- หน้าแรก
- เพลย์บอยอันดับหนึ่งของเมืองหลวง
- บทที่ 245 กวาดล้างสิ้นซาก
บทที่ 245 กวาดล้างสิ้นซาก
บทที่ 245 กวาดล้างสิ้นซาก
บทที่ 245 กวาดล้างสิ้นซาก
บิชอปไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย เพราะหลังจากฉีด 'เลือดเทพ' เข้าไป เส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวดของเขาก็ถูกทำให้ชาไปโดยสมบูรณ์
เขาเพียงแค่รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองแข็งทื่อกะทันหัน ความเย็นยะเยือกสายหนึ่งแผ่ซ่านจากบาดแผลไปทั่วร่างในพริบตา ราวกับว่าแม้แต่เลือดก็กำลังจะถูกแช่แข็ง
เขาก้มหน้าลง มองเห็นเพียงท่อนแขนของหลินปู้ฝานที่ดึงออกมาจากใต้ซี่โครงของตัวเอง ส่วนมีดผ่าตัดที่บางเฉียบดั่งปีกจั๊กจั่นเล่มนั้นได้อันตรธานหายไปแล้ว
เป็นไปได้ยังไง? เป็นไปได้อย่างไรที่จะเร็วขนาดนี้? เขายังมองไม่เห็นเลยด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายลงมืออย่างไร!
ร่างของบิชอปแข็งทื่ออยู่กับที่ ดาบกางเขนยาวที่เงื้อขึ้นสูงไม่อาจฟาดฟันลงมาได้อีกต่อไป
หลินปู้ฝานเดินสวนทางกับเขา ก้าวเดินอย่างสบายอารมณ์ไปที่ริมดาดฟ้า แล้วขยี้ซิการ์ในมือดับลงบนราวระเบียงอันเย็นเฉียบ
"ช้าเกินไปแล้ว" น้ำเสียงของหลินปู้ฝานราบเรียบ ไร้ซึ่งการโอ้อวดของผู้ชนะ มีเพียงความเย็นชาที่กำลังบอกเล่าความจริง "ไอ้แก่ แกถูกยุคสมัยทอดทิ้งไปแล้วล่ะ"
"แค่ก... แค่กๆ..." บิชอปไอออกมาอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่ไอจะมีเลือดสดๆ ทะลักออกจากมุมปาก เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังชีวิตในร่างกายกำลังเหือดหายไปอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว
เขาค่อยๆ หันกลับมาใช้ดาบยันพื้นไว้ นัยน์ตาจ้องเขม็งไปที่แผ่นหลังของหลินปู้ฝาน
"แก... แกเป็นใคร... กันแน่?" บิชอปเอ่ยปากอย่างยากลำบาก
"ฉันเป็นใครมันไม่สำคัญหรอก" หลินปู้ฝานหันกลับมา มองกดต่ำลงไปที่เขา "ที่สำคัญคือ แกแพ้แล้ว"
"แพ้แล้ว... หึหึ... ฮ่าๆๆๆ..." จู่ๆ บิชอปก็หัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง หัวเราะอย่างสิ้นหวัง "ใช่สิ... ฉันแพ้แล้ว... 'การพิพากษาครั้งสุดท้าย' ที่ฉันวางแผนมาอย่างแยบยล 'เฮลส์คิทเชน' ที่ฉันใช้เวลาทั้งชีวิตสร้างขึ้นมา... ในสายตาแก มันนับเป็นตัวอะไร?"
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขาเริ่มกระตุกอย่างรุนแรงจากผลข้างเคียงของยาและพลังชีวิตที่กำลังหลุดลอย ดวงตาที่สาดแสงสีเขียวคู่นั้นจ้องมองหลินปู้ฝาน
"ฉันไม่ยอม... หลินปู้ฝาน... ฉันไม่ยอม!" เขาแผดเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่า รวบรวมเรี่ยวแรงหยดสุดท้ายขว้างดาบกางเขนยาวในมือพุ่งเข้าใส่หลินปู้ฝานอย่างแรง!
ดาบยาวแหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมเล็ก หลินปู้ฝานเพียงแค่เอียงตัวหลบเล็กน้อยโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ดาบยาวก็เฉียดเสื้อโค้ทของเขาไป
เคร้ง เสียงดังกังวาน ดาบเล่มนั้นปักลึกลงไปบนพื้นดาดฟ้าด้านหลังเขา
ส่วนบิชอป หลังจากขว้างดาบเล่มนี้ออกไป ร่างกายก็ไม่อาจฝืนทนได้อีกต่อไป เขาทรุดเข่ากระแทกพื้นอย่างแรง ฤทธิ์ของ 'เลือดเทพ' กำลังเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดแสนสาหัสถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์กลืนกินสติสัมปชัญญะเฮือกสุดท้ายของเขา ร่างกายของเขาเริ่มหดลีบ ผิวหนังแห้งเหี่ยว ร่างทั้งร่างแก่ชราลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
"ทำไม... ทำไมแกถึงไม่ยอม... รับสืบทอดเจตนารมณ์... ของฉัน..." เขาใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายพึมพำถามออกมา
นี่คือความยึดติดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา เขาเชื่อว่าหลินปู้ฝานนั้นสมบูรณ์แบบ เป็นทายาทที่พระเจ้าประทานมาให้ ทุกสิ่งที่เขาทำลงไปก็เพื่อดึงหลินปู้ฝานเข้ามาสู่โลกของเขา และทำให้เขากลายเป็น 'บิชอป' คนใหม่
หลินปู้ฝานเดินไปตรงหน้าเขา นั่งยองๆ ลง มองดูใบหน้าที่แทบจะไม่เหลือเค้าโครงความเป็นมนุษย์แล้วส่ายหน้า
"อย่ามาตลกไปหน่อยเลย" น้ำเสียงของหลินปู้ฝานแฝงไว้ด้วยความสมเพช แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือความเย็นยะเยือกเสียดกระดูก "สิ่งที่แกเรียกว่า 'ศิลปะ' มันก็แค่คำโกหกที่แกปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อปกปิดความขี้ขลาดและความไร้ความสามารถในใจแกก็เท่านั้น"
"สิ่งที่แกเรียกว่า 'การพิพากษา' มันก็แค่ละครปาหี่ที่แกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการควบคุมอย่างคนป่วยจิตของแก"
"แกไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าพลังที่แท้จริงคืออะไร และยิ่งไม่เข้าใจว่าศิลปะที่แท้จริงคืออะไร"
เขายื่นมือออกไป ตบเบาๆ ลงบนใบหน้าของบิชอปที่กำลังสูญเสียความอบอุ่นไปอย่างรวดเร็ว "ศิลปะที่แท้จริงคือการสร้างสรรค์ ไม่ใช่การทำลายล้าง และพลังที่แท้จริงคือความเป็นระเบียบ ไม่ใช่ความวุ่นวาย แกน่ะ ไม่ได้เป็นตัวอะไรเลย"
คำพูดไม่กี่ประโยคนี้เปรียบเสมือนมีดที่คมกริบที่สุด แทงทะลุกำแพงจิตใจด่านสุดท้ายของบิชอป ทุกสิ่งที่เขาภาคภูมิใจมาตลอด ทั้งความศรัทธา ความคิด และ 'ศิลปะ' ของเขาถูกหลินปู้ฝานหักล้างจนไร้ค่า
"ไม่... ไม่..." แววตาของบิชอปเลื่อนลอยโดยสมบูรณ์ ภาพความทรงจำในอดีตไหลย้อนกลับมาดั่งม้วนฟิล์ม เขาเห็น 'สาวก' ที่ถูกเขาฆ่าตายด้วยมือตัวเอง เห็นผู้พิพากษาที่ถูกเขาใช้เป็นเครื่องสังเวย เห็นผู้คนนับไม่ถ้วนที่ต้องตายในความวุ่นวายที่เขาสร้างขึ้น
บนใบหน้าของคนเหล่านั้น ไม่มีทั้งความหวาดกลัว ไม่มีความเคียดแค้น มีเพียง... การเย้ยหยัน เหมือนกับสายตาที่หลินปู้ฝานมองเขาไม่มีผิด
"ฉัน... ฉัน... ไม่ยอม... ไม่ยอม..." บิชอปเปล่งเสียงพึมพำที่ฟังไม่ได้ศัพท์ออกมาเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นศีรษะก็พับตก สิ้นลมหายใจไปอย่างสมบูรณ์
อดีตราชาแห่งนักฆ่ารุ่นก่อน ผู้ก่อตั้ง 'เฮลส์คิทเชน' ที่เคยทำให้ประเทศและองค์กรนับไม่ถ้วนต้องหวาดผวา ได้จบชีวิตลงบนดาดฟ้าของตึกที่สูงที่สุดในเมืองหลวงเช่นนี้เอง
หลินปู้ฝานลุกขึ้นยืน ล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋า เช็ดมือข้างที่เพิ่งตบหน้าบิชอปไปเมื่อครู่ จากนั้นก็โยนผ้าเช็ดหน้าทิ้งลงบนศพของบิชอปอย่างไม่แยแส
เขาเดินไปที่ริมระเบียงดาดฟ้า ทอดสายตามองเมืองเบื้องล่างที่กลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อยและสว่างไสวอีกครั้ง ลมบนที่สูงพัดเสื้อโค้ทของเขาจนปลิวไสวส่งเสียงพึ่บพั่บ
"จบเรื่องแล้ว" เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทรหาหลินเย่หยิง
"คุณชาย!" ปลายสาย เสียงของหลินเย่หยิงเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเป็นห่วงอย่างไม่อาจปิดบังได้
"จัดการคนเรียบร้อยแล้ว ให้หลิวเจี้ยนจวินพาคนขึ้นมาเก็บกวาดได้เลย" น้ำเสียงของหลินปู้ฝานยังคงราบเรียบ
"คุณ... คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?"
