- หน้าแรก
- ระบบไม่ปลื้ม: ผมใช้บัคอัปเกรดของฟรีจนเป็นเทพ
- บทที่ 660 - บรรลุกฎเกณฑ์ย้อนเวลา!
บทที่ 660 - บรรลุกฎเกณฑ์ย้อนเวลา!
บทที่ 660 - บรรลุกฎเกณฑ์ย้อนเวลา!
บทที่ 660 - บรรลุกฎเกณฑ์ย้อนเวลา!
ร่างเงาที่พุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงในภาพนั้น แม้จะมองหน้าไม่ชัด แต่จาก [เคียวเทพมรณะ] ในมือ ก็บอกได้ทันทีว่าคนๆ นั้นคือสุดยอดเทพขั้นสูงในตำนาน เทพมรณะ "บาเฮ่อ"!
และใบหน้ายักษ์ที่ไล่ตามสังหารเขาก็คือ จ้าวแห่งไฟ!
ที่สำคัญที่สุด ซูมู่ไป๋เห็นเต็มสองตาว่าเทพมรณะบาเฮ่อใช้กฎเกณฑ์ย้อนเวลา!
แล้วการที่การย้อนเวลาของเขาสามารถส่งผลกระทบต่อระดับจ้าวแห่งกฎเกณฑ์ได้ ย่อมแปลว่าเขาถือครองอำนาจแห่งเวลาอยู่ส่วนหนึ่งแน่ๆ
"นี่คือเหตุผลที่นายไร้เทียมทานสินะ"
ซูมู่ไป๋ส่งสัญญาณให้ไบรอันเก็บ [เคียวเทพมรณะ] ไป ในใจเขาก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้บ้างแล้ว
เทพมรณะบาเฮ่อไม่ได้เก่งแค่เรื่องผสานกฎเกณฑ์ความตายจนถึงขั้นสุดยอดเก้าริ้วเท่านั้น แต่ระดับการผสานกฎเกณฑ์เวลาของเขาก็ต้องไม่ธรรมดาเหมือนกันแน่ๆ!
แต่ทำไมจู่ๆ เขาถึงมองเห็นภาพพวกนี้ได้ล่ะ
หรือว่าระหว่างเทพมรณะบาเฮ่อกับตัวเขา จะมีความสัมพันธ์ทางเหตุและผลบางอย่างซ่อนอยู่
ระหว่างที่ซูมู่ไป๋กำลังขบคิดด้วยความสงสัย เสียงระบบที่ดังก้องขึ้นข้างหูก็ทำให้ดวงตาของเขาเบิกโพลงด้วยความตื่นเต้น
[แจ้งเตือน: ขอแสดงความยินดี ผู้เล่น "ไป๋เยี่ย" ประสบความสำเร็จในการบรรลุกฎเกณฑ์หนึ่งเส้นทาง]
"ล้อเล่นน่า"
ด้วยความกลัวว่าจะเดาผิด ซูมู่ไป๋จึงรีบเรียกหน้าต่างระบบกฎเกณฑ์ขึ้นมาดูทันที
และวินาทีต่อมา ใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มกว้างจนหุบไม่ลง
[กฎเกณฑ์]
เส้นทางกฎเกณฑ์ปัจจุบัน: 7 เส้นทาง (ปัจจุบันสามารถรองรับกฎเกณฑ์ได้ 15 เส้นทาง หากพัฒนาจิตวิญญาณต่อไป จะสามารถรองรับเส้นทางกฎเกณฑ์ได้มากขึ้น)
[กฎเกณฑ์·เหตุและผล]
ระดับการบรรลุปัจจุบัน: 16.38% (หนึ่งริ้ว)
[กฎเกณฑ์·เคลื่อนที่ข้ามมิติ]
ระดับการบรรลุปัจจุบัน: 99.99% (เก้าริ้วขั้นสุดยอด)
[กฎเกณฑ์·ปิดผนึกมิติ]
ระดับการบรรลุปัจจุบัน: 99.99% (เก้าริ้วขั้นสุดยอด)
[กฎเกณฑ์·เทเลพอร์ตข้ามมิติ]
ระดับการบรรลุปัจจุบัน: 99.99% (เก้าริ้วขั้นสุดยอด)
[กฎเกณฑ์·หน่วงเวลา]
ระดับการบรรลุปัจจุบัน: 38.97% (สามริ้ว)
[กฎเกณฑ์·เร่งเวลา]
ระดับการบรรลุปัจจุบัน: 36.53% (สามริ้ว)
[กฎเกณฑ์·หยุดเวลา]
ระดับการบรรลุปัจจุบัน: 15.82% (หนึ่งริ้ว)
[กฎเกณฑ์·ย้อนเวลา]
ระดับการบรรลุปัจจุบัน: 18.32% (หนึ่งริ้ว)
!!!
