- หน้าแรก
- ระบบบีบให้ผมเป็นเทพกระบี่ไร้พ่าย
- บทที่ 670 - เควสต์หลัก
บทที่ 670 - เควสต์หลัก
บทที่ 670 - เควสต์หลัก
บทที่ 670 - เควสต์หลัก
[แม้ในทางปฏิบัติมันจะไม่ได้ง่ายอย่างที่พูด แต่ความคิดของนายถูกต้องแล้ว... ถ้านายสามารถสยบพลังอันไร้ขอบเขตได้ นายก็จะทะลวงผ่านระดับที่เหนือกว่าไร้ขอบเขตขึ้นไปได้อีก]
[ทว่ามันยากมาก ยอดฝีมือระดับไร้ขอบเขตส่วนใหญ่ล้วนทำไม่ได้กันทั้งนั้น]
จางหยวนมองคำตอบของเทพแห่งดวงดาวด้วยจิตใจที่สั่นสะท้านอย่างหนัก
ไร้ขอบเขตคือจุดสิ้นสุดของการบำเพ็ญเพียร
ทว่าบนโลกกลับมีพลังที่เหนือกว่าระดับไร้ขอบเขตดำรงอยู่!
โลกใบเล็กๆ นั่นกลับมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้เชียวเหรอ
วินาทีนี้จางหยวนถึงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าประโยคที่บอกว่า 'เปิดกล่องแพนโดร่า' ในเควสต์ความลับของเทพแห่งดวงดาวมันหมายความว่ายังไง
จักรวาลกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ ย่อมต้องมียอดฝีมือระดับไร้ขอบเขตที่เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดของการบำเพ็ญเพียรอยู่อย่างแน่นอน
และยอดฝีมือเหล่านั้นหากต้องการทะลวงระดับ ก็จำเป็นต้องตามหาพลังอันไร้ขอบเขต... ในขณะที่โลกซึ่งเป็นดาวกำเนิดมรรคาที่มีพลังอันไร้ขอบเขตซุกซ่อนอยู่ หากข้อมูลนี้รั่วไหลออกไป ก็ไม่รู้เลยว่าจะมีระดับไร้ขอบเขตจำนวนเท่าไหร่แห่กันไปที่โลกเพื่อแย่งชิงพลังนี้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ จางหยวนก็รีบถามทันที "เทพแห่งดวงดาว ในเมื่อโลกเป็นดาวกำเนิดมรรคา งั้นที่นั่นมียอดฝีมือระดับไร้ขอบเขตคอยเฝ้าอยู่ไหม"
[โดยทั่วไปแล้ว โลกที่จะกลายเป็นดาวกำเนิดมรรคาได้ ล้วนเป็นโลกชั้นยอดระดับท็อปของจักรวาล ซึ่งภายในนั้นไม่ได้มีระดับไร้ขอบเขตคอยเฝ้าดูแลอยู่แค่คนเดียว ไม่อย่างนั้นคงปกป้องพลังอันไร้ขอบเขตของดาวกำเนิดมรรคาเอาไว้ไม่ได้หรอก]
จางหยวนสังเกตเห็นคีย์เวิร์ดสำคัญในคำพูดของเทพแห่งดวงดาว "โดยทั่วไปเหรอ งั้นโลกก็ไม่ทั่วไปสินะ"
[ถูกต้อง โลกถือเป็นข้อยกเว้นในหมู่ดาวกำเนิดมรรคา... แม้โลกใบนี้จะมีพลังอันไร้ขอบเขตอยู่ ทว่ากลับไม่มีขุมพลังปกป้องที่สมน้ำสมเนื้อกันเลย ต่อให้สุ่มเอามหาจักรพรรดิจากหมื่นภพภูมิสักคนไปที่โลก ก็สามารถยึดครองโลกและช่วงชิงพลังอันไร้ขอบเขตไปได้อย่างง่ายดาย]
จางหยวนตกใจหนัก "บ้านเกิดฉันกากขนาดนั้นเลยเหรอ"
[ใช่แล้ว โลกนั้นพิเศษมาก หากความลับเรื่องที่มันเป็นดาวกำเนิดมรรคาถูกเปิดเผย สิ่งที่รอคอยมันอยู่ก็มีเพียงความพินาศเท่านั้น]
