- หน้าแรก
- พลธนูระบบสุ่มบัฟ: ใครว่าอาชีพธรรมดาจะก้าวเป็นเทพไม่ได้!
- บทที่ 110 - คว้ารางวัลสองรอบติด
บทที่ 110 - คว้ารางวัลสองรอบติด
บทที่ 110 - คว้ารางวัลสองรอบติด
บทที่ 110 - คว้ารางวัลสองรอบติด
"เข้าอีกรอบเหรอ?!" หญิงสาวทั้งสามร้องอุทานออกมาพร้อมกัน
"ใช่" นัยน์ตาของซูมู่ทอประกายเจิดจ้า "ด้วยความเร็วของพวกเราตอนนี้ มีโอกาสคว้าโควตาเคลียร์ดันเจี้ยนรอบที่สองได้สบายๆ เลย! ถ้าดวงดีหน่อยแล้วขยับตัวไวพอ เผลอๆ อาจจะ..."
เขาพูดไม่ทันจบประโยคแต่หญิงสาวทั้งสามก็เข้าใจความหมายนั้นได้ทันที เผลอๆ อาจจะกวาดโควตาทั้งสามรอบไปครองได้เลยต่างหาก!
ความคิดนี้ทำเอาหัวใจพวกเธอเต้นรัว! ในหน้าประวัติศาสตร์ โควตาเคลียร์ดันเจี้ยนแก่นแท้โกลาหลทั้งสามรอบยังไม่เคยถูกปาร์ตี้เดียวหรือคนกลุ่มเดียวกวาดรวบไปได้เลยสักครั้ง! ฉินเสวี่ยต้องทุ่มเททรัพยากรและเส้นสายมากมายเพื่อรวบรวมคนเก่งห้าสิบคนมาเสี่ยงดวงแย่งชิงแค่โควตาเดียวเท่านั้น! แต่พวกเธอกลับมีโอกาสเอื้อมมือคว้ามาได้หมดทั้งสามรอบเลยเนี่ยนะ
พอคิดมาถึงตรงนี้ ความตื่นเต้นและดีใจอย่างล้นหลามก็ถาโถมเข้าใส่ การได้เดินตามหลังซูมู่ถือเป็นวาสนาครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตการลงสนามรบหมื่นเผ่าพันธุ์ของพวกเธอเลยก็ว่าได้!
ซูมู่เลือกกดออกจากดันเจี้ยนโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว แสงสว่างวาบขึ้นพาร่างของทั้งสี่คนมาโผล่ที่หน้าม่านแสงบริเวณทางเข้า
ซูมู่เตรียมเรียกทรีแอนต์ออกมากันการโจมตีที่อาจจะพุ่งเข้ามาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว ทว่าบรรยากาศด้านนอกกลับเงียบสงัดอย่างน่าประหลาดใจ พวกเผ่าไฮยีน่าที่เคยตั้งป้อมรักษาการณ์อย่างแน่นหนารวมถึงฝูงชนที่มุงดูอยู่รอบๆ ต่างพากันยืนเหม่อมองพวกเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความงุนงงและสับสน
"เมื่อกี้...มีคนออกมางั้นเหรอ"
"สี่คน? แค่พวกเขาสี่คนเนี่ยนะ? นี่เพิ่งผ่านไปแค่ห้าชั่วโมงกว่าเองไม่ใช่เหรอ"
"เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด! แค่มอนสเตอร์โกลาหลสี่ลักษณ์เวฟแรกที่เฝ้าจุดเกิด พวกนั้นก็ไม่มีทางเคลียร์ไหวแล้ว! ถ้าเคลียร์มอนสเตอร์พวกนั้นไม่หมดก็ไม่มีทางออกจากดันเจี้ยนได้หรอก!"
"หรือว่าพอเข้าไปแล้วเห็นว่าสู้ไม่ไหว ก็เลยใช้ไอเทมพิเศษอะไรสักอย่างบังคับวาร์ปหนีออกมา แต่ถ้าทำแบบนั้นก็ไม่น่าจะมาโผล่ตรงนี้นี่นา..."