เป็นกฎเกณฑ์ย้อนเวลาที่เขาใฝ่ฝันหาจริงๆ ด้วย!
แถมพอบรรลุทีเดียว ระดับการเรียนรู้ก็พุ่งกระฉูดไปถึง 18.32% เลย!
ผลลัพธ์ที่เวอร์วังอลังการขนาดนี้ ทำเอาคนใช้โปรเพลเยอร์อย่างซูมู่ไป๋ยังอดตะลึงไม่ได้
แต่พอลองคิดดูอีกที การที่เขาได้ยืนดูการต่อสู้ระหว่างจ้าวแห่งไฟกับเทพมรณะบาเฮ่อแบบชิดขอบจอ การจะก้าวกระโดดขนาดนี้มันก็พอมีเหตุผลอยู่บ้าง
ที่สำคัญที่สุดคือ ขอแค่ทะลวงผ่านจุดเริ่มต้นมาได้ เขาก็สามารถอาศัย [กงล้อกาลอวกาศ] ปั่นความเร็วในการผสานกฎเกณฑ์เส้นนี้จนสมบูรณ์ได้สบายๆ!
รอจนกระทั่งประกายแสงสีทองในดวงตาของซูมู่ไป๋จางหายไปจนหมด ไบรอันถึงกล้าเอ่ยปากถามด้วยความระมัดระวัง
"เจ้านาย เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ"
"ไม่มีอะไรหรอก แค่พัฒนาขึ้นนิดหน่อยน่ะ"
ซูมู่ไป๋โบกมือปัด กวาดสายตามองไปทั่วพื้นที่ใต้ดิน
หลังจาก [ประตูมรณะ] ถูกดูดซับไป ที่นี่ก็ว่างเปล่าไม่มีอะไรเหลืออีกเลย
เขาหันไปพยักหน้าให้ไบรอัน แล้วเดินนำกลับขึ้นไปที่ตำหนักเทพซวงอวี้ด้านบน
โถงใหญ่ของตำหนักเทพ ซูมู่ไป๋นั่งตระหง่านอยู่บนบัลลังก์ของผู้ปกครองอาณาจักร ในขณะที่เจ้าของตำแหน่งตัวจริงอย่างไบรอันกลับไปยืนค้อมหัวอยู่ด้านข้าง
"เรียกเยวี่ยเยี่ยกับพวกมาที"
ซูมู่ไป๋สั่งงานพลางเปิดดูหน้าต่างภารกิจของตัวเองไปด้วย
นอกจากภารกิจ [วัฏสงสาร] ที่ยังมืดแปดด้านแล้ว ภารกิจที่ตี๋หลุนทิ้งไว้ให้ ตอนนี้ก็ถือว่าเคลียร์สเตจแรกผ่านฉลุยเสียที
การที่ไบรอันกลับมาทวงตำแหน่งผู้ปกครองอาณาจักรคืนได้สำเร็จ ก็เท่ากับว่าซูมู่ไป๋ได้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในอาณาจักรเทพซวงอวี้ไว้ในกำมือแล้ว
แต่ภารกิจสเตจที่สองนี่สิ คงไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากแน่
การจะยึดครองแดนวิญญาณ ด่านแรกที่ต้องทะลวงผ่านไปให้ได้ก็คือเจ้านายแห่งแดนวิญญาณ
"นายท่าน!"
