เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 320 - คนอื่นมีสิทธิ์อะไรมาชุบมือเปิบเอาไปง่ายๆ

บทที่ 320 - คนอื่นมีสิทธิ์อะไรมาชุบมือเปิบเอาไปง่ายๆ

บทที่ 320 - คนอื่นมีสิทธิ์อะไรมาชุบมือเปิบเอาไปง่ายๆ


บทที่ 320 - คนอื่นมีสิทธิ์อะไรมาชุบมือเปิบเอาไปง่ายๆ

แม้หลิวฮ่าวจะอธิบายไปแบบนั้นแล้ว

แต่คนอื่นๆ ก็ยังคงไม่พอใจ พวกเขาส่งเสียงต่อต้านกันอย่างดุเดือด

"ไม่เอาโว้ย! จะเก่งมาจากไหนก็ช่าง พวกเราไม่ยอมรับเด็ดขาด!"

"แม่งเอ๊ย อย่างมากพวกเราก็พากันหอบลูกจูงหลานชาวเมืองอิ๋นเหอย้ายไปอยู่เมืองเทียนชิวให้หมด ฉันเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ยอมตามพวกเราไปแน่ ถึงตอนนั้นก็ทิ้งเมืองเปล่าๆ ไว้ให้พวกมันดูต่างหน้าไปเลย!"

"ไอเดียแจ่ม! พวกมันอยากได้เมืองอิ๋นเหอนักใช่ไหม ก็ยกเปลือกเมืองให้พวกมันไปเลยสิ!"

"ถ้าพวกมันขัดขวางไม่ให้ไป พวกเราก็ลาออกยกแก๊งแล้วไปซบไหล่หอเซียนกันให้หมด!"

"ไอ้พวกปลิงดูดเลือดไม่ได้เรื่อง คิดจะมาเล่นเกมการเมืองในเมืองอิ๋นเหองั้นเหรอ ไสหัวไปเลย!"

แม้กระทั่งจูอวี่ สือเว่ย เยี่ยเหวยซือ และไป๋จิ้งเยวี่ย ต่างก็ร่วมประสานเสียงต่อต้านด้วย

เมืองอิ๋นเหอเป็นเมืองที่พวกเขาร่วมกันสร้างมากับมือ

คนอื่นมีสิทธิ์อะไรมาชุบมือเปิบเอาไปง่ายๆ

เสิ่นผิงมีสีหน้าบึ้งตึง เขาพูดขึ้น

"ไม่ต้องไปเข้าหอเซียน แล้วก็ไม่ต้องอพยพไปเทียนชิวด้วย ที่นี่คือถิ่นของพวกนาย ใครมีหน้ามาไล่พวกนายไปไหน"

"ถ้าพวกนายตกลง เดี๋ยวฉันจะลองไปคุยกับหัวหน้าเก่าดู ให้พวกนายย้ายไปสังกัดกองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวในฐานะหน่วยปฏิบัติการพิเศษซะเลย"

"แล้วก็จะขอดึงเมืองอิ๋นเหอไปอยู่ใต้สังกัดพวกนายด้วย!"

"หัวหน้าเก่าของฉันเป็นถึงระดับ 8 ขั้นสูงสุด จะรอดูว่าไอ้หน้าไหนมันกล้ามาเล่นการเมืองกับหัวหน้าเก่าฉัน!"

เห็นได้ชัดเลยว่า

เสิ่นผิงเองก็ของขึ้นไม่เบา

ในสายตาของเขา เมืองอิ๋นเหอคือดินแดนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังแห่งอนาคต มีอัจฉริยะและยอดฝีมือมากมาย ในอนาคตอาจจะกลายเป็นความหวังของแผ่นดินจิ่วโจวและมวลมนุษยชาติเลยก็ว่าได้

แต่ตอนนี้

ไอ้พวกแมลงเม่าพวกนี้ กลับคิดจะมาทำลายดินแดนแห่งนี้เนี่ยนะ

ฝันไปเถอะ!

