- หน้าแรก
- เพลย์บอยอันดับหนึ่งของเมืองหลวง
- บทที่ 210 สินเชื่อนอกระบบในรั้วมหา'ลัย
บทที่ 210 สินเชื่อนอกระบบในรั้วมหา'ลัย
บทที่ 210 สินเชื่อนอกระบบในรั้วมหา'ลัย
บทที่ 210 สินเชื่อนอกระบบในรั้วมหา'ลัย
"พี่ครับ เรื่องทางเมืองซีตูจัดการเรียบร้อยแล้ว" หลินปู้ฝานหันไปพูดกับหลินจือเซี่ย "ผมให้คนไปส่งพี่กลับปักกิ่งนะครับ"
หลินจือเซี่ยมองเขา อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปากก็กลืนมันลงไป เปลี่ยนเป็นพยักหน้าแทน
"ตกลง"
เธอลุกขึ้นเดินไปหาหลินปู้ฝาน ยื่นมือไปช่วยจัดปกเสื้อที่ยับเล็กน้อยให้เขา "ต้นไม้ที่สูงเด่นมักจะโดนลมพัดจนหักโค่น แกต้องระวังตัวให้ดีนะ!"
"วางใจเถอะครับพี่" หลินปู้ฝานยิ้ม "บนโลกใบนี้ คนที่จะทำอะไรผมได้น่ะ ยังไม่เกิดหรอก"
หลังจากส่งหลินจือเซี่ยกลับไปแล้ว หลินปู้ฝานก็ใช้เวลาแต่ละวันอยู่ในห้องสวีทของโรงพยาบาล คอยฟังรายงานจากหลินเย่หยิง จัดการเอกสารของเครือตระกูลหลินบ้าง และบางครั้งก็สั่งการเฉินซืออวี่กับซูวั่งอวี่ที่ปักกิ่ง ให้กวาดล้างขุมกำลังที่เหลืออยู่ของตระกูลหวัง
การล่มสลายของตระกูลหวัง ทำให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ในประเทศมังกร ทุกคนได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งอันหยั่งรากลึก และวิธีการอันเด็ดขาดของตระกูลหลินอีกครั้ง
ฉายา "ลูกคุณหนูจอมเสเพลอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง" ของหลินปู้ฝาน ก็เปลี่ยนความหมายไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีใครกล้ามองว่าเขาเป็นตัวตลกอีกต่อไป
สำหรับเรื่องนี้ หลินปู้ฝานไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด
เขากำลังรอ
รอให้หลินเย่หยิงหาเบาะแสของเสิ่นฮ่าวให้พบ และรอให้เฝิงเสี่ยวอวี้ส่งคดีต่อไปมาให้เขา
สามวันต่อมา เฝิงเสี่ยวอวี้ก็โทรมาตามนัด
"เจ้านาย คดีต่อไป ผมเลือกไว้ให้แล้วครับ"
"ว่ามาสิ" หลินปู้ฝานกำลังนอนเล่นเกมอยู่บนโซฟาในห้องสวีท
"คดีนี้ ผลกระทบต่อสังคมอาจจะไม่ใหญ่โตเท่าคดีก่อนหน้านี้..." เสียงของเฝิงเสี่ยวอวี้ดังมาจากสายโทรศัพท์ แฝงด้วยความหนักใจ "แต่มันมีความเลวร้ายมากครับ และวิธีการของตัวการหลัก ก็โหดเหี้ยมสุดๆ"
"หืม?" หลินปู้ฝานเริ่มสนใจ ลุกขึ้นนั่งตัวตรง "น่าสนใจดี เล่าต่อสิ"
"ชื่อคดี เราเรียกมันว่า คดี 'สินเชื่อนอกระบบชิงเฉิง' ครับ" เฝิงเสี่ยวอวี้เริ่มอธิบายรายละเอียดของคดี
"ตัวการหลักชื่อจ้าวหลง อายุสามสิบห้าปี จบมัธยมต้น มีประวัติก่อความวุ่นวายและทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนาหลายครั้ง"
"เมื่อห้าปีก่อน เขาจดทะเบียนบริษัทบังหน้าชื่อ 'บริษัทที่ปรึกษาข้อมูลชิงเฉิง' และเริ่มปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยมุ่งเป้าไปที่นักศึกษาโดยเฉพาะครับ"
"รูปแบบการทำงานของเขาเรียบง่ายมาก ก็คือการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดนั่นแหละครับ โดยใช้คำว่า 'ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน' และ 'อนุมัติไวในพริบตา' เป็นเหยื่อล่อ เพื่อดึงดูดนักศึกษาที่ไม่มีรายได้ประจำ แต่มีความต้องการใช้จ่ายสูง"
"พอนักศึกษาติดกับ พวกเขาก็จะใช้สัญญาที่ไม่เป็นธรรม และข้ออ้างเรื่องค่าธรรมเนียมต่างๆ เพื่อให้ดอกเบี้ยเงินกู้ที่แท้จริงสูงถึงห้าร้อย หรือแม้กระทั่งหนึ่งพันเปอร์เซ็นต์ขึ้นไปเลยครับ"
ฟังถึงตรงนี้ หลินปู้ฝานก็แค่นเสียงหัวเราะ "มุกเก่าๆ ไม่มีอะไรใหม่เลย"
"ใช่ครับ เจ้านาย" เฝิงเสี่ยวอวี้ตอบรับ "ถ้ามีแค่นี้ คดีนี้ก็ถือว่ายังไม่ได้เลวร้ายมากนัก แต่สิ่งที่ทำให้คดีนี้นองเลือด คือวิธีการทวงหนี้ของจ้าวหลงครับ"
"ถ้านักศึกษาคนไหนไม่มีเงินจ่าย ทีมของจ้าวหลงก็จะเข้ามาจัดการทันที"
"ขั้นแรก คือการกระหน่ำโทรศัพท์ ก่อกวนด้วยข้อความ และข่มขู่ด้วยการตัดต่อภาพ พวกเขาจะเอารูปโปรไฟล์ของนักศึกษาที่กู้เงิน ไปตัดต่อใส่รูปภาพอนาจาร แล้วส่งไปให้พ่อแม่ ครู และเพื่อนร่วมชั้น"
"ถ้าลูกหนี้ยังไม่ยอมจ่ายเงิน พวกเขาก็จะเข้าสู่ขั้นที่สอง... ตามทวงถึงที่"
ถึงตรงนี้ น้ำเสียงของเฝิงเสี่ยวอวี้ก็เข้มขึ้น "พวกเขาจะส่งคนบุกเข้าไปในห้องเรียน หรือหอพักของมหาวิทยาลัย แล้วด่าทอ ทุบตี หรือแม้แต่... ล่วงละเมิดนักศึกษาที่กู้เงินต่อหน้าทุกคน"
"พวกเขาจะบังคับให้นักศึกษาหญิงถ่ายรูปเปลือย หรือคลิปวิดีโออนาจารไว้เป็น 'หลักทรัพย์ค้ำประกัน' หรือที่เรียกกันว่า 'กู้เปลือย' ครับ"
"พอได้ของพวกนี้มา นักศึกษาเหล่านั้นก็จะกลายเป็นของเล่นในมือพวกมันอย่างสมบูรณ์"
