- หน้าแรก
- จุติเทพสงครามหลังโดนไล่ออกผมก็ไปอาละวาดที่แนวหน้า
- บทที่ 400 ข้าอุทิศตนเพื่อมนุษยชาติ นิรันดร์กาลสยบโลกันตร์!
บทที่ 400 ข้าอุทิศตนเพื่อมนุษยชาติ นิรันดร์กาลสยบโลกันตร์!
บทที่ 400 ข้าอุทิศตนเพื่อมนุษยชาติ นิรันดร์กาลสยบโลกันตร์!
เฉินเทียนถือดาบในมือ เขาไม่เหลือบมองจื่อหย่าที่ถูกตรึงค้างอยู่กลางอากาศอีกต่อไป เขาหันหน้าเข้าหาชาววิญญาณม่วงนับแสนที่กำลังวิ่งหนีอย่างขวัญผวาประดุจน้ำป่าไหลหลาก
เมฆอัสนีสีม่วงครามบนท้องฟ้าม้วนตัวอย่างบ้าคลั่ง เสาสายฟ้าหนาเท่าถังน้ำพุ่งพล่านอยู่ภายใน ลาวาสีแดงเข้มพวยพุ่งขึ้นจากรอยแยกบนพื้นดิน อุณหภูมิในลานกว้างพุ่งสูงขึ้นในไม่กี่วินาที
"ช่วยด้วย! อย่าฆ่าฉัน!"
"ท่านจื่อหย่า ช่วยพวกเราด้วย!"
เสียงกรีดร้องระงมผสมปนเปไปทั่วทุ่งร้างประดุจบทเพลงส่งวิญญาณ พลเรือนชาววิญญาณม่วงที่บอบบางต่างเบียดเสียดเหยียบย่ำเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์เพื่อหนีจากนรกเพลิงนี้ เฉินเทียนชูดาบลงทัณฑ์เทวะขึ้น เพลิงกัลป์หมื่นโลกบนคมดาบพุ่งทะยานยาวหลายร้อยเมตรก่อนจะวาดฟันออกไปเบื้องหน้า
ตูม—!
ทะเลเพลิงสีแดงดำยาวหมื่นเมตรซัดสาดออกไปดุจสึนามิ หุ่นเชิดที่เหลืออยู่ถูกหลอมละลายในพริบตา พลเรือนวิญญาณม่วงที่อัดแน่นกันอยู่เมื่อโดนคลื่นความร้อนนี้ซัดผ่าน ร่างกายของพวกมันก็เหือดแห้ง กระดูกกลายเป็นถ่าน และสลายกลายเป็นเถ้าสีดำปลิวว่อนไปในอากาศทันทีโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง
[ติ๊ง! สังหาร...] ตัวเลขบนหน้าจอระบบพุ่งกระฉูด ทุกวินาทีมีชีวิตต่างเผ่าดับสิ้นลงนับไม่ถ้วน เฉินเทียนกวาดเรียบไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก!
จื่อหย่าลอยค้างอยู่กลางเวหา มองดูภาพเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ถูกทะเลเพลิงกลืนกินด้วยความสิ้นหวัง รูม่านตาของเธอสั่นระริก ไม่... หยุดนะ... ได้โปรดหยุดเถอะ! เธอพยายามจะหลับตาลง แต่พลังจิตที่กดข่มอย่างเหนือชั้นกลับพรากอำนาจการควบคุมร่างกายไปจากเธออย่างสิ้นเชิง เธอถูกบังคับให้ต้องจารึกภาพนรกนี้ไว้ในส่วนลึกของวิญญาณ
เฉินเทียนเปรียบเสมือนสัตว์ร้ายบรรพกาลที่หลุดเข้าไปในฝูงแกะ—ไม่สิ ไม่ใช่แม้แต่ฝูงแกะ พวกมันเป็นเพียงวัชพืชที่รอการเก็บเกี่ยว เขาไม่จำเป็นต้องเล็งเป้าด้วยซ้ำ ดาบรูปธรรมที่หนักดุจขุนเขาเพียงแค่วาดวงโคจรแห่งความตายเส้นผ่านศูนย์กลางห้าพันเมตรผ่านลานกว้าง เพลิงกัลป์ที่ติดมากับคมดาบก็เผาผลาญทุกอย่างจนเป็นจุณก่อนที่ตัวดาบจะสัมผัสร่างเสียด้วยซ้ำ
ขี้เถ้าปลิวว่อนไปตามลม ลานกว้างที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้เหมือนกระทะเหล็กแดงเดือดที่มีลาวาเดือดพล่าน เสียงแจ้งเตือนระบบดังระรัวในหัวเฉินเทียนดุจเสียงแมลงหวี่
จื่อหย่ามองดูเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่เคยเชิดหน้าชูตาพูดเรื่องอารยธรรมและการวิวัฒนาการ บัดนี้กลับเหยียบย่ำกันเองดุจหนอนในท่อระบายน้ำ บางคนฉีกกระชากแขนขาของเพื่อนที่ขวางทางเพื่อให้ตัวเองวิ่งได้เร็วขึ้น บางคนท่อนล่างแหลกสลายด้วยสายฟ้าแต่ยังลากไส้ที่ไหม้เกรียมกรีดร้องโหยหวนอยู่ในลาวา จิตใจของจื่อหย่ากำลังแตกสลาย
เฉินเทียนหดปีกเทวะกลียุคมิติลอยตัวอยู่เหนือลานกว้างร้อยเมตร เขาสอดดาบลงทัณฑ์เทวะเข้าฝักแล้วผลักมือออกไปด้านข้างฉับพลัน! รัศมีสีม่วงทองระเบิดออกจากตัวเขาขยายวงออกไปสิบลี้ดุจซูเปอร์โนวา แรงโน้มถ่วงในลานกว้างถูกพลิกกลับในพริบตา ชาววิญญาณม่วงนับหมื่นที่กำลังหนีรู้สึกว่าร่างกายเบาหวิว เท้าหลุดจากพื้นดิน พวกมันลอยคว้างขึ้นสู่ท้องฟ้าดุจลูกโป่งที่ไร้น้ำหนัก
"ดึงฉันลงไปที!"