[วิถีสวรรค์แห่งโลกเองก็รู้ถึงจุดนี้ดี เพื่อเป็นการปกป้องตัวเอง มันจึงให้กำเนิดโลกบริวารจำนวนมหาศาลขึ้นมาในจักรวาล ส่วนตัวมันก็นำโลกไปซ่อนไว้ในโลกบริวารใบใดใบหนึ่งเพื่อพรางตัว]
[หมื่นภพภูมิก็คือหนึ่งในโลกบริวารที่วิถีสวรรค์แห่งโลกให้กำเนิดขึ้นมา นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในหมื่นภพภูมิถึงมีตัวละครจากตำนานเทพปกรณัมของโลกอยู่ เพราะในช่วงแรกเริ่มของการก่อกำเนิดหมื่นภพภูมิ วิถีสวรรค์แห่งโลกได้ใช้ตำนานผานกู่เบิกฟ้าเปิดดินเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์มันขึ้นมายังไงล่ะ]
จางหยวนเอ่ยด้วยความตะลึงงัน "ถ้างั้นการที่ราชันที่หนึ่งกับฉันทะลุมิติมาที่โลกหลานซิง มันเป็นเพราะอะไรกันแน่"
[พูดง่ายๆ ก็คือการหว่านแหจับปลา ในเมื่อโลกคือดาวกำเนิดมรรคา อย่างน้อยมันก็ต้องการระดับไร้ขอบเขตสักคนมาคอยปกป้อง ดังนั้นวิถีสวรรค์แห่งโลกจึงคัดเลือกต้นกล้าชั้นดีจากบนโลกอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็สุ่มส่งต้นกล้าเหล่านั้นไปยังต่างโลกต่างๆ เพื่อให้พวกเขาสะสมความแข็งแกร่ง]
[เมื่อจำนวนผู้ข้ามมิติมีมากขึ้น ท้ายที่สุดย่อมต้องมีผู้ข้ามมิติที่เติบโตจนกลายเป็นระดับไร้ขอบเขตในจักรวาลได้สำเร็จ และนายกับราชันที่หนึ่งก็คือผู้โชคดีที่ถูกวิถีสวรรค์แห่งโลกเลือกตัวมา]
จางหยวน "งั้นระบบก็เป็นฝีมือของวิถีสวรรค์แห่งโลกด้วยเหรอ"
[ระบบของผู้ข้ามมิติบางส่วนอาจจะเป็นฝีมือของวิถีสวรรค์แห่งโลก แต่ฉันไม่ใช่]
"คุณไม่ใช่เหรอ"
[อืม จากบันทึกในล็อกของระบบ ตอนที่นายข้ามมิติมา นิ้วทองคำที่วิถีสวรรค์แห่งโลกมอบให้กับนาย ก็คือการเลือกสิบกระบี่เลื่องชื่ออย่างกระบี่เซวียนหยวนมาเป็นอาวุธประจำตัว พร้อมกับสิทธิ์ในการสุ่มของวิเศษระดับสูงจากค่ายกลดาราแห่งโชคชะตา]
[ส่วนกลุ่มดาวพิเศษ พรสวรรค์ แล้วก็ระบบความสำเร็จนี้... ล้วนไม่ได้เป็นของวิถีสวรรค์แห่งโลก]
จางหยวน "แล้วมันมาจากไหนกัน"
[ขออภัยด้วย เรื่องพวกนี้ไม่มีบันทึกไว้ในล็อกของระบบ แต่กลุ่มดาวพิเศษกับพรสวรรค์ของนายไม่ได้อยู่ในขอบเขตของระบบ นี่แสดงให้เห็นว่าเบื้องหลังของนายมีสุดยอดฝีมือคอยหนุนหลังอยู่อย่างน้อยสองคน]
จางหยวน "แล้วตอนนี้เควสต์หลักของระบบคืออะไร"
[สำหรับตอนนี้ ก็คือการทำให้นายกลายเป็นระดับไร้ขอบเขต กลับไปยังโลก และครอบครองพลังอันไร้ขอบเขต]
จางหยวนใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้น "โอเค งั้นตอนนี้พวกเรามาเรียบเรียงข้อมูลที่รู้กันก่อนดีกว่า"
