- หน้าแรก
- เกมอำนาจซ่อนคมกับปฏิบัติการล้างบางมาเฟียด้วยแฟ้มลับพลิกชะตา
- บทที่ 1 - เผือกร้อนลวกมือ แฟ้มมรณะ
บทที่ 1 - เผือกร้อนลวกมือ แฟ้มมรณะ
บทที่ 1 - เผือกร้อนลวกมือ แฟ้มมรณะ
"สามีฉันตายแล้ว!"
"คุณสะดวกมาหาฉันไหม ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย!"
เวลาสี่ทุ่ม
หวังเฟิงที่เพิ่งเตรียมตัวจะเข้านอนจู่ๆ ก็ได้รับข้อความขยะสองข้อความ
"ปัญญาอ่อน!"
เขามองแวบหนึ่งแล้วตอบกลับไปสั้นๆ ได้ใจความและตรงประเด็น
"ฉันคือโจวหงอวี่!"
โจวหงอวี่?
หวังเฟิงเบิกตากว้าง รู้สึกได้ทันทีว่าน้ำที่เพิ่งดื่มเข้าไปช่างร้อนลวกปากเหลือเกิน
โจวหงอวี่คือภรรยาของถังหมิงเต๋อ
ถังหมิงเต๋อคือคณะกรรมการประจำพรรคคอมมิวนิสต์และเป็นนายกเทศมนตรีเมืองหรงโจว
ส่วนเขาคือเลขาของถังหมิงเต๋อ
เขาเผลอด่าโจวหงอวี่ว่าปัญญาอ่อนโดยที่ไม่รู้ตัว ถ้าถังหมิงเต๋อรู้เข้ามีหวังโดนถลกหนังแน่
เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว ...
เขารีบโทรกลับไปทันที เมื่อปลายสายรับก็เอ่ยปากอย่างระมัดระวัง
"ฮัลโหล คุณนาย ..."
"หวังเฟิง เหล่าถังเกิดเรื่องแล้ว!"
ยังไม่ทันพูดจบคำพูดของโจวหงอวี่ก็ทำเอาเขาสมองอื้ออึง
ถังหมิงเต๋อเกิดเรื่อง?
เป็นไปไม่ได้!
นี่คือความคิดแรกหลังจากตั้งสติได้ เขาติดตามอีกฝ่ายมาห้าปี รู้ดีว่าถังหมิงเต๋อเป็นคนอย่างไร ไม่มีทางทำเรื่องผิดพลาดเด็ดขาด
"เขาตายแล้ว!"
ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อเสียงของโจวหงอวี่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง หวังเฟิงรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าดังเปรี้ยง!
ตายแล้ว?
หวังเฟิงรู้สึกเหมือนสมองหยุดทำงาน ก่อนเลิกงานยังดีๆ อยู่เลย ทำไมถึงตายได้ล่ะ
"ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ตาย เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้ ฉันเองก็เพิ่งได้รับข่าวเหมือนกัน"
"หวังเฟิง ช่วงนี้คุณระวังตัวด้วยนะ การตายของเหล่าถังมีเงื่อนงำ"
โจวหงอวี่พูดจบก็รีบวางสายไป หวังเฟิงวางโทรศัพท์ลงแล้วนั่งเหม่อลอย
ในหัวมีแต่ประโยคสุดท้ายของโจวหงอวี่ผุดขึ้นมาซ้ำๆ คำว่ามีเงื่อนงำวนเวียนอยู่ในสมองไม่หยุด
นี่มันหมายความว่ายังไง
หรือว่าการตายของถังหมิงเต๋อจะมีคนจงใจจัดฉาก ใครกันที่กล้าขนาดนี้ ถึงขั้นกล้าลงมือกับข้าราชการระดับสูง ไม่รักชีวิตแล้วหรือไง
แล้วก็ ...
โจวหงอวี่บอกให้เขาระวังตัว ระวังใคร หรือว่าผู้บงการอยู่เบื้องหลังจะลงมือกับเขาด้วย
ชั่วขณะนั้นหวังเฟิงรู้สึกว่าสมองของเขาประมวลผลไม่ทัน การเปลี่ยนแปลงที่กะทันหันนี้ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงวิกฤตที่คืบคลานเข้ามา
ทันใดนั้น
ราวกับมีฟ้าแลบวาบในหัว เขากระโดดลงจากเตียงแล้วพุ่งตรงไปที่ห้องรับแขก หยิบแฟ้มเอกสารออกมาจากกระเป๋าด้วยใบหน้าครุ่นคิด
แฟ้มนี้ถังหมิงเต๋อมอบให้เขาก่อนเลิกงาน ตอนนั้นอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ส่งสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งมาให้
ตอนนั้นเขาไม่เข้าใจ แต่พอนึกย้อนดูอีกฝ่ายคงต้องการสื่อถึงอะไรบางอย่าง เขาจ้องมองแฟ้มเอกสารพร้อมกับความคิดเหลือเชื่อที่ผุดขึ้นมาในหัว
หรือว่าจะเกี่ยวกับแฟ้มนี้
เขาจ้องมองแฟ้มด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะค่อยๆ เปิดมันออก
ยิ่งอ่านสีหน้าของเขาก็ยิ่งเปลี่ยนไป
เนิ่นนานผ่านไป ...
