- หน้าแรก
- ระบบไม่ปลื้ม: ผมใช้บัคอัปเกรดของฟรีจนเป็นเทพ
- บทที่ 530 - การกวาดล้างครั้งใหญ่เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ!
บทที่ 530 - การกวาดล้างครั้งใหญ่เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ!
บทที่ 530 - การกวาดล้างครั้งใหญ่เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ!
บทที่ 530 - การกวาดล้างครั้งใหญ่เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ!
สระโลหิตคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในแดนลับภพโลหิตทั้งใบ
ถ้าไม่มีสระโลหิต เผ่ามนุษย์หมาป่ากับเผ่าโลหิตคงไม่ให้ความสำคัญกับโลกขนาดเล็กแห่งนี้ขนาดนี้หรอก
ระยะเวลาจนกว่าทั้งสองเผ่าจะส่งคนมาอีกครั้งก็ตั้งเกือบครึ่งปี ซูมู่ไป๋ไม่มีอารมณ์สุนทรีย์มานั่งรอพวกมันอยู่ที่นี่หรอกนะ
แต่เขาก็ไม่อยากปล่อยสถานที่ชั้นยอดที่มีผลลัพธ์พิเศษอย่างสระโลหิตแห่งนี้หลุดมือไปเหมือนกัน
[คริสตัลเทพ] ที่เพิ่งได้จากการสังหารเทพแท้จริงของทั้งสองเผ่ามาหมาดๆ ถูกผลาญไปกับการกาง [ค่ายกลเซวียนเทียน] ครั้งนี้จนเกลี้ยง
เมื่อ [ค่ายกลเซวียนเทียน] ทำงานอย่างสมบูรณ์ ประกายแสงสีทองก็สว่างวาบ สระโลหิตทั้งผืนหายวับไปจากจุดเดิมในพริบตา
ใจกลางทวีปปรากฏพื้นที่ว่างเปล่าขึ้นมาทันที ทุกสิ่งทุกอย่างถูก [ค่ายกลเซวียนเทียน] ย้ายออกไปจนหมดสิ้น!
ในขณะเดียวกัน ภายในโลกขนาดเล็กในร่างของซูมู่ไป๋ สระโลหิตอันกว้างใหญ่ก็ปรากฏขึ้นมากลางอากาศราวกับทะเลเลือดที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าของโลกขนาดเล็ก
ความเคลื่อนไหวใหญ่โตขนาดนี้ย่อมปิดไม่อยู่ ฮาร์ริแมนและคนอื่นๆ ต่างแหงนหน้ามองท้องฟ้า จ้องมองสิ่งที่จู่ๆ ก็โผล่มาด้วยความตกตะลึง
"ซี๊ด คลื่นพลังงานวิญญาณน่ากลัวมาก นี่มันอะไรกันเนี่ย"
"ขนาดอยู่ห่างตั้งไกล ฉันยังรู้สึกได้เลยว่าวิญญาณได้รับผลกระทบ น่ากลัวเกินไปแล้ว"
"วิธีการของท่านจ้าวผู้ปกครอง ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาอย่างพวกเราจะเข้าใจได้เลยจริงๆ"
...
ผู้เล่นเหล่านี้ล้วนเป็นทาสที่ถูกวิกเตอร์จับตัวมาก่อนหน้านี้ หลังจากกลายเป็นสาวกของซูมู่ไป๋ พวกเขาก็อาศัยอยู่ในโลกขนาดเล็กของเขามาตลอด
ไบรอันที่กำลังฟื้นฟูพลังก็ลืมตาขึ้นมาเช่นกัน เปลวเพลิงวิญญาณในเบ้าตาสาดประกายความประหลาดใจ
"นี่มัน... สระโลหิตของแดนลับภพโลหิตนี่นา"
"เจ้านายถึงกับสามารถย้ายสิ่งก่อสร้างพิเศษที่ถือกำเนิดขึ้นจากฟ้าดินแบบนี้ เข้ามาในโลกขนาดเล็กในร่างได้โดยตรงเลยเหรอเนี่ย"
ไบรอันผู้หูตากว้างไกลย่อมรู้ดีว่านี่หมายถึงอะไร ความอิจฉาในใจเอ่อล้นออกมาทางสีหน้าอย่างปิดไม่มิด
ยิ่งโลกขนาดเล็กในร่างแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ พลังแห่งโลกที่จะควบคุมได้ก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น นี่ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับของขั้นเทพชั้นกลางเลยทีเดียว
เมื่อเจ้านายมีวิธีการแบบนี้ ความเร็วในการขยายอาณาเขตของโลกขนาดเล็กย่อมต้องรวดเร็วจนน่าสะพรึงกลัวเป็นแน่
เมื่อถึงเวลา คอขวดด่านหนึ่งของการทะลวงสู่ขั้นเทพชั้นสูงก็จะถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย!
