เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 รุ่นพี่คิดว่าผมหน้าตาดีไหมครับ?

บทที่ 12 รุ่นพี่คิดว่าผมหน้าตาดีไหมครับ?

บทที่ 12 รุ่นพี่คิดว่าผมหน้าตาดีไหมครับ?


บทที่ 12 รุ่นพี่คิดว่าผมหน้าตาดีไหมครับ?

หลังจากออกจากบ้านของเซียวเช่อ เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนก็กลับมาที่หอพักเป็นอันดับแรก เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปข้างนอกในขณะที่เหยาเผยกำลังนอนกรนเสียงดังสนั่น เขาออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งยามเช้า

หลังวิ่งเสร็จ เขาแวะซื้ออาหารเช้าสองที่ติดมือกลับมาด้วย พอดีกับที่เหยาเผยเพิ่งตื่นขึ้นมาล้างหน้าล้างตา และเหยาเผยก็จัดการฟาดอาหารเช้าไปถึงหนึ่งที่ครึ่ง

เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนกับเหยาเผยไปเรียนคลาสเช้าด้วยกันอย่างตั้งใจ

เมื่อเรียนเสร็จตอนเที่ยง พวกเขาเดินผ่านตึกห้องแล็บและบังเอิญเจอเซียวเช่อที่เพิ่งเลิกเรียนและกำลังเดินออกจากตึกเพื่อไปหาอะไรกินพอดี

เหยาเผยแอบกลัวเซียวเช่ออยู่นิดหน่อย สาเหตุหลักเป็นเพราะเซียวเช่อดูดุดันเกินไป ซึ่งมันไปกระตุ้นสัญชาตญาณเอาตัวรอดของผู้ชายขี้ขลาดอย่างเหยาเผย

เขากระตุกแขนเสื้อเสิ่นอวิ๋นเจี้ยน พยายามซ่อนร่างหนาๆ ของตัวเองไว้ด้านหลังอีกฝ่าย แล้วพึมพำออกไปว่า

"สวัสดีครับ รุ่นพี่เซียว"

อันที่จริงเซียวเช่อไม่รู้จักเหยาเผยหรอก

นักศึกษาเอกชีววิทยามีเยอะเกินไป ปกติเขาจะช่วยศาสตราจารย์หลิวทำโปรเจกต์วิจัยและแทบไม่ได้คลุกคลีกับนักศึกษาคนอื่นเลย เขาจึงคุ้นหน้าแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

แต่ในเมื่อเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนอยู่กับเหยาเผย เซียวเช่อจึงค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเหยาเผยในความทรงจำอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ ดูเหมือนว่าจะเป็นเพื่อนร่วมห้องของเสิ่นอวิ๋นเจี้ยน

เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนมองไปที่เซียวเช่อ ราวกับว่าเขาลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปจนหมดสิ้นแล้ว

เขาส่งยิ้มตามมารยาท น้ำเสียงดูห่างเหิน

"สวัสดีครับ รุ่นพี่เซียว"

เซียวเช่อก้มดูเวลา "กำลังจะไปกินข้าวเหรอ?"

เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนตอบ "อืม" สายตาของเขาประสานกับเซียวเช่อ ราวกับมีตะขอเกี่ยวเอาไว้

"รุ่นพี่เซียว อยากไปกินด้วยกันไหมครับ?"

เซียวเช่อรู้สึกว่าเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนแปลกมาก

ทุกครั้งที่สบตากับเสิ่นอวิ๋นเจี้ยน ดวงตาคู่นั้นราวกับกำลังร่ายมนตร์ สาปแช่ง หรือสะกดจิตเขา พยายามดึงดูดความสนใจของเซียวเช่อครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่ลดละ

แต่เซียวเช่อเป็นพวกชอบพุ่งชนกับความท้าทาย

เขาอยากจะตอบตกลง ก็แค่เลี้ยงข้าวเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนสักมื้อ อย่าว่าแต่มื้อเดียวเลย ต่อให้เลี้ยงทุกมื้อก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

แต่โชคร้ายที่ตอนเที่ยงเขามีนัดคุยเรื่องโปรเจกต์ของบริษัทและยกเลิกกะทันหันไม่ได้ เขาจึงทำได้เพียงพูดว่า

"โทษที ตอนเที่ยงฉันไม่ว่าง ไว้วันหลังแล้วกัน"

เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา แต่ในใจแอบสงสัยว่าเซียวเช่อกำลังหลบหน้าเขาอยู่หรือเปล่า

เขาตอบ "อ้อ" และเสริมว่า

"ไม่เป็นไรครับ แค่จังหวะไม่ดี"

จากนั้นเขาก็เอ่ยลาเซียวเช่อ พาเหยาเผยเดินเลี่ยงเซียวเช่อไป และมุ่งหน้าไปยังโรงอาหาร

เซียวเช่อมองแผ่นหลังของเสิ่นอวิ๋นเจี้ยน และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่หันกลับมามองเขาอีกเลย เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนกำลังแอบงอนอยู่หรือเปล่า

เขาเดาะลิ้น นึกในใจว่าเด็กคนนี้น่าสนใจดีแฮะ พร้อมกับเช็กตารางเรียน แล้วก็พบว่าเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนมีเรียนแล็บตอนบ่าย

ซึ่งอยู่ห้องข้างๆ เขาพอดี

ตลอดช่วงเที่ยงเซียวเช่อเอาแต่ครุ่นคิดว่าจะเข้าไปทักทายเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนยังไงดีตอนเจอกันช่วงบ่าย หรือจะง้ออีกฝ่ายแบบเนียนๆ ไม่ให้ไก่ตื่นยังไงดี

หรือไม่ก็อาจจะชวนไปกินข้าวเย็นเพื่อชดเชยที่เขาดูเหมือนจะปฏิเสธอย่างเย็นชาไปเมื่อตอนกลางวัน

แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ...

เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนดันลางานในช่วงบ่าย

เซียวเช่อมองเหยาเผยที่ยืนอยู่ตรงจุดที่ควรจะเป็นของเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

"ป่วยเหรอ?"

เหยาเผยพยักหน้า

เซียวเช่อเลิกคิ้ว มองเหยาเผยด้วยสายตาเย็นชาและไม่เป็นมิตร

"โรคอะไร?"

เหยาเผยกลัวเซียวเช่ออยู่แล้ว

ยิ่งตอนนี้โดนเซียวเช่อจ้องมองแบบนั้น เขาก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัวและพูดตะกุกตะกัก

"ป... ป่วยหนักกะทันหันครับ"

...

เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนจามและยกมือขึ้นมาขยี้จมูก

ใบรับรองแพทย์น่ะของจริง แต่อาการป่วยเป็นแค่สิ่งที่เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนแกล้งทำขึ้นมา

เหตุผลที่เขาลา ประการแรกคือเขาไม่อยากเจอหน้าเซียวเช่อในบ่ายวันนี้จริงๆ

ประการที่สองคือไป๋เหยียนไม่สามารถอยู่โรงพยาบาลได้เกินสองวัน และเขาจำเป็นต้องรีบจัดการเรื่องอื่นๆ ให้เสร็จโดยเร็ว

ไป๋เหยียนกับเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนไม่ได้เรียนเอกเดียวกัน และไม่ได้อยู่หอพักโซนเดียวกันด้วย

เอกชีววิทยาของมหาวิทยาลัย D มีชื่อเสียงระดับประเทศ มีนโยบายสนับสนุนที่ดีมาก และสภาพหอพักก็ถือว่าดีที่สุดในบรรดาหอพักทั้งหมดของมหาวิทยาลัย

แต่สำหรับไป๋เหยียนนั้นไม่ใช่อย่างนั้น เขาอาศัยอยู่ในหอพักแบบพักหกคน

คนเยอะก็ย่อมมีปัญหากระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา เมื่อปลายเทอมที่แล้ว ไป๋เหยียนมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับผู้ชายอีกคนในหอพักเพราะเรื่องจุกจิก

หลังจากนั้น เขาก็เอาแต่มาพร่ำบ่นกับเจ้าของร่างเดิมทุกวันว่าตัวเองรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมแค่ไหนที่ต้องอาศัยอยู่ในหอพักนั้น

เจ้าของร่างเดิมสงสารไป๋เหยียนและทนเห็นเขาตกระกำลำบากไม่ไหว จึงกัดฟันเอาเงินค่าเทอมของน้องชายที่เก็บไว้สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง ไปเช่าอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ใกล้มหาวิทยาลัยให้ไป๋เหยียนอยู่

อพาร์ตเมนต์นี้เช่าโดยใช้ข้อมูลบัตรประชาชนของไป๋เหยียน

ตอนแรก ทั้งสองคนตกลงกันว่าจะขอปั๊มกุญแจกับเจ้าของห้องไว้สองดอก คนละดอก เพื่อที่เจ้าของร่างเดิมจะได้แวะมาหาไป๋เหยียนได้สะดวกเวลาว่างช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

แต่พอถึงตอนที่ต้องไปพบเจ้าของห้อง ก็ไม่รู้ว่าไป๋เหยียนจงใจหรือเปล่า เขาเจาะจงเลือกเวลาที่เจ้าของร่างเดิมต้องไปทำงานพาร์ตไทม์ และสุดท้ายก็ขอพวงกุญแจมาแค่ชุดเดียว

ตอนนั้นเจ้าของร่างเดิมไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก แต่เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนรู้ดีว่าไป๋เหยียนก็แค่กลัวว่าถ้าตัวเองพาใครมาทำมิดีมิร้ายในห้อง แล้วจะโดนเจ้าของร่างเดิมจับได้คาหนังคาเขาก็เท่านั้น

แต่ตอนนี้ มันช่างสะดวกโยธินสำหรับเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนที่จะไปบุกพังห้องของไป๋เหยียนซะเหลือเกิน

เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนไปที่ตลาดสดชานเมืองอีกฝั่งหนึ่งของเมืองเป็นอันดับแรก ซื้อไก่เป็นๆ มาหนึ่งตัว ทุบจนมันสลบ แล้วยัดใส่กระสอบ

จากนั้น ด้วยความช่วยเหลือของระบบ 037 เขาก็สามารถหลบหลีกกล้องวงจรปิดทุกตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ สวมถุงมือและถุงคลุมรองเท้า ปลดล็อกรหัสผ่าน และเดินเข้าไปในอพาร์ตเมนต์

อันดับแรก เขาค้นหาของขวัญชิ้นเล็กชิ้นน้อยพอมีราคาที่เจ้าของร่างเดิมเคยให้ไป๋เหยียนออกมาจนหมด

นาฬิกา สร้อยคอ แหวน... มีไม่เยอะนัก และไม่ใช่แบรนด์หรูราคาแพงอะไร แต่สำหรับเจ้าของร่างเดิมแล้ว มันคือการทุ่มเทให้จนหมดหน้าตักจริงๆ

ถึงขนาดที่รู้สึกเหมือนว่าพยายามทำตัวให้ดูรวยเกินฐานะด้วยซ้ำ

เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนนั่งลงบนโซฟา ถ่ายรูปของพวกนั้น แล้วใช้บัญชีปลอมกับ IP ปลอม โพสต์ขายของเหล่านั้นบนแพลตฟอร์มซื้อขายของมือสอง

บัญชีนี้ระบบ 037 เป็นคนจัดการให้ มันเป็นบัญชีเสมือนทั้งหมด ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครตามรอยมาถึงตัวได้

ตอนแรก 037 คิดว่าเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนก็แค่มาทวงของของตัวเองคืน แล้วเรื่องทุกอย่างก็จะจบลงแค่นั้น

แต่มันประเมินความร้ายกาจในสันดานวิญญาณอาฆาตของเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนต่ำเกินไป

เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนเดินวนไปวนมาในห้องอยู่สองสามรอบ

ระหว่างราวระเบียงกับบานกระจก เขาเจอกับค้อนที่เจ้าของห้องทิ้งไว้ตอนมารีโนเวทห้อง

เขาหยิบค้อนออกมา ลองเดาะน้ำหนักดูในมือ จากนั้นก็เล็งไปที่ทีวีในห้องนั่งเล่น แล้วฟาดลงไปเป็นอันดับแรก

หลังจากนั้น ราวกับว่าเขาได้เริ่มงานฉลองแห่งความรุนแรงอันบ้าคลั่ง เขาไล่ทุบทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในห้องที่พอจะทุบให้แหลกละเอียดได้จนย่อยยับ

เขายังเอาน้ำไปผสมกับสีน้ำอะคริลิกสีน้ำเงินที่แข็งตัวแล้วตรงระเบียง เอาไปต้มบนเตาจนละลาย แล้วสาดมันไปทั่วกำแพง

สุดท้าย เขาก็ล้วงเอาไก่เป็นๆ ตัวนั้นออกมาจากกระสอบ

เขาปาดคอไก่อย่างรวดเร็วฉับไว จากนั้นก็กำคอไก่ที่เลือดกำลังพุ่งกระฉูด เอาไปเขียนข้อความบนกำแพงว่า

"มึงเชื่อเรื่องเวรกรรมไหม?"

เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นด้วยความรู้สึกสดชื่น ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของ 037

จากนั้นเขาก็ยัดซากไก่ตายกลับลงไปในกระสอบ แล้วเดินกร่างออกไปพร้อมกับฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ ทิ้งอพาร์ตเมนต์ของไป๋เหยียนไว้เบื้องหลัง

จบบทที่ บทที่ 12 รุ่นพี่คิดว่าผมหน้าตาดีไหมครับ?

คัดลอกลิงก์แล้ว