"ไม่! ฉันไม่อยากลอย!" เสียงร้องระงมไปทั่วอากาศ
เฉินเทียนกำหมัดกระชากลงเบื้องล่าง! สภาวะไร้น้ำหนักหายวับไป แทนที่ด้วยสนามพลังที่หนักกว่าแรงโน้มถ่วงปกติร้อยเท่า
ตูม—!!!
ชาววิญญาณม่วงนับหมื่นที่ลอยอยู่กลางอากาศถูกค้อนยักษ์ที่มองไม่เห็นทุบลงมาตรงๆ ร่างของพวกมันกระแทกลงบนลานลาวาที่เดือดพล่านด้วยความเร็วเหนือเสียง ร่างกายเนื้อหนังจะทนแรงกระแทกขนาดนั้นได้อย่างไร?
ปุด! ปุด! ปุด!— เสียงระเบิดดังต่อเนื่องไปทั่วลานกว้าง พลเรือนนับแสนระเบิดเละเทะดุจมะเขือเทศสุก เลือดสีม่วงพุ่งทะยานขึ้นดุจน้ำพุย้อมท้องฟ้าครึ่งซีก เศษกระดูกและเครื่องในถูกแรงโน้มถ่วงบดขยี้จนกลายเป็นบึงเลือด ลานกว้างที่เคยเนืองแน่นพลันว่างเปล่าในพริบตา
พลังแห่งการเข่นฆ่าทำให้เลือดในกายเฉินเทียนเดือดพล่าน ไร้ซึ่งภาระทางใจ ไร้ซึ่งพันธนาการทางศีลธรรม ตอนที่พวกวิญญาณม่วงดูดไขสันหลังมนุษย์ในห้องทดลอง พวกมันเคยปราณีบ้างไหม? ในเมื่อมันคือสงคราม ก็จงสนทนาด้วยการทำลายล้างที่บริสุทธิ์ที่สุด!
ไม่ถึงสิบนาที ลานกว้างใจกลางเมืองที่เคยมีคนนับแสนก็เหลือเพียงความอ้างว้าง เพลิงดำแผดเผาทุกซากจนไม่เหลือแม้แต่ฝุ่นผง เฉินเทียนผ่อนลมหายใจยาว อักขระเทวะม่วงทองค่อยๆ จางลง พลังฟ้าดินที่คลุ้มคลั่งสงบลงสิ้น ความรู้สึกที่ได้ปลดปล่อยเจตจำนงสังหารอย่างเต็มที่นั้นช่างรื่นรมย์ยิ่งนัก
เขาเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ บนพื้นดินที่ไหม้เกรียม จื่อหย่ากลับมาควบคุมร่างกายได้บ้าง โซ่ตรวนจิตที่ดวงตาหายไป เธอหลับตาลงได้แล้ว แต่มันไร้ความหมาย ภาพนรกที่เห็นเมื่อครู่กลายเป็นฝันร้ายที่สลักลึกในวิญญาณไปแล้ว เธอกองลงกับพื้นดุจหุ่นเชิดที่ถูกตัดสายป่าน
เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์นับแสน! ไม่ถึงหนึ่งนาที! จื่อหย่าสะบัดหน้ากลับมา ใบหน้าที่เคยสวยงามบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ดุจปีศาจจากขุมนรก "ไอ้ฆาตกร! ไอ้เพชฌฆาต! ไอ้ปีศาจ—!"