คิดถึงตรงนี้ ไบรอันก็ส่ายหน้ายิ้มๆ
"คอขวดของเทพชั้นสูงเหรอ สำหรับคนอื่นอาจจะยากเย็นแสนเข็ญราวกับปีนป่ายขึ้นสวรรค์ แต่ในสายตาของเจ้านาย มันจะไปนับเป็นอะไรได้ล่ะ"
ในขณะที่ทุกคนกำลังคาดเดากันว่าสระโลหิตจะหลอมรวมเข้ากับส่วนไหนของโลกขนาดเล็ก จู่ๆ สระโลหิตที่บดบังท้องฟ้าจนมิดก็หายวับไปอีกครั้ง
เมื่อเห็นดังนั้น ไบรอันก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่นานเขาก็ตั้งสติได้ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงแล้วสานต่อภารกิจฟื้นฟูพลังของตัวเองต่อไป
ภายในแดนลับภพโลหิต สระโลหิตที่หายวับไปเมื่อครู่ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง เข้าไปเติมเต็มพื้นที่ว่างเปล่าใจกลางทวีปได้อย่างพอดิบพอดี
ประกายแสงสีทองของ [ค่ายกลเซวียนเทียน] ก็เลือนหายไปจนหมดสิ้น ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่สามบื้อไฟจราจรกับสองพี่น้องเทวทูตต่างรู้ดีว่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป แดนลับภพโลหิตคงเหลือเพียงแค่ชื่อเท่านั้น
สระโลหิตที่สามารถหล่อหลอมวิญญาณเทพผืนนี้ ได้กลายมาเป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของท่านจ้าวผู้ปกครองอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
"ลูกพี่ ค่ายกลนี้มันสุดยอดเกินไปแล้ว"
อามอนมองซูมู่ไป๋ด้วยสายตาเลื่อมใส
ถึงเขาจะเป็นพวกบ้าพลัง แต่คนที่เขาชื่นชมที่สุดก็คือพวกยอดฝีมือที่ใช้ทักษะทางเทคนิคนี่แหละ
"อยากเรียนเหรอ"
ซูมู่ไป๋ยิ้มบางๆ
"อยากครับ!"
"เสียดายที่แกเรียนไม่ได้"
หลังจากหยอกอามอนไปสองประโยค สายตาของซูมู่ไป๋ก็กลับมาหยุดอยู่ที่สระโลหิตอีกครั้ง
[ค่ายกลเซวียนเทียน] ถูกกางเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตอนนี้มันไม่ได้หายไปไหน แค่ซ่อนตัวอยู่เท่านั้น
ในตอนนี้ขอแค่เขาต้องการ ก็สามารถเก็บสระโลหิตเข้าไปในโลกขนาดเล็กในร่างได้ทุกเมื่อ
สาเหตุที่เขาเอามันออกมาวางไว้ข้างนอกอีกครั้ง ก็เป็นเพราะในแดนลับภพโลหิตยังมีผู้เล่นของทั้งสองเผ่าพันธุ์ที่มีชีวิตรอดอยู่อีกมากมาย
พวกนี้ล้วนเป็นปุ๋ยชั้นดีสำหรับสระโลหิตทั้งนั้น จะปล่อยให้เสียของไปได้ยังไง
"พวกนายก็เข้าไปรอในโลกขนาดเล็กก่อนเถอะ"
ซูมู่ไป๋โบกมือส่งพวกเขาเข้าไปในโลกขนาดเล็กภายในร่าง จากนั้นขยับความคิด ร่างของเขาก็หายวับไปจากจุดเดิมในพริบตา
[วาร์ปแดนมรณะ]!