เขาปิดแฟ้มลงแล้วพบว่าแผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
นี่มันไม่ใช่แฟ้มเอกสารธรรมดา แต่มันคือดาบแหลมคมที่แขวนอยู่บนหัวของเขา หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็คงต้องพบกับจุดจบคือความตาย
เนื้อหาข้างในบันทึกหลักฐานการทำผิดกฎหมายและทุจริตของเฉินต้าซานผู้เป็นเลขาธิการพรรคประจำเมืองที่พวกเขารวบรวมมาได้ หากเรื่องนี้ถูกแฉออกไป ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลย ตำแหน่งเลขาธิการพรรคของเฉินต้าซานต้องกระเด็นแน่นอน
เฉินต้าซานคงกลัวเรื่องแดงจึงแอบส่งคนไปจัดฉากอุบัติเหตุรถชน แต่คิดไม่ถึงว่าถังหมิงเต๋อจะเตรียมการไว้ก่อนและมอบแฟ้มนี้ให้เขาล่วงหน้า
และเมื่อเฉินต้าซานไม่ได้สิ่งที่ต้องการ ก็จะต้องพุ่งเป้ามาที่เขาแน่
ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ...
ไม่ว่าเขาจะมีแฟ้มนี้อยู่ในมือหรือไม่ เขาก็ต้องตกเป็นเป้าหมายต่อไปของเฉินต้าซานอยู่ดี
หวังเฟิงกลืนน้ำลายลงคอ รู้สึกราวกับมีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่ในความมืดจนต้องสั่นสะท้าน
ขนาดถังหมิงเต๋อเฉินต้าซานยังกล้าลงมือ แล้วประสาอะไรกับเลขาเล็กๆ อย่างเขา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้ที่พึ่งที่ใหญ่ที่สุดของเลขาคนนี้ได้ตายไปแล้ว
ถ้าอีกฝ่ายลงมือ การบี้เขาให้ตายก็คงง่ายเหมือนบี้มดตัวหนึ่ง
เขามองเอกสารในมือ รู้ดีว่ามันคือเผือกร้อนลวกมือ ทว่าตอนนี้มันดันตกมาอยู่ในมือเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"ทำยังไงดี"
หวังเฟิงขมวดคิ้ว สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อหาทางรอดให้ตัวเอง ...
...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สามวันผ่านพ้นไป
ในช่วงสามวันที่ผ่านมา หวังเฟิงได้สัมผัสถึงคำว่ารู้ซึ้งด้วยตัวเอง และได้เผชิญกับความจริงในแวดวงราชการ
จากที่เคยมีแต่คนประจบสอพลอจนตอนนี้แม้แต่หมายังไม่แล จะบอกว่าไม่รู้สึกแย่ก็คงโกหก
แต่เขาก็เข้าใจดีว่านี่แหละคือโลกแห่งความเป็นจริง
เมื่อก่อนที่ผู้คนประจบเขาก็เป็นเพราะถังหมิงเต๋อยังอยู่ แต่ตอนนี้ถังหมิงเต๋อตายไปแล้ว ตัวเขาเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอด ใครมันจะบ้ามาประจบอีกล่ะ ฝันไปเถอะ
หวังเฟิงสะบัดหัวไล่ความคิด เดินออกจากห้องโถงจัดงานศพด้วยความหดหู่ สามวันผ่านไปเขาก็ยังคิดหาวิธีเอาตัวรอดดีๆ ไม่ได้เลย
พอนึกถึงสายตาของเฉินต้าซานที่มองมาเมื่อครู่ ราวกับกำลังมองคนตาย หวังเฟิงก็ยิ่งรู้สึกถึงภัยคุกคามในใจที่รุนแรงขึ้น
ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็สั่นเตือน หยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นข้อความจากโจวหงอวี่
"หวังเฟิง คืนนี้สี่ทุ่มมาที่โรงแรมเยี่ยเซ่อ ฉันรอคุณอยู่ที่ห้อง 308!"
มองดูข้อความของโจวหงอวี่ หวังเฟิงก็ตาเป็นประกาย ความคิดบรรเจิดแล่นปลาบเข้ามาในหัวพร้อมกับแผนการอันกล้าบ้าบิ่น
คุณนาย เลขา เลขา คุณนาย ...
สถานะทั้งสองนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเมื่อไหร่ก็ชวนให้คนคิดลึกได้เสมอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการนัดพบกันในโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่ที่ชวนให้จินตนาการไปไกล
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าน่าลองดูสักตั้ง ไหนๆ เรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ขอลองเสี่ยงดูสักครั้ง เผื่อจักรยานจะกลายเป็นมอเตอร์ไซค์ ...
