- หน้าแรก
- เกมอำนาจซ่อนคมกับปฏิบัติการล้างบางมาเฟียด้วยแฟ้มลับพลิกชะตา
- บทที่ 21 - เสียงปืนลั่นในลานจอดรถ
บทที่ 21 - เสียงปืนลั่นในลานจอดรถ
บทที่ 21 - เสียงปืนลั่นในลานจอดรถ
ห้องสอบสวนกรมตำรวจเมือง
เกาหยางมองหวังหลงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในมือของเขาถือเครื่องบันทึกเสียง ซึ่งกำลังเปิดบทสนทนาระหว่างหวังหลงกับหลี่เฉียงเมื่อคืนนี้
"ผู้จัดการหวัง เรื่องเมื่อคืนนี้ผมหวังว่าคุณจะสารภาพมาตามตรง มิฉะนั้นคุณก็น่าจะรู้ดีว่าการใส่ร้ายข้าราชการของรัฐจะส่งผลกระทบอะไรต่อคุณบ้าง"
ฝั่งตรงข้ามหวังหลงนั่งตัวเกร็ง เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผากเช็ดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมแห้ง ไอ้ระยำหลี่เฉียง แกบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีทางพลาดไม่ใช่หรือไง ทำไมอีกฝ่ายถึงมีคลิปเสียงตอนคุยกันได้
เขามองเครื่องบันทึกเสียงในมือเกาหยาง ร่างกายชาหนึบไปหมด
"ผู้กองเกา ผม ... "
หวังหลงโอดครวญในใจ แต่ทว่าเขามีจุดอ่อนถูกซูเวยถือไหว้ ในชั่วขณะนั้นจึงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
"หวังหลง ดูเหมือนคุณจะไม่พร้อมให้ความร่วมมือ ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ... จื่อฮวา พาตัวเขาลงไป เอาเครื่องบันทึกเสียงนี้ส่งให้ทางอัยการ ... "
เมื่อเห็นท่าทีของเกาหยาง หวังหลงก็รีบปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผากแล้วชิงพูดขึ้นมา
"ผมบอกแล้ว ผมยอมบอกทั้งหมด"
"ไม่จำเป็นแล้วล่ะ หากเป็นแค่ปัญหาของคุณเพียงคนเดียว พวกเราได้สืบสวนจนกระจ่างหมดแล้ว การมีส่วนร่วมในการใส่ร้ายข้าราชการของรัฐเป็นเรื่องที่ดิ้นไม่หลุด ไม่มีความจำเป็นต้องมาเปลืองน้ำลายอยู่ที่นี่อีก"
คำพูดของเกาหยางทำให้หวังหลงหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย แต่ไม่นานเขาก็จับช่องโหว่ในคำพูดของเกาหยางได้
"คุณตำรวจ ผมมีเรื่องอื่นจะแจ้งให้ทราบ เป็นเรื่องของผู้อำนวยการซูครับ"
"ผู้อำนวยการซู ผู้อำนวยการซูคนไหน"
"ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการตรวจสอบวินัย ซูเวยครับ"
เกาหยางและจ้าวจื่อฮวาสบตากัน ต่างฝ่ายต่างเห็นความตกตะลึงในแววตาของอีกฝ่าย
บัดซบ โดนไอ้เด็กหวังเฟิงนั่นโชว์เหนือใส่อีกแล้ว
"พูดมา"
เกาหยางนั่งลงอีกครั้งด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ครู่ต่อมา
เกาหยางมองคำให้การของหวังหลงในมือพลางขมวดคิ้วแน่น
ไม่ใช่เพราะมันไม่มีประโยชน์ แต่เป็นเพราะรายชื่อบุคคลที่เข้าไปพัวพันในเรื่องนี้มีมากเกินไป
มากจนเขาไม่กล้าส่งมอบออกไปสุ่มสี่สุ่มห้า
กริ๊ง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นหวังเฟิงที่โทรมา
"เป็นไง ได้ของมาหรือยัง"
เมื่อได้ยินเสียงเรียบเรื่อยของหวังเฟิงจากปลายสาย เกาหยางก็ลอบกลืนน้ำลาย ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอย่างไรดี
"ดูเหมือนว่าจะสำเร็จแล้วสินะ"
เสียงของหวังเฟิงดังขึ้นอีกครั้ง ในที่สุดเกาหยางก็ยอมเปิดปาก
"คุณรู้แต่แรกแล้วใช่ไหมว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้"
เมื่อได้ยินเกาหยางถามเช่นนั้น หวังเฟิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะมีเสียงหัวเราะดังตามมา
"ผู้กองเกา คุณก็ประเมินผมสูงเกินไป ยังไงเสียผมก็ไม่ใช่ผู้หยั่งรู้ดินฟ้าหรอก จริงไหม"
"แต่ว่า ... "
เกาหยางอยากจะถามเหลือเกินว่า แล้วทำไมถึงให้เขาสอบสวนผู้จัดการก่อนแทนที่จะไปตามหาผู้หญิงคนนั้นล่ะ
ไม่ใช่ว่ากลัวผู้จัดการจะถูกฆ่าปิดปากไปก่อนหรอกหรือ
"พวกเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือ"
คำพูดของหวังเฟิงทำให้เกาหยางเงียบไปอีกครั้ง ในวินาทีนี้เขามีคำถามมากมายที่อยากจะถามหวังเฟิงให้รู้เรื่อง แถมยังนึกไปถึงข่าวลือก่อนหน้านี้
ได้ยินมาว่าในมือของหวังเฟิงมีเอกสารลับสุดยอดอยู่ฉบับหนึ่ง ในนั้นบันทึกเรื่องราวการทำผิดกฎหมายของพวกเฉินต้าซานเอาไว้
เดิมทีเขายังแอบสงสัยอยู่บ้าง แต่หลังจากการสอบสวนหวังหลงเสร็จสิ้น เขาก็เริ่มจะเชื่อข่าวลือนั้นขึ้นมานิดหน่อยแล้ว
มิเช่นนั้นอีกฝ่ายจะสามารถคาดการณ์ได้แม่นยำขนาดนี้ได้อย่างไร ...
ติ๊ง!
ในขณะที่เกาหยางกำลังเหม่อลอย โทรศัพท์ของหวังหลงก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วก็ต้องม่านตาหดแคบลง
"หลี่เฉียงนัดหวังหลงเจอกันคืนนี้"
เมื่อได้ยินเกาหยางพูด หวังเฟิงกลับดูไม่แปลกใจเลยสักนิด หนำซ้ำยังพูดแซวกลับมาประโยคหนึ่ง
"ปลาติดเบ็ดแล้ว โอกาสสร้างผลงานของคุณมาถึงอีกแล้วนะ"
เกาหยางเพิ่งจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง หวังเฟิงก็รีบเสริมขึ้นมาทันท่วงที
"อย่าลืมพกอาวุธไปให้พร้อมล่ะ ไม่แน่อาจจะได้ใช้ก็ได้"
สีหน้าของเกาหยางเปลี่ยนไปทันที เขามองหวังหลงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด
...
ปัง!
เสียงปืนดังกึกก้องขึ้นในลานจอดรถที่เงียบสงัด
"หลี่เฉียง ไอ้สารเลว แกไม่ใช่คน ฉันอุตส่าห์หวังดีกับแก แกกลับคิดจะฆ่าฉัน!"
ลานจอดรถใต้ดินภัตตาคารฮ่าวเยวี่ย
หวังหลงขดตัวอยู่หลังเสา แหงนหน้าตะโกนด่าทอด้วยความโกรธแค้น
หลี่เฉียงเองก็หลบอยู่หลังเสาอีกต้นหนึ่งด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ
นักฆ่า!
มันมาเพื่อฆ่าหวังหลง
ในชั่วพริบตานั้นเขาพลันนึกถึงคำพูดที่ซูเวยบอกกับตนเมื่อตอนกลางวัน
"หากเรื่องแดงขึ้นมา ซูเวยจะถือว่าไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กับเรื่องนี้ทั้งสิ้น"
ตอนแรกเขายังไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงพูดแบบนั้น แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
อีกฝ่ายคิดแผนการก้าวต่อไปไว้ล่วงหน้าแล้ว และตัดสินใจให้เขาเป็นแพะรับบาป
ทำไมกัน
เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมซูเวยถึงต้องทำกับเขาแบบนี้ หรือว่าไม่กลัวเขาจะหักหลังงั้นหรือ
"หวังหลง ฉันเองก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน!"
หลี่เฉียงตะโกนลั่น เขาคิดทะลุปรุโปร่งแล้ว พร้อมกับรู้สึกเสียใจที่ตอนกลางวันดันตอบตกลงให้ซูเวยส่งคนไปรับพ่อแม่ของตน
อ๊าก!
เขาคำรามเสียงต่ำในลำคอ ในใจก่นด่าโคตรเหง้าศักราชของซูเวยไปถึงสิบแปดชั่วโคตร แต่ทว่าตอนนี้เขาไม่มีโอกาสหนีออกไปจากที่นี่เลย
"ไสหัวไปให้พ้นไอ้เวร!"
หวังหลงด่ากราด ตอนนี้ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ไม่มีทางเชื่อใจหลี่เฉียงอีกแล้ว
"ไอ้ระยำ ฝากไว้ก่อนเถอะ ออกไปได้เมื่อไหร่ฉันจะเอาเรื่องเลวทรามที่แกทำไปฟ้องคณะกรรมการตรวจสอบวินัยให้หมด"
เสียงของหวังหลงดังก้องไปทั่วลานจอดรถ ทำให้หลี่เฉียงใจสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
เขาจินตนาการได้เลยว่าหากหวังหลงพูดจริงทำจริง สิ่งที่รอเขาอยู่เบื้องหน้าจะเป็นเช่นไร
"หวังหลง ไม่ใช่ฉันจริงๆ นายต้องเชื่อฉันนะ"
"ไปลงนรกซะไป!"
สิ่งที่ตอบรับเขามีเพียงเสียงด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยวของหวังหลงเท่านั้น
นักฆ่านั่นเห็นได้ชัดว่าพุ่งเป้ามาที่เขา เขาถามตัวเองแล้วว่าช่วงนี้นอกจากหลี่เฉียง เขาก็ไม่ได้ไปล่วงเกินใครที่ไหน
ส่วนเหตุผลที่หลี่เฉียงต้องทำแบบนี้ เขาก็พอจะเดาออก มันก็แค่การฆ่าปิดปากเท่านั้นแหละ
"ปัง!"
กระสุนอีกนัดพุ่งเจาะเข้าที่เสาด้านหลังที่หวังหลงพิงอยู่ ร่างของหวังหลงสะดุ้งโหยง แทบจะฉี่ราดรดกางเกง
"ลูกพี่ มันจ้างคุณมาเท่าไหร่ ผมให้สองเท่าเลยดีไหม ขอแค่คุณอย่าฆ่าผม เป็นไง"
หวังหลงหลบอยู่หลังเสาแล้วร้องขอชีวิต แต่เหลาโม่ไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่เดินตามเสียงเข้ามาหาเขาทีละก้าวๆ
"ปัง!"
กระสุนยิงมาอีกนัด หวังหลงตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ร่างกายอ่อนปวกเปียกไปหมด
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลังขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ หัวใจของหวังหลงก็แทบจะกระดอนหลุดออกมาจากคอหอย
"หยุดนะ ตำรวจ อย่ายขยับ!"
ทันใดนั้นเสียงตะโกนดุดันก็ดังมาจากด้านหลังเหลาโม่ กลุ่มตำรวจที่มีเกาหยางเป็นผู้นำกำลังจ้องมองแผ่นหลังของเหลาโม่และเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่
"ช่วยด้วย พวกคุณบอกว่าจะคุ้มครองผมนี่ ... "
เมื่อหวังหลงได้ยินเสียงของเกาหยางก็รีบร้องขอความช่วยเหลือทันที เกาหยางขมวดคิ้ว สายตาจ้องเขม็งไปที่เหลาโม่ พร้อมกับส่งสัญญาณให้คนอื่นๆ อ้อมไปช่วยหวังหลงจากทั้งสองฝั่ง
เหลาโม่มีสีหน้าไร้อารมณ์ เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากเกาหยางที่อยู่ด้านหลัง จึงค่อยๆ ย่อตัวลง
"วางปืนลง แล้วเอามือประสานท้ายทอย!"
เกาหยางตะโกนสั่ง สองเท้าขยับเล็กน้อยเตรียมจะเข้าไปปลดอาวุธเหลาโม่
"หัวหน้า ระวัง!"
"ปัง!"
[จบแล้ว]