เยวี่ยเยี่ยและคนอื่นๆ รีบพุ่งตรงเข้ามาในโถงใหญ่ทันที ซูมู่ไป๋พยักหน้ารับเบาๆ แล้วส่งพวกเธอเข้าไปในโลกส่วนตัวของตัวเองโดยตรง
ถ้าเทียบกับโลกภายนอกแล้ว ที่นั่นย่อมเหมาะกับการปั๊มเลเวลอัปสเตตัสมากกว่า
ด้วยบัฟจากสุดยอดสมบัติกฎเกณฑ์ถึงสองชิ้นอย่าง [ทะเลมรณะ] และ [ต้นไม้โลก] แถมยังมีอัตราความเร็วเวลา 100 เท่าคอยช่วยหนุน เชื่อได้เลยว่าอีกไม่นานทั้งสามคนจะต้องทะลวงระดับขึ้นเป็นเทพแท้จริงคลาสสิบเอ็ดได้อย่างแน่นอน!
ส่วนไบรอันนั้น ซูมู่ไป๋ยังไม่คิดจะส่งเขาเข้าไปอัปเลเวลในโลกส่วนตัวตอนนี้
เพราะแผนการขั้นต่อไป ยังต้องพึ่งพาบารมีในฐานะผู้ปกครองอาณาจักรเทพซวงอวี้ของหมอนี่อยู่
ซูมู่ไป๋หันไปมองไบรอัน "เรื่องเผ่าแวมไพร์กับเผ่าหมาป่าในอาณาจักรเทพซวงอวี้แกรู้ข้อมูลอะไรบ้าง"
"เจ้านายครับ ข้อมูลที่ผมรู้มันเก่าไปเป็นชาติแล้ว ตอนนี้คงเปลี่ยนไปเยอะแล้วล่ะครับ"
ไบรอันอธิบายไปประโยคหนึ่ง ก่อนจะรีบให้คำมั่นสัญญาทันที "แต่เจ้านายวางใจได้เลยครับ ผมส่งคนไปสืบเรื่องนี้แล้ว น่าจะรู้ผลในไม่ช้าแน่นอน!"
"อืม เร่งมือเข้า..."
ซูมู่ไป๋พยักหน้ารับ แต่พูดไปได้ครึ่งประโยค จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน "รอฉันอยู่นี่แป๊บนึงนะ"
สิ้นคำพูด ร่างของเขาก็หายวับไปจากบัลลังก์ ทิ้งให้ไบรอันยืนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
...
วินาทีต่อมา ซูมู่ไป๋ก็ไปโผล่ที่ห้วงอวกาศท่ามกลางดวงดาว
ทางด้านหน้าไม่ไกลนัก มองเห็นปรากฏการณ์ประหลาดในอวกาศที่มีรูปร่างคล้ายดอกกุหลาบสีเลือดลอยเด่นอยู่ลางๆ
ที่ตรงนั้นคือตำแหน่งเดิมของทางเข้าดินแดนลับพิภพโลหิตนั่นเอง แต่ตอนนี้มันกลายเป็นแค่ซากปรักหักพังไปแล้ว
"นายท่าน ทางนั้นครับ!"