"พวกเขาจะใช้รูปและคลิปพวกนี้ บังคับให้นักศึกษาหญิงไปทำงานขายบริการที่ร้านคาราโอเกะ หรือไนต์คลับ เพื่อเอาตัวเข้าแลกหนี้"
"เด็กผู้หญิงหลายคน ถูกพวกมันลากลงสู่ขุมนรกทีละก้าวๆ แบบนี้แหละครับ"
หลินปู้ฝานนั่งฟังเงียบๆ สีหน้าของเขาค่อยๆ เย็นชาลงเรื่อยๆ
"คนที่มาขอความช่วยเหลือเราในครั้งนี้ คือพ่อแม่ของเหยื่อรายหนึ่งครับ" เฝิงเสี่ยวอวี้พูดต่อ
"ลูกสาวของพวกเขาชื่อจางหย่า เป็นนักศึกษาชั้นปีที่สองของมหาวิทยาลัยในปักกิ่งครับ"
"เมื่อครึ่งปีก่อน เธออยากได้โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด ก็เลยไปรู้จักกับ 'โครงการชิงเฉิง' ผ่านการแนะนำของเพื่อน และกู้เงินมาห้าพันหยวน"
"ผลก็คือ ภายในเวลาแค่สามเดือน ดอกเบี้ยทบต้น หนี้ห้าพันหยวน กลายเป็นห้าหมื่นหยวน"
"เธอไม่มีปัญญาจ่ายคืน ทีมทวงหนี้ของจ้าวหลงก็เลยใช้วิธีการที่ผมเพิ่งเล่าไปนั่นแหละครับ"
"พวกมันเริ่มจากเอารูปเปลือยของจางหย่า ไปโพสต์ประจานในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัย และกลุ่มโซเชียลมีเดียต่างๆ"
"จากนั้น ก็บุกเข้าไปในหอพัก ลากตัวเธอออกไปต่อหน้ารูมเมท และขังเธอไว้หนึ่งคืน"
"ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง"
"รู้แค่ว่า วันต่อมา จางหย่ากระโดดลงมาจากดาดฟ้าหอพัก เสียชีวิตคาที่"
"เธออายุแค่สิบเก้าปีเองครับ"
เมื่อเฝิงเสี่ยวอวี้พูดประโยคสุดท้ายจบ ปลายสายก็ตกอยู่ในความเงียบงันเป็นเวลานาน
หลินปู้ฝานไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่มองดูภาพเกมที่ถูกหยุดไว้บนแท็บเล็ตเงียบๆ
ในหน้าจอ กองทัพนับพันนับหมื่นกำลังชูธงรบโบกสะบัด เขาเพียงแค่ขยับนิ้ว ก็สามารถกำหนดความเป็นความตายของกองทัพเหล่านี้ได้ แต่เกม... ก็คือเกมอยู่วันยังค่ำ ในชีวิตจริง เด็กผู้หญิงอายุสิบเก้าคนหนึ่ง ต้องจบชีวิตลงเพียงเพราะเงินห้าพันหยวน
"แล้วพ่อแม่ของเธอล่ะ?" หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง หลินปู้ฝานก็เอ่ยถามขึ้น
"พ่อแม่ของเธอเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนธรรมดาครับ หลังจากที่ลูกสาวเสียชีวิต พวกเขาก็เสียใจแทบขาดใจ และรีบไปแจ้งความทันที" เฝิงเสี่ยวอวี้ตอบ
"แล้วผลลัพธ์ล่ะ?"
