เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 - ชดใช้ความไม่ซื่อสัตย์

บทที่ 70 - ชดใช้ความไม่ซื่อสัตย์

บทที่ 70 - ชดใช้ความไม่ซื่อสัตย์


พร้อมกับเสียงตะโกน จ้าวจื่อฮวาก็กระโจนตัวพุ่งเข้าใส่และทับร่างของอีกฝ่ายจนล้มลง นั่นทำให้การลอบโจมตีของหมอนั่นไม่สำเร็จ ไม่อย่างนั้นหากท่อนเหล็กนั้นฟาดลงมา ต่อให้หวังเฟิงไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัสแน่

"น่าเสียดาย!"

คนในเงามืดเห็นดังนั้นก็ตะโกนออกมาด้วยความเสียดาย ทว่าก็ดูออกว่าจ้าวจื่อฮวานั้นรับมือยากกว่า

คนที่เหลือเห็นแบบนั้นก็พากันกรูเข้ามาอีกครั้ง

เพียงชั่วพริบตาเดียว โดยมีหวังเฟิงและจ้าวจื่อฮวาเป็นศูนย์กลาง บนพื้นก็มีร่างคนนอนร้องโอดโอยอยู่ไม่ต่ำกว่าสิบคน

คู่ต่อสู้ล้มร่วงไปไม่น้อย แต่สภาพของหวังเฟิงกับจ้าวจื่อฮวาก็ไม่ได้ดูดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่

ทั้งสองคนต่างก็มีเลือดออกตามตัว

อย่างไรเสียน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ สองมือหรือจะสู้สี่มือ ต่อให้พวกเขาจะมีฝีมือเหนือกว่าพวกนักเลงเหล่านี้ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ยังเสียเปรียบอยู่ดี

"พี่เขย ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปไม่รอดแน่ เดี๋ยวผมจะถ่วงเวลาพวกมันไว้ พี่หาจังหวะหนีไปนะ"

จ้าวจื่อฮวาปรายตามองกลุ่มนักเลงที่กำลังล้อมกรอบเข้ามาอีกครั้ง แล้วเอ่ยปากบอกหวังเฟิง

"เป้าหมายของพวกมันคือฉัน นายรีบหนีไปเถอะ!"

หวังเฟิงรู้ดีว่าวันนี้ตัวเองคงจะรอดยากแล้ว เขาตบไหล่จ้าวจื่อฮวา

"จื่อฮวา ขอบใจนายมากนะ!"

คำขอบคุณนี้หวังเฟิงกล่าวออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

"พี่เขย ... "

"ถ้านายยังเห็นฉันเป็นพี่เขยนายอยู่ล่ะก็ เชื่อฟังฉัน รีบหนีไป!"

หวังเฟิงตวาดลั่น จ้าวจื่อฮวากลับส่ายหน้าปฏิเสธ

"จุ๊ๆ ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ฉันดูแล้วแทบจะน้ำตาไหลเลยล่ะ"

คนในเงามืดส่งเสียงดังขึ้นอีกครั้ง

ทว่าวินาทีต่อมา น้ำเสียงของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ

"วางใจเถอะ วันนี้พวกแกสองคนไม่มีใครหนีรอดไปได้หรอก ที่นี่แหละจะเป็นหลุมฝังศพของพวกแก!"

"ฆ่าพวกมันซะ ให้คนละหนึ่งล้าน!"

การปะทะเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง เพียงไม่นาน บนร่างของหวังเฟิงและจ้าวจื่อฮวาก็เริ่มมีบาดแผลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

หวังเฟิงโดนท่อนเหล็กฟาดเข้าที่ต้นขา ส่วนจ้าวจื่อฮวาก็ถูกฟาดเข้าที่หัวไหล่

แต่โชคยังดีที่เหลือนักเลงที่ยังพอยืนไหวอยู่ไม่ถึงห้าคนแล้ว

"ดูเหมือนว่าสวรรค์จะยังไม่ต้องการชีวิตฉันนะ!"

หวังเฟิงคำราม รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งทะยานออกไป จ้าวจื่อฮวาเห็นดังนั้นก็ตะโกนก้องแล้วพุ่งตามเข้าไปสมทบ

พลั่ก พลั่ก พลั่ก!

หลังจากเสียงกระแทกดังทึบๆ อีกหลายครั้ง กลุ่มนักเลงก็พากันล้มลงไปกองกับพื้นจนหมดสภาพ หวังเฟิงและจ้าวจื่อฮวาทิ้งตัวลงนั่งพิงกันบนพื้นดิน

หวังเฟิงเงยหน้ามองโดรน เขารู้ดีว่าคนที่อยู่เบื้องหลังกำลังจับตาดูภาพนี้อยู่ตลอด

"เฮ้ย ทำให้แกผิดหวังหรือเปล่าล่ะ?"

หวังเฟิงหยัดกายลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล เขาจ้องมองโดรนด้วยสายตาเย็นชา

"ฉันเคยบอกไปแล้วไง ตราบใดที่ฉันยังไม่ตาย ไม่ว่าแกจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ฉันก็จะลากคอแกออกมาให้ได้"

จ้าวจื่อฮวาเองก็ลุกขึ้นยืนโอนเอนมายืนเคียงข้างหวังเฟิง ทั้งสองจ้องมองโดรนด้วยความโกรธแค้น

"หึหึ!"

คนในเงามืดส่งเสียงออกมาอีกครั้ง

ตอนแรกเขาส่งเสียงหัวเราะอย่างประหลาด ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่นออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"หวังเฟิง แกไม่คิดว่าตอนนี้จะพูดคำนี้มันยังเร็วไปหน่อยหรือ?"

"ในเมื่อตัดสินใจจะฆ่าแกแล้ว แกคิดว่านอกจากพวกสวะพวกนี้แล้ว ฉันจะไม่มีไพ่ใบอื่นอีกหรือไง?"

"แกไม่แปลกใจเลยหรือไงว่าทำไมเวลาผ่านไปตั้งนานขนาดนี้ ตำรวจถึงยังไม่มาสักที? ก๊ากๆ!"

เมื่อได้ยินสิ่งที่คนในเงามืดพูด หวังเฟิงก็ขมวดคิ้วแน่น

สิ่งที่อีกฝ่ายพูดก็มีเหตุผล

ตามหลักแล้วเขาเพิ่งออกจากลวี่โจวมาได้ไม่นาน นับรวมกับเวลาที่เสียไปเมื่อครู่ อย่างมากก็แค่หนึ่งชั่วโมง

หากกะเวลาครึ่งชั่วโมง ยังไงตำรวจก็ต้องใกล้จะมาถึงแล้ว

แต่ตอนนี้กลับไม่ได้ยินความเคลื่อนไหวใดๆ เลย

"พี่เขย หรือว่าจะเป็น ... "

หวังเฟิงส่ายหน้า เขารู้ว่าจ้าวจื่อฮวาต้องการจะพูดอะไร ด้วยความที่เขารู้จักนิสัยของถานเฟย อีกฝ่ายไม่น่าจะและไม่กล้าทำเรื่องแบบนี้แน่

แต่การที่ตำรวจยังไม่มาปรากฏตัวเสียที ก็ทำให้เขารู้สึกไม่เข้าใจอยู่ดี

"ให้คนของแกออกมาให้หมดเถอะ!"

หวังเฟิงเงยหน้ามองโดรน ราวกับว่าเขาสามารถมองทะลุไปเห็นคนในเงามืดได้ น้ำเสียงของเขาดุดันเฉียบขาด

"อย่าเพิ่งใจร้อนสิ ฉันจะให้แกฟังเสียงอะไรก่อน"

ไม่นานนัก เสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดก็ดังลอดออกมาจากโดรน หวังเฟิงได้ยินแล้วก็ม่านตาหดเกร็ง ลมหายใจหอบถี่ขึ้นในเสี้ยววินาที

เสียงนี้ ... เป็นเสียงของถังหมิงเต๋อ!

"ไอ้สารเลว พวกแกทำอะไรลงไป?"

หวังเฟิงตวาดลั่น แทบอยากจะกระชากตัวคนที่อยู่เบื้องหลังออกมากระทืบให้ตายคามือ

เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าก่อนตายถังหมิงเต๋อต้องเผชิญกับอะไรบ้าง แต่มั่นใจได้เลยว่ามันต้องเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสแน่ๆ

"หึหึ ไม่ได้ทำอะไรมากมายหรอก พวกเราก็แค่ทุบนิ้วมือของมันจนหักทีละนิ้ว แล้วก็ถอนนิ้วเท้าของมันออกมาทีละนิ้วก็เท่านั้นเอง"

"อ๊าก! ฉันจะฆ่าแก!"

หวังเฟิงแผดเสียงคำราม เขวี้ยงกระบองยางในมือเข้าใส่โดรน ทว่าคนในเงามืดก็บังคับโดรนให้บินหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว

"แค่นี้ก็รับไม่ไหวแล้วหรือ?"

"งั้นแกก็อ่อนหัดกว่าไอ้แก่นั่นเยอะเลยนะ มันอึดกว่าแกตั้งเยอะแน่ะ"

หวังเฟิงจ้องมองโดรนเขม็ง รังสีอำมหิตในดวงตาแทบจะแปรเปลี่ยนเป็นรูปร่าง

เขาแอบสาบานกับตัวเองในใจว่าจะต้องลากคอคนคนนี้ออกมาให้ได้ และจะสนองคืนทุกสิ่งที่มันทำลงไปอย่างสาสม

"เอาแบบนี้ดีไหม พวกเรามาทำข้อตกลงกัน แกเอาของชิ้นหนึ่งมาให้ฉัน แล้วฉันจะปล่อยคนที่อยู่ข้างๆ แกไป เป็นไงล่ะ?"

หวังเฟิงอ้าปากเตรียมจะพูด แต่กลับพบว่าบนหน้าอกของจ้าวจื่อฮวามีจุดสีแดงปรากฏขึ้นมาหนึ่งจุด

เขารู้ได้ทันทีว่ามันคืออะไร ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีไปอย่างรวดเร็ว

"แกต้องการอะไร?"

หวังเฟิงเอ่ยปาก เขาต้องตั้งสติให้เยือกเย็นเข้าไว้ ไม่อย่างนั้นวันนี้ทั้งเขาและจ้าวจื่อฮวาจะไม่มีใครรอดไปได้แน่

"ไอ้แก่นั่นฝากอะไรไว้ให้แก แกก็แค่เอามันมาให้ฉัน มันก็ง่ายๆ แค่นี้แหละ!"

หวังเฟิงได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว

หรือว่าคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดจะเป็นคนของเฉินต้าซาน?

แต่ที่มันทำแบบนี้ ไม่กลัวเบื้องบนจะเอาผิดหรือยังไง?

"เลิกเดาสุ่มสี่สุ่มห้าได้แล้ว ไอ้สวะอย่างเฉินต้าซานยังไม่มีค่าพอให้ฉันเชื่อฟังคำสั่งมันหรอก แกแค่ตอบมาว่าตกลงรับเงื่อนไขของฉันหรือเปล่าก็พอ"

คำพูดของคนในเงามืดทำให้หวังเฟิงรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก คนในเงามืดก็พูดแทรกขึ้นมาอีก

"ฉันให้เวลาแกคิดสามนาที ถ้าหมดเวลาแล้วแกยังไม่ให้คำตอบ ฉันก็จะยิงขามันก่อนหนึ่งข้าง ตามด้วยขาอีกข้าง ... และก็ต่อไปเรื่อยๆ แกน่าจะเข้าใจความหมายของฉันใช่ไหม?"

"เอาล่ะ ตอนนี้เริ่มนับถอยหลังได้ ... "

เสียงติ๊กต่อกๆ ดังออกมาจากโดรน เมื่อได้ยินเสียงเวลาที่ค่อยๆ เดินผ่านไปทีละนาทีทีละวินาที สีหน้าของหวังเฟิงก็ย่ำแย่ลงจนถึงขีดสุด

"พี่เขย พี่ไม่ต้องห่วงผมหรอก ถ้าผมต้องตายไปเพราะเรื่องนี้ อย่างน้อยๆ ผมก็น่าจะได้เหรียญกล้าหาญชั้นที่สองมาครองเชียวนะ?"

เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวจื่อฮวา หวังเฟิงก็รู้สึกจมูกแสบร้อนขึ้นมา

เขาไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะถูกบีบคั้นจนถึงขั้นนี้

อุตส่าห์หลงคิดว่าตัวเองกระโดดหลุดพ้นออกมาจากกระดานหมากแล้วแท้ๆ คิดไม่ถึงเลยว่ายังคงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของคนอื่นอยู่ดี

"นาทีสุดท้าย!"

เสียงของคนในเงามืดลอยมา หวังเฟิงปรายตามองจ้าวจื่อฮวา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองโดรน

"ฉันให้แกได้ แต่ฉันต้องเห็นเขาออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัยเสียก่อน"

หวังเฟิงพูดขึ้น "อีกอย่าง ของนั่นไม่ได้อยู่กับฉัน ฉันต้องกลับไปเอามาให้แก มันอยู่ที่บ้านฉัน"

เมื่อได้ยินหวังเฟิงพูดเช่นนั้น คนในเงามืดก็เงียบไป

ดูเหมือนกำลังชั่งใจว่าคำพูดของหวังเฟิงจริงหรือเท็จ หรือบางทีอาจจะกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะให้คนไปเอามาดีหรือไม่

เนิ่นนานผ่านไป ...

ปัง!

แขนขวาของจ้าวจื่อฮวาทิ้งตัวห้อยต่องแต่งลงมา

หวังเฟิงเห็นดังนั้นก็แผดเสียงตวาดลั่นทันที "แกทำบ้าอะไรเนี่ย?"

"หวังเฟิง นี่คือราคาที่แกต้องจ่ายสำหรับความไม่ซื่อสัตย์ ฉันให้คนไปตรวจสอบมาแล้ว ที่บ้านแกไม่มีอะไรเลย!"

วิ้ง!

หวังเฟิงรู้สึกเหลือเชื่อจนบรรยายไม่ถูก

เวลาแค่ไม่ถึงหนึ่งนาทีสั้นๆ อีกฝ่ายให้คนไปรื้อค้นบ้านของเขามาเรียบร้อยแล้วงั้นหรือ?

"ฉันจะให้โอกาสแกแก้ตัวใหม่อีกครั้ง ถ้ายังเล่นลิ้นไม่ซื่อสัตย์อีกล่ะก็ ครั้งหน้าเป้าหมายก็คือแขนอีกข้างของมัน"

วินาทีนี้ หวังเฟิงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 70 - ชดใช้ความไม่ซื่อสัตย์

คัดลอกลิงก์แล้ว