- หน้าแรก
- จุติเทพสงครามหลังโดนไล่ออกผมก็ไปอาละวาดที่แนวหน้า
- บทที่ 406 ยอดฝีมือระดับเก้าจุติ!
บทที่ 406 ยอดฝีมือระดับเก้าจุติ!
บทที่ 406 ยอดฝีมือระดับเก้าจุติ!
ละอองแสงสีเทาโปรยปรายลงมาดุจเกล็ดหิมะกลางเวหา นั่นคือเศษซากที่หลงเหลือจากการพังทลายอย่างสมบูรณ์ของกฎจิตสัมบูรณ์ หลุมดำมิติเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งพันเมตรค่อยๆ ปิดตัวลง กลืนกินร่องรอยสุดท้ายของซิวเอินในโลกนี้ไปอย่างไม่ปราณี
พลังฟ้าดินที่เคยปั่นป่วนก่อนหน้านี้ตกอยู่ในสภาวะสุญญากาศชั่วครู่ มีเพียงเสียงปะทุของฟองอากาศในทะเลลาวาเบื้องล่างที่สะท้อนก้องไปในอากาศ
ฟรัง ลอยตัวค้างอยู่ในระยะห่างสองหมื่นเมตร ร่างมหึมาหนึ่งร้อยเมตรของเขาราวกับถูกแช่แข็ง “นั่นคือระดับแปดที่ขัดเกลากฎจนสมบูรณ์นะ! มนุษย์ระดับเจ็ดจะฝืนลบเลือนมันทิ้งไปดื้อๆ แบบนี้ได้ยังไง!”
บนพื้นดิน ซารู ในร่างหุ่นเชิดอาชูร่าหุ้มเกราะหนักสูงสองร้อยเมตรก็นิ่งค้างเช่นกัน เกราะเหล็กทังสเตนหนาหลายเมตรยังคงมีรอยร้าวที่น่ากลัวจากการสะท้อนกลับของร่างจำแลงอาชูร่าของเฉินเทียน เขาจ้องมองเด็กหนุ่มมนุษย์ในชุดเกราะอสูรมังกรดำด้วยความรู้สึกที่พังทลาย
บนโลกใบนี้ กฎธรรมชาติย่อมอยู่เหนือพลังฟ้าดิน นี่คือสามัญสำนึกพื้นฐาน แต่ไอ้เด็กมนุษย์คนนี้ที่อยู่เพียงระดับเจ็ดขั้นต้น นอกจากจะรับมือการรุมโจมตีของระดับแปดสามคนได้โดยไม่เพลี่ยงพล้ำแล้ว ยังใช้วิธีที่ป่าเถื่อนที่สุดลบเลือนระดับแปดทิ้งไปคนหนึ่งต่อหน้าต่อตา!
ช่างเป็นวิธีการที่น่าสยดสยองยิ่งนัก!
[แจ้งเตือน: สังหารผู้อาวุโสเผ่าวิญญาณม่วงระดับแปดสำเร็จ ได้รับ 35,000 แต้มสังหาร!]
เฉินเทียนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตากวาดมองแผงควบคุมระบบ
[แต้มสังหารสะสม: 842,000 แต้ม]
แปดแสนสี่หมื่นสองพันแต้ม! ก่อนหน้านี้การทำลายเมืองเมฆาพะยอม การกวาดล้างหุบเขานรก และการสังหารกองทัพวิญญาณม่วงนับแสนได้สะสมพลังงานมามหาศาล เมื่อรวมกับโบนัสก้อนโตจากการฆ่าระดับแปดอีกสามหมื่นห้าพันแต้ม ตอนนี้เขาขาดอีกเพียงประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นแต้มก็จะทะลุหลักล้าน
เมื่อแต้มถึงหนึ่งล้าน เขาจะสามารถอัปเกรดพรสวรรค์สีส้มให้กลายเป็นสีแดงได้อีกหนึ่งอย่าง!
