เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 ล่วงละเมิด

บทที่ 12 ล่วงละเมิด

บทที่ 12 ล่วงละเมิด


 

เย่เฉินที่กำลังกลั้นขำอยู่ ถึงกับต้องกลืนน้ำลายอย่างเงียบเชียบเมื่อเธอกำลังยื่นหน้าอกเข้ามาใกล้ สายตาเขาเองก็จ้องเขม่งไปยังหน้าอกของหวังหยู่ เขาก็ถามขึ้นเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “นี่เธอต้องการให้ฉันจับมันจริงๆน่ะหรอ”

“แน่นอนสิ ฉันต้องการให้นายจับมัน ทำไมละ? นายกลัวหรือไง?”หวังหยู่ตอบทันที

“บ้า! มีหรือที่ฉันจะกลัวที่จะจับมัน ปลดกุญแจมือนี่ออกสะ!!” เย่เฉินตอบกลับ

หวังหยู่เดินไปยังเขาแล้วปลดกุญแจมือออกจากนั้น มายืนหน้าเย่เฉินแล้วแอ่นอกที่แสนภาคภูมิใจ มีหรือคนสารเลวอย่างเย่เฉินจะปล่อยผลประโยชน์ที่ได้รับ หัวใจเขาเต้นแรงก่อนจะแสดงท่าทีนิ่งเฉยแล้วค่อยๆยื่นมืออย่างช้าๆไปที่หน้าอกของหวังหยู่

เขาไม่อยากเชื่อว่าสาวน้อยจะกล้าถึงเพียงนี้ เธอไม่ลุกลี้ลุกลน

ไม่แม้กระทั่งหลบสายตา ดวงตาเธอกลับเต็มไม่ด้วยความยั่วยุแล้ว

เพื่อตรวจสอบความกล้าของเย่เฉิน

“บัดซับเอ้ย ฉันกำลังทำอะไรอยู่วะ ไม่นะ ไม่ เราต้องไม่จับมัน ม่าย!!” เย่เฉินคิดในใจแต่มือของเขาก็ขยับเข้าหาหน้าอกเธอเรื่อยๆ

เมื่อเห็นว่าเข้าจนใกล้หน้าอกของตน หวังหยู่ก็เผยรอยยิ้มขึ้นเย่เฉินสบถออกมาอย่างเศร้าโศก “โชคร้ายเป็นบ้า” มันสายเกินไปที่เขาจะชักมือกลับ “แกร๊ก!” เสียงกุญแจมือล็อคเข้าที่ข้อมือของเขาโดยหวังหยู่

“ตอนนี้ฉันก็สามารถฟ้องนายในข้อหาล่วงละเมิดเจ้าหน้าที่ได้แล้ว”

หวังหยู่พูดออกมาด้วยความภูมิใจ

เย่เฉินส่ายหัวอย่างช่วยมิได้ เขาเหมือนกำลังเล่นกับห่านป่าแต่ห่านป่าตัวนั้นมัวแต่จ้องจิกกัดเขา เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าตกอยู่ในกำมือของสาวน้อยด้วยวิธีนี้ หากเธอจะจัดการเขาด้วยวิธีนี้ล่ะก็แสดงให้เห็นชัดเลยว่าเธอเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ไก่อ่อน เย่เฉินขยับกุญแจมือที่ข้อมือของตนแล้วพูดว่า “คิดจะตีกรอบฉันหรือ? เธอว่าฉันล่วงละเมิดสินะ? เอาล่ะ ก่อนอื่นก็แสดงหลักฐานออกมา”

“ฮึ่ม!!” หวังหยู่คิดไว้แล้วว่าเขาต้องมาไม้นี้เธอเอาก็ได้เตรียมการไว้แล้วจึงเริ่มพูดอย่างภาคภูมิ “สถานีเราสามารถตรวจกล้องวิดีโอในห้องสอบสวนได้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ถูกบันทึกไว้เพียงแค่ฉันเอาเสียงออกนั่นแหละคือหลักฐาน เข้าใจนะ?”

