- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนไหกู่: สู่เส้นทางเทพเจ้าวันสิ้นโลก
- บทที่ 260 - พวกเราจะปกป้องกู้เหวินเป็นอย่างดีแน่นอน!
บทที่ 260 - พวกเราจะปกป้องกู้เหวินเป็นอย่างดีแน่นอน!
บทที่ 260 - พวกเราจะปกป้องกู้เหวินเป็นอย่างดีแน่นอน!
บทที่ 260 - พวกเราจะปกป้องกู้เหวินเป็นอย่างดีแน่นอน!
เสิ่นผิงมองกู้เหวินด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูในตัวผู้มีพรสวรรค์
"กู้เหวิน ฉันแก่กว่านายไม่กี่ปี ถ้านายไม่รังเกียจ ต่อไปฉันขอเรียกนายว่าเสี่ยวกู้ก็แล้วกันนะ"
กู้เหวินยิ้มบางๆ
"ไม่รังเกียจแน่นอนครับ"
เขาเพิ่งจะอายุสิบแปด ใครจะเรียกเขาสั้นๆ ว่าเสี่ยวกู้ก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
ยกเว้นพวกศัตรูล่ะนะ!
เสิ่นผิงพยักหน้า สายตาทอประกายชื่นชม
"เสี่ยวกู้ ได้ยินมาว่านายเคยสังกัดอยู่ในสถาบันอิ๋นเหอ แล้วตอนหลังก็ย้ายมาเข้านักทำความสะอาดของท้องถิ่น ถือว่าประวัติขาวสะอาด..."
"ไม่ทราบว่านายสนใจจะเข้ากองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวไหมล่ะ?"
เสิ่นผิงเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ โพล่งความในใจออกมาตรงๆ
กองกำลังพิทักษ์จิ่วโจว หรือก็คือกองทัพทหารนั่นแหละ
กู้เหวินหัวเราะเบาๆ
ดูเหมือนเสิ่นผิงจะชอบลากคนเข้าองค์กรเหมือนกับหลี่เหลิ่งไม่มีผิดเลยแฮะ!
แต่ถ้าจะให้ไปเข้ากองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวน่ะเหรอ...
กู้เหวินคิดทบทวนอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ
"ขอผ่านดีกว่าครับ ผมเป็นคนรักอิสระ ปกติก็ชอบทำตัวชิลๆ กองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวคงไม่เหมาะกับผมหรอก"
กองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวกับนักทำความสะอาดเป็นสองหน่วยงานที่แยกขาดจากกันอย่างชัดเจน
ในฉากหน้า
นักทำความสะอาดคือขุมอำนาจอันดับหนึ่งของจิ่วโจว หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งของโลกเลยด้วยซ้ำ
แต่ในความเป็นจริง
ความแข็งแกร่งของกองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวไม่ได้ด้อยไปกว่านักทำความสะอาดเลย ดีไม่ดีอาจจะแกร่งกว่าด้วย!
ทหารกองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวนับไม่ถ้วนถูกส่งไปประจำการอยู่ในดินแดนเร้นลับระดับท็อป ร่วมมือกับนักทำความสะอาดเพื่อปกป้องเขตจิ่วโจว
จ้านชางเทียนก็เคยเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของกองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวมาก่อน
งานหลักของกองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวคือการเฝ้าพิทักษ์ดินแดนเร้นลับระดับท็อป และประจำการตามชายแดนเพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรูภายนอก
ส่วนนักทำความสะอาด
หน้าที่หลักคือการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในเขตจิ่วโจว ดูแลความปลอดภัย
จัดการเคลียร์ดินแดนเร้นลับขนาดเล็กที่เพิ่งโผล่ขึ้นมาใหม่ ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเองไป
พอเห็นกู้เหวินปฏิเสธ เสิ่นผิงก็มีสีหน้าเสียดาย เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดขึ้น
"น่าเสียดายนะ...แต่นายอยู่นักทำความสะอาดก็ดีเหมือนกัน..."
"ยังไงก็คนกันเองทั้งนั้น!"
"แต่ก็นะ...ถ้านายเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ ต้องลองแวะไปดูกองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวให้ได้นะ กองกำลังของเราตอนนี้ไม่เหมือนกับที่นายคิดไว้หรอก!"
"ไม่ได้มีกฎระเบียบตึงเปรี๊ยะอะไรขนาดนั้น!"
กู้เหวินยิ้มตอบ
"แน่นอนครับ"
จ้าวเทียนจีที่ยืนอยู่ข้างๆ บ่นอุบด้วยความน้อยใจ
"ท่านผู้ว่าการเสิ่นครับ ตอนนี้พวกเราล้วนเป็นคนของนักทำความสะอาดนะครับ ท่านมาช่วยกองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวฉกตัวคนแบบนี้ มันดูไม่งามเลยนะครับ..."
