เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 300 - แกไม่รู้ซึ้งถึงพลังของยอดฝีมือระดับหกขั้นสูงสุดหรอกเว้ย!

บทที่ 300 - แกไม่รู้ซึ้งถึงพลังของยอดฝีมือระดับหกขั้นสูงสุดหรอกเว้ย!

บทที่ 300 - แกไม่รู้ซึ้งถึงพลังของยอดฝีมือระดับหกขั้นสูงสุดหรอกเว้ย!


บทที่ 300 - แกไม่รู้ซึ้งถึงพลังของยอดฝีมือระดับหกขั้นสูงสุดหรอกเว้ย!

"ฉันเนี่ยนะ"

ผู้ใช้กู่จากตำหนักมารหัวเราะลั่นออกมาอย่างอดไม่อยู่ แววตาของมันเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "แกกำลังจะบอกว่า ผู้ใช้กู่ระดับห้ากระจอกๆ อย่างแก อยากจะสู้กับฉันงั้นเหรอ"

"กู้เหวิน"

"ฉันยอมรับนะว่าแกจัดว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง แต่การอุดอู้อยู่แต่ในกะลามานานเกินไป มันก็ต้องกลายเป็นกบในกะลาครอบอยู่ดี!"

"แกไม่รู้ซึ้งถึงพลังของยอดฝีมือระดับหกขั้นสูงสุดหรอกเว้ย!"

กู้เหวินปรายตามองด้วยสายตาเย็นชา

"พล่ามจบหรือยัง พล่ามจบแล้วก็รีบเข้ามาตายซะที"

กู้เหวินยอมรับเลยว่า

ด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้ การจะไปต่อกรกับยอดฝีมือระดับหกขั้นสูงสุดมันเป็นเรื่องที่ยากลำบากเอาการ ถึงขั้นพูดได้เต็มปากว่าโอกาสชนะมีไม่ถึงหนึ่งในพันด้วยซ้ำ...

แต่ทว่า...

ถ้าหนึ่งในพันของเขามันเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมได้ล่ะ

ถ้ารู้สึกว่าสู้ไหวก็สู้ต่อไป แต่ถ้าสู้ไม่ไหวก็ยังมีกู่มรณะเป็นไพ่ตาย!

ผู้ใช้กู่จากตำหนักมารที่เป็นหัวโจกจ้องมองด้วยแววตาเย็นเยียบ

"ดี ดีมาก จำชื่อฉันเอาไว้ให้ดี ฉันคือหมัวชางไห่!"

ตูม!

ชั่วอึดใจเดียว

หมัวชางไห่ก็ระเบิดกลิ่นอายพลังอสุราอันแสนน่าสะพรึงกลัวออกมาจากร่าง แสงมารแห่งความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดพุ่งถาโถมเข้าใส่กู้เหวินในทันที พร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันมหาศาลกดทับลงมา

อีกด้านหนึ่ง

เสิ่นผิงกระชับทวนสีทองในมือแน่น ปลายทวนชี้ตรงไปยังผู้ใช้กู่นอกรีตที่ยืนอยู่ฝั่งซ้าย น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้น

"คู่ต่อสู้ของแกคือฉัน"

ผู้ใช้กู่นอกรีตคนนั้นแสยะยิ้มเย็นชา แลบลิ้นเลียริมฝีปากเผยรอยยิ้มวิปริต "ผู้ว่าการเสิ่น... ฉันรู้จักแกดี ไอ้สวะที่แม้แต่เมืองของตัวเองยังปกป้องเอาไว้ไม่ได้ จำชื่อฉันเอาไว้ให้ขึ้นใจล่ะ ฉันคือหมัวชางไท่... ไท่ที่มาจากคำว่าวิปริตไงล่ะ!"

ถ้อยคำเหยียดหยามของหมัวชางไท่จุดประกายโทสะของเสิ่นผิงจนเดือดดาล ประกายความเย็นเยียบวาบผ่านแววตาของเขา

"รอนหาที่ตาย!"

