เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 150 - สั่งสอนแกเหมือนสั่งสอนหมา!

บทที่ 150 - สั่งสอนแกเหมือนสั่งสอนหมา!

บทที่ 150 - สั่งสอนแกเหมือนสั่งสอนหมา!


หลังจากเหม่อลอยไปชั่วขณะ สวี่ฉู่ก็เบนสายตากลับมามองเจี่ยเฉาหยางและพวกพ้องอีกครั้ง

"ความร้ายแรงของเรื่องนี้ผมคงไม่ต้องอธิบายให้มากความแล้ว แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือบททดสอบที่แสนสาหัสมาก"

"ผมหวังว่าสหายของเราทุกคนจะเก็บความคิดเล็กคิดน้อยเอาไว้ก่อน แล้วมาร่วมกันก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ หากผมรู้ว่ามีใครแอบสร้างปัญหาในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ผมจะไม่มีทางละเว้นเด็ดขาด!"

เมื่อได้ยินคำพูดเหน็บแนมและแฝงคำขู่ของสวี่ฉู่ สีหน้าของพวกเจี่ยเฉาหยางก็เปลี่ยนเป็นย่ำแย่ลงทันที

พวกเขาฟังออก

นี่คือคำเตือนที่สวี่ฉู่มีต่อพวกเขา

แน่นอนว่า สามารถทำความเข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะหงายไพ่สู้กับพวกเขาเพื่อจัดระเบียบขั้วอำนาจในเมืองหรงโจวเสียใหม่

หากเปลี่ยนเป็นเมื่อก่อน เจี่ยเฉาหยางคงสวนกลับไปนานแล้ว แต่ตอนนี้ ...

ต่อให้เขาอยากจะพูดอะไร ก็ต้องชั่งน้ำหนักผลลัพธ์ที่จะตามมาให้ดี

เมืองหรงโจวในเวลานี้ ถูกจุดไฟลุกโชนขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่วินาทีที่วิดีโอถูกแฉออกไปแล้ว

ทั้งความโกรธเกรี้ยวของประชาชน และความกริ้วโกรธของเบื้องบน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน หากจัดการได้ไม่ดีพอ ในหมู่พวกเขาจะต้องมีใครสักคนถูกผลักออกไปเป็นแพะรับบาปแน่นอน

ไม่มีใครอยากกลายเป็นแพะรับบาปคนนั้นหรอก

ดังนั้นต่อให้ในใจของพวกเจี่ยเฉาหยางจะไม่เต็มใจแค่ไหน ในเวลานี้พวกเขาก็จำต้องยอมทนฟังคำพูดเหน็บแนมของสวี่ฉู่

"แน่นอนครับ ไม่ตัดความเป็นไปได้เรื่องการใส่ร้ายป้ายสีอย่างที่รองนายกฯ เจี่ยเพิ่งพูดไปเมื่อครู่นี้ ... "

สวี่ฉู่เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง

เจี่ยเฉาหยางเห็นสวี่ฉู่หันมามองตนกะทันหัน ในใจก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีปะทุขึ้นมา

"รองนายกฯ เจี่ย ในเมื่อคุณเป็นคนพบข้อสงสัยนี้ ถ้างั้นก็มอบหมายให้คุณเป็นคนไปจัดการก็แล้วกันนะครับ ... "

"ข้อเรียกร้องมีเพียงข้อเดียว บนพื้นฐานของความเป็นจริง คุณต้องรีบสืบสวนหาความจริงของเรื่องนี้ให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด"

เมื่อได้ยินคำพูดของสวี่ฉู่ สีหน้าของเจี่ยเฉาหยางก็ยิ่งดูไม่ได้หนักกว่าเดิม

เขาดูออกแล้ว

สวี่ฉู่กำลังพุ่งเป้าเล่นงานเขาอย่างเปิดเผย

ตอนนี้มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้คือเผือกร้อนลวกมือ ไม่ว่ามันจะไปตกอยู่ในมือใคร และไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ไม่มีใครได้ผลประโยชน์อะไรทั้งนั้น

นอกจากจะไม่ได้อะไรแล้ว ยังอาจจะโดนลงโทษทางวินัยอีกด้วย

การให้เขาไปสืบสวน พูดง่ายๆ ก็คือให้ไปสอบสวนต้วนหมิงหลง

แต่คำพูดของต้วนหมิงหลงในตอนนี้ยังจะเชื่อถือได้อยู่อีกหรือ

ไม่ว่าสุดท้ายเขาจะให้คำตอบออกมาเป็นอย่างไร โลกภายนอกก็ย่อมคิดว่ามีคนจงใจสั่งให้เขาพูดแบบนั้นอยู่ดี

ภายใต้ทัศนคติที่ถูกชี้นำไปก่อนล่วงหน้าแบบนี้ การจะทำให้โลกภายนอกเชื่อถือจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก

ประกอบกับคำว่า 'บนพื้นฐานของความเป็นจริง' ที่สวี่ฉู่ทิ้งท้ายไว้เมื่อครู่นี้ ... นี่มันคือการตัดเส้นทางถอยของเขาทิ้งทั้งหมดชัดๆ

เป็นการบอกเจี่ยเฉาหยางอย่างชัดเจนเลยว่า หลังจบเรื่องนี้ ไม่ว่ายังไงแกก็ต้องโดนลงโทษอีกหนึ่งกระทง

ทำไมถึงใช้คำว่าอีกน่ะหรือ

ก็เพราะในคดีของเจี่ยซวี่กวง เขาโดนลงโทษทางวินัยไปแล้วหนึ่งกระทงไงล่ะ

เมื่อเป็นเช่นนี้

หากต้องโดนลงโทษเพิ่มอีกหนึ่งกระทง ชีวิตข้าราชการของเขาก็ถือว่าจบเห่แล้ว แค่สามารถเกษียณลงจากตำแหน่งได้อย่างปลอดภัยก็ถือว่าสวรรค์เมตตามากแล้ว

"นายกฯ สวี่ ผม ... "

เขาเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะพูด ก็ถูกเสียงของสวี่ฉู่ขัดจังหวะขึ้นมาอีกครั้ง

"รองนายกฯ เจี่ย ผมคาดหวังในตัวคุณมาตลอดนะ ผมเชื่อว่าภายใต้การสืบสวนของคุณ เรื่องนี้จะต้องกระจ่างในเร็วๆ นี้แน่นอน"

เจี่ยเฉาหยางอยากจะด่าโคตรเหง้าอีกฝ่ายแล้วจริงๆ!

เขาจ้องมองสวี่ฉู่ ลึกเข้าไปในดวงตาเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธที่กำลังปะทุ

คาดหวังในตัวฉันงั้นหรือ

แกคาดหวังในตัวฉันแล้วมอบหมายงานที่กินแรงแต่ไม่ได้ดีแบบนี้ให้ฉันทำเนี่ยนะ

ฉันขอบคุณไปถึงบรรพบุรุษแปดชั่วโคตรของแกเลยไอ้เวร!

สวี่ฉู่มองเจี่ยเฉาหยางพลางส่งยิ้มบางๆ เป็นการส่งสัญญาณว่าอย่าเพิ่งตื่นเต้น นั่งลงก่อน ยังมีเรื่องอื่นต้องคุยกันอีก

เขาจงใจทำแบบนี้แหละ

จุดประสงค์ก็เพื่อใช้เรื่องนี้มากัดกร่อนและทำลายขั้วอำนาจของเฉินต้าซานไปทีละนิด

เจี่ยเฉาหยางในฐานะลูกน้องเบอร์หนึ่งของเฉินต้าซาน ย่อมต้องตกเป็นเป้าหมายแรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาพเหตุการณ์นี้ตกอยู่ในสายตาของทุกคน แต่ละคนต่างก้มหน้าเงียบกริบ มีเพียงเสียงหายใจฟึดฟัดด้วยความโกรธของเจี่ยเฉาหยางเท่านั้นที่ดังลอดออกมา

"นายกฯ สวี่ ผมมีเรื่องจะพูดครับ"

เจี่ยเฉาหยางปรายตามองเฉินต้าซานที่เอาแต่เงียบมาตลอด ในยามที่รู้สึกสิ้นหวัง เขาก็ตัดสินใจที่จะลองทุ่มสุดตัวดูสักตั้ง

"เรื่องนี้เต็มไปด้วยความน่าสงสัย ลำพังกำลังของผมคนเดียวเกรงว่าคงไม่สามารถทำภารกิจนี้ให้สำเร็จได้ และผมก็เชื่อว่าเรื่องนี้จะต้องมีคนคอยชักใยอยู่เบื้องหลังแน่ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ปะทุขึ้นมาได้พอดิบพอดีขนาดนี้หรอกครับ!"

สวี่ฉู่ได้ยินเช่นนั้นก็มองไปยังเจี่ยเฉาหยาง พลางส่งสัญญาณให้พูดต่อ

"ข้อแรก ทุกคนคงได้รับบทความที่โผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยบทความนั้นกันหมดแล้ว ในบทความระบุชัดเจนว่าศพที่ถูกเผาไม่ใช่ศพของสหายถังหมิงเต๋อ ตรงนี้มีจุดน่าสงสัยข้อใหญ่มาก นั่นคือใครเป็นคนเขียนบทความนี้ แล้วเขามั่นใจได้ยังไง"

"ข้อสอง บทความนั้นถูกลบไปอย่างเป็นปริศนา แต่หลังจากนั้นก็ถูกคนนำมาโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ตอีก การที่มันวนลูปไปมาแบบนี้ คนที่มีตาก็ย่อมดูออกว่านี่คือการชิงไหวชิงพริบของขั้วอำนาจสองฝ่าย แล้วพวกเขาสองฝ่ายคือใครกัน"

"ข้อสุดท้าย การถูกแฉของวิดีโอคลิปนี้ยิ่งดูน่าประหลาดใจที่สุด และเนื้อหาข้างในก็ชวนให้ต้องขบคิดอย่างหนัก ต้วนหมิงหลงบอกกับหวังเฟิงด้วยปากของตัวเองว่าสหายหยานเซียวเฟิงเป็นคนเอารายงานผลการตรวจนั้นมาให้เขา ถ้าอย่างนั้นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดก็เกิดขึ้นแล้ว ... หยานเซียวเฟิงทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร แล้วหวังเฟิงมีบทบาทอะไรในเรื่องราวทั้งหมดนี้ ในเมื่อเขาเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่แรกเริ่ม ถ้าอย่างนั้นจุดเริ่มต้นและกระบวนการทั้งหมดของเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาหรือเปล่า"

เจี่ยเฉาหยางร่ายยาวรวดเดียวจนจบ

ตอนแรกเขาคิดว่าสวี่ฉู่จะแสดงท่าทีเปลี่ยนไปบ้าง แต่ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เลยแม้แต่น้อย

ไม่เพียงแต่ไม่ตอบสนอง แต่กลับเงยหน้าขึ้นมาปรายตามองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม

จากสายตาของอีกฝ่ายเมื่อครู่นี้ เขาสัมผัสได้ถึงความอัปยศอดสู เพราะนั่นคือสายตาที่ใช้มองคนโง่ชัดๆ

"รองนายกฯ เจี่ย ก่อนที่จะตอบคำถามของคุณ ผมขอถามคุณสักคำถามก่อนก็แล้วกันนะครับ"

สวี่ฉู่เอ่ยปาก เปลือกตาของเจี่ยเฉาหยางกระตุกยิกๆ

"รองนายกฯ เจี่ย เรื่องความสามารถผมจะขอละไว้ไม่พูดถึงก่อนก็แล้วกัน แต่ก่อนหน้านี้คุณก็นั่งอยู่ในตำแหน่งนี้มาตั้งเจ็ดแปดปีแล้ว อย่างน้อยคุณก็น่าจะมีวิจารณญาณและสายตาที่เฉียบแหลมขั้นพื้นฐานอยู่บ้างใช่ไหมล่ะครับ"

คำพูดของสวี่ฉู่ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน มวลอากาศเย็นยะเยือกแผ่กระจายไปทั่วห้อง

คำพูดประโยคนี้ของสวี่ฉู่แทงทะลุจุดอ่อนของเจี่ยเฉาหยางอย่างไม่ต้องสงสัย และประโยคสุดท้ายยิ่งยกระดับกลายเป็นการโจมตีตัวบุคคลโดยตรง

"นายกฯ สวี่ คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ"

เจี่ยเฉาหยางสีหน้าเย็นชา เขาจ้องมองสวี่ฉู่พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

"คุณยังมีหน้ามาถามผมอีกหรือว่าหมายความว่ายังไง"

"บทความนั่นใครเป็นคนเขียน คุณไม่ได้ดูชื่อคนเขียนเลยหรือไง บนนั้นเขียนคำว่า 'หวังเฟิง' ไว้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร หรือว่าดวงตาของคุณมันมีไว้แค่ประดับตกแต่งกันล่ะ"

"รองนายกฯ เจี่ย ถ้าคุณแก่แล้วสายตาฝ้าฟาง ก็ยื่นเรื่องต่อองค์กรได้เลยนะ ผมจะอนุมัติให้คุณลางานไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอง!"