เฉินเทียนพ่นลมหายใจที่ร้อนผ่าวออกมา อาการเจ็บแปลบที่หน้าอกซึ่งเกิดจากการโจมตีแลกชีวิตของซารูเลือนหายไปในไม่กี่อึดใจภายใต้พลังชีวิตที่มหาศาลดุจมหาสมุทรของกายาเทวะนิรันดร์ เขาบิดข้อมือ ดาบยุทธ์สีดำสนิทส่งเสียงหวีดแหลมใสกระจ่าง
การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้เขาได้บทเรียนและเข้าใจขีดจำกัดพลังสูงสุดของตัวเองในสภาวะปกติอย่างชัดเจน หากไม่ใช้พลังแห่งโลกในกายและเก็บไพ่ตายสุดท้ายไว้ เพียงแค่พึ่งพาร่างกายอันยอดเยี่ยมของกายาเทวะนิรันดร์ ผสานกับพลังฟ้าดินทั้งสิบแปดสายที่เดินเครื่องพร้อมกัน เขาก็ไร้เทียมทานในกลุ่มระดับแปดแล้ว
อุปสรรคเพียงอย่างเดียวคือการฟื้นฟูตัวเองของต้นกำเนิดกฎระดับแปดที่เหนียวแน่น เมื่อครู่เพื่อจะตัดขาดกฎการฟื้นฟูของซิวเอิน เขาต้องเปิดใช้งานเจตจำนงยุทธ์ที่มีคุณสมบัติลบเลือนหลายสายพร้อมกันเพื่อล้อมกรอบและทำลายทิ้ง ซึ่งกระบวนการค่อนข้างยุ่งยาก
“ถ้าสามารถฆ่าได้ในดาบเดียว ก็ไม่ต้องเสียเวลาลากยาวแบบนี้” เฉินเทียนประเมินความเสียหายและการสูญเสียในใจ “แก่นแท้ของกฎนั้นแข็งแกร่งก็จริง แต่ถ้าความเร็วในการทำลายล้างเหนือกว่าความเร็วในการสร้างใหม่ มันก็พังทลายได้เหมือนกัน”
พายุมิติสีเงินฟ้าพัดโหมเบื้องหลังเขาอีกครั้ง เฉินเทียนหมุนตัว คมดาบวาดผ่านอากาศเป็นเส้นเพลิงสีแดงเข้ม ปลายดาบชี้ฝ่าความว่างเปล่า ล็อกเป้าไปที่ฟรังบนฟ้าและซารูบนพื้น
ดวงตาของเขาไม่มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าหลังศึกใหญ่ มีเพียงเจตจำนงการต่อสู้ที่ร้อนแรงขีดสุด! ในสายตาของเฉินเทียน ระดับแปดสองคนนี้คือ "กองแต้มสังหาร" เคลื่อนที่ขนาดยักษ์ดีๆ นี่เอง
“ต่อไป... ตาพวกแกแล้ว”
ซารูในร่างอาชูร่าสองร้อยเมตรถอยกรูดไปก้าวใหญ่ เท้ายักษ์เหยียบลงบนหินไหม้เกรียมจนเกิดหลุมลึกหลายสิบเมตร ลาวาพุ่งออกมาจากรอยแยก ซารูเหลือบมองฟรังบนฟ้าแล้วคำรามลั่น:
“หนีเร็ว! เจ้านี่มันสัตว์ประหลาด กฎแห่งการดับสูญธรรมดาทำอะไรมันไม่ได้เลย! ถ้าขืนสู้ต่อ พวกเราได้ตายกันหมดที่นี่แน่!”
สิ้นเสียงคำราม หุ่นเชิดอาชูร่าก็ระเบิดพลังเสียงดังสนั่น แขนหุ้มเกราะทั้งสี่พ่นลำแสงพลังงานสีน้ำเงินออกมา กฎแห่งก้นบึ้งวิญญาณฝืนย้อนแรงโน้มถ่วงของตัวเอง ซารูพุ่งทะยานดุจจรวดขนส่งขนาดหนัก ฝ่ากำแพงเสียงและกลุ่มเมฆ มุ่งหน้าหนีไปทางทิศเหนืออย่างสุดชีวิต
ฟรังบนฟ้าเองก็ขวัญหนีดีฝ่อไม่แพ้กัน กฎตัดวิญญาณระดับแปดที่ขัดเกลามาอย่างดีกลับถูกพลังฟ้าดินหลายสายบดขยี้จนเละ ร่างแมงกะพรุนเหล็กดาราสั่นสะเทือนรุนแรง หนวดประสาทนับพันเส้นที่ฐานหักสะบั้นลงเพื่อแลกกับการเทเลพอร์ตมิติในระยะสั้น
ความว่างเปล่าเบื้องหน้าถูกฉีกออกดุจม่านที่โดนใบมีดกรีด ฟรังพยายามจะมุดหนีเข้าไป เฉินเทียนลอยตัวนิ่ง ปีกเทวะกลียุคมิติสีเงินฟ้าสยายกว้างออกไปถึงหนึ่งพันเมตร รอยแยกมิติสีดำดุจสายฟ้าฟาดปรากฏขึ้นรอบตัวพายุ
เฉินเทียนกำมือซ้ายแน่น!