เสิ่นผิงหัวเราะลั่น
"ก็ทำเพื่อจิ่วโจวเหมือนกัน มีอะไรไม่งามล่ะ"
"แต่เรื่องด่วนตอนนี้ คือพวกเราต้องหาทางออกจากห้วงมารให้ได้ก่อน...ถ้าขืนติดแหง็กอยู่ที่นี่...พูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์!"
เสิ่นผิงแหงนหน้ามองท้องฟ้าของห้วงมาร แววตาฉายแววเย็นเยียบและจิตสังหารอันเข้มข้น!
เขาจะอยู่หรือตายมันไม่สำคัญหรอก!
กู้เหวินต้องรอด!
จ้าวเทียนจีเป็นคนหัวไวอ่านสถานการณ์เก่ง เขารีบพยักหน้ารับลูกทันที
"วางใจได้เลยครับท่านผู้ว่าการเสิ่น พวกเราจะปกป้องกู้เหวินเป็นอย่างดีแน่นอน!"
มุมปากของกู้เหวินกระตุกยิกๆ
อ้าวเฮ้ย เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำภารกิจหรอกเหรอ?
ทำไมจู่ๆ ภารกิจหลักถึงกลายเป็นการปกป้องเขาไปซะได้ล่ะ?
นี่มันสมเหตุสมผลตรงไหนเนี่ย?
กู้เหวินส่ายหัวอย่างอ่อนใจ
ดวงตาของหลิวฮ่าวเต็มไปด้วยความอิจฉา
ให้ตายสิ...
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน กู้เหวินก็มักจะเป็นจุดศูนย์กลางของทุกคนเสมอเลยแฮะ!
ดีนะที่เสี่ยวกู้ไม่ตกลงไปเข้ากองกำลังพิทักษ์จิ่วโจว ไม่งั้นเมืองอิ๋นเหอของเขาคงเสียอัจฉริยะไปอีกคนแน่ๆ
หลิวฮ่าวคิดในใจอย่างอารมณ์ดี
เขาคิดเข้าข้างตัวเองว่า กู้เหวินต้องตัดใจทิ้งเขาไม่ลงแน่ๆ ถึงได้ปฏิเสธกองกำลังพิทักษ์จิ่วโจวไป
ตอนนั้นเอง
แสงสีทองก็สว่างวาบขึ้นจากร่างของเสิ่นผิง ดวงตาสีทองขนาดยักษ์ค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะลอยสูงขึ้นไปแล้วกวาดตามองไปรอบๆ
พอเห็นดวงตาสีทองดวงนั้น แววตาของทุกคนก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
นี่มัน...
กู่เนตรทองคำ กู่สายสอดแนมระดับท็อป!
ระดับสีส้ม!
มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในสารบบกู่
ไม่นึกเลยว่ากู่ตัวนี้จะอยู่ในมือของเสิ่นผิง
ไม่นานนัก
เสิ่นผิงก็เอ่ยขึ้น
"มุ่งหน้าลงใต้ต่อไป ฉันสัมผัสได้ถึงพื้นที่ที่มิติไม่เสถียรแล้ว"
"ในมิติแปลกแยกแบบนี้ พื้นที่ที่ไม่เสถียรมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นทางออก!"
ในฐานะผู้ใช้กู่ระดับหกขั้นสุดยอดและอดีตทหารกองกำลังพิทักษ์จิ่วโจว
ประสบการณ์ของเสิ่นผิงย่อมโชกโชนหาตัวจับยากอยู่แล้ว
"ทางออกอยู่ทิศใต้เหรอ..."
กู้เหวินพึมพำอย่างครุ่นคิด พลางปรายตามองเซียวเซ่อ
จิ๊
ต้องยอมรับเลยว่า พลังหยั่งรู้ของเซียวเซ่อมันมีประโยชน์จริงๆ แฮะ
แต่เซียวเซ่อกลับทำตัวโลว์โปรไฟล์ มุดหายเข้าไปหลบหลังฝูงชนอย่างเงียบๆ เขาไม่อยากทำตัวเด่น เขาแค่อยากจะอยู่เงียบๆ...
ถ้าไม่ใช่เพราะกู้เหวินล่ะก็
ป่านนี้เขาคงหอบกู่หยั่งรู้เผ่นหนีไปกบดานที่ไหนสักแห่งแล้ว
ใครก็หาเขาไม่เจอหรอก!
"ลุย!"
เสิ่นผิงออกคำสั่ง ก่อนจะปรายตามองกู้เหวิน แล้วฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงพูดต่อ "ในเมื่อก่อนหน้านี้คนบัญชาการคือผู้นำกู้ งั้นฉันก็จะไม่ก้าวก่ายอำนาจล่ะนะ"
"หลังจากนี้ให้กู้เหวินเป็นคนสั่งการเหมือนเดิม!"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา
ทุกคนก็มองด้วยความอิจฉาตาร้อน
เห็นได้ชัดเลยว่าเสิ่นผิงให้ความสำคัญกับกู้เหวินมากขนาดไหน!