ในขณะที่คนพวกนั้นยังประมวลผลไม่ทันและไม่อาจทำความเข้าใจกับภาพเหตุการณ์ที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงตรงหน้า ซูมู่ก็เริ่มขยับตัว เขาไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีเวลาตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย มือหนาเอื้อมไปแตะม่านแสงอีกครั้ง
"สร้างปาร์ตี้ เข้าสู่ดันเจี้ยน!"
ฟุ่บ! ร่างของทั้งสี่คนหายวับเข้าไปในม่านแสงอีกครา
กว่าพวกเผ่าไฮยีน่ากับคนอื่นๆ ด้านนอกจะดึงสติกลับมาได้ก็ตอนนั้นเอง
"พวกนั้นเข้าไปอีกแล้วเหรอ?!"
"บ้าอะไรกันเนี่ย?!"
"หรือว่า...ที่พวกนั้นออกมาเมื่อกี้...คือเคลียร์ดันเจี้ยนเสร็จแล้ว?!" ความคิดสุดแสนจะไร้สาระผุดขึ้นมาในหัวของใครบางคน แต่แล้วเขาก็รีบปัดมันทิ้งไปทันที "ไม่มีทาง! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! ห้าชั่วโมงเคลียร์แก่นแท้โกลาหลเนี่ยนะ ฝันกลางวันชัดๆ!"
พวกเขาจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะมีใครสามารถสร้างพลังทำลายล้างเพื่อบดขยี้ทุกสิ่ง มองข้ามกลไกส่วนใหญ่ แล้วบุกตะลุยเคลียร์ดันเจี้ยนระดับฝันร้ายสำหรับห้าสิบคนไปได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
ขณะที่ปาร์ตี้ของซูมู่กำลังเริ่มต้นการเดินทางรอบที่สอง สนามรบอีกสองแห่งภายในดันเจี้ยนกลับตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
กองกำลังอีลีทห้าสิบชีวิตภายใต้การนำของฉินเสวี่ยเพิ่งจะจัดการค่ายกลอีลีทเวฟแรกเสร็จ ตอนนี้พวกเขากำลังพักฟื้นกันอย่างตึงเครียดบนลานกว้างเพื่อเตรียมรับมือกับ [ร่างผสานโกลาหลสี่ลักษณ์] ทุกคนต่างมีสีหน้าอิดโรยและสูญเสียมานาไปอย่างมหาศาล
"ถ้าดูจากความคืบหน้าตอนนี้ พวกเราน่าจะยังต้องใช้เวลาอีกราวๆ เจ็ดถึงแปดชั่วโมงกว่าจะได้เจอหน้าบอสใหญ่" สมาชิกคนหนึ่งที่รับหน้าที่ประเมินสถานการณ์รายงานผล
"ปาร์ตี้ของเผ่าไฮยีน่าได้เปรียบมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ เกรงว่าพวกนั้นน่าจะเร็วกว่าพวกเรานะ" อีกคนเอ่ยด้วยความกังวล
ฉินเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ห้ามประมาทเด็ดขาด ถึงพวกเราจะเตรียมตัวมาดีและคุ้นเคยกับกลไก แต่เผ่าไฮยีน่ามีพลังต่อสู้ส่วนบุคคลแข็งแกร่งกว่า รีบพักผ่อนซะ อีกสิบนาทีเราจะเปิดบอส!"