"ฉันจะเป็นอะไรได้ล่ะ?" หลินปู้ฝานย้อนถาม "ก็แค่เรื่องจิ๊บจ้อย"
พูดจบเขาก็วางสายไป มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากช่องบันไดหนีไฟ เป็นหลินเย่หยิงนั่นเอง เห็นได้ชัดว่าเธอยังคงไม่วางใจ จึงรีบพุ่งขึ้นมาด้วยตัวเองก่อน
เมื่อเธอผลักประตูดาดฟ้าเปิดออก และเห็นหลินปู้ฝานยืนอยู่อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ในขณะที่บิชอปกลายเป็นศพไปแล้ว เธอถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"คุณชาย" เธอรีบเดินไปหยุดอยู่ด้านหลังหลินปู้ฝาน
" 'สาวก' ที่เหลือล่ะ?" หลินปู้ฝานถาม
"จับกุมได้ทั้งหมดแล้วค่ะ ทางหลิวเจี้ยนจวินกำลังจัดการเก็บกวาดพื้นที่" หลินเย่หยิงรายงานอย่างรวบรัด "ไม่มีใครหลุดรอดไปได้เลยสักคนเดียวค่ะ"
"ดีมาก" หลินปู้ฝานพยักหน้า
'บิชอป' และ 'สาวกทั้งสิบสอง' ของเขา กองกำลังอันน่าสะพรึงกลัวที่มากพอจะสร้างพายุเลือดในประเทศขนาดกลางและขนาดเล็กใดๆ ก็ได้ กลับถูกหลินปู้ฝานกวาดล้างจนสิ้นซากอย่างง่ายดายในค่ำคืนนี้ที่เมืองหลวง
หลินเย่หยิงมองดูแผ่นหลังของหลินปู้ฝาน นัยน์ตาที่มักจะเย็นชาอยู่เสมอ บัดนี้กลับลุกโชนไปด้วยความเทิดทูนบูชาอย่างบ้าคลั่ง นี่แหละคือคุณชายของเธอ เทพเจ้าตลอดกาลของเธอ
"คุณชายคะ แล้วต่อไป..."
"กลับบ้าน นอน" หลินปู้ฝานหาวหวอด กลิ่นอายอันดุดันของราชาแห่งนักฆ่าหายวับไปในพริบตา เขากลับกลายเป็นคุณชายผู้เกียจคร้านคนเดิมอีกครั้ง
"อ้อ จริงสิ" เขาเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันกลับไปสั่งหลินเย่หยิง "เอาดาบของบิชอปเล่มนั้นกลับไปด้วย"
หลินเย่หยิงปรายตามองดาบกางเขนยาวที่ปักลึกลงไปในพื้นด้วยความไม่เข้าใจ "ก็แค่ดาบพังๆ เล่มหนึ่ง จะเอาไปทำอะไรหรือคะ?"
"ต้องมีประโยชน์สิ" หลินปู้ฝานเผยรอยยิ้มแฝงความหมายลึกซึ้ง "วัสดุดีขนาดนี้ เอาหลอมแล้วตีเป็นชุดมีดผ่าตัดให้พี่สาวฉันดีกว่า เธอจะต้องชอบแน่ๆ"
หลินเย่หยิง "..."
เธอรู้สึกว่า ถ้าบิชอปรู้เรื่องนี้ในปรโลก ได้ยินประโยคนี้เข้าคงจะโมโหจนอกแตกตายไปอีกรอบแน่ๆ แต่แบบนี้แหละถึงจะสมกับสไตล์คุณชายของเธอ ทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นหมาก ทุกสรรพสิ่งล้วนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
"รับทราบค่ะ คุณชาย"
หลินเย่หยิงเดินไปที่ดาบเล่มนั้น จับด้ามดาบ แล้วออกแรงดึง ทว่าดาบยาวกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
เธอขมวดคิ้ว เพิ่มแรงเข้าไปอีก ถึงขั้นงัดเทคนิคบางอย่างออกมาใช้ แต่ดาบยาวก็ยังคงนิ่งสนิทไม่ไหวติง
"นี่มัน..." หลินเย่หยิงค่อนข้างประหลาดใจ ดาบเล่มนี้ราวกับว่ามันงอกรากฝังลึกลงไปในพื้นซีเมนต์อย่างไรอย่างนั้น
หลินปู้ฝานเดินเข้ามา มองดูแวบหนึ่ง แล้วยื่นมือข้างหนึ่งออกไปจับด้ามดาบด้วยท่าทางสบายๆ ออกแรงดึงเบาๆ
เช้ง...
เสียงดังกังวานใสดุจมังกรร้อง ดาบกางเขนยาวที่ปักลึกลงไปในพื้นถูกเขาดึงขึ้นมาอย่างง่ายดาย
ดวงตาของหลินเย่หยิงเบิกกว้าง เมื่อกี้เธอใช้แรงไปอย่างน้อยเจ็ดส่วนยังดึงไม่ขึ้น แต่คุณชายกลับ...
หลินปู้ฝานเดาะดาบในมือวัดน้ำหนักดูสองสามที แล้วก็โยนให้หลินเย่หยิงแบบส่งๆ "ไปกันเถอะ"
เขาหมุนตัว หันหลังเดินตรงไปยังช่องบันไดหนีไฟ ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังอันสง่างาม