มีเพียงเจียงจิ้นคนเดียวที่มีสายตาเย็นชา เขากำหมัดแน่น นัยน์ตาเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้และเคียดแค้น เขาไม่ยอมรับ!
มีสิทธิ์อะไรวะ!
เขาอายุไล่เลี่ยกับกู้เหวินแท้ๆ
แถมเขาเป็นระดับหก ส่วนกู้เหวินเป็นแค่ระดับห้า!
แต่ทำไมทุกคนถึงได้ไปรุมสนใจ เลื่อมใส และยกตำแหน่งผู้นำให้กับกู้เหวินล่ะ?
มีสิทธิ์อะไร?!
เขาด้อยกว่ากู้เหวินตรงไหนฮะ?
เจียงจิ้นลืมไปซะสนิทเลยว่า ภายใต้การบัญชาการรบของเขา...
สมาชิกตำหนักเหยียนหวังจากมณฑลเทียนหลานและมณฑลเฟิงหนานทั้งหมด ต้องตายอนาถแบบไม่เหลือแม้แต่ซาก
...ทุกคนมุ่งหน้ากันต่อไป
ไม่นานนัก พวกเขาก็พบกับซากศพมากมาย ศพกองเกลื่อนกลาดไปทั่วทุกภูเขาและทุ่งราบ เลือดสาดกระเซ็นย้อมโลกทั้งใบจนกลายเป็นสีแดงฉาน...
คนพวกนี้คือชาวเมืองธรรมดาๆ ของเมืองเทียนชิว
พวกเขาถูกดูดเข้ามาในห้วงมาร ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายในนี้โดยที่ไม่มีทางสู้เลยแม้แต่น้อย
ต่อให้ไม่ได้เจอกับพวกมาร
แค่พลังมารที่ลอยฟุ้งอยู่ในห้วงมาร ก็มากพอที่จะทำให้พวกเขากลายเป็นผู้แปดเปื้อนอย่างสมบูรณ์แบบ หรือถึงขั้นระเบิดสมองและร่างกายของพวกเขาจนแหลกเหลวได้เลย
ร่างกายของพวกเขา ทนรับพลังมารไม่ไหวหรอก
เมื่อเห็นซากศพเกลื่อนกลาดเต็มพื้น
กู้เหวินขมวดคิ้วแน่น ส่ายหน้าเบาๆ
"ดูเหมือนคนส่วนใหญ่ในเมืองเทียนชิวจะถูกส่งมาที่โซนนี้สินะ แล้วจุดจบของพวกเขาก็..."
หลี่เหลิ่งกำหมัดแน่น นัยน์ตาทอประกายเย็นเยียบ
"แดนสุขาวดีไอ้พวกสารเลว..."
จู่ๆ ลู่จ่านก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงวังเวง
"ถ้าเราหาทางออกไม่เจอ...พวกเราก็ต้องมีจุดจบแบบนี้เหมือนกัน"
เสิ่นผิงถอนหายใจเบาๆ
"ตั้งแต่วินาทีแรกที่เราก้าวเข้ามาในห้วงมาร พวกเราก็ควรจะเตรียมใจรับสภาพนี้ไว้แล้ว ข้อมูลและเบาะแสเกี่ยวกับห้วงมารมันมีน้อยมาก"
"แต่ที่แน่ๆ คือ เหตุการณ์ไหนก็ตามที่มีห้วงมารเข้ามาเอี่ยว จะถูกจัดให้อยู่ในระดับ SS เสมอ"
"ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศก็เถอะ"
"มันไม่ใช่ที่ที่คนระดับพวกนายควรจะเข้ามายุ่งตั้งแต่แรกแล้ว!"
ระดับ SS?
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก หน้าซีดเผือด
นี่มันใช่สถานที่ที่ผู้ใช้กู่ระดับสี่ ระดับห้า หรือระดับหกอย่างพวกเขาควรจะเฉียดกรายเข้ามาจริงๆ เหรอเนี่ย?
พอพูดถึงประเด็นนี้
จู่ๆ เสิ่นผิงก็ขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยขึ้น
"ใครเป็นคนสั่งให้พวกนายมาที่นี่? ในเมื่อมีเรื่องห้วงมารโผล่มา บวกกับข่าวที่ฉันหายตัวไป ต่อให้พวกนายไม่รู้ว่ามีพวกแดนสุขาวดีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็เถอะ"
"เบื้องบนก็ไม่ควรส่งคนระดับพวกนายมาตายแบบนี้สิ!"
"ไม่มีระดับเจ็ดเลยสักคน หรือแม้กระทั่งระดับหกขั้นสุดยอดก็ไม่มี!"
[จบแล้ว]