"ผลลัพธ์ก็คือ... ทางตำรวจอ้างว่า 'หลักฐานไม่เพียงพอ' เลยสรุปว่าคดีนี้เป็นแค่ 'ข้อพิพาททางเศรษฐกิจ' และไม่ได้ใช้มาตรการบังคับใดๆ กับจ้าวหลงเลยครับ"
"พวกเขาทั้งไปร้องเรียน และไปยื่นฟ้องต่อศาล ทำทุกวิถีทางที่คิดออกแล้ว แต่ทางฝั่งจ้าวหลง ก็จะมีทีมทนายความมืออาชีพออกมารับหน้า และปัดความรับผิดชอบทุกอย่างให้พ้นตัวทุกครั้ง"
"ยิ่งไปกว่านั้น จ้าวหลงยังฟ้องกลับพวกเขาในข้อหา 'หมิ่นประมาทโดยเจตนา' และเรียกร้องค่าเสียหายที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงอีกต่างหาก"
"เมื่อสองเดือนก่อน พ่อของจางหย่าเหนื่อยล้าจากการวิ่งเต้นคดีจนเส้นเลือดในสมองแตก ตอนนี้ยังนอนอัมพาตครึ่งซีกอยู่ที่โรงพยาบาลเลยครับ"
"ส่วนแม่ของเธอ จากที่เคยเป็นครูมัธยมที่มีหน้ามีตา ตอนนี้ก็ตกงาน ต้องวิ่งวุ่นอยู่ระหว่างโรงพยาบาลกับบ้านทุกวัน และต้องรับจ้างทำงานรายวันเพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้สามี"
"พวกเขา... หมดหนทางแล้วจริงๆ ครับ"
"มีคนหนุนหลังสินะ?" หลินปู้ฝานถามถึงประเด็นสำคัญที่สุด
"มีครับ" เฝิงเสี่ยวอวี้ตอบอย่างมั่นใจ
"เราสืบพบว่า เบื้องหลัง 'บริษัทชิงเฉิง' ของจ้าวหลง มีแก๊งอิทธิพลมืดที่ชื่อ 'แก๊งหลงซิง' หนุนหลังอยู่ แก๊งนี้มีอิทธิพลมากในโลกใต้ดินของปักกิ่ง หัวหน้าแก๊งก็คือจ้าวหู่ พี่ชายแท้ๆ ของจ้าวหลงครับ"
"นอกจากนี้ ทีมทนายความของจ้าวหลง ก็มาจากสำนักงานทนายความชื่อดังในปักกิ่ง ที่ชื่อ 'สำนักงานทนายความจินติ่ง' ผู้ก่อตั้งสำนักงานทนายความแห่งนี้ ก็มีความสนิทสนมกับผู้บริหารระดับสูงในสำนักงานตำรวจนครบาลด้วยครับ"
"มีคนคอยหนุนหลัง ทั้งฝั่งขาวและฝั่งดำเลยสินะ" หลินปู้ฝานสรุป
"ใช่ครับ เจ้านาย"
"เพราะงั้น พ่อแม่ของจางหย่าก็เลยไม่มีที่พึ่ง ทำได้แค่มองดูฆาตกรที่ฆ่าลูกสาวตัวเองลอยนวลต่อไป"
"ยิ่งไปกว่านั้น ในสัปดาห์ที่สองหลังจากที่จางหย่ากระโดดตึก จ้าวหลงยังเอารูปเปลือยของเธอไปขู่พ่อแม่ของเธออีกครั้ง เพื่อบังคับให้พวกเขาจ่าย 'หนี้' ที่เหลือให้หมด"
"มันช่าง... วิปริตผิดมนุษย์มนาจริงๆ" ในตอนท้าย น้ำเสียงของเฝิงเสี่ยวอวี้ก็แฝงไปด้วยความโกรธแค้นที่ไม่อาจเก็บกดไว้ได้อีกต่อไป
หลินปู้ฝานฟังจบก็ไม่ได้พูดอะไร เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่
ภายนอกหน้าต่าง แสงแดดสาดส่องสว่างไสว แต่เขากลับรู้สึกว่า แสงแดดนี้มันช่างแยงตาเหลือเกิน
ในชาติที่แล้ว เขาเคยเห็นความชั่วร้ายมานับไม่ถ้วน ทั้งค้ายาเสพติด ลักลอบนำเข้าสินค้า ลอบสังหาร ก่อรัฐประหาร... เหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงินหลายหมื่นล้าน หรือชีวิตคนนับหมื่น เขาล้วนเคยสัมผัสมาแล้วทั้งสิ้น
แต่ตอนนี้ เมื่อได้ฟังเรื่องราวของเด็กผู้หญิงที่ชื่อจางหย่า เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้อนใจ
สินเชื่อนอกระบบในรั้วมหาวิทยาลัย พวกมันสมควรตายจริงๆ!
เขาถอนหายใจออกมา แล้วพูดใส่โทรศัพท์ช้าๆ ว่า
"คดีนี้... ฉันรับไว้"