- หน้าแรก
- ระบบบีบให้ผมเป็นเทพกระบี่ไร้พ่าย
- บทที่ 630 - เมินเฉยเหตุและผล
บทที่ 630 - เมินเฉยเหตุและผล
บทที่ 630 - เมินเฉยเหตุและผล
บทที่ 630 - เมินเฉยเหตุและผล
"ของรางวัลอัปเดต?"
จางหยวนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความบนหน้าต่างระบบ
ทันใดนั้นเสี่ยวโยวก็บินพรวดพราดออกมาพร้อมกับร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น "ยินดีด้วยค่ะเจ้านาย ระบบอัปเกรดเสร็จสมบูรณ์แล้ว อัปเดตข้อมูลใหม่เพียบเลย ตอนนี้เสี่ยวโยวสามารถกลับมาเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งที่จะคอยปูทางให้เจ้านายก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างฉลุยแล้วค่ะ!"
จางหยวนรีบถาม "ในเมื่อเป็นแบบนั้น เธอมีวิธีแก้ปัญหาเรื่องเชียนเมี่ยนกับแอสเทรียไหม"
เสี่ยวโยวพยักหน้าหงึกหงัก "เจ้านายอย่าไปฟังไอ้หมอนั่นโม้ให้มากความเลยค่ะ มันก็แค่ฉวยโอกาสรังแกเจ้านายที่ยังไม่เข้าใจเรื่องสายใยแห่งเหตุและผลเท่านั้นแหละ ขอเวลาเสี่ยวโยวแค่หนึ่งวินาที เสี่ยวโยวจะตัดสายใยแห่งเหตุและผลที่เชื่อมมันกับแอสเทรียทิ้งให้กระจุยเลยค่ะ"
จางหยวนหรี่ตา "คิดตังค์ปะเนี่ย"
"โธ่เอ๊ย! เจ้านายคะ ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันมีแค่เรื่องเงินทองแค่นั้นเองเหรอคะ เสี่ยวโยวตัดสายใยแห่งเหตุและผลให้ฟรีๆ เลยก็ได้ค่ะ แต่ว่านะ... ถ้าเจ้านายอารมณ์ดี จะเปย์แต้มวิถีสวรรค์ให้เสี่ยวโยวสักหน่อยก็ไม่ขัดข้องนะคะ"
"งั้นไม่เอาดีกว่า ฉันต้องประหยัดหน่อย ตอนนี้เหลือแต้มวิถีสวรรค์แค่หกล้านแต้มเอง ต้องใช้สอยอย่างประหยัด"
"เจ้านายขี้งก!"
ท่ามกลางเสียงโวยวายประท้วงของเสี่ยวโยว อารมณ์ของจางหยวนก็เริ่มเบิกบานขึ้นมา
แม้ว่าเขาจะไม่รู้อะไรเลยและไม่มีเคล็ดวิชาความรู้เกี่ยวกับการต่อสู้ติดตัวเลยก็ตาม แต่ข้อได้เปรียบคือเขามีระบบโกงอยู่ในมือ
ตอนนี้ระบบอัปเกรดเสร็จแล้ว ข้อมูลต่างๆ ก็อัปเดตใหม่หมด มีอะไรที่เขาไม่เข้าใจก็แค่ถามเสี่ยวโยว เขาก็จะรู้แจ้งเห็นจริงทุกอย่าง
จางหยวนกดเลือกข้อ 3 แพ็กเกจของขวัญสุ่มด้วยอารมณ์สุนทรีย์
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ เมื่อเปิดแพ็กเกจของขวัญสุ่ม คุณได้รับพรสวรรค์ขั้นสุดยอด]
[ติ๊ง! ปลุกพรสวรรค์ขั้นสุดยอด 'เมินเฉยเหตุและผล']
[เมินเฉยเหตุและผล : ซ่อนเร้นเหตุและผลของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ และต้านทานความเสียหายจากเหตุและผลทุกชนิด]
"สุดยอด!"
เมื่อจางหยวนเห็นพรสวรรค์ใหม่ที่ตัวเองเพิ่งได้รับมา เขาก็อินจัดจนต้องอุทานคำว่า "สุดยอด" ออกมาเพื่อบรรยายความเก่งกาจของพรสวรรค์นี้
เขาเพิ่งจะซึ้งถึงความน่ากลัวของสิ่งที่เรียกว่า 'เหตุและผล' จากไอ้เจ้าเชียนเมี่ยนมาหมาดๆ มันเป็นพลังที่ลี้ลับและจับต้องไม่ได้ พลังนี้แหละที่เปิดโอกาสให้มหาจักรพรรดิกิ๊กก๊อกอย่างเชียนเมี่ยนมากระโดดโลดเต้นยั่วโมโหเขาได้ตามใจชอบ แถมยังทำให้เขารู้สึกไร้เรี่ยวแรงเหมือนกำลังชกสำลีอีกต่างหาก
แค่มหาจักรพรรดิคนเดียวควบคุมเหตุและผลยังทรงพลังขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นพวกระดับจื้อจุน เต้าจุน หรือพวกที่อยู่เหนือกว่านั้นล่ะ จะน่ากลัวขนาดไหน?
ตอนนี้จางหยวนไม่สงสัยเลยว่าถ้าเกิดมีตัวตนที่ทรงพลังพยายามใช้เหตุและผลมาจัดการเขา เขาคงได้ตายแบบไม่รู้ตัวแน่นอน
แต่ตอนนี้ เขาไม่สนอะไรอีกแล้ว
เขาต้านทานความเสียหายจากเหตุและผลได้ทั้งหมด!
นั่นหมายความว่า เขาอยากจะทำอะไรก็ทำได้ตามใจชอบเลยสิ!
เชียนเมี่ยนไม่รู้เลยว่าตอนนี้จางหยวนกำลังเจอกับอะไร เมื่อเห็นจางหยวนยืนยิ้มกริ่มอยู่คนเดียว เขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ช่างน่าสงสารจริงๆ... อุตส่าห์เป็นถึงระดับจื้อจุนแท้ๆ ต่อให้ไปอยู่ที่ต้นไม้แห่งหมื่นภพ อย่างน้อยก็น่าจะได้เป็นผู้บริหารระดับสูงเชียวนะ น่าเสียดายที่ดันเกิดมาในโลกเบื้องล่าง ก็เลยต้องมาสติแตกเอาแบบนี้"
"โชคชะตากลั่นแกล้งแท้ๆ"
เชียนเมี่ยนถอนหายใจยาวพลางเดินเมินจางหยวนตรงไปหาแอสเทรีย
เพียะ!
จู่ๆ จางหยวนก็ตวัดหลังมือตบเปรี้ยงเข้าให้ ร่างของเชียนเมี่ยนปลิวละลิ่วหมุนคว้างกลางอากาศหลายตลบ กระดูกทั่วร่างแตกละเอียดร่วงกราวลงพื้น
ในขณะที่แอสเทรียที่ยืนอยู่ข้างจางหยวนกลับไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลย ซ้ำเธอยังดึงสติกลับมาได้แล้ว เธอมองจางหยวนด้วยแววตาหวาดผวา "จางหยวน เมื่อกี้ฉันโดนตัวอะไรก็ไม่รู้ดึงเข้าไปในที่มืดตึ๊ดตื๋อ มองอะไรไม่เห็นเลย!"