โหด!

โหดเหี้ยมมาก!

คำพูดประโยคนี้ของสวี่ฉู่ถือเป็นการหักหน้าเจี่ยเฉาหยางอย่างไม่เหลือชิ้นดีเลยจริงๆ

ท่ามกลางความตกตะลึง ทุกคนต่างพากันเปิดดูบทความนั้นอีกครั้ง และก็เห็นว่าที่ด้านล่างสุดมีคำว่าหวังเฟิงเขียนกำกับเอาไว้อย่างชัดเจน

เมื่อเห็นดังนั้น ในแววตาของทุกคนก็ฉายความประหลาดใจออกมา ทำไมก่อนหน้านี้พวกเขาถึงไม่ทันสังเกตเห็นกันนะ

ใบหน้าของเจี่ยเฉาหยางในตอนนี้ดำมืดราวกับก้นหม้อ มืดมนจนไม่รู้จะมืดมนยังไงได้อีกแล้ว

เขามั่นใจว่าตอนที่เขาอ่านครั้งแรกมันไม่มีชื่อนี้อยู่อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ ...

เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่า นี่คือลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่หวังเฟิงจงใจวางเอาไว้ เขาจงใจใส่ชื่อตัวเองไว้ที่ท้ายบทความในเวอร์ชันสุดท้ายที่ถูกอัปโหลดขึ้นไป พร้อมกับมั่นใจว่าคนที่เคยอ่านเวอร์ชันแรกๆ ไปแล้ว จะไม่มีทางกลับมาเปิดอ่านซ้ำอีกแน่นอน ...

"นอกจากนี้ เกี่ยวกับคำถามที่สองของคุณ ผมก็สามารถตอบคุณได้เหมือนกัน หวังเฟิงหลังจากได้เห็นรายงานผลการตรวจทางนิติเวชและศพแล้ว เขาก็ย่อมต้องคิดว่าศพที่ถูกเผาไปไม่ใช่ศพของถังหมิงเต๋อ ตรรกะง่ายๆ แค่นี้ ยังต้องให้ผมสอนคุณอีกหรือ"

เจี่ยเฉาหยางถูกตอกกลับจนเถียงไม่ออก สีหน้าสลับซีดสลับเขียวดูไม่ได้เอาเสียเลย

"และอีกอย่าง ขั้วอำนาจสองฝ่ายที่กำลังชิงไหวชิงพริบกันที่คุณกังวลนักกังวลหนา มันยังไม่ชัดเจนพออีกหรือไง วิดีโอของต้วนหมิงหลงยังให้คำตอบคุณไม่ได้อีกหรือ"

สวี่ฉู่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง เจี่ยเฉาหยางในตอนนี้แทบอยากจะมุดลงไปใต้โต๊ะให้รู้แล้วรู้รอด

ขายขี้หน้าชะมัด!

"นายกฯ สวี่ ขอโทษด้วยครับ เป็นเพราะผมสังเกตไม่ละเอียดพอ ผมขอทบทวนความผิดของตัวเอง และขอโทษคุณด้วยครับ ... "

"คนที่คุณต้องขอโทษไม่ใช่ผม แต่เป็นทุกคนต่างหาก เพราะความโง่เขลาของคุณ ทำให้ทุกคนต้องเสียเวลา ... "

การด่าทออย่างไม่ไว้หน้าของสวี่ฉู่ทำให้เจี่ยเฉาหยางก้มหน้าเงียบกริบ ภายในใจยิ่งเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก

"เอาล่ะ ต่อไปเรามาถกกันเรื่องที่สอง"

"ทุกคนคงจะสังเกตเห็นแล้วใช่ไหมว่าในทีมของเรามีคนหายไปคนหนึ่ง ... "

สวี่ฉู่เอ่ยปากและเริ่มเปิดประเด็นถัดไปในทันที

วินาทีนี้

สวี่ฉู่ได้กลายเป็นผู้นำของการประชุมครั้งนี้ไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ รัศมีที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาได้บดบังเฉินต้าซานที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานไปจนหมดสิ้น

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 150 - สั่งสอนแกเหมือนสั่งสอนหมา!

คัดลอกลิงก์แล้ว