จู่ๆ ก็มีเสียงพูดดังมาจากห้วงอวกาศด้านข้าง ซูมู่ไป๋โบกมือทีหนึ่ง ร่างร่างหนึ่งถึงได้เผยตัวออกมาให้เห็น
เขาคือผู้เล่นเผ่าครึ่งสัตว์สายพันธุ์มนุษย์สิงโตที่มีระดับพลังเซียนดับสูญ
อดีตทาสที่เคยตกอยู่ในกำมือของวิกเตอร์ พ่อค้าทาสใจทราม แต่ต่อมาก็ได้กลายเป็นผู้ศรัทธาของซูมู่ไป๋พร้อมๆ กับแฮร์ริแมน
ก่อนหน้านี้พอรู้ว่าเผ่าแวมไพร์กับเผ่าหมาป่าจะส่งคนมาที่ดินแดนลับพิภพโลหิตเป็นประจำ ก่อนจะจากไปซูมู่ไป๋จึงทิ้งเขาไว้ที่นี่เพื่อคอยเฝ้าสังเกตการณ์
เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เขาลงทุนวางค่ายกลเสวียนเทียนขนาดเล็กแบบพรางตัวเอาไว้ด้วย!
"ดูท่าสองเผ่าพันธุ์นั้นคงจะรู้ตัวแล้วสินะว่าดินแดนลับพิภพโลหิตเกิดเรื่องขึ้น"
ซูมู่ไป๋มองตามทิศทางที่ผู้เล่นมนุษย์สิงโตชี้ไป ก็เห็นเงาร่างสามร่างอยู่ตรงนั้นทันที
หนึ่งในนั้นมีปีกเนื้อหน้าตาอัปลักษณ์งอกอยู่กลางหลัง ส่วนอีกสองคนหัวเป็นหมาป่าหน้าตาดูดุร้าย
ชัดเจนเลยว่าพวกเขาคือคนจากเผ่าแวมไพร์และเผ่าหมาป่า!
ในเวลานี้ ศัตรูคู่อาฆาตกลับไม่ได้ตีกันตายไปข้างอย่างที่คิด แต่พวกเขากลับยืนตีคู่กันราวกับเจอเรื่องปวดหัวที่แก้ไม่ตก
ด้วยพลังของค่ายกลเสวียนเทียน ทำให้พวกเขาไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของซูมู่ไป๋และสิงโตหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
ก็แค่เพราะระยะห่างมันไกลเกินไป ซูมู่ไป๋เลยไม่ได้ยินว่าพวกมันคุยอะไรกัน
"ทำได้ดีมาก ต่อไปไม่ต้องเฝ้าอยู่ที่นี่แล้วนะ"
ซูมู่ไป๋พยักหน้าให้ผู้เล่นมนุษย์สิงโต อีกฝ่ายรีบคุกเข่าข้างหนึ่งลงทันทีพร้อมกับเอ่ยว่า "การได้ทำประโยชน์ให้นายท่าน คือความภาคภูมิใจของซินบ้าครับ!"
"นายชื่อซินบ้าเหรอ"
ซูมู่ไป๋เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าชื่อของเจ้านี่มันช่างสะดุดตาเอามากๆ
คราวก่อนเขาให้พรผู้ศรัทธาไปรวดเดียวเยอะเกิน เลยไม่ได้สนใจรายละเอียดพวกนี้
"ใช่ครับ นายท่าน!"
ซินบ้าชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะรีบพูดต่อทันที "ถ้านายท่านคิดว่ามันไม่เพราะ เดี๋ยวผมเปลี่ยนชื่อเดี๋ยวนี้เลยครับ!"
"ไม่ต้องหรอก ซินบ้าน่ะดีแล้ว"
ซูมู่ไป๋โบกมือปัด ขยับจิตเนรมิตดึงซินบ้าเข้าไปในโลกส่วนตัวทันที
หลังจากนั้นเขาก็หันกลับไปมองยังจุดที่เทพแท้จริงเผ่าแวมไพร์และเผ่าหมาป่าทั้งสามคนยืนอยู่อีกครั้ง ก่อนจะก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว แล้วร่างก็หายวับไปจากตรงนั้น
[เคลื่อนย้ายพริบตา]!
[จบแล้ว]