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ชักจะบานปลายจนคุมไม่อยู่ หลิวฮ่าวเองก็เริ่มรับมือไม่ไหว

กู้เหวินหมุนตัวก้าวออกมายืนอยู่ตรงกลางเคียงข้างหลิวฮ่าว เขามีสีหน้าเรียบเฉย ยกมือขึ้นกดลงเบาๆ เป็นสัญญาณ แล้วพูดขึ้น

"ใจเย็นๆ"

เพียงชั่วพริบตา...

ทุกคนก็เงียบกริบพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาอีก สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่กู้เหวิน

พวกเขาเชื่อมั่นว่า กู้เหวินจะต้องมีคำตอบที่ทำให้พวกเขาพอใจได้อย่างแน่นอน!

กู้เหวินไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ อยู่แล้ว!

ตั้งแต่กู้เหวินเข้ามาอยู่ในองค์กรนักทำความสะอาดจนถึงตอนนี้ มีใครหน้าไหนที่กล้ามารังแกกู้เหวินแล้วรอดตัวไปได้บ้าง

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่เหมือนกัน

ที่บารมีของกู้เหวินในองค์กรนักทำความสะอาด มันแซงหน้าหลิวฮ่าวไปไกลลิบแล้ว...

หลิวฮ่าวมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้า แล้วก็ลอบมองกู้เหวินด้วยสายตาตัดพ้อ

นี่เขาเป็นผู้อำนวยการที่ไร้ความน่าเกรงขามขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

แล้วเขาจะนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการไปเพื่ออะไรล่ะฟะ

ยกให้เสี่ยวกู้นั่งแทนไปเลยดีกว่าไหม!

กู้เหวินมองดูทุกคนที่อยู่ด้านล่าง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ก่อนอื่นผมขอเน้นย้ำเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมืองอิ๋นเหอก็คือเมืองที่พวกเราร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้นมา ไม่มีไอ้หน้าใหม่ที่เพิ่งโดดร่มลงมาคนไหนมีสิทธิ์มาฮุบไปดื้อๆ!"

"ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ไม่มีสิทธิ์ทั้งนั้น!"

ทันทีที่พูดจบ

ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากทุกคนด้านล่าง พวกเขาตะโกนลั่น

"ใช่เลย!"

หลิวฮ่าวเริ่มใจคอไม่ดี กู้เหวินคิดจะทำอะไรกันแน่...

ตอนแรกเขานึกว่ากู้เหวินจะมาช่วยสยบอารมณ์โกรธของทุกคน แต่ดูจากทรงแล้ว... กู้เหวินไม่ได้คิดจะห้ามปรามเลยสักนิด แถมยังทำตัวเหมือนกำลังจะเป็นแกนนำพาทุกคนก่อกบฏซะด้วยซ้ำ!

นี่มัน...

นี่มันจะดีจริงๆ เหรอ

กู้เหวินมองด้วยสายตาสงบนิ่ง แล้วเปลี่ยนประเด็นสนทนาทันที

"แต่ว่า ตอนนี้พวกเราก็ไม่เห็นต้องโวยวายให้เสียเปล่าเลย อย่างแรกที่ต้องยอมรับก็คือ การที่เมืองอิ๋นเหอกลายเป็นเมืองปกครองพิเศษ ทำให้เราได้ทรัพยากรและสถานะที่สูงขึ้น ซึ่งนั่นคือเรื่องดีแน่นอน"

"ส่วนเรื่องที่สอง... ไม่ใช่ว่ามีคนอยากจะมาอยู่ที่เมืองอิ๋นเหอหรอกเหรอ ไม่ใช่ว่าอยากได้เก้าอี้รองผู้อำนวยการกันนักหรอกเหรอ ก็ยกให้พวกมันไปเลยสิ!"

"แต่ว่า..."

"ให้ตำแหน่ง ให้เก้าอี้ไปแล้ว ถ้าพวกมันซื้อใจคนไม่ได้ สั่งใครก็ไม่มีใครฟัง อันนี้ก็คงจะมาโทษพวกเราไม่ได้แล้วล่ะจริงไหม!"

พอประโยคนี้ของกู้เหวินหลุดออกมา

คนหัวไวหลายคนด้านล่างก็อ่านหมากของกู้เหวินออกทะลุปรุโปร่งทันที

ดวงตาของเยี่ยเหวยซือเป็นประกาย เขาดันแว่นตาเบาๆ แล้วพูดขึ้น

"เสี่ยวกู้... นายหมายความว่า... ตำแหน่งรองผู้อำนวยการน่ะให้พวกมันไปได้ แต่พวกมันจะพล่ามอะไร เราก็ทำหูทวนลม ไม่ต้องไปเห็นหัวพวกมันในฐานะรองผู้อำนวยการ แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของพวกเราต่อไป แบบนี้ใช่ไหม"

กู้เหวินยิ้มบางๆ

"ฉลาดมาก"

สือเว่ยรีบถามต่อด้วยความสงสัย

"แต่ถ้าเราทำแบบนั้น พวกมันต้องไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ แน่ พวกมันมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าตามกฎเป๊ะๆ แถมยังมีระดับ 6 ขั้นสูงสุด แล้วก็ยังหนีบทีมมาด้วยอีกตั้งสองหน่วย ขุมกำลังไม่ธรรมดาเลยนะ"

จูอวี่ก็เสริมขึ้นมาอีก

"ใช่สิ ในเมื่อมันเป็นหัวหน้าแล้วเราแข็งข้อไม่ยอมทำตามคำสั่ง ขืนพวกมันจับเราไปขัง มันก็ดูสมเหตุสมผลตามกฎระเบียบทุกอย่างเลยนะ"

กู้เหวินสายตาเย็นชา เขาแค่นหัวเราะสองเสียง

"สมเหตุสมผลตามกฎระเบียบงั้นเหรอ ถ้างั้นก็ไม่ต้องทำแม่งแล้วกฎระเบียบน่ะ!"

"ถ้าพวกมันกล้าแตะต้องคนของเราแม้แต่ปลายก้อย พ่อจะกระทืบไอ้รองผู้อำนวยการนั่นให้ยับ! แล้วจับมันไปยัดกรงหมาซะ!"

"ไม่สนหรอกว่าแม่งจะเป็นระดับ 6 ขั้นสูงสุด หรือจะขนทีมมากี่สิบทีม!"

"ถ้ากล้ามาทำกร่างล่ะก็ พ่อจะซัดให้หงายเงิบกลับไปเลย!"

ดวงตาของทุกคนสว่างวาบ พวกเขาลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกัน แล้วตะโกนสุดเสียง

"กระทืบมันเลย!"

"กระทืบมันเลย!"

"กระทืบมันเลย!"

เสิ่นผิงพยักหน้าหงึกหงัก เห็นพ้องต้องกันสุดๆ "เอาตามนี้แหละ! ขอแค่ไม่ถึงตาย พวกนายจะกระทืบพวกมันให้เละแค่ไหน ฉันจะคอยแบ็กอัปปิดข่าวให้เอง! อย่างแย่สุดก็แค่ย้ายไปซบกองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวด้วยกันให้หมดก็สิ้นเรื่อง!"

ตอนที่เสิ่นผิงพูด เขาก็ดูตื่นเต้นและดีใจอยู่ลึกๆ

ถ้าสามารถใช้โอกาสนี้ดึงตัวกู้เหวินไปอยู่กับกองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวได้จริงๆ

มันคงจะเพอร์เฟกต์สุดๆ ไปเลย!

ไม่ใช่แค่กู้เหวินคนเดียว

แต่ยังมีทั้งหลี่เหลิ่ง เซียวเซ่อ ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยากทั้งนั้น

แถมยังมีพวกสือเว่ย เยี่ยเหวยซือ ไป๋จิ้งเยวี่ย ที่กู้เหวินปั้นขึ้นมากับมือ ตอนนี้ก็ถือเป็นกำลังรบหลักชั้นยอดกันทุกคนเลย!

ถ้าได้คนพวกนี้มาร่วมทีม ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวคงยิ้มจนปากฉีกถึงหูแน่ๆ!

แค่ได้กู้เหวินมาคนเดียว มันก็คุ้มค่าที่จะแลกกับทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว!

หลิวฮ่าวกัดฟันกรอด แล้วประกาศลั่น

"งั้นก็เอาตามนี้แหละ!"

ถึงแม้การรังแกผู้นำที่ส่งตรงมาจากเบื้องบนมันจะดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่...

แต่ทว่า...

ตอนที่พวกมันโดดร่มลงมา พวกมันมัวแต่คิดอะไรอยู่วะ

จัดไป!

หลังเลิกประชุม กู้เหวินก็ส่งข้อความหาเยวี่ยอู๋เซิง

[เรื่องรองผู้อำนวยการคนใหม่ นายคงรู้แล้วใช่ไหม ฉันกะจะเล่นลูกไม้อะไรนิดหน่อยน่ะ]

เยวี่ยอู๋เซิงถือเป็นผู้ใช้กู่ระดับ 7 เพียงคนเดียวที่กู้เหวินรู้จักในองค์กรนักทำความสะอาด และเรียกได้ว่าเป็นระดับผู้บริหารคนหนึ่งขององค์กร เรื่องพรรค์นี้ กู้เหวินเลยคิดว่าสมควรจะแย็บๆ บอกเยวี่ยอู๋เซิงไว้สักหน่อย เพื่อหยั่งเชิงดูว่าอีกฝ่ายมีความเห็นยังไง

ผ่านไปครู่หนึ่ง ข้อความก็ตอบกลับมา

[ลูกไม้เหรอ ระดับนายลงมือมันจะใช่แค่ลูกไม้เล็กๆ หรือไง ลุยไปเลยไม่ต้องยั้ง! ก็แค่พวกเนื้องอกในองค์กรนักทำความสะอาดนั่นแหละ ต่อให้นายจะฆ่าพวกมันทิ้ง ฉันก็ปิดข่าวให้นายได้!]

[หรือไม่ก็... พี่ชายฉันนี่แหละที่จะเป็นคนคอยตามล้างตามเช็ดให้นายเอง]

[แต่แน่นอนนะ! ถ้าถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือฆ่าแกงกันจริงๆ นายต้องหาข้ออ้างที่มันฟังขึ้นหน่อย ไม่งั้นเดี๋ยวมันจะเคลียร์ยาก]

พอเห็นข้อความที่เยวี่ยอู๋เซิงส่งมา

กู้เหวินก็ถึงกับอึ้งไปเลย

ป้าดติโธ่

ไม่คิดเลยว่าเยวี่ยอู๋เซิงจะโหดดิบเถื่อนขนาดนี้

ตอนแรกเขากะแค่จะซ้อมไอ้รองผู้อำนวยการนั่นสักสองสามยก แล้วจับขังในกรงหมาเพื่อหยามหน้าเล่นๆ แถมด้วยการป้อนอาหารหมูให้กินเป็นบทลงโทษก็เท่านั้นเอง

แต่ไม่นึกเลยว่าเยวี่ยอู๋เซิงจะมอบดาบอาญาสิทธิ์ให้เขาสามารถสั่งเป็นสั่งตายได้เลย

เนื้องอกในองค์กรนักทำความสะอาดงั้นเหรอ...

ดูท่าคงจะเป็นพวกขั้วอำนาจฝ่ายตรงข้ามกับเยวี่ยอู๋เซิงสินะ...

ในเมื่อเป็นแบบนี้...

มุมปากของกู้เหวินก็ยกยิ้มขึ้นมา

งั้นเขาก็จะขอเล่นสนุกให้หนำใจไปเลยก็แล้วกัน...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 320 - คนอื่นมีสิทธิ์อะไรมาชุบมือเปิบเอาไปง่ายๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว