- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดแดนรกร้าง วันนี้เจียงสือเติมเสบียงรึยังน้า
- บทที่ 87 ปล้น?
บทที่ 87 ปล้น?
บทที่ 87 ปล้น?
เธอพยายามเคาะประตูเรียกเจ้าของร้านขายของชำ แต่ไม่มีการตอบรับ ภายในร้านก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
ราวกับว่าในร้านขายของชำแห่งนี้ไม่มีคนพักอาศัยอยู่เลย
เจียงสือลองใช้พลังพิเศษของเธอตรวจสอบเข้าไปภายในร้าน ก็พบว่าไม่มีคนอยู่จริงๆ
ตาเฒ่าหลี่เจ้าของร้านไม่อยู่ข้างใน เตียงนอนว่างเปล่า แม้แต่ของที่จะขายบนชั้นวางก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
ดูเหมือนว่าตาเฒ่าหลี่จะมีของประเภทปุ่มมิติไว้ในครอบครอง
ตาเฒ่าหลี่คนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
ถ้าตาเฒ่าหลี่สามารถหาปุ่มมิติมาได้ การซื้อจากร้านเขาก็น่าจะปลอดภัยกว่าการไปซื้อที่ร้านอาวุธในเมืองชั้นในหรือเปล่านะ?
แถมการซื้อปุ่มมิติก็ไม่ต้องใช้แต้มสะสมซื้อด้วย แต่ใช้ของเหลวสารพิษทำลายประสาทกับหินพลังงานไปแลกเปลี่ยนโดยตรง
แบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าพวกเขาจะตรวจสอบตัวตนผ่านที่มาของแต้มสะสม
หากเธอพรางตัวจนแม้แต่พ่อแม่ก็จำไม่ได้ พวกเขาย่อมหาตัวเธอไม่เจอแน่นอน ต่อให้จะสืบหาก็คงต้องใช้เวลาพอสมควร
อีกอย่างเรื่องปุ่มมิติ เธอไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเผยให้คนนอกเห็น
จะให้แค่เจียงอวี้รู้คนเดียวก็พอ
หลังจากซื้อปุ่มมิติมาแล้ว เธอตั้งใจจะบอกเจียงอวี้ตรงๆ ว่าเธอ "เก็บ" ปุ่มมิติได้
เหตุผลที่เลือกบอกเจียงอวี้ตรงๆ เพราะเธอสังเกตเห็นว่าเขาเริ่มสงสัยแล้วว่าเธอมีพลังพิเศษสายมิติหรือไม่
เพื่อสลายความสงสัยของเขา มีเพียงการเอาปุ่มมิตออกมาให้เขาเห็นต่อหน้าเท่านั้น ความระแวงถึงจะหมดไป
เพราะถ้าเทียบกับเจียงอวี้แล้ว สมองของเธอก็ไม่ได้ฉลาดปราดเปรื่องขนาดนั้นจริงๆ
เจียงสือเก็บกระปุกของเหลวสารพิษทำลายประสาทสามกระปุกในตะกร้ากลับเข้ามิติไป
แล้วเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปยังที่ที่เคยเก็บลูกแพร์ครั้งก่อน
เมื่อเจียงสือเดินพ้นเขตสลัมเข้าสู่ถนนสายหลักของการเก็บของเก่า
เธอก็เห็นผู้คนหนาแน่นกำลังก้าวเดินตามกันไปอย่างช้าๆ
พอถึงทางแยกของจุดรวบรวมทรัพยากรแต่ละแห่ง ก็จะมีกลุ่มคนแยกตัวออกจากถนนหลักไปทีละกลุ่ม
กลุ่มแล้วกลุ่มเล่าที่แยกย้ายกันไป
พอถึงทางแยกที่จะไปป่าลูกแพร์ ก็เหลือคนอยู่ไม่กี่คนแล้ว
เจียงสือเลี้ยวเข้าทางเล็กๆ มุ่งสู่ป่าลูกแพร์
เดินไปได้ไม่นาน เจียงสือก็พบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งเดินตามหลังเธอมา
ไม่แน่ใจว่าพวกเขากำลังตามเธออยู่หรือเปล่า เจียงสือจึงตั้งใจชะลอความเร็วลง เพื่อดูว่าคนกลุ่มนี้จะไปที่ป่าลูกแพร์หรือไปที่อื่น
ปรากฏว่ากลุ่มคนนั้นเดินแซงเจียงสือไป มุ่งหน้าไปยังป่าลูกแพร์จริงๆ
เพื่อที่จะได้จองต้นลูกแพร์ดีๆ สักต้น เจียงสือจึงรีบก้าวตามไป
เมื่อไปถึง มีคนหลายคนกำลังยืนทดสอบลูกแพร์อยู่บนต้น คนที่ปีนขึ้นไปได้ต่างก็ใช้กิ่งไม้หรือก้อนหินขว้างปาเพื่อสอยลูกแพร์ที่แขวนอยู่ลงมา
ส่วนคนที่ปีนต้นไม้ไม่ไหว ก็ใช้วิธีดึงใบลูกแพร์ที่อยู่ใกล้ตัวมาทดสอบแทน
เห็นคนทดสอบใบลูกแพร์ เจียงสือก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ยามที่ไม่มีอะไรจะกินจริงๆ แม้แต่เปลือกไม้ ใบไม้ หรือหญ้าป่า คนเราก็กินได้ทุกอย่างสินะ
โลกแดนร้างนี้แม้จะดูเขียวชอุ่มมีชีวิตชีวา แต่อันที่จริงกลับมีสิ่งที่กินได้น้อยเหลือเกิน
มันยิ่งกว่าตอนที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในอดีตเสียอีก
ตอนข้าวยากหมากแพง อย่างน้อยก็ไม่ต้องพะวงเรื่องค่ารังสี ขอแค่หาเจอ ไม่มีพิษ กินได้ก็กินหมด
แต่ในแดนร้าง ต่อให้มีผักป่าหรือใบไม้กลายพันธุ์รังสีสูงที่ดูเติบโตงดงามเพียงใด ก็ไม่มีใครกล้าเด็ดมากิน
เนื้อสัตว์กลายพันธุ์รังสีสูงก็ไม่กล้ากิน
บอกเลยว่าเจียงสือเห็นเนื้อสัตว์พวกนี้และผักป่าที่โตวันโตคืนแต่กลับทำได้แค่ดูแต่กินไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่ทรมานจริงๆ
เจียงสือมองดูผู้คนเหล่านั้นที่กำลังทดสอบอย่างคล่องแคล่ว และไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนการทดสอบอาหารจากนาฬิกาข้อมือเลย
พวกเขาน่าจะปรับนาฬิกาเป็นโหมดเงียบกันหมด
เจียงสือเลือกต้นลูกแพร์ที่ดูเข้าทีและไม่มีคนอยู่ต้นหนึ่งแล้วปีนขึ้นไป จากนั้นปรับนาฬิกาเป็นโหมดเงียบและเริ่มทดสอบลูกแพร์
“ติ๊ด ติ๊ด การกลายพันธุ์จากรังสีระดับสูง ไม่แนะนำให้บริโภค”
กินไม่ได้ ลูกต่อไป...
“ติ๊ด ติ๊ด การกลายพันธุ์จากรังสีระดับสูง ไม่แนะนำให้บริโภค”
“ติ๊ด ติ๊ด การกลายพันธุ์จากรังสีระดับสูง ไม่แนะนำให้บริโภค”
...
จนกระทั่งถึงเที่ยงวัน เจียงสือก็ยังทดสอบไม่เจอลูกแพร์ที่กินได้เลยสักลูก
ตอนเที่ยงเจียงสือไม่ได้ลงจากต้นไม้ เธอนั่งพักผ่อนอยู่บนนั้นเลย
เธอใช้ตะกร้าเก็บของเก่าบังสายตา แล้วหยิบเนื้อวัวแผ่นแห้งจากมิติออกมากิน
พลางมองดูกำไลสีเขียวที่ข้อมือแล้วครุ่นคิดเป็นพักๆ
“เฮ้ ได้ยินข่าวกันหรือยัง ที่แม่น้ำตรงป่าไผ่ฝั่งประตูตะวันออกของฐานทัพน่ะ มีคนกู้ศพขึ้นมาได้สองคนนะ”
“พวกเขารู้ได้ยังไงว่ามีคนอยู่ในน้ำ?”
“คนทั่วไปไม่รู้หรอก แต่นั่นเป็นคนของทีมทหารรับจ้างกับหน่วยคุ้มกันไม่ใช่เหรอ ได้ยินว่าพวกเขาใช้วิธีการบางอย่างตรวจสอบนาฬิกาของน้องสาวน่ะ
สุดท้ายก็พบว่าตำแหน่งสุดท้ายก่อนนาฬิกาจะดับไปอยู่แถวริมตลิ่งแม่น้ำนั่นแหละ
พอไปถึงพวกเขายังพบร่องรอยการลากถูที่ริมตลิ่งด้วย พอใช้เครื่องตรวจจับพลังงานก็เจอคนอยู่ใต้น้ำทันที”
“ใครมันจะใจกล้าขนาดนั้น กล้าฆ่าญาติของสมาชิกทีมทหารรับจ้างกับหน่วยคุ้มกันเลยเหรอ? ไม่กลัวโดนล้างแค้นหรือไง”
“ใครจะไปรู้ล่ะ”
“ได้ยินว่าคนที่ไปเก็บของเก่าแถวริมน้ำโดนพวกทหารรับจ้างกับหน่วยคุ้มกันตามหาตัวเป็นการส่วนตัวตั้งหลายคน
หลายคนพอโดนตามหาแล้ว ไม่กี่วันต่อมาก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเลย”
“เชี้ย...”
“คงไม่ได้โดนลอบฆ่าหรอกนะ...”
...
กลุ่มคนห้าหกคนที่นั่งล้อมวงกันอยู่ใต้ต้นไม้คุยเรื่องที่พวกเขารู้กันไปมาเพื่อฆ่าเวลา
ถึงแม้เสียงคุยของพวกเขาจะเบามาก แต่มันก็ยังลอยตามลมเข้าหูเจียงสืออยู่ดี
เมื่อคิดถึงคนที่ต้องมารับเคราะห์แทนเจียงอวี้เหยาโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่เหล่านั้น ช่างเป็นคราวเคราะห์ที่ซวยสุดๆ จริงๆ
อีกอย่างคือหวังคุนคนนี้ เป็นพวกบ้าคลั่งขนานแท้เหมือนที่พี่ชายเธอเคยบอกไว้ ถ้าไปล่วงเกินเข้า เขาจะตามล้างแค้นอย่างหนักแน่
อย่างเช่นครั้งนี้ คนที่หายสาบสูญไปอย่างลึกลับเหล่านั้น ส่วนใหญ่คงเกี่ยวข้องกับเขาทั้งนั้น
โชคดีที่เธอชิงลงมือแก้ไขเส้นทางเก็บของเก่าในนาฬิกาไปก่อนเขาหนึ่งก้าว
ไม่อย่างนั้นด้วยวิธีการที่ไม่เลือกหน้าของพวกเขา จะต้องพบแน่ว่าเธอก็เคยไปที่ริมน้ำนั่น และถึงตอนนั้น ต่อให้รู้ว่าเธอไม่ใช่ฆาตกร พวกเขาก็คงจะลงมือกับเธอเพราะเรื่องของพี่ชายเธออยู่ดี
คนที่อยู่ใต้ต้นไม้ยังคงคุยกันต่อไปเรื่อยๆ แต่บทสนทนาหลังจากนั้นมีแต่เรื่องไร้สาระอย่าง ‘วันนี้กินอะไร’ ‘ตื่นกี่โมง’ ‘ออกจากบ้านตอนไหน’
เจียงสือจึงเลิกให้ความสนใจ แล้วกวาดสายตาไปรอบๆ แทน
เธอมองหาว่าแถวนี้มีกล้าต้นลูกแพร์ที่เหมาะสมไหม รอให้คนเก็บของเก่าคนอื่นไปกันหมดก่อน เธอค่อยขุดไปปลูกในมิติ
ในที่สุด เธอก็ตรวจพบกล้าลูกแพร์ต้นเล็กๆ สองต้นที่ชายป่า
ตำแหน่งที่พวกมันอยู่นอกจากจะไกลจากจุดที่เธออยู่ตอนนี้แล้ว ยังอยู่ในจุดที่ค่อนข้างอันตราย คือบนทางลาดชันที่ชันมาก
แต่สิ่งที่น่าดีใจคือ เจียงสือพบว่าตรงพื้นที่ราบต่ำลงไปจากลาดชันนั้นไม่กี่เมตร มีต้นไม้สองต้นที่มีผลไม้ห้อยอยู่เป็นพวง
ขนาดของผลไม้นั้นให้ความรู้สึกคล้ายกับกีวี่ป่า
แต่เธอยังไม่แน่ใจ อยากรู้ว่าเป็นกีวี่หรือไม่ ก็ต้องลงไปดูใกล้ๆ
เธอต้องขอชมเลยว่า ต้นไม้สองต้นที่มีผลดกพราวพวกนั้นช่างเลือกที่ขึ้นได้ดีจริงๆ
ที่ที่มันงอกอยู่นั้นอันตรายเล็กน้อยแต่ในขณะเดียวกันก็มิดชิดมาก เถาวัลย์ของมันพันเลื้อยไปตามทางลาดชัน โดยมีหญ้าป่าและต้นไม้ป่าที่ขึ้นรกครึ้มอยู่ข้างๆ คอยพรางตาไว้ ทำให้กลายเป็นพุ่มไม้รกทึบปกคลุมมันเอาไว้ทั้งหมด
มิน่าล่ะ ต่อให้มีผลดกขนาดนั้นก็ยังไม่มีใครไปเก็บ
ผลไม้น่ะมีเยอะแน่ แต่ไม่รู้ว่าในนั้นจะมีลูกที่กินได้บ้างไหม
เจียงสือที่ใช้เวลาอยู่ที่ป่าลูกแพร์มาทั้งเช้าโดยไม่มีอะไรคืบหน้า ตอนนี้ไม่อยากจะรออยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว
เธอตั้งใจจะตรงไปที่ผลไม้ป่าที่ตรวจพบ และถือโอกาสขุดกล้าลูกแพร์ต้นเล็กสองต้นนั้นด้วย
เจียงสือลงจากต้นไม้อย่างเงียบเชียบ อาศัยจังหวะที่ผู้คนในป่าลูกแพร์ไม่ทันสังเกต เดินเลี่ยงออกมาจากใจกลางป่ามุ่งหน้าไปยังจุดที่กล้าลูกแพร์อยู่
ทว่ามีบางคนสังเกตเห็นการหลบฉากออกไปอย่างเงียบๆ ของเธอ จึงคิดว่าเธออาจจะเจอแหล่งทรัพยากรดีๆ เข้า แล้วแอบสะกดรอยตามหลังเธอไป
เจียงสือเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็พบว่ามีคนร่างแคระแกร็นสองคนกำลังแอบตามเธอมาอย่างลับๆ ล่อๆ
นี่กะจะปล้นกันเหรอ?
เธอไม่คิดหรอกว่าคนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ ตามหลังเธอมาจะเป็นคนดีที่ไหน
(จบตอน)