"ไม่เป็นไรแล้วล่ะ หลังจากนี้ปล่อยให้ฉันจัดการเอง"
จางหยวนตบไหล่แอสเทรียเบาๆ เพื่อปลอบโยน จากนั้นก็ปรายตามองเศษกระดูกที่กองอยู่บนพื้นแล้วหันไปถามเสี่ยวโยว "เสี่ยวโยว เรื่องที่ฉันสั่งให้เธอจัดการเมื่อกี้ เรียบร้อยดีไหม"
เสี่ยวโยวโผล่มานั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนไหล่ของจางหยวนพลางยิ้มแฉ่ง "เรียบร้อยแล้วค่ะ! เสี่ยวโยวจัดการสลับสายใยแห่งเหตุและผลที่เชื่อมระหว่างเชียนเมี่ยนกับแอสเทรีย มาเชื่อมกับตัวเจ้านายแทนตามคำสั่งเป๊ะเลย"
"ตอนนี้เจ้านายก็คือเชียนเมี่ยนแล้วค่ะ"
"อืม"
จางหยวนพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็หลับตาลง ปล่อยให้สติสัมปชัญญะของตัวเองดิ่งลึกลงไปในห้วงมิติอันมืดมิด
วินาทีต่อมา ร่างของเชียนเมี่ยนที่เพิ่งพยายามจะหนีเอาตัวรอดก็ถูกดึงเข้ามาในมิติอันมืดมิดนี้เช่นกัน ทั้งสองประจันหน้ากันอย่างจัง
จางหยวนมองดูเชียนเมี่ยนที่ยืนลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูกแล้วหัวเราะในลำคอ
"ไง เชียนเมี่ยน พวกเราเจอกันอีกแล้วนะ"
"ปะ... เป็นไปไม่ได้! ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้! แกเข้ามาในนี้ได้ยังไง!"
เมื่อเชียนเมี่ยนเห็นจางหยวนยืนอยู่ตรงหน้า มันก็เบิกตากว้าง (ถึงจะไม่มีตาก็เถอะ) ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีดราวกับเห็นผี
แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่มีใบหน้า แต่จางหยวนก็ยังสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเชียนเมี่ยนอยู่ดี
จางหยวนแสยะยิ้ม "ฉันขอเตือนด้วยความหวังดีว่าแกอย่ารู้เลยจะดีกว่า ใช้ชีวิตแบบโง่ๆ ต่อไปนั่นแหละดีแล้ว ในฐานะพนักงานระดับล่างของต้นไม้แห่งหมื่นภพ แกยังพอเอาปมเขื่องที่เหลืออยู่น้อยนิดไปวางอำนาจบาตรใหญ่กับพวกหมื่นภพได้ ไม่งั้นฉันเกรงว่าถ้าแกล่วงรู้ความจริงเข้า แกจะสติแตกกลายเป็นบ้าไปซะก่อนน่ะสิ"
เชียนเมี่ยนตะกุกตะกัก "กะ... แกอ่านความทรงจำของฉันได้งั้นเหรอ!"
จางหยวนตอบกลับเรียบๆ "ก็ตอนนี้แกคือฉัน และฉันก็คือแก การที่ฉันจะมองเห็นความทรงจำของแกมันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ"
"แกไม่ได้เป็นแค่พนักงานระดับล่างนะ แต่แกยังโดนรังแกสารพัดตอนอยู่ที่ต้นไม้แห่งหมื่นภพอีกต่างหาก เป็นไอ้ขี้แพ้ชายขอบที่ไม่มีใครคบเลยสักคน ถ้าฉันเป็นแกนะ... สู้ลาออกแล้วแอบหนีมาเสวยสุขเป็นวัยรุ่นเกษียณที่ 'โลกเบื้องล่าง' อย่างพวกเรายังจะดีซะกว่า"
"ด้วยพลังระดับมหาจักรพรรดิของแก ขี้หมูขี้หมาถ้ามาอยู่ที่ 'โลกเบื้องล่าง' ของเรา แกก็ยังจัดว่าเป็นยอดฝีมือระดับท็อป... อ๊ะ ไม่สิ ฉันพูดผิดไป ตอนนี้กำแพงที่ปิดกั้นหมื่นภพถูกทำลายลงแล้ว พลังกระจอกๆ ของแกถ้ามาอยู่ใน 'โลกเบื้องล่าง' ของเรา ก็คงเป็นได้แค่พวกปลายแถวเท่านั้นแหละ"
"กะ... แก... แก..."
ยิ่งจางหยวนสาธยายมากเท่าไหร่ เชียนเมี่ยนก็ยิ่งหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก ความกลัวอันไร้ขอบเขตเกาะกุมจิตใจของมันจนแน่นหนึบ
มันไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าจางหยวนใช้วิธีไหนในการเชื่อมโยงสายใยแห่งเหตุและผลกับมัน
และที่มันยิ่งไม่เข้าใจหนักเข้าไปใหญ่ก็คือ ตัวมันเองมาจากโลกเบื้องบนแท้ๆ ในขณะที่จางหยวนเป็นแค่คนพื้นเมืองใน "ฟาร์มเพศสัตว์" ที่ถูกจำกัดขีดจำกัดพลังเอาไว้ แล้วไอ้จางหยวนมันไปเอาทักษะการควบคุมเหตุและผลที่ลึกล้ำขนาดนี้มาจากไหนกัน!
ท่ามกลางความหวาดกลัวจนสติแตกของเชียนเมี่ยน จางหยวนยังคงพลิกดูความทรงจำของเชียนเมี่ยนต่อไปเรื่อยๆ
ทันใดนั้น...
จางหยวนดูเหมือนจะค้นพบอะไรบางอย่าง มุมปากของเขาจึงยกกระตุกขึ้นมา "ฮ่า... เจอของดีเข้าให้แล้วสิ!"
เมื่อเชียนเมี่ยนได้ยินคำพูดของจางหยวน มันก็เหมือนจะเดาออกว่าเขาเจออะไร มันจึงรีบตะคอกเสียงสั่น "จางหยวน ฉันขอเตือนแกเลยนะว่าอย่าทำอะไรบ้าๆ! ตอนนี้สายใยแห่งเหตุและผลของแกผูกติดกับฉันอยู่ ถ้าแกควบคุมให้ฉันทำเรื่องนั้น แกเองก็ต้องตายไปด้วย!"
"แล้วไงล่ะ" จางหยวนหัวเราะเยาะ "แกเพิ่งจะบอกเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นเหมือนมนุษย์ยุคหินที่มีหัวรบนิวเคลียร์แต่ไม่มีแท่นปล่อยจรวด งั้นตอนนี้ฉันจะรับบทเป็นหัวรบนิวเคลียร์ให้เอง ส่วนแกก็มาทำหน้าที่เป็นแท่นปล่อยจรวดให้ฉัน มาประกอบร่างเป็นท่าไม้ตายคู่หูสุดเดือดกันเถอะ"
เชียนเมี่ยนแผดเสียงร้องลั่น "จางหยวน แกกล้าเหรอ!!! แกคิดว่าถ้าแกควบคุมให้ฉันทำเรื่องพวกนั้นแล้วพวกเบื้องบนเขาจะไม่รู้ว่าแกเป็นคนบงการงั้นเหรอ หมื่นภพจะต้องล่มสลายเพราะแก!"
"ไม่หรอก พวกมันไม่มีทางรู้หรอกน่า"
จางหยวนหัวเราะร่วนท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนของเชียนเมี่ยน จากนั้นเขาก็ดึงสติออกจากมิติอันมืดมิดและเข้าควบคุมร่างเนื้อของเชียนเมี่ยนในทันที
จางหยวนลืมตาตื่นขึ้นมาในสระน้ำโปร่งใสแห่งหนึ่ง รอบตัวเขามีสิ่งมีชีวิตนอนอยู่มากมาย มีทั้งมนุษย์และสัตว์อสูร ทว่าระดับพลังบำเพ็ญเพียรที่ต่ำที่สุดของพวกมันคือระดับกึ่งจักรพรรดิ ซ้ำยังมีระดับจื้อจุนอยู่อีกหลายคน
จางหยวนมองดูไอ้พวกที่อยู่รอบๆ แล้วแสยะยิ้มกว้าง
"ตูม!!!"
ร่างของเชียนเมี่ยนระเบิดกึกก้อง คลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวกลืนกินทุกคนในสระน้ำไปในชั่วพริบตา!
และกิ่งก้านของต้นไม้แห่งหมื่นภพที่เชื่อมต่อกับหมื่นภพ ก็เกิดรอยร้าวขึ้นจากการระเบิดพลีชีพในครั้งนี้!
[จบแล้ว]