เพล้ง! มิติที่ฟรังเพิ่งจะมุดเข้าไปแตกกระจายดุจกระจก ร่างแมงกะพรุนยักษ์ยาวร้อยเมตรถูกบีบให้ออกจากรอยแยกมิติอย่างรุนแรงจนเกราะเหล็กดาราแตกร้าว
“ซารู! ช่วยฉันด้วย!” ฟรังระดมยิงรังสีดับสูญนับร้อยสายอย่างบ้าคลั่ง ลำแสงสีขาวซีดกวาดผ่านไปทั่วอากาศอย่างไร้ทิศทางเพื่อหวังจะหยุดมัจจุราชที่กำลังใกล้เข้ามา
ตูม! กลุ่มเมฆโซนิคบูมสีเงินฟ้าสว่างวาบในจุดที่เฉินเทียนเคยอยู่ ความเร็วพุ่งทะยานสู่ 50 เท่าของเสียง! เฉินเทียนเปลี่ยนเป็นดาวตกอัสนีเทพ ทิ้งรอยไหม้ยาวกว่าสิบกิโลเมตรไว้บนท้องฟ้า รังสีดับสูญกระแทกเข้ากับชุดเกราะอสูรมังกรดำแต่กลับถูกปัดป้องด้วยโล่พลังฟ้าดินที่หนาแน่น
เฉินเทียนมาปรากฏตัวเหนือหัวฟรังแล้ว เขาชู [ลงทัณฑ์เทวะ] ขึ้นสูง กลิ่นอายความตายแห่งโลกันตร์และเพลิงกัลป์หมื่นโลกพันรอบตัวดาบ ดาบรูปธรรมสามพันเมตรฟาดฟันลงมา
ทว่าในวินาทีนั้น ซารูที่กำลังหนีอยู่เบื้องหน้าพลันวกตัวกลับมา! กฎแห่งก้นบึ้งวิญญาณทั้งหมดรวมอยู่ที่แขน ก่อเกิดเป็นโล่สองชั้นเส้นผ่านศูนย์กลางสามพันเมตรเข้าปะทะกับแสงดาบของเฉินเทียนอย่างจัง
“ไอ้มนุษย์ อย่าให้มันมากไปนัก!” เขาจะปล่อยให้ฟรังตายที่นี่ไม่ได้
ปัง—! แสงดาบและโล่แรงโน้มถ่วงปะทะกันรุนแรง แสงเจิดจ้ากลบรัศมีสิบลี้ คลื่นกระแทกเปลี่ยนเป็นพายุวงแหวนซัดยอดเขาที่สูงสามพันเมตรเบื้องล่างจนราบเป็นหน้ากลอง พลังฟ้าดินทั้งสิบแปดสายบดขยี้ลงมา
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เพลิงสีแดงเข้มแทรกซึมเข้าสู่โล่ผ่านรอยร้าว แผดเผาเกราะเหล็กทังสเตนจนแดงฉาน พลาสม่าผสมโลหะเหลวร่วงหล่นลงมาดุจสายฝน
“พลังอะไรกันเนี่ย!” ซารูคำรามด้วยความหวาดกลัว เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนดับโลกที่ส่งผ่านดาบมา เฉินเทียนกำดาบด้วยสองมือ อักขระม่วงทองหมุนวนในดวงตา เลือดลมในกายาเทวะนิรันดร์เดือดพล่าน พลังพุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง
สิ้นเสียงคำรามของเฉินเทียน แสงดาบก็ฉีกกระชากโล่จนขาดสะบั้น ดาบลงทัณฑ์เทวะเปลี่ยนเป็นสายฟ้าสีดำฟันเข้าที่เกราะไหล่ขวาของซารูอย่างจัง แขนเหล็กทังสเตนขาดกระเด็น และถูกกลิ่นอายความตายกัดกินจนไม่อาจซ่อมแซมได้ ซารูเสียสมดุลร่วงหล่นลงเบื้องล่างดุจวิหคปีกหัก
ฟรังฉวยจังหวะนี้ลากร่างแมงกะพรุนที่สะบักสะบอมหนีไปทางทิศเหนืออย่างสุดชีวิต ทว่าพิ่งบินไปได้เพียงสามพันเมตร มิติเบื้องหน้าก็บิดเบี้ยวฉับพลัน
“คิดว่าจะหนีพ้นงั้นเหรอ?” เสียงของเฉินเทียนดุจเสียงระฆังส่งวิญญาณดังขึ้นในหัวของฟรัง
เฉินเทียนเก็บดาบเข้าฝักแล้วกำหมัดซ้าย สายฟ้าและเพลิงกัลป์ในรัศมีร้อยลี้รวมศูนย์ที่จุดเดียว เขาเหวี่ยงหมัดขวาชกเข้าใส่ทรงกลมพลังงานนั้นเต็มแรง
ตูม! ทรงกลมพลังงานเปลี่ยนเป็นเสาแสงทะลวงสวรรค์และพิภพ ฟรังตกอยู่ในความสิ้นหวังขีดสุด
ทว่าในขณะที่เสาแสงแห่งความตายกำลังจะกลืนกินฟรัง บรรยากาศในสนามรบก็พลันเยือกแข็งลงฉับพลัน เมฆหมอกบนท้องฟ้าม้วนตัวดุจน้ำเดือด ก่อนจะฉีกออกเผยให้เห็นภาพฉายของหมู่ดาวอันมืดมิดและล้ำลึก ภาพฉายนี้ฝืนเปลี่ยนเวลากลางวันให้กลายเป็นราตรีขั้วโลกในพริบตา
ปีกเทวะกลียุคมิติเบื้องหลังเฉินเทียนหยุดชะงัก เขาแหงนหน้าขึ้น หรี่ตาลงมอง
ในภาพฉายดาราจักรที่พลิกคว่ำนั้น ร่างยักษ์สองร่างกำลังค่อยๆ จุติลงมา