"โลกคือดาวกำเนิดมรรคา แต่โลกกลับไม่มีผู้ยิ่งใหญ่คอยปกป้อง เพื่อเป็นการช่วยเหลือตัวเอง โลกก็เลยส่งฉันข้ามมิติมาที่โลกหลานซิง"
"ถึงแม้ระบบของฉันจะไม่ได้เป็นฝีมือของวิถีสวรรค์แห่งโลก แต่เป้าหมายของเควสต์หลักก็สอดคล้องกับวิถีสวรรค์แห่งโลก นั่นคือการทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น ดูจากทรงนี้แล้ว... ผู้สร้างระบบที่หลบซ่อนอยู่เบื้องหลัง ตอนนี้ก็น่าจะเป็นพวกเดียวกับเรา"
"จริงสิ ก่อนหน้านี้เสี่ยวโยวเคยบอกว่าการตามหาซากร่างของเทพแห่งดวงดาวคือเควสต์เบิกทางสู่ความลับขั้นสุดยอดของโลกหลานซิง แล้วความลับขั้นสุดยอดที่ว่านั่นมันคืออะไรกัน"
[ในโลกหลานซิงมีจุดเทเลพอร์ตเพียงแห่งเดียวในหมื่นภพภูมิที่สามารถเดินทางไปยังโลกได้ แต่ฉันไม่แนะนำให้เปิดใช้งานในตอนนี้ เพราะเมื่อเปิดเส้นทางหวนกลับแล้ว ก็มีโอกาสที่ข้อมูลจะรั่วไหลออกไป]
จางหยวนพยักหน้ารับ "อืม ฉันก็เห็นด้วย การเปิดเควสต์หลักของโลกหลานซิงในตอนนี้มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย"
ตามที่เทพแห่งดวงดาวบอก พลังอันไร้ขอบเขตของดาวกำเนิดมรรคานั้น ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับไร้ขอบเขตก็ใช่ว่าจะสยบมันได้ ตอนนี้ระดับพลังของเขายังห่างจากระดับไร้ขอบเขตอยู่อีกตั้งสามระดับใหญ่ ขืนเปิดเส้นทางกลับไปตอนนี้ก็รังแต่จะเปล่าประโยชน์
เสี่ยวโยวพูดแทรกขึ้นมาทันที "แต่ฉันก็มีคำถามเหมือนกัน ถ้าเจ้านายไม่ทำเควสต์หลัก แล้วพลังงานที่ระบบผลาญไปจะฟื้นฟูให้กลับมาเร็วๆ ได้ยังไงล่ะ"
เรื่องดาวกำเนิดมรรคาที่จางหยวนกับเทพแห่งดวงดาวคุยกันอยู่ มันเป็นเรื่องหลังจากบรรลุระดับไร้ขอบเขตไปแล้ว ซึ่งมันดูห่างไกลเกินไป
เมื่อเทียบกับเรื่องราวหลังจากบรรลุระดับไร้ขอบเขต เธอสนใจมากกว่าว่าเจ้านายจะบำเพ็ญเพียรจากระดับเต้าจู่ไปจนถึงระดับไร้ขอบเขตได้อย่างไร
ตอนนี้พลังงานของระบบแทบจะเหือดแห้ง หากไม่รีบเติมพลังงานให้ทันเวลา ระบบก็จะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรจางหยวนได้อีก ถึงตอนนั้นระบบก็คงไม่ต่างอะไรกับของประดับบารมี
[เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง ฉันสามารถเปิดเควสต์หลักอันใหม่โดยอ้างอิงจากสิ่งที่จางหยวนทำได้ และใช้สิ่งนั้นในการดูดซับพลังงาน]
เสี่ยวโยวอุทานด้วยความตกใจ "เล่นแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ"
เธอเป็นแค่ภูตระบบตัวน้อยๆ สิ่งที่ทำได้ก็มีแค่ช่วยเปิดประตูหลังให้จางหยวน จากนั้นก็ช่วยเขาข้ามเควสต์หลักไปก็เท่านั้น
เธอไม่นึกเลยว่าตอนนี้เทพแห่งดวงดาวจะสามารถแก้ไขเควสต์หลักได้โดยตรง!
