เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่9 การเข้าสู่เผ่า

บทที่9 การเข้าสู่เผ่า

บทที่9 การเข้าสู่เผ่า


*** หลังจากบทนี้ให้ตัวเอกแทนตัวเองว่าข้าและเจ้า แทนข้าหรือเจ้า เพราะตัวละครเริ่มปรับตัวเข้ากับยุคโบราณแล้ว***

ความคิดนั้นกระแทกใจข้าอย่างแรง... ‘ไอ้สารเลว แกนั่นแหละมันยังเด็กอยู่... บางทีข้าควรจะให้เมียของมันคลอดลูกอีกคน... ไอ้เหี้ย’

ความรู้สึกคับข้องใจก่อตัวขึ้นในอก แต่เบื้องล่างนั้น มีบางสิ่งที่เย็นชาและรอบคอบกว่านั้นหยั่งรากลึก หากข้าต้องการมีชีวิตรอดที่นี่ หากข้าต้องการประสบความสำเร็จ ข้าต้องให้พวกเขาวางใจข้า และอะไรจะง่ายต่อการวางใจไปกว่าเด็ก?

ข้าคิดว่าบางทีข้าควรจะตามผู้ชายคนนั้นไป เพราะข้าเชื่อว่าถ้าข้าเป็นเด็ก การทำให้พวกเขาไว้ใจข้าคงจะง่ายกว่า

เสียงของผู้นำแทรกเข้ามาในความคิดของข้าราวกับคมมีด ลึกและทรงอำนาจ “เอาล่ะ... ข้าถามเจ้าสักอย่าง เจ้าอยากเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าเราไหม?”

ดวงตาของเขามองจ้องมาที่ข้าโดยไม่กระพริบ ราวกับว่าเขามองทะลุคำโกหกที่ข้ายังไม่ได้พูดออกมาเลย บรรยากาศรอบข้างหนักอึ้งไปด้วยคำถามของเขา คำพูดผิดเพียงคำเดียว หรือสายตาที่มองผิดที่ผิดทางเพียงนิดเดียว ก็อาจทำให้ข้ากลับไปอยู่ในถิ่นไร้ผู้คนหรือแย่กว่านั้น

ข้ากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก บังคับเสียงให้สั่นเล็กน้อย “ข้า...ข้าจะได้กินพอไหม?”

คำถามนั้นหลุดออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว ด้วยความสิ้นหวังและเจ็บปวด ชั่วขณะหนึ่ง ข้าเกลียดตัวเองที่ถามออกไป แต่แล้วเสียงหัวเราะก็เริ่มขึ้น

มันเริ่มต้นจากคนคนหนึ่ง เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังก้อง ก่อนจะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เสียงนั้นไพเราะราวกับดนตรี เป็นเสียงหัวเราะที่มาจากท้องอิ่มเนื้อและหัวใจที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

"ฮ่า! ฮ่าฮ่าฮ่า!" ชายที่สูงที่สุดตบเข่าตัวเองจนตัวงอเกือบติดพื้น "เจ้าหนู เราเป็นนักล่าที่เก่งที่สุดในเผ่านี้! ต่อให้ทั้งโลกอดตายเราก็ไม่ตาย!"

ข้าเบิกตาโต ปากอ้าเล็กน้อย “จริงเหรอ?”

ความประหลาดใจในน้ำเสียงของข้าไม่ได้เสแสร้งทั้งหมด มีบางอย่างที่น่าหลงใหลในความมั่นใจของพวกเขา วิธีที่พวกเขาวางตัวราวกับราชาในโลกที่ควรจะทำให้พวกเขาพังทลายลง

ผู้นำ... ไม่ใช่สิ เอลเดอร์ ไรอัน (ไม่แน่ใจว่าเอลเดอร์คือชื่อหรือว่าเป็นตำแหน่งผู้อาวุโสของเผ่า ผู้แปลจะปรับเปลี่ยนทีหลัง หลังจากรู้แล้ว) พยักหน้า สีหน้าของเขาอ่อนลงเล็กน้อย

"ถ้าเจ้าอยากอยู่ต่อ เจ้าก็อยู่ได้ แต่มีกฎเผ่าของพวกเราอยู่" น้ำเสียงของเขาไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง นี่ไม่ใช่คำเชิญ แต่มันคือการทดสอบ

ข้าจ้องมองเขาไม่ละสายตา หลังตรงเป๊ะ ข้ารู้สึกได้ถึงสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมาที่ข้า ตัดสินและประเมินข้า

          "1. จงปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้าเผ่าเสมอ... นั่นก็คือข้า..."

แววตาของเขาฉายแววบางอย่าง ขบขัน? พึงพอใจ?—ขณะที่เขามองดูข้าพิจารณาประโยคนั้น ลำดับชั้นที่นี่ไม่ได้แค่ชัดเจน แต่มันเด็ดขาดเลยทีเดียว

          "2. การทรยศคือความตาย..."ไม่มีการพิจารณาคดี ไม่มีโอกาสครั้งที่สอง มีเพียงความสิ้นสุดของคมดาบหรือเชือก ข้าฝืนใจพยักหน้า ชีพจรเต้นแรงจนจุกอยู่ที่ลำคอ

          “3. จงเคารพสตรีและผู้อาวุโสของเผ่า พวกท่านคือหัวใจและปัญญาของพวกเรา พวกเจ้าจงปฏิบัติต่อพวกท่านด้วยความเมตตาและให้เกียรติเสมอ”น้ำเสียงของเขาหนักแน่น แฝงไว้ซึ่งน้ำหนักของประเพณีและความสำคัญของโครงสร้างทางสังคมของพวกเขา

ขณะที่ข้