ที่ขอบปาร์ตี้ หวงลู่หัวเราะเยาะเสียงเบากับคนข้างๆ "เห็นไหมล่ะ แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าวิธีการต่อสู้ของกองทัพของจริง ไอ้สี่คนของซูมู่นั่นเดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออก ทำเป็นเล่นละครตบตา ฉันว่าคงจะรู้ตัวว่าสู้ไม่ไหวก็เลยหนีออกมา แต่ดันอายไม่กล้าหนีกลับไปดื้อๆ ก็เลยต้องจำใจเข้าไปอีกรอบล่ะมั้ง เสียโควตาไปเปล่าๆ แท้ๆ"
หลินไห่เทาเองก็ตีหน้าขรึม เอ่ยเสียงเหี้ยม "แต้มผลงานสูงไม่ได้แปลว่าจะเก่งเรื่องลงดันเจี้ยนเสมอไปหรอกนะ บางทีอาจจะแอบใช้ช่องโหว่อะไรมาก็ได้ ดันเจี้ยนแห่งนี้แหละที่จะกระชากหน้ากากของพวกมันออกมาเอง"
แม้ฉินเสวี่ยจะไม่ได้พูดเออออตาม แต่ในใจลึกๆ เธอก็ไม่คิดว่าพวกซูมู่สี่คนจะทำผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้เหมือนกัน เธอเพียงแค่รู้สึกเสียดายฝีมือระดับนั้นก็เท่านั้นเอง
ในขณะเดียวกัน ปาร์ตี้ของเผ่าไฮยีน่าที่นำโดย [กรงเล็บโลหิต] ก็คืบหน้ามาถึงจุดเดียวกัน พวกเขาอาศัยความแข็งแกร่งเฉพาะตัวอันดุดันบุกตะลุยมาได้ไวกว่าปาร์ตี้ของฉินเสวี่ยเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาสบายนักหรอกนะ
"ท่านผู้นำ มีข่าวแจ้งมาจากข้างนอกบอกว่าปาร์ตี้มนุษย์สี่คนนั่นกลับเข้าไปอีกแล้ว"
แววตาแดงฉานของกรงเล็บโลหิตทอประกายเหยียดหยาม "ก็แค่การดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของพวกมดปลวก ไม่ต้องไปสนใจ ตั้งสมาธิให้ดี พวกเราต้องคว้าโควตาเคลียร์สองรอบแรกมาให้ได้! พวกเผ่ามนุษย์เตรียมตัวมาดีมากในครั้งนี้ การจะกวาดรวบทั้งสามรอบคงเป็นไปได้ยากแล้ว" เมื่อนึกถึงความสูญเสียในเขตพยัคฆ์ขาวก่อนหน้านี้ ไฟแค้นในใจเขาก็ยังคงลุกโชน ทว่าตอนนี้คงทำได้เพียงแค่เพ่งความสนใจไปที่ดันเจี้ยนตรงหน้าก่อนเท่านั้น
ภายในดันเจี้ยน การเดินทางรอบที่สองของปาร์ตี้ซูมู่ราบรื่นยิ่งกว่าเดิม เมื่อมีประสบการณ์จากรอบแรกมาแล้ว ประกอบกับการประสานงานของทั้งสี่คนที่เข้าขากันมากขึ้น ซูมู่จึงควบคุมจังหวะการทำดาเมจได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นไปอีก
สี่ชั่วโมงสี่สิบสองนาที!
เร็วกว่าครั้งแรกตั้งครึ่งชั่วโมงเต็ม! เมื่อบอสใหญ่ล้มลงพร้อมกับเสียงโหยหวน ของรางวัลที่อัดแน่นยิ่งกว่าเดิมก็หลั่งไหลเข้าสู่กระเป๋ามิติของทั้งสี่คนอีกครั้ง ค่าประสบการณ์มหาศาลดันให้หลอดอีเอ็กซ์พีของซูมู่พุ่งปรี๊ดไปถึงเลเวล 22 กับอีก 60% ส่วนหลิ่วซานซานอัปเกรดทะลุเลเวล 19 ไปโดยปริยาย ทางด้านมู่เสี่ยวฉินและซ่งอวี้เอ๋อร์ก็จ่อคิวเข้าใกล้เส้นแบ่งเลเวล 19 เต็มที ความเร็วในการปั๊มเลเวลระดับนี้เรียกได้ว่าพุ่งทะยานราวกับนั่งจรวด!
