครกล้าเอาวิถีเต๋าของตัวเองมาล้อเล่นแบบนี้!
"เปิ่นตี้รู้ว่าเจ้ารีบ แต่เจ้าไม่ต้องรีบ"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "คนเนี่ย เปิ่นตี้จับมาด้วยฝีมือของตัวเอง ถ้าอยากได้คืน ก็ต้องใช้ฝีมือมาแย่งชิงกลับไปสิ การเอาเงินมาไถ่ตัวคนจากศัตรูนี่มัน... โง่จนน่าเอ็นดูจริงๆ"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า......"
เมื่อเห็นการกระทำของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรา ทุกคนในใจก็รู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่ง คราวนี้ฝ่ายตรงข้ามก็เสียทั้งเงินทั้งคนเลยทีเดียว!
"ท่านจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุดยอดไปเลย!"
ผู้บ่มเพาะจากลัทธิสุริยันจันทราตื่นเต้นที่สุด กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
"จะโทษก็ต้องโทษที่ไปเจอไอ้หมอนี่แหละ"
บรรดาจักรพรรดิแห่งไท่ชูที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดต่างก็ส่ายหน้าหัวเราะ ศีลธรรมอาจจะใช้ผูกมัดคนอื่นได้ แต่ใช้ผูกมัดจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราไม่ได้แน่นอน
ก็แหม... เขาเคยไปเรียนรู้วิชาที่เขตอู๋มาแล้วนี่นา!
"เอาเงินของข้าคืนมา!"
ชายร่างสูงใหญ่โกรธจนแทบจะคลั่ง ฐานะของเขาไม่ได้สูงส่งอะไร ที่ยอมเสียทรัพย์สมบัติมากมายเพื่อไถ่ตัวชายหนุ่มชุดทองสองคนนั้น ก็เพื่อหวังจะประจบประแจงและเอาใจพวกเขา เพื่อปูทางสำหรับอนาคตของตัวเอง
ดังนั้น แทนที่จะบอกว่าเขาถูกจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราหลอก สู้บอกว่าเขาหลอกตัวเองเสียยังจะดีกว่า
แต่ตอนนี้จะพูดอะไรก็สายไปแล้ว เขาไม่เพียงแต่จะช่วยคนไม่ได้ แต่ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ก็แทบจะหมดเกลี้ยง ชีวิตหลังจากนี้คงต้องลำบากแน่ๆ!
"อยากได้นักก็เอาไปสิ"
พูดจบ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราก็หยิบหินวิญญาณระดับต่ำที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดูออกมาหนึ่งก้อน แล้วโยนให้ชายร่างสูงใหญ่
"เจ้ากำลังดูถูกเปิ่นตี้!"
ชายร่างสูงใหญ่ปัดหินวิญญาณระดับต่ำก้อนนั้นจนแตกกระจาย จ้องมองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราด้วยสีหน้าโกรธแค้น
"ดูถูกงั้นหรือ? เจ้ารู้ไหมว่าหินวิญญาณระดับต่ำหนึ่งก้อนมันสำคัญแค่ไหน? ขอบอกไว้เลยนะ ถ้ามีมัน เจ้าก็เท่ากับครอบครองสมบัติล้ำค่าทั้งหมดในโลกหล้าเลยทีเดียว!"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรามองดูหินวิญญาณระดับต่ำที่แตกกระจายด้วยความเสียดาย
หินวิญญาณระดับต่ำหนึ่งก้อนสามารถใช้ 'วิชาแลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียม' ได้ตั้งหนึ่งครั้งเชียวนะ!
"เจ้าผายลมอะไรของเจ้า!"
