เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 - เสียงปืนลั่นในลานจอดรถ

บทที่ 21 - เสียงปืนลั่นในลานจอดรถ

บทที่ 21 - เสียงปืนลั่นในลานจอดรถ


ห้องสอบสวนกรมตำรวจเมือง

เกาหยางมองหวังหลงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในมือของเขาถือเครื่องบันทึกเสียง ซึ่งกำลังเปิดบทสนทนาระหว่างหวังหลงกับหลี่เฉียงเมื่อคืนนี้

"ผู้จัดการหวัง เรื่องเมื่อคืนนี้ผมหวังว่าคุณจะสารภาพมาตามตรง มิฉะนั้นคุณก็น่าจะรู้ดีว่าการใส่ร้ายข้าราชการของรัฐจะส่งผลกระทบอะไรต่อคุณบ้าง"

ฝั่งตรงข้ามหวังหลงนั่งตัวเกร็ง เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผากเช็ดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมแห้ง ไอ้ระยำหลี่เฉียง แกบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีทางพลาดไม่ใช่หรือไง ทำไมอีกฝ่ายถึงมีคลิปเสียงตอนคุยกันได้

เขามองเครื่องบันทึกเสียงในมือเกาหยาง ร่างกายชาหนึบไปหมด

"ผู้กองเกา ผม ... "

หวังหลงโอดครวญในใจ แต่ทว่าเขามีจุดอ่อนถูกซูเวยถือไหว้ ในชั่วขณะนั้นจึงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี

"หวังหลง ดูเหมือนคุณจะไม่พร้อมให้ความร่วมมือ ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ... จื่อฮวา พาตัวเขาลงไป เอาเครื่องบันทึกเสียงนี้ส่งให้ทางอัยการ ... "

เมื่อเห็นท่าทีของเกาหยาง หวังหลงก็รีบปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผากแล้วชิงพูดขึ้นมา

"ผมบอกแล้ว ผมยอมบอกทั้งหมด"

"ไม่จำเป็นแล้วล่ะ หากเป็นแค่ปัญหาของคุณเพียงคนเดียว พวกเราได้สืบสวนจนกระจ่างหมดแล้ว การมีส่วนร่วมในการใส่ร้ายข้าราชการของรัฐเป็นเรื่องที่ดิ้นไม่หลุด ไม่มีความจำเป็นต้องมาเปลืองน้ำลายอยู่ที่นี่อีก"

คำพูดของเกาหยางทำให้หวังหลงหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย แต่ไม่นานเขาก็จับช่องโหว่ในคำพูดของเกาหยางได้

"คุณตำรวจ ผมมีเรื่องอื่นจะแจ้งให้ทราบ เป็นเรื่องของผู้อำนวยการซูครับ"

"ผู้อำนวยการซู ผู้อำนวยการซูคนไหน"

"ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการตรวจสอบวินัย ซูเวยครับ"

เกาหยางและจ้าวจื่อฮวาสบตากัน ต่างฝ่ายต่างเห็นความตกตะลึงในแววตาของอีกฝ่าย

บัดซบ โดนไอ้เด็กหวังเฟิงนั่นโชว์เหนือใส่อีกแล้ว

"พูดมา"

เกาหยางนั่งลงอีกครั้งด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

ครู่ต่อมา

เกาหยางมองคำให้การของหวังหลงในมือพลางขมวดคิ้วแน่น

ไม่ใช่เพราะมันไม่มีประโยชน์ แต่เป็นเพราะรายชื่อบุคคลที่เข้าไปพัวพันในเรื่องนี้มีมากเกินไป

มากจนเขาไม่กล้าส่งมอบออกไปสุ่มสี่สุ่มห้า

กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นหวังเฟิงที่โทรมา

"เป็นไง ได้ของมาหรือยัง"

เมื่อได้ยินเสียงเรียบเรื่อยของหวังเฟิงจากปลายสาย เกาหยางก็ลอบกลืนน้ำลาย ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอย่างไรดี

"ดูเหมือนว่าจะสำเร็จแล้วสินะ"

เสียงของหวังเฟิงดังขึ้นอีกครั้ง ในที่สุดเกาหยางก็ยอมเปิดปาก

"คุณรู้แต่แรกแล้วใช่ไหมว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้"

เมื่อได้ยินเกาหยางถามเช่นนั้น หวังเฟิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะมีเสียงหัวเราะดังตามมา

"ผู้กองเกา คุณก็ประเมินผมสูงเกินไป ยังไงเสียผมก็ไม่ใช่ผู้หยั่งรู้ดินฟ้าหรอก จริงไหม"

"แต่ว่า ... "

เกาหยางอยากจะถามเหลือเกินว่า แล้วทำไมถึงให้เขาสอบสวนผู้จัดการก่อนแทนที่จะไปตามหาผู้หญิงคนนั้นล่ะ

ไม่ใช่ว่ากลัวผู้จัดการจะถูกฆ่าปิดปากไปก่อนหรอกหรือ

"พวกเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือ"

คำพูดของหวังเฟิงทำให้เกาหยางเงียบไปอีกครั้ง ในวินาทีนี้เขามีคำถามมากมายที่อยากจะถามหวังเฟิงให้รู้เรื่อง แถมยังนึกไปถึงข่าวลือก่อนหน้านี้

ได้ยินมาว่าในมือของหวังเฟิงมีเอกสารลับสุดยอดอยู่ฉบับหนึ่ง ในนั้นบันทึกเรื่องราวการทำผิดกฎหมายของพวกเฉินต้าซานเอาไว้

เดิมทีเขายังแอบสงสัยอยู่บ้าง แต่หลังจากการสอบสวนหวังหลงเสร็จสิ้น เขาก็เริ่มจะเชื่อข่าวลือนั้นขึ้นมานิดหน่อยแล้ว

มิเช่นนั้นอีกฝ่ายจะสามารถคาดการณ์ได้แม่นยำขนาดนี้ได้อย่างไร ...

ติ๊ง!

ในขณะที่เกาหยางกำลังเหม่อลอย โทรศัพท์ของหวังหลงก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วก็ต้องม่านตาหดแคบลง

"หลี่เฉียงนัดหวังหลงเจอกันคืนนี้"

เมื่อได้ยินเกาหยางพูด หวังเฟิงกลับดูไม่แปลกใจเลยสักนิด หนำซ้ำยังพูดแซวกลับมาประโยคหนึ่ง

"ปลาติดเบ็ดแล้ว โอกาสสร้างผลงานของคุณมาถึงอีกแล้วนะ"

เกาหยางเพิ่งจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง หวังเฟิงก็รีบเสริมขึ้นมาทันท่วงที

"อย่าลืมพกอาวุธไปให้พร้อมล่ะ ไม่แน่อาจจะได้ใช้ก็ได้"

สีหน้าของเกาหยางเปลี่ยนไปทันที เขามองหวังหลงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด

...

ปัง!

เสียงปืนดังกึกก้องขึ้นในลานจอดรถที่เงียบสงัด

"หลี่เฉียง ไอ้สารเลว แกไม่ใช่คน ฉันอุตส่าห์หวังดีกับแก แกกลับคิดจะฆ่าฉัน!"

ลานจอดรถใต้ดินภัตตาคารฮ่าวเยวี่ย

หวังหลงขดตัวอยู่หลังเสา แหงนหน้าตะโกนด่าทอด้วยความโกรธแค้น

หลี่เฉียงเองก็หลบอยู่หลังเสาอีกต้นหนึ่งด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ

นักฆ่า!

มันมาเพื่อฆ่าหวังหลง

ในชั่วพริบตานั้นเขาพลันนึกถึงคำพูดที่ซูเวยบอกกับตนเมื่อตอนกลางวัน

"หากเรื่องแดงขึ้นมา ซูเวยจะถือว่าไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กับเรื่องนี้ทั้งสิ้น"

ตอนแรกเขายังไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงพูดแบบนั้น แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว

อีกฝ่ายคิดแผนการก้าวต่อไปไว้ล่วงหน้าแล้ว และตัดสินใจให้เขาเป็นแพะรับบาป

ทำไมกัน

เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมซูเวยถึงต้องทำกับเขาแบบนี้ หรือว่าไม่กลัวเขาจะหักหลังงั้นหรือ

"หวังหลง ฉันเองก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน!"