"ฮัลโหล ผู้กองเกาแห่งหน่วยปราบปรามการค้าประเวณีประจำกรมตำรวจเมืองใช่ไหมครับ"
"ผมต้องการแจ้งเบาะแสครับ คืนนี้สี่ทุ่ม หวังเฟิงเลขาของท่านนายกเทศมนตรีจะมีการซื้อบริการอย่างผิดกฎหมายกับหญิงสาวปริศนาที่โรงแรมเยี่ยเซ่อ ห้องหมายเลข 308 ..."
เขาจงใจปิดบังตัวตนของโจวหงอวี่เพื่อไม่ให้มีใครดูออกและทำให้แผนของเขาพัง
หลังจากโทรแจ้งเบาะแสเสร็จ หวังเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วโทรหาเพื่อนที่ทำงานอยู่สถานีโทรทัศน์ประจำมณฑล
"ฮัลโหล ช่วยอะไรฉันหน่อย คืนนี้สี่ทุ่มส่งคนมาที่โรงแรมเยี่ยเซ่อห้อง 308 ที กำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ..."
หลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จ หวังเฟิงมองดูดวงอาทิตย์ตกดินที่อยู่ไม่ไกลแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก
นี่เป็นการตัดสินใจที่กล้าบ้าบิ่นและขัดต่อศีลธรรม ความเสี่ยงสูงปรี๊ด ทว่าหากสำเร็จผลตอบแทนก็มหาศาลเช่นกัน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ...
จนกระทั่งถึงเวลาสามทุ่มครึ่ง
หวังเฟิงขยี้บุหรี่ในมือทิ้ง มองดูรอบตัวแวบหนึ่งแล้วหันหลังก้าวเข้าไปในประตูโรงแรมเยี่ยเซ่อ
คล้อยหลังเขาเดินเข้าไปได้ไม่นาน เกาหยางก็พาคนมาปรากฏตัวที่หน้าประตูโรงแรม
เขามองดูประตูโรงแรมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลังเลและสับสน
ตั้งแต่รับสายแจ้งเบาะแสของหวังเฟิงเมื่อตอนบ่าย จิตใจของเขาก็หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว
สถานการณ์ของหวังเฟิงตอนนี้เป็นที่รู้กันดีไปทั่ว แล้วจู่ๆ ก็มีคนโทรมาแจ้งจับเขา เกาหยางกลัวว่าตัวเองจะถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือ
"พวกนายสองคนไปทางประตูหลัง อีกสองคนเฝ้าประตูหน้า ที่เหลือตามฉันเข้าไป!"
เกาหยางต่อสู้กับความคิดตัวเองอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ เมื่อมีการแจ้งเบาะแสก็ต้องตรวจสอบ นี่คือกฎ
ถึงแม้มันอาจจะนำปัญหามาสู่ตัว แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก งานคืองาน จะละหลวมแม้แต่นิดเดียวไม่ได้
ในเวลาเดียวกัน
หวังเฟิงได้เข้าไปในห้องแล้ว
"คุณนายครับ ขอโทษด้วยที่ผมปกป้องท่านนายกไว้ไม่ได้"
หวังเฟิงมองดูโจวหงอวี่ที่มีใบหน้าซูบผอมแล้วชิงเอ่ยปากก่อน
"หวังเฟิง ฉันเตรียมตัวจะกลับเมืองเอกของมณฑลแล้ว คุณจะกลับไปกับฉันไหม"
หวังเฟิงชะงักไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า
เขาไปไม่ได้ และจะไม่ไป
ถ้าเขาไป ความพยายามตลอดหนึ่งปีของพวกเขาก็จะสูญเปล่า และถังหมิงเต๋อก็จะตายฟรี
"แล้วคุณตั้งใจจะทำยังไง"
โจวหงอวี่ไม่ได้แปลกใจกับคำตอบของหวังเฟิง ในขณะเดียวกันเธอก็หวังให้เขาทำตามความปรารถนาก่อนตายของเหล่าถังให้สำเร็จ แม้ว่าโอกาสจะริบหรี่ก็ตาม
"คุณนายครับ ที่ผมมาก็เพื่อจะรายงานเรื่องนี้แหละครับ หลังจากที่คุณส่งข้อความมา ผมก็โทรไปแจ้งจับตัวเอง ..."
"แจ้งจับเรื่องอะไร" โจวหงอวี่ตกตะลึง
"แจ้งจับว่าห้องนี้จะมีการซื้อบริการผิดกฎหมายในคืนนี้ ..."
"หวังเฟิง ไอ้อันธพาล!"
"ฉันเรียกคุณมาไม่ใช่เพื่อให้คุณมาทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้นะ ..."
ยังไม่ทันที่หวังเฟิงจะพูดจบ สีหน้าของโจวหงอวี่ก็เปลี่ยนไป
เธอตวาดเสียงต่ำ มองหวังเฟิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง คล้ายกับคิดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้
"คุณนาย ผม ... !"
หวังเฟิงรีบโบกมือปฏิเสธ แต่กลับได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากระเบียงด้านนอก สีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที รู้ตัวว่าอธิบายรายละเอียดไม่ทันแล้ว
"คุณนายครับ โปรดเชื่อผม มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่เราจะรอดชีวิต และทวงความยุติธรรมให้ท่านนายกถังได้!"
[จบแล้ว]