- หน้าแรก
- ช่วยด้วย ภูตพรายของใครทำไมถึงทำตัวน่ารักแถมยังขยันจีบ
- บทที่ 8: รุ่นพี่คิดว่าผมหน้าตาดีไหมครับ?
บทที่ 8: รุ่นพี่คิดว่าผมหน้าตาดีไหมครับ?
บทที่ 8: รุ่นพี่คิดว่าผมหน้าตาดีไหมครับ?
บทที่ 8: รุ่นพี่คิดว่าผมหน้าตาดีไหมครับ?
วินาทีที่เซียวเช่อได้ยินเสียงนั้น สีหน้าของเขาก็แปลกไปทันที
น้ำเสียงของเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนอยู่กึ่งกลางระหว่างความทุ้มต่ำนุ่มลึกแบบชายวัยกลางคน กับความใสกระจ่างแบบเด็กหนุ่มวัยรุ่น
เป็นน้ำเสียงที่มีเอกลักษณ์และน่าฟังเป็นอย่างยิ่ง
หากเป็นช่วงก่อนหน้าเมื่อวานนี้ เซียวเช่อก็อาจจะยังรู้สึกไม่คุ้นเคยกับเสียงนี้นัก
แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมื่อคืนหรือเมื่อช่วงบ่าย เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนก็ได้ฝังรอยจารึกอันลึกซึ้งไว้ในความทรงจำของเซียวเช่อด้วยวิธีที่ไม่อาจลบเลือนได้
เดิมที 037 คิดว่าการที่เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนบุกมายังสถานที่นัดบอดของเซียวเช่อด้วยท่าทีดุดันเช่นนี้ คงวางแผนจะใช้มุกบังเอิญเจอเพื่อจงใจขัดจังหวะเวลาดีๆ ของเซียวเช่อแน่ๆ
แต่เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนไม่ได้ทำแบบนั้น
หลังจากหาตัวเซียวเช่อจนพบ เขาก็เดินไปหาผู้จัดการบาร์ ชี้ส่งๆ ไปยังโต๊ะที่มีคนเยอะที่สุดและมีเครื่องดื่มมากที่สุด แล้วพูดกับผู้จัดการว่า
"สวัสดีครับ พอดีวันนี้เพื่อนผมเพิ่งอกหัก ผมเลยอยากจะร้องเพลงให้เขาสักเพลง รบกวนช่วยแทรกคิวให้ผมสักเพลงได้ไหมครับ?"
บาร์เป็นสถานที่สำหรับหาความบันเทิงอยู่แล้ว อีกทั้งการจ้างนักร้องประจำก็ต้องใช้เงิน ผู้จัดการจึงไม่ปฏิเสธและรีบจัดคิวให้เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนอย่างเต็มใจ
จากนั้นเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนก็ขอยืมกีตาร์จากทางร้านมาอย่างหน้าตาเฉย เพื่อจงใจมากวนประสาทเซียวเช่อโดยเฉพาะ
เซียวเช่ออดไม่ได้ที่จะถูกดึงดูดด้วยเสียงร้องนั้น เขาปรายตามองถูเซียวแล้วพูดออกไปตรงๆ ว่า
"ถ้าคุณกะจะทำทีเป็นรับสายโทรศัพท์หลอกๆ แล้วชิ่งหนีล่ะก็ ไม่ต้องลำบากหรอกครับ คุณไปได้เลย"
พูดจบ เขาก็ไม่สนว่าถูเซียวจะพูดอะไร หรือเธอจะเอาเรื่องชีวิตส่วนตัวอันเละเทะของเขาไปปล่อยข่าวลือทีหลังหรือไม่
เขาลุกขึ้นยืนตรง ดิ่งไปที่ระเบียงชั้นสอง เท้าแขนลงบนราวระเบียง แล้วมองลงไปเบื้องล่าง
และก็เป็นอย่างที่คิด เขาเห็นเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนซึ่งยังคงแต่งตัวเรียบง่ายธรรมดาในกางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อแจ็กเก็ตตัวโคร่ง
แต่เมื่อได้นั่งบนเก้าอี้ทรงสูง อาบไล้ด้วยแสงไฟบนเวที และกอดกีตาร์ไว้ในอ้อมแขน เขากลับกลายเป็นจุดศูนย์รวมสายตาของชายหญิงนับไม่ถ้วนอย่างชัดเจน
จ้าวผิงกับถูเซียวเองก็สงสัยใคร่รู้ถึงเจ้าของเสียงนี้ จึงเดินมาที่ราวระเบียงเช่นเดียวกับเซียวเช่อและแขกคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่บนชั้นสอง
เมื่อยืนอยู่ข้างเซียวเช่อ มุมของจ้าวผิงทำให้เขามองเห็นขนตาที่ยาวจนน่าเหลือเชื่อและปลายจมูกรั้นสวยงามของเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนในยามที่อีกฝ่ายหลุบตาร้องเพลงได้อย่างชัดเจน
"นักร้องประจำร้านคนนี้น่าสนใจดีแฮะ เป็นผู้ชายหรือผู้หญิงเนี่ย?"
"ผู้ชาย" เซียวเช่อมองลงไปยังเสิ่นอวิ๋นเจี้ยน นึกไม่ออกเลยว่าทำไมหมอนี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้
จ้าวผิงเดาะลิ้น "น่ารักจริงๆ เลยแหละ เหมือนเด็กผู้หญิงเลย"
เซียวเช่อหันหน้าไปปรายตามองจ้าวผิง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
จ้าวผิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเซียวเช่อว่า
"พี่ไม่กลัวถูเซียวกลับไปฟ้อง หรือเอาไปปล่อยข่าวลือเสียๆ หายๆ เหรอ?"
เซียวเช่อยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
"แบบนั้นก็ดีสิ ครอบครัวฉันจะได้เลิกตื๊อและเลิกส่งคนมากวนใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าสักที"
จ้าวผิงเงียบไปอีกครั้ง เขาอั้นไว้อยู่นาน แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องขอถามอีกสักคำถาม
"พี่เช่อ พี่เป็นเกย์จริงๆ เหรอ?"
เดิมทีเซียวเช่อตั้งใจไว้ว่าพอเลิกเรียนปุ๊บก็จะกลับบ้านทันที เมื่อคืนเขาเพิ่งเจอหนังผีเรื่องที่ถูกใจ ดูไปได้แค่ตอนต้นเรื่องก็ดันเผลอหลับไปเสียก่อน
เขารอแค่ให้เลิกเรียน จะได้รีบพุ่งกลับบ้านไปหาอะไรกินรองท้อง อาบน้ำ แล้วค่อยนอนดูหนังบนเตียงอย่างสบายอารมณ์
แต่กลายเป็นว่า เขาถูกจ้าวผิงหลอกมาเจอเรื่องบ้าบอพวกนี้ ทำให้เสียเวลาไปเปล่าๆ ตั้งหลายชั่วโมง
เซียวเช่อกำลังอารมณ์เสียอยู่แล้ว และจากคำพูดทั้งหมดที่เขาเพิ่งพ่นออกไป จ้าวผิงดันจำได้แค่ประโยคนั้นแถมยังกล้าถามขึ้นมาอีก นี่มันยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
เขาถอนหายใจ
"จ้าวผิง จำคำนี้ไว้นะ ความไม่รู้คือลาภอันประเสริฐ"
จ้าวผิงไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็พยักหน้ารับ "อืม แม่ผมก็พูดบ่อยๆ เหมือนกัน"
เซียวเช่อมองเขา "แต่ไอ้งั่งมักจะไม่เข้าใจนี่สิ"
จ้าวผิงอ้าปากค้าง ก่อนจะหุบปากลง แล้วหันไปสนใจมองเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนที่อยู่ชั้นล่างพร้อมกับเซียวเช่อแทน
ตัวตนของเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนนั้นแสนจะพิเศษ
เขาไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข และไม่ใช่สายเลือดที่สืบทอดทางพันธุกรรม
เขาคือดวงจิตที่ก่อตัวขึ้นจากการหลอมรวมความแค้นเคืองนับไม่ถ้วนจากปรโลก
การคงอยู่ของเขายังเป็นการรวบรวมเอาคุณสมบัติทั้งดีและเลวของคนนับไม่ถ้วนในช่วงที่มีชีวิตอยู่เข้าไว้ด้วยกัน
ภายใต้การชี้แนะจากแม่บุญธรรม เขาค่อยๆ ขจัดส่วนที่ไม่จำเป็นทิ้งไป เหลือไว้เพียงส่วนที่เป็นประโยชน์หรือน่าสนใจสำหรับตัวเขาเองเท่านั้น
เขาอาจถูกมองว่าเป็นผู้ที่ 'เกิดมาพร้อมกับความรู้' ในอีกความหมายหนึ่ง
การเล่นดนตรีและร้องเพลงจึงเป็นเพียงเรื่องกล้วยๆ สำหรับเสิ่นอวิ๋นเจี้ยน
เขามีความชำนาญมากพอ และการแสดงของเขาก็น่าตื่นตาตื่นใจจนเกินพอ
ระยะเวลาของเพลงหนึ่งเพลงนั้นแสนสั้น แต่เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนก็คู่ควรกับการเป็นจุดสนใจของคนทั้งงาน
เขาไม่ได้ใส่ใจกับความรู้สึกของการเป็นจุดศูนย์รวมสายตา เพราะเป้าหมายของเขามีเพียงการดึงดูดความสนใจจากเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น
เขาจึงเมินเฉยต่อเสียงปรบมือ เสียงผิวปาก และเสียงตะโกนเรียกร้องให้เขาร้องอีกเพลง
เขาเก็บกีตาร์ในอ้อมแขน ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทรงสูง ก่อนจะแหงนหน้าขึ้น สบตากับเซียวเช่อเข้าอย่างจัง
และในจังหวะที่พอดิบพอดี เขาก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาเล็กน้อย
แต่เขาไม่ได้มีความตั้งใจที่จะขึ้นไปทักทายเซียวเช่อในเวลานี้
เขาเลิกคิ้วให้เซียวเช่อ ก่อนจะละสายตาแล้วเดินไปที่หน้าบาร์ พร้อมกับสั่งบาร์เทนเดอร์
"แมนฮัตตันแก้วหนึ่งครับ"
บาร์เทนเดอร์มือไวมาก เขาโชว์ลีลาควงขวดอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะวางแมนฮัตตันลงตรงหน้าเสิ่นอวิ๋นเจี้ยน
"คุณร้องเพลงเพราะดีนะ แก้วนี้ผมเลี้ยงเอง"
พวกบาร์เทนเดอร์ตามไนต์คลับน่ะ ถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่แปดสิบเปอร์เซ็นต์ย่อมมีชีวิตที่เจนจัดและไม่ได้ใสซื่ออย่างที่เห็นแน่นอน
เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนไม่ชอบรับมือกับคนประเภทนี้ เขารู้สึกว่าผู้ชายที่ไม่สามารถควบคุมตัณหาของตัวเองได้ก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์เดรัจฉาน
เขารับแก้วมา ล้วงธนบัตรใบละร้อยหยวนออกมาจากกระเป๋ากางเกงขาสั้น แล้วยื่นให้บาร์เทนเดอร์
"อยู่ห่างๆ ฉันไว้ อย่ามายุ่ง"
บาร์เทนเดอร์ก็รู้ความพอสมควร เมื่อเห็นแบบนี้ก็รู้ว่าเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนไม่ได้สนใจตน เขาจึงแค่เบะปาก รับแบงก์ร้อยไป แล้วเดินเลี่ยงไปอีกฝั่งของบาร์
แต่ใช่ว่าบาร์เทนเดอร์รู้ความแล้ว คนอื่นจะรู้ความตามไปด้วย
การแสดงของเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนเมื่อครู่นี้มันเจิดจรัสเกินไป ในบาร์ก็มีคนร้อยพ่อพันแม่ปะปนกันอยู่แล้ว มีคนตั้งมากมายที่เห็นคนหน้าตาดีแล้วอยากจะหาเรื่องตื่นเต้นทำ
บาร์เทนเดอร์เพิ่งจะผละไปได้ไม่ทันไร ก็มีคนอื่นเดินเข้ามาทักทายเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนอย่างกระตือรือร้น
เซียวเช่อซึ่งยืนอยู่ชั้นบน มองดูเสิ่นอวิ๋นเจี้ยนปฏิเสธคนที่สามที่เข้ามาทักทายอย่างเด็ดขาดด้วยตาตัวเอง ก่อนจะตบไหล่จ้าวผิง
"ถ้าไม่มีอะไรทำแล้วก็กลับบ้านไปซะ ฉันจะลงไปข้างล่างแล้ว"
ขณะที่เซียวเช่อกำลังสังเกตการณ์เสิ่นอวิ๋นเจี้ยน จ้าวผิงเองก็เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชั้นล่างทั้งหมดเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เซียวเช่อไม่ได้ตอบคำถามตรงๆ ว่าตัวเองเป็นเกย์หรือเปล่า
จ้าวผิงยังคงคาใจเรื่องนี้อยู่ และวินาทีที่เซียวเช่อพูดขึ้นมา เปลือกตาของจ้าวผิงก็กระตุกกึก
"พี่เช่อ พี่คงไม่ได้จะลงไปให้เขาปฏิเสธหน้าหงายกลับมาอีกคนหรอกนะ?"
เซียวเช่อมองจ้าวผิงพร้อมกับเลิกคิ้ว "ปฏิเสธเหรอ?"
จ้าวผิงหัวเราะแห้งๆ "พี่ไม่ได้จะลงไปจีบนักร้องประจำร้านตัวน้อยคนนั้นหรือไง?"
เซียวเช่อไม่ปฏิเสธ เพียงแค่พูดว่า "พนันกันไหมล่ะ?"
จ้าวผิง "พนันอะไร?"
เซียวเช่อกระตุกยิ้มมุมปาก เผยรอยยิ้มที่มีเลศนัย
"พนันกันว่าคืนนี้หมอนั่นจะยอมกลับไปกับฉันหรือเปล่า"
ในขณะเดียวกัน 037 ก็ได้ตั้งคำถามเดียวกันนี้กับเสิ่นอวิ๋นเจี้ยน
เสิ่นอวิ๋นเจี้ยนกระดกเหล้าแรงกรอกปากรวดเดียวจนเกือบหมดแก้ว น้ำเสียงของเขาบางเบาและล่องลอย
【พนันกันว่าคืนนี้เขาจะพาฉันออกไปจากที่นี่หรือเปล่า】