วินาทีต่อมา เขาก็ไปนั่งอยู่บนบัลลังก์เหนือหัวของปิงซวงเป็นที่เรียบร้อย
"เจ้านาย จะลงมือเองแล้วใช่ไหมครับ"
ปิงซวงหยุดการโจมตีในมือแล้วเอ่ยปากถามด้วยความตื่นเต้น
อย่าเห็นว่าเจ้านี่ทำตัวประจบสอพลอต่อหน้าซูมู่ไป๋เชียวนะ
แต่มันคือราชันมังกรดับสูญ ที่เกิดมาเพื่อเป็นตัวแทนของความตายและการทำลายล้าง การเข่นฆ่าสำหรับมันก็เป็นแค่เรื่องปกติเหมือนกับการหายใจนั่นแหละ
"อืม"
ซูมู่ไป๋เอนกายพิงบัลลังก์ พยักหน้าเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "การกวาดล้างครั้งใหญ่เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว"
สิ้นคำพูด พลังวิญญาณเทพอันทรงพลังก็กวาดพัดไปทั่วทั้งแดนลับภพโลหิตอย่างกะทันหัน
ด้วยระดับวิญญาณเทพและการทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ของซูมู่ไป๋ในตอนนี้ ยังไม่สามารถใช้กฎเกณฑ์วิญญาณแตกดับเพื่อสังหารผู้เล่นทุกคนในแดนลับภพโลหิตได้โดยตรง
ที่เขาทำแบบนี้ ก็เพื่อขยายขอบเขตการปลดปล่อยม่านมรณะให้กว้างขึ้นเท่านั้น
วูบ
เมื่อม่านแสงสีเทาขนาดมหึมากวาดผ่านสมรภูมิในทวีปส่วนกลาง กองทัพอันเดดจำนวนนับไม่ถ้วนก็ข้ามผ่านระยะทางอันห่างไกล ร่วงหล่นลงสู่ทวีปทั้งแปดที่อยู่รอบนอกโดยตรง
เผ่ามนุษย์หมาป่าและเผ่าโลหิตที่นี่ก็กำลังทำสงครามกันอยู่เช่นกัน เพียงแต่ความรุนแรงไม่ได้ดุเดือดเท่ากับทวีปส่วนกลาง
ผู้เล่นของทั้งสองเผ่าพันธุ์ในทวีปเหล่านี้ ก็มีความแข็งแกร่งด้อยกว่าเล็กน้อยด้วย
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองทัพภัยพิบัติที่แม้แต่ทวีปส่วนกลางยังต้านทานไม่ได้ พวกเขาจึงได้พบกับวาระสุดท้ายในทันที
"สวรรค์ ทำไมจู่ๆ ถึงมีมอนสเตอร์อันเดดโผล่มาเยอะขนาดนี้ล่ะเนี่ย"
"เกิดอะไรขึ้น เทพแท้จริงของเผ่าอันเดดบุกเข้ามางั้นเหรอ"
"ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ พวกอันเดดนี่น่ากลัวเกินไปแล้ว ฆ่ายังไงก็ไม่ตายเลย"
"ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า ทำไมบนศพของตู้หลินถึงมีโครงกระดูกยืนขึ้นมาตั้งสองตัวล่ะ"
"หนีเร็ว! ยิ่งสู้พวกโครงกระดูกนี่ก็ยิ่งโผล่มาเยอะขึ้น พวกเราไม่ใช่คู่มือมันเลยสักนิด!"
"ช่วยด้วย! เทพแท้จริงของพวกเราไปไหนหมด ทำไมยังไม่ออกมาจัดการพวกมันอีก!"
"ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เทพแท้จริงของพวกเราตอนนี้น่าน่าจะร่วงหล่นไปหมดแล้วล่ะ"
"จบเห่แล้ว..."
กองทัพภัยพิบัติทะลักออกมาจากม่านมรณะแต่ละสายราวกับกระแสน้ำหลาก นำพาความตายไปสู่ทวีปทั้งแปดพร้อมๆ กัน
ยอดฝีมือของทั้งสองเผ่าพันธุ์ล้วนกระจุกตัวอยู่ที่ทวีปส่วนกลาง ที่นี่จึงไม่มีใครสามารถต่อกรกับกองทัพภัยพิบัติได้เลยแม้แต่กระบวนท่าเดียว
ความตายลุกลามไปทั่วทวีปเหล่านี้อย่างรวดเร็ว จำนวนของกองทัพภัยพิบัติก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อกองทัพภัยพิบัติถูกส่งไปยังทวีปรอบนอก กองทัพของทั้งสองเผ่าพันธุ์ในทวีปส่วนกลางก็มีโอกาสได้หยุดพักหายใจบ้าง
บรรดาแม่ทัพในระดับขั้นเทวะและขั้นศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้างบางส่วนฉวยโอกาสทองที่หาได้ยากยิ่งนี้ งัดเอาไพ่ตายก้นหีบออกมาใช้ แล้วพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากทุกสารทิศของทวีป
"ท่านจ้าวผู้ปกครองมีคำสั่ง ห้ามปล่อยพวกมันหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!"
ราชันมังกรโครงกระดูกสี่ดาวคำรามลั่น พวกมันสยายปีกกระดูกเตรียมพุ่งไปสกัดกั้นพวกที่เล็ดลอดเหล่านั้น
ทว่าวินาทีต่อมา พวกมันกลับเปลี่ยนเป้าหมายอย่างกะทันหัน ร่างอันใหญ่โตมุดผ่านม่านมรณะเพื่อไปเข่นฆ่าต่อที่ทวีปรอบนอก
ไม่ใช่ว่าพวกมันตั้งใจจะปล่อยเผ่ามนุษย์หมาป่ากับเผ่าโลหิตพวกนี้ไปหรอกนะ แต่เป็นเพราะซูมู่ไป๋บอกว่าไม่ต้องไปสนใจต่างหาก
ผู้เล่นระดับขั้นเทวะและขั้นศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้างที่พุ่งทะยานขึ้นฟ้าเหล่านี้ ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นก็คือการหลบหนีออกจากแดนลับภพโลหิต!
แต่พอพวกเขาไปถึงทางออกของแดนลับที่อยู่บนท้องฟ้า ก็ต้องยืนอึ้งกันหมด
นั่นเป็นเพราะเบื้องหน้าทางออกที่เป็นรูปวังวน ราวกับมีม่านพลังที่มองไม่เห็นขวางกั้นอยู่ ทำให้ไม่สามารถข้ามผ่านไปได้เลยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว!
และนี่ก็คือสิ่งที่ซูมู่ไป๋ทำในช่วงเวลาที่เขาหายตัวไปก่อนที่สงครามของทั้งสองเผ่าพันธุ์จะเริ่มต้นขึ้น
เขตแดนปิดผนึกมิติเวลาที่ห่อหุ้มบริเวณสระโลหิต ความจริงแล้วคืออันที่สอง!
ส่วนเขตแดนปิดผนึกมิติเวลาอันแรก ถูกเขาเอาไปปิดผนึกทางออกของแดนลับตั้งแต่ก่อนสงครามจะเริ่มแล้ว
ในเมื่อบอกว่าจะไม่ให้เหลือรอดแม้แต่หมาไก่ ก็ต้องไม่ปล่อยไปแม้แต่คนเดียว!
การหลบหนีออกจากแดนลับภพโลหิต ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก
สิ่งที่รอคอยผู้เล่นของทั้งสองเผ่าพันธุ์อยู่ มีเพียงความตายเท่านั้น!
[จบแล้ว]