"เร็วเข้า! ออกไปเดี๋ยวนี้เลย ต้องแย่งโควตารอบสามให้ได้!" ซูมู่ไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว เขารู้ดีว่าตอนนี้กำลังแข่งกับเวลา ปาร์ตี้อีกสองทีมคงจะใกล้ถึงจุดจบแล้วเหมือนกัน ศึกแย่งชิงโควตารอบที่สามกำลังรออยู่ตรงหน้า!
เมื่อปรากฏตัวที่หน้าทางเข้าดันเจี้ยนอีกครั้ง คราวนี้ทหารยามด้านนอกดูเหมือนจะรู้ตัวแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น การโจมตีจึงถูกสาดซัดเข้ามาในเสี้ยววินาที! ทว่าซูมู่ก็เตรียมพร้อมรับมือเอาไว้ก่อนแล้ว เขาให้ทรีแอนต์พุ่งออกไปรับการโจมตีแทนในจังหวะเดียวกับที่เอื้อมมือไปแตะม่านแสงอีกครั้ง!
"เข้าไปเลย!"
เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ดันเจี้ยนแก่นแท้โกลาหลเป็นครั้งที่สาม ซูมู่ก็จัดหนักจัดเต็มสาดพลังทำลายล้างแบบไม่ยั้ง เขาสลัดความกังวลทุกอย่างทิ้งไปจนหมดสิ้น ในใจมีเพียงคำเดียวเท่านั้นคือต้องเร็วกว่านี้!
ทว่าในจังหวะที่พวกเขากำลังบุกทะลวงไปข้างหน้าอย่างห้าวหาญและใกล้จะได้เผชิญหน้ากับบอสใหญ่อีกครั้ง ซูมู่ถึงขนาดคำนวณจังหวะจุดระเบิดสกิล [ฉีกกระชาก] เอาไว้ในใจเสร็จสรรพแล้วด้วยซ้ำ
[ประกาศจากระบบ: ดันเจี้ยนแก่นแท้โกลาหล (รอบที่ 3/3) ถูกเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ผู้ท้าชิงที่ยังเคลียร์ดันเจี้ยนไม่สำเร็จ ของรางวัลทั้งหมดที่ได้รับ (ยกเว้นค่าประสบการณ์) จะถูกล้างกลับเป็นศูนย์ในอีก 30 วินาที]
เสียงแจ้งเตือนอันเย็นเยียบจากระบบเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดโครมลงมาดับฝัน
ซูมู่ชะงักค้างไป เขามองดูบอสใหญ่ที่ก่อตัวเสร็จสมบูรณ์อยู่ตรงหน้าพลางถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา "สุดท้ายก็...ช้าไปก้าวเดียวสินะ"
ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็ไม่สามารถสร้างปาฏิหาริย์กวาดโควตาเคลียร์ดันเจี้ยนทั้งสามรอบได้สำเร็จ ทว่าการที่สามารถฮุบโควตาไว้ได้ถึงสองรอบและกอบโกยทรัพยากรบวกกับค่าประสบการณ์มาได้อย่างมหาศาลขนาดนี้ ก็ถือเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ชนิดที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อนแล้ว
"จัดการมันซะเถอะ อย่างน้อยก็ได้ค่าประสบการณ์ล่ะนะ" ซูมู่ปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว ลูกศรพุ่งทะยานแหวกอากาศออกไปอีกครา
หลังจากจัดการบอสที่เป็นโมฆะตัวนี้ไปได้อย่างง่ายดาย ซูมู่ก็เลือกใช้สิทธิพิเศษของผู้ที่เคลียร์ดันเจี้ยนสำเร็จนั่นคือการวาร์ปไปยังเขตปลอดภัยที่อยู่ห่างออกไปสิบกิโลเมตรโดยตรง
แสงสว่างสาดส่องวาบขึ้น ร่างของทั้งสี่คนจางหายไปจากดันเจี้ยน
[จบแล้ว]