หลี่เฉียงตะโกนลั่น เขาคิดทะลุปรุโปร่งแล้ว พร้อมกับรู้สึกเสียใจที่ตอนกลางวันดันตอบตกลงให้ซูเวยส่งคนไปรับพ่อแม่ของตน

อ๊าก!

เขาคำรามเสียงต่ำในลำคอ ในใจก่นด่าโคตรเหง้าศักราชของซูเวยไปถึงสิบแปดชั่วโคตร แต่ทว่าตอนนี้เขาไม่มีโอกาสหนีออกไปจากที่นี่เลย

"ไสหัวไปให้พ้นไอ้เวร!"

หวังหลงด่ากราด ตอนนี้ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ไม่มีทางเชื่อใจหลี่เฉียงอีกแล้ว

"ไอ้ระยำ ฝากไว้ก่อนเถอะ ออกไปได้เมื่อไหร่ฉันจะเอาเรื่องเลวทรามที่แกทำไปฟ้องคณะกรรมการตรวจสอบวินัยให้หมด"

เสียงของหวังหลงดังก้องไปทั่วลานจอดรถ ทำให้หลี่เฉียงใจสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

เขาจินตนาการได้เลยว่าหากหวังหลงพูดจริงทำจริง สิ่งที่รอเขาอยู่เบื้องหน้าจะเป็นเช่นไร

"หวังหลง ไม่ใช่ฉันจริงๆ นายต้องเชื่อฉันนะ"

"ไปลงนรกซะไป!"

สิ่งที่ตอบรับเขามีเพียงเสียงด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยวของหวังหลงเท่านั้น

นักฆ่านั่นเห็นได้ชัดว่าพุ่งเป้ามาที่เขา เขาถามตัวเองแล้วว่าช่วงนี้นอกจากหลี่เฉียง เขาก็ไม่ได้ไปล่วงเกินใครที่ไหน

ส่วนเหตุผลที่หลี่เฉียงต้องทำแบบนี้ เขาก็พอจะเดาออก มันก็แค่การฆ่าปิดปากเท่านั้นแหละ

"ปัง!"

กระสุนอีกนัดพุ่งเจาะเข้าที่เสาด้านหลังที่หวังหลงพิงอยู่ ร่างของหวังหลงสะดุ้งโหยง แทบจะฉี่ราดรดกางเกง

"ลูกพี่ มันจ้างคุณมาเท่าไหร่ ผมให้สองเท่าเลยดีไหม ขอแค่คุณอย่าฆ่าผม เป็นไง"

หวังหลงหลบอยู่หลังเสาแล้วร้องขอชีวิต แต่เหลาโม่ไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่เดินตามเสียงเข้ามาหาเขาทีละก้าวๆ

"ปัง!"

กระสุนยิงมาอีกนัด หวังหลงตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ร่างกายอ่อนปวกเปียกไปหมด

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลังขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ หัวใจของหวังหลงก็แทบจะกระดอนหลุดออกมาจากคอหอย

"หยุดนะ ตำรวจ อย่ายขยับ!"

ทันใดนั้นเสียงตะโกนดุดันก็ดังมาจากด้านหลังเหลาโม่ กลุ่มตำรวจที่มีเกาหยางเป็นผู้นำกำลังจ้องมองแผ่นหลังของเหลาโม่และเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่

"ช่วยด้วย พวกคุณบอกว่าจะคุ้มครองผมนี่ ... "

เมื่อหวังหลงได้ยินเสียงของเกาหยางก็รีบร้องขอความช่วยเหลือทันที เกาหยางขมวดคิ้ว สายตาจ้องเขม็งไปที่เหลาโม่ พร้อมกับส่งสัญญาณให้คนอื่นๆ อ้อมไปช่วยหวังหลงจากทั้งสองฝั่ง

เหลาโม่มีสีหน้าไร้อารมณ์ เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากเกาหยางที่อยู่ด้านหลัง จึงค่อยๆ ย่อตัวลง

"วางปืนลง แล้วเอามือประสานท้ายทอย!"

เกาหยางตะโกนสั่ง สองเท้าขยับเล็กน้อยเตรียมจะเข้าไปปลดอาวุธเหลาโม่

"หัวหน้า ระวัง!"

"ปัง!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 21 - เสียงปืนลั่นในลานจอดรถ

คัดลอกลิงก์แล้ว