"เผ่าวิญญาณม่วงจะไม่ปล่อยแกไว้! กองทัพของเราจะถลกหนังพวกแกมนุษย์ชั้นต่ำ ดึงวิญญาณออกมาเผาในเตาหลอมนับหมื่นล้านปี! ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของแกจะถูกจับไปเป็นสัตว์ทดลองระดับต่ำสุด! แกจะต้องโดนสวรรค์ลงทัณฑ์! แกต้องตายอย่างอนาถ!"
เฉินเทียนจ้องมองหญิงต่างเผ่าที่เคยใช้ศีลธรรมจอมปลอมมาข่มขู่เขา "สวรรค์ลงทัณฑ์งั้นเหรอ?"
"แล้วทหารอาณาจักรมังกรที่เฝ้าแนวหน้าล่ะ พวกเขาไม่ได้ทำจากเนื้อหนังงั้นเหรอ? ในสงครามแย่งชิงความอยู่รอด มีเพียงนักล่าที่ถือดาบกับเหยื่อที่รอความตายเท่านั้น ในเมื่อต้องมีใครสักคนแบกรับหนี้เลือดที่หนักอึ้งนี้ เพื่อสวมบทบาทเป็นปีศาจผู้ทำลายล้าง... งั้นก็ให้เป็นฉัน เฉินเทียน คนนี้เถอะ"
เหล่ายอดฝีมือบรรพกาลยอมสร้างตำหนักทองเหลืองออกรบเพื่อการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์ วันนี้เขา เฉินเทียน เพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติ ต่อให้มือต้องเปื้อนเลือดนับล้าน ต่อให้ต้องแบกรับชื่อเสียว่าเป็นฆาตกรไปชั่วนิรันดร์... แล้วมันจะทำไม!
เฉินเทียนเดินมาหยุดตรงหน้าจื่อหย่า เขาหลุบตามองเธอ
“แกทำชั่วไว้มากมายขนาดนี้ ไม่กลัววันหนึ่งจะถูกพิพากษาเหรอ? ไม่กลัวถูกไฟกรรมแผดเผา ตกนรกสิบแปดขุมไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดงั้นเหรอ?” จื่อหย่ากรีดร้องถาม
เฉินเทียนหัวเราะ เสียงหัวเราะของเขาสดใสท่ามกลางทุ่งร้างที่มอดไหม้ พื้นที่ในรัศมีร้อยกิโลเมตรพลันยุบตัวลง แรงโน้มถ่วงมหาศาลกดทับลงมาจากตัวเขา ลาวาที่เดือดพล่านถูกบดขยี้จนราบเรียบดุจกระจกสีแดง มังกรอัสนีม่วงแหวกความว่างเปล่าออกมาคำรามอยู่เหนือหัว บัวเพลิงสีแดงดำเบ่งบานนับพันชั้นใต้เท้า ปีกเทวะกลียุคมิติศยายกว้างสร้างรอยแยกสีดำนับไม่ถ้วน เงาร่างอาชูร่าสูงหมื่นฟุตค่อยๆ ปรากฏขึ้นเบื้องหลังเขาสามเศียรหกกร ถืออาวุธที่สร้างจากกฎเกณฑ์บริสุทธิ์ดุจเทพเจ้าผู้ทำลายโลก
เฉินเทียนก้มหน้าลง ดวงตาที่เป็นสีม่วงทองไร้ซึ่งความเมตตา ไร้ซึ่งความกลัว มีเพียงความเพิกเฉยที่ก้าวข้ามความเป็นตาย
"นรกงั้นเหรอ..."
เฉินเทียนชูดาบลงทัณฑ์เทวะขึ้น ปลายดาบชี้ไปที่หว่างคิ้วของจื่อหย่า เงาร่างหมื่นฟุตเบื้องหลังก็ขยับตาม ซากเมืองเมฆาพะยอมทั้งหมดส่งเสียงครางครวญราวกับวันสิ้นโลกมาถึงก่อนกำหนด
คำพูดของเฉินเทียนดังกังวานดุจสายฟ้าฟาด
"ข้าอุทิศตนเพื่อมนุษยชาติ นิรันดร์กาลสยบโลกันตร์!"
"ดาบสังหารอสูร—ฟาดฟัน!"
ตูม—!!!
สิ้นคำปฏิญาณ ดาบรูปธรรมยาวสามพันเมตรแบกรับพลังมหาศาลฟันลงมาจากเบื้องบน แสงดาบดุจดาราจักรที่พลิกคว่ำฉีกมิติและความจริงออกเป็นสองซีก จื่อหย่าไม่มีโอกาสแม้แต่จะกรีดร้อง ดาบนี้ไม่ได้สังหารแค่เธอ แต่มันผ่าสายแร่อเวจีขนาดยักษ์ใต้เมืองเมฆาพะยอมจนขาดสะบั้น
และแล้ว เมืองเมฆาพะยอมก็ถูกลบหายไปจากแผนที่ของโลกบลูสตาร์โดยสมบูรณ์