ชายร่างสูงใหญ่ฟังไม่เข้าใจว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราหมายความว่าอะไร และก็ไม่อยากจะเข้าใจด้วย เขารู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองกำลังโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ต้องรีบออกไปจากที่นี่ด่วน ไม่อย่างนั้นเขาต้องถูกยั่วโมโหจนอกแตกตายอยู่ที่นี่แน่
แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง
ชายร่างสูงใหญ่หันไปมองตามเสียง วินาทีต่อมา ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ด้านหลังของเขา มีชายหนุ่มผมขาวสวมชุดขาวเดินเข้ามา
ชายหนุ่มผมขาวผู้นี้หน้าตาหล่อเหลามาก ดวงตาของเขาสงบนิ่งราวกับผืนน้ำ แม้แต่ขนตาก็ยังเป็นสีขาว ผิวพรรณของเขาดีกว่าผู้หญิงเสียอีก ขาวเนียนละเอียดอ่อน ราวกับจะคั้นน้ำออกมาได้
ด้านหลังของเขาก็มีปีกเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกับปีกสีขาวของชายหนุ่มชุดทองทั้งสองคน ปีกของเขาเป็นสีทอง!
แถมจำนวนก็ไม่ใช่แค่สามคู่ แต่เป็นถึงสี่คู่!
ปีกทั้งแปดข้างถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายสีทอง ดูสูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก!
"ทะ... ท่านเซิ่งจื่อ ทำไมท่านถึงมาด้วยตัวเองล่ะขอรับ?"
เมื่อเห็นชายหนุ่มผมขาว ชายร่างสูงใหญ่ก็ตัวสั่นเทาจนพูดจาติดขัด
นี่คือความหวาดกลัวที่เกิดจากสัญชาตญาณ เขาหวาดกลัวชายหนุ่มผมขาวที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก!
"ถ้าข้าไม่มา หน้าตาของเผ่าเทวทูตคงจะถูกพวกเจ้าเอามาปู้ยี่ปู้ยำจนหมด!"
ชายหนุ่มผมขาวมองไปที่ชายร่างสูงใหญ่ แววตาฉายรังสีอำมหิต
ราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง ชายร่างสูงใหญ่ก็รีบคุกเข่าลง โขกศีรษะขอร้องความเมตตาจากชายหนุ่มผมขาวอย่างไม่หยุดหย่อน
"ท่านเซิ่งจื่อไว้ชีวิตด้วย ท่านเซิ่งจื่อไว้ชีวิตด้วยเถิด ข้าน้อยเพียงแค่อยากจะ... เพียงแค่อยากจะช่วยชีวิตนายน้อยทั้งสอง ข้า... อ๊าก... ไม่นะ!"
ยังไม่ทันพูดจบ ร่างกายของชายร่างสูงใหญ่ก็ลอยขึ้นไปในอากาศอย่างควบคุมไม่ได้ วินาทีต่อมา หน้าอกของเขาก็ขยายพองออกอย่างรุนแรง ราวกับลูกโป่งที่ถูกเป่าลม ยิ่งพองก็ยิ่งใหญ่ขึ้น
"ท่านเซิ่งจื่อไว้ชีวิตด้วย ท่านเซิ่งจื่อไว้ชีวิตด้วยเถิด!"
ชายร่างสูงใหญ่ร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา
ทว่า วินาทีต่อมา ร่างกายของเขาก็ระเบิดแตกกระจาย วิญญาณก็พลอยดับสูญไปด้วย!
"ข้ารับใช้ที่ทำผิดพลาด ไม่มีสิทธิ์จะมีชีวิตอยู่!" ชายหนุ่มผมขาวมีสีหน้าเรียบเฉย ราวกับว่าเมื่อครู่นี้เขาแค่ทำเรื่องปกติธรรมดาเรื่องหนึ่งเท่านั้น
แต่ภาพเหตุการณ์นี้กลับทำให้เจียงรั่วเหยา จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรา และคนอื่นๆ ขมวดคิ้วแน่น
ผู้ชายคนนี้เหี้ยมโหดมาก!
แม้แต่คนกันเองก็ยังฆ่า!