แบบนี้ก็ไร้เทียมทานไปเลยไม่ใช่หรือไง
[ถึงยังไงจุดประสงค์หลักของระบบก็คือการทำให้จางหยวนแข็งแกร่งขึ้น เรื่องใดก็ตามที่ช่วยให้เขาเก่งขึ้น ย่อมถือเป็นเควสต์หลักได้ทั้งหมด อย่างเช่นสิ่งนี้ไง]
สิ้นคำกล่าวของเทพแห่งดวงดาว บนหน้าต่างระบบของจางหยวนก็มีข้อความใหม่เด้งขึ้นมาทันที
[เควสต์วิถีสวรรค์ 'สุสานจื้อจุน' ถูกกระตุ้นแล้ว]
[สุสานจื้อจุน: ภายในหมื่นภพภูมิ มียอดฝีมือระดับจื้อจุนผู้ล่วงลับท่านหนึ่ง ดูเหมือนว่าภายในสุสานของเขาจะมีความลับบางอย่างซุกซ่อนอยู่ กรุณาเดินทางไปสำรวจที่สุสานจื้อจุน]
จางหยวนมองเควสต์วิถีสวรรค์อันใหม่บนหน้าต่างระบบของตัวเอง เขาอดไม่ได้ที่จะถามเทพแห่งดวงดาวด้วยความอยากรู้ "สรุปก็คือ ภายใต้การจัดการของคุณ ไม่ว่าฉันจะทำอะไรก็สามารถกลายเป็นเควสต์หลักได้หมดเลยใช่ไหม"
[ในทางทฤษฎีก็ใช่ แต่สิ่งที่เรียกว่าเควสต์หลัก แก่นแท้ของมันก็คือการทำให้ตัวนายแข็งแกร่งขึ้น ขอแค่นายเก่งขึ้น ระบบก็สามารถรับผลตอบแทนจากผู้สร้างระบบ และนำมันมาส่งต่อให้นายได้]
[หากนำเรื่องเล็กน้อยอย่าง 'การกินข้าวสักมื้อ' หรือ 'การฆ่ามอนสเตอร์กีกี้สักตัว' มาตั้งเป็นเควสต์หลักล่ะก็ ต่อให้นายทำเควสต์สำเร็จ ระบบก็จะไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ กลับมาเลย]
[การเดินทางไปยังสุสานจื้อจุนคือเควสต์หลักที่ดีที่สุดที่ฉันอนุมานได้จากข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ หากนายไปที่สุสานจื้อจุน บางทีอาจจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง]
"เข้าใจแล้ว"
จางหยวนพยักหน้ารับพลางเอ่ยต่อ "กะจากเวลาแล้ว ทางฝั่งดร.หายนะก็น่าจะมีความคืบหน้าแล้วล่ะ"
[จบแล้ว]