เย่เฉินจ้องด้วยความตกใจเขาไม่คิดว่าสาวน้อยคนนี้ยังพอมีพิษสงอยู่บ้าง “แต่เธอบังคับฉันนะ”เย่เขียนมิได้โกรธอย่างที่เธอวาดไว้เขาเพียวยิ้มอย่างมีเลศนัยมองมาที่เธอ

“นะ…นายจะทำอะไรได้?”หวังหยู่เริ่มกังวลอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอลืมแม้กระทั่งการวางมาดในฐานะเจ้าหน้าที่เพียงครู่เดียวเธอรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นสาวน้อยที่มากไปด้วยความกังวลใจ

“ในเมื่อเธอฟ้องฉัน นั้นแสดงว่าหลังจากนี้ฉันจะจับมันเมื่อใดก็ได้ที่ใจอยาก”เย่เฉินยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วยักไหล่

“นายกล้าหรอ!!”หวังหยู่ค่อยๆถอยหลังทีละก้าวๆใจเธอเต็มไปด้วยความกังวลแต่เธอวางท่าให้ดูใจเย็น

“อะไรที่ทำให้ฉันไม่กล้าล่ะ? ถ้าเธอไม่เอ่ยเรื่องตกงานล่ะก็มันก็นะ…”

เย่เฉินฉีกยิ้ม

หวังหยู่ถอยหลังจนกระทั่งชนกับกำแพงใบหน้าที่แสนลุกลี้ลุกลนกล่าวโต้ตอบว่า “นายไม่สามารถแก้ต่างได้หรอกนะ ฉันจะไม่ปล่อยนายไปแน่นอน”

เย่เฉินค่อยๆยกมือทั้งสองวางไปที่กำแพงรอบตัวเธอทั้งสองข้างและจ้องใบหน้าที่แสนบริสุทธิ์ในระยะประชิด หวังหยู่เธอกระสับกระส่ายลมหายใจที่เริ่มหอบถี่ แรงขึ้นทำให้ช่วงอกขยับขึ้นลง

“เธอพร้อมแล้วหรือยัง?” เย่เฉินถามด้วยรอยยิ้ม

“พะ…พร้อม…พร้อมเรื่องอะไร หะ?”หวังหยู่ถามอย่างกระสับกระส่าย

“เธอว่าอะไรนะ?”เย่เฉินตอบ

“นาย…”หวังหยู่ปิดเปลือกตาทำใจเผชิญหน้ากับความตาย

“เอาสิ ฉันสามารถทนให้มือโสมมจับฉันได้ ยังไงก็เหอะขอบอกนายไว้ก่อนเลยฉันจะไม่ปล่อยนายลอยนวลไปอย่างแน่นอน”

“ในใจตอนนี้ฉันไม่มีความโรแมนติกแล้วมีแค่ความร้ายกาจ”

เย่เฉินพูดแล้วยิ้มจากนั้นก็จูบหวังหยู่ทันที

หวังหยู่ตัวแข็งราวกลับกลายเป็นหินเธอจ้องเย่เฉินด้วยความไม่อยากจะเชื่อนี่คือจูบแรกของเธอ แต่เจ้าสารเลวนี่กลับขโมยมันไปอย่างหน้าตาเฉย

เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องเธอไม่คิดเลยว่าเย่เฉินจะกล้าถึงขนาดลงมือกับร่างกายที่แสนบริสุทธิ์และไร้เดียงสาเช่นนี้

 

เย่เฉินปล่อยเธอจากนั้นจึงเลียริมฝีปากของตน

“สาวน้อย เธอดูโกรธมากเลยนะ แต่เธอควรดื่มชาเธอควรดื่มชาจีนบ้างนะ มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ปากเธอแหนะ” เย่เฉินพูดจบก็นำมือไปบีบที่หน้าอกของหวังหยู่จนพอใจจึงปล่อยมือ

“กะ..กะ..แก….” เขาทำร้ายเธอยังไม่พอยังจะย่ำยีเธออีกหวังหยู่รู้สึกข้องใจโดยหาที่เปรียบมิได้ น้ำตาของเธอเริ่มเอ่อล้นออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“ไอสารเลว! ไอชาติชั่ว!!” หวังหยู่พูดด้วยน้ำเสียงสาปแช่งและวิ่งออกประตูไป

พอหวังหยู่ออกไปเย่เฉินมองอย่างงุนงงแล้วถามกับตัวเองว่า

“นี่ฉันผิดหรอ?”

หวังหยู่ตั้งแต่ยังเด็กก็ถูกประคบประหงมราวกลับเจ้าหญิงไม่มีแม้นครั้งเดียวที่เธอจะไม่ได้รับความสนใจทั้งถูกปกป้องและเอาใจ เธอไม่เคยรู้สึกอัปยศอดสู อับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จนกระทั่งวันนี้

น้ำตาไหลพรั่งพรูราวกับเขื่อนแตกไม่ขาดสาย หยางเว่ยที่เห็นหวังหยู่ร้องไห้รีบวิ่งออกจากห้องสอบสวนทันที โดยไม่ลังเลที่จะเข้าไปถาม “เสี่ยวหยู่เกิดอะไรขึ้น?”

 

“ถ้านายห่วงฉันจริงๆล่ะก็ ไสหัวไปสะ!”เธอผลักเขาออก แล้ววิ่งออกไป

หยางเว่ยสับสนและมึนงงว่าทำไมเขาจึงถูกเธอด่า เขาสบถด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“ฮึ่ม! สักวันฉันจะทำให้เธอมาผลีกายให้กับฉัน!!”

จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินเข้าไปในห้องสอบสวนถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ชอบหวังหยู่จริงจังก็ตามแต่เขาพยายามชนะใจเพื่อล้างแค้นที่เธอไม่ใยดีเขาแต่กระนั้นเขาก็ยังชอบผมหยักศกของเธออยู่บ้าง

เมื่อเข้ามาห้องสอบสวนเขาเห็นเย่เฉินกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่เขา ระเบิดเสียงออกมาอย่างดุดัน “ยืนขึ้น!!!”

เย่เฉินชายตามองเล็กน้อยแล้วยักไหล่จากนั้นจึงยืนขึ้น

“เจ้าหน้าที่ตำรวจคุณมีสิ่งใดจะปรึกษาผมหรอ?”

“เมื่อครู่แกทำสารเลวใส่เสี่ยวหยู่ใช่ไหม!!!?”เขายังคงถามแบบดุดัน

“ไม่ใช่กงการอะไรของคุณ ทำไม? จะแก้แค้นผม?”เย่เฉินมองหยางเว่ยที่เต็มไปด้วยท่าทีเย่อหยิ่งด้วยความดูแคลน

“แกคิดว่าฉันไม่กล้า?”หยางเว่ยยังคงดุดันแล้วก้าวเข้าหา

“คุณจะลองดูก็ได้นะ” เย่เฉินพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

หยางเว่ยไม่ได้จ้องไปที่ตาของเย่เฉินแต่กระนั้นเองขาเขากลับรู้สึกอ่อนเรี่ยวอ่อนแรงเหมือนถูกดาบทิ่มแทง เขาไม่ใช่คนที่สุขุมแต่ก็ไม่ใช่คน

ที่ขวานผ่าซาก เขาเดาได้ว่าเย่เฉินต้องมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา ณ ตอนนี้เขาจึงตัดสินใจที่จะล่าถอย ออกมาก่อนดีกว่า…

จบบทที่ บทที่ 12 ล่วงละเมิด

คัดลอกลิงก์แล้ว