วินาทีถัดมา

เสิ่นผิงกับหมัวชางไท่ก็กระโจนขึ้นสู่กลางอากาศ พุ่งทะยานไปฟาดฟันกันในสมรภูมิแห่งใหม่

ตอนนี้

ก็เหลือยอดฝีมือระดับหกขั้นสูงสุดเพียงคนเดียวแล้ว เขากวาดสายตามองกลุ่มคนจากองค์กรนักทำความสะอาด มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นฉันจะรับเหมาจัดการพวกที่เหลือเองก็แล้วกัน เพราะยังไงซะ... คนเก่งก็ต้องออกแรงเยอะหน่อย การได้ตายด้วยน้ำมือของหมัวชางหลี ถือเป็นเกียรติสูงสุดของพวกแกแล้ว"

จูอวี่หน้าซีดเผือด เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"แม่งเอ๊ย สถานการณ์ชักจะไม่สู้ดีแล้วแฮะ... พวกเราที่เหลือรวมหัวกัน จะสู้ไอ้หมอนี่ไหวเหรอวะ"

หลิวฮ่าวมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

"ท่าทางจะตึงมือเอาเรื่องอยู่นะ... ใครอยู่ระดับหกก็เสนอหน้าออกไปรับการโจมตีให้หน่อยสิ ส่วนพวกเราที่เหลือจะคอยซัพพอร์ตให้เอง"

จ้าวเทียนจีซึ่งเป็นผู้ใช้กู่ระดับหกเพียงคนเดียวในที่นั้นมุมปากกระตุกยิกๆ

"นาย... ช่างไว้เนื้อเชื่อใจฉันซะเหลือเกินนะ"

หลี่เหลิ่งหันขวับกลับมามองทุกคน ก่อนจะเอ่ยขึ้น

"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง ฉันอาจจะพอลองดูได้..."

ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพุ่งออกไป

เซียวเซ่อก็โผล่มาอยู่ข้างกายเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ เซียวเซ่อตบไหล่หลี่เหลิ่งเบาๆ น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยขึ้น "นายกลับไปนอนพักฟื้นก่อนเถอะ ส่วนไอ้หมอนี่... ปล่อยให้ฉันจัดการเอง"

ท่าทีของเซียวเซ่อในคราวนี้แตกต่างไปจากทุกที แววตาของเขาแฝงไปด้วยความขึงขังจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขารู้ดี

ศึกใหญ่ในครั้งนี้ไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา

เขาจำเป็นต้อง...

งัดความสามารถที่แท้จริงออกมาโชว์ให้เห็นบ้างแล้ว!

หลี่เหลิ่งจ้องมองเซียวเซ่อ เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นจริงจังของอีกฝ่าย เขาจึงพยักหน้ารับ

หลี่เหลิ่งในตอนนี้เพิ่งจะฟื้นคืนสติ ร่างกายยังคงอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง

การปล่อยให้เขาออกไปต่อสู้ในสภาพนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการส่งเขาไปตายชัดๆ!

นัยน์ตาของเซียวเซ่อทอประกายแสงสีฟ้าแห่งข้อมูลดิจิทัล เริ่มทำการวิเคราะห์เจาะลึกข้อมูลของหมัวชางหลีที่อยู่ตรงหน้า เขาต้องหาจุดอ่อนของอีกฝ่ายให้เจอ จากนั้นก็รอคอยจังหวะ...

ปลิดชีพในดาบเดียว!

ทว่าในขณะที่เซียวเซ่อกำลังตั้งหน้าตั้งตาวิเคราะห์อยู่นั้น

จู่ๆ!

ลำแสงสีดำสายหนึ่งก็แหวกอากาศพุ่งตรงดิ่งเข้าหาหมัวชางหลีอย่างรวดเร็ว

คนคนนั้น...

คือเยี่ยยาง!

เยี่ยยางกระชับดาบยาวสีดำสนิทในมือแน่น สีหน้าเย่อหยิ่งจองหองและเย็นชา "สมรภูมิรบสุดคลาสสิกแบบนี้ จะขาดอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองอิ๋นเหออย่างฉันไปได้ยังไงกัน"

"วันนี้ หน้าที่กอบกู้โลกต้องตกเป็นของฉัน!"

"เจตจำนงดาบ จงตื่นขึ้น!"

"วิญญาณดาบ จงจุติ!"

"เซียนดาบ จงประทับร่าง!"

ครืน!

ชั่วอึดใจเดียว

อัสนีบาตสีม่วงเข้มขนาดมหึมาก็ผ่าเปรี้ยงลงมาจากฟากฟ้า ฟาดเข้าใส่ร่างของเยี่ยยางอย่างจัง ทว่าเยี่ยยางกลับไร้รอยขีดข่วนใดๆ หนำซ้ำกลิ่นอายพลังในร่างของเขายังพุ่งพรวดขึ้นอย่างบ้าคลั่ง จนท้ายที่สุดก็แปรเปลี่ยนเป็นความน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด

ไม่เพียงแค่นั้น ร่างกายของเยี่ยยางยังปรากฏรูปลักษณ์เวทฟ้าดินสีม่วงเข้มครอบคลุมเอาไว้! ขนาดของมันสูงใหญ่กว่าสิบจ้าง ดูน่าเกรงขามราวกับเทพเจ้าจุติลงมา!

เยี่ยยางในชุดสีดำสนิทกระชับดาบยาวในมือแน่น ชายเสื้อสะบัดพลิ้วไปตามแรงลมกระโชกแรง เขาทอดสายตามองหมัวชางหลีตรงหน้าพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"จำสถานที่แห่งนี้เอาไว้ให้ดี เพราะที่นี่คือสุสานที่จะฝังกลบแกไปตลอดกาล"

ร่างของหมัวชางหลีสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย เขามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา

"นี่... เป็นไปได้ยังไง..."

ถึงแม้เขาจะไม่อยากยอมรับความจริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า

เพียงชั่วพริบตาเดียว เยี่ยยางก็สามารถยกระดับความแข็งแกร่งของตัวเองให้พุ่งทะยานขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของระดับหกได้สำเร็จ พลังรบของหมอนี่ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลยแม้แต่น้อย เผลอๆ อาจจะเหนือกว่าเขาด้วยซ้ำ!

ตัดภาพมาที่ฝั่งองค์กรนักทำความสะอาด ทุกคนต่างก็อยู่ในอาการมึนงงเป็นไก่ตาแตก

พวกเขามองฉากตรงหน้าด้วยความตกตะลึงจนอ้าปากค้าง...

หลิวฮ่าวลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

"นี่... นี่ฉันตาฝาดไปเองใช่ไหมเนี่ย..."

มุมปากของจ้าวเทียนจีสั่นระริก "ฉันรู้อยู่แล้วล่ะนะว่าภูมิหลังของหมอนี่มันไม่ธรรมดา แต่นึกไม่ถึงเลยว่าตัวมันเองก็จะไม่ธรรมดาเบอร์นี้!"

จูอวี่เป่าปากด้วยความโล่งอก

"ดูท่า... วันนี้คงจะยังไม่ถึงฆาตแฮะ..."

เซียวเซ่อจมดิ่งอยู่ในความเงียบงัน

เดิมทีเขากะจะเลิกปิดบังซ่อนเร้น และงัดเอาฝีมือที่แท้จริงออกมาโชว์ให้ทุกคนประจักษ์ แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว... คงไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องออกโรงอีกต่อไป...

ขนาดเซียวเซ่อเองยังอดที่จะตั้งคำถามในใจไม่ได้เลยว่า

ทำไมเมืองอิ๋นเหอมันถึงได้มีแต่ตัวประหลาดมารวมกระจุกกันเยอะขนาดนี้วะ!

แน่นอนว่า...

ผลลัพธ์แบบนี้แหละคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว

เซียวเซ่อยังคงชื่นชอบการแฝงตัวอยู่อย่างเงียบๆ ท่ามกลางฝูงชน คอยทำตัวกลมกลืนไม่เตะตาใครให้มากนัก

ตวนมู่อวิ๋นแหงนหน้ามองเยี่ยยางที่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก "เล่นหงายไพ่ตายกับสกิลเอาชีวิตรอดออกมาจนหมดเปลือกแบบนี้ ไม่กลัวว่าจะพ่ายแพ้เลยเหรอไง... ไม่กลัวตายบ้างหรือไงกัน"

"นายเริ่มจะทำตัวเหมือนพวกบ้าบิ่นในองค์กรนักทำความสะอาดเข้าไปทุกทีแล้วนะ นึกอยากจะทำอะไรก็ทำตามอำเภอใจ ทั้งที่คติพจน์ประจำหอเซียนของพวกเราก็คือ 'การรักษาชีวิตรอดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด' แท้ๆ..."

ลุงหวังที่ยืนอยู่ข้างตวนมู่อวิ๋นทอดสายตามองเยี่ยยางพลางหัวเราะร่วน

"ช่างเป็นเด็กดีอะไรขนาดนี้นะ"

ตวนมู่อวิ๋นหันขวับไปมองลุงหวังด้วยความจนใจ "ลุงหวังครับ สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ลุงยังจะมีหน้ามาหัวเราะอีกเหรอ นี่มันความเป็นความตายของพวกเราทุกคนเลยนะ ถ้าเกิดสามคนนั้นมีใครพลาดท่าสู้ไม่ไหวขึ้นมาสักคน..."

"ผลที่ตามมามันเลวร้ายจนประเมินไม่ได้เลยนะ!"

ลุงหวังยังคงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

"จะรีบร้อนกระวนกระวายไปทำไม เชื่อมั่นในโชคชะตาสิวะ"

ลุงหวังคือคนที่ดูใจเย็นและไม่รู้สึกรู้สาอะไรที่สุดในบรรดาทุกคนที่อยู่ตรงนี้

เวลานี้!

การต่อสู้พร้อมที่จะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ!

กู้เหวินงัดสกิลวิวัฒนาการจำกัดเวลาของกู่วิวัฒนาการออกมาใช้อย่างไม่รอช้า เป้าหมายก็คือ... กู่คุกเหมันต์ผลาญนภา!

การวิวัฒนาการจำกัดเวลาคือหนึ่งในไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของกู้เหวิน!

หากคิดจะโค่นล้มยอดฝีมือระดับหกขั้นสูงสุดให้จงได้...

บางที

คงมีแค่การวิวัฒนาการจำกัดเวลาเท่านั้นที่จะสร้างปาฏิหาริย์นี้ให้เป็นจริงได้!

สำหรับกู่อัสนีสวรรค์ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นกู่ระดับสีส้มและทรงพลังมากก็จริง แต่ยังไงซะเลเวลของมันก็เพิ่งจะอยู่แค่ระดับสี่ ไม่อาจจะระเบิดพลังระดับหกขั้นสูงสุดออกมาได้

ทว่าสำหรับกู่คุกเหมันต์ผลาญนภา มันอยู่ในระดับห้าแล้ว

หากงัดเอาสกิลวิวัฒนาการจำกัดเวลามาใช้ และดันให้มันวิวัฒนาการขึ้นไปแตะกู่ระดับสีทองหรือสูงกว่านั้นได้ล่ะก็...

เขาก็ยังมีโอกาสรอด!

โอกาสที่จะสามารถต่อกรกับหมัวชางไห่ได้อย่างสูสี!

ภายใต้ความคาดหวังอันล้นปรี่ของกู้เหวิน

ในที่สุด!

กู่คุกเหมันต์ผลาญนภาก็วิวัฒนาการจำกัดเวลาได้สำเร็จ!

ตูม!

ชั่วอึดใจเดียว

แสงสีแดงเจิดจ้าก็สาดส่องปกคลุมไปทั่วร่างของกู่คุกเหมันต์ผลาญนภา ก่อนที่... พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวและชวนให้อึดอัดจนแทบจะขาดใจจะระเบิดปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง!

พลังงานอันมหาศาลนี้...

แท้ที่จริงแล้วมันคือ...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 300 - แกไม่รู้ซึ้งถึงพลังของยอดฝีมือระดับหกขั้นสูงสุดหรอกเว้ย!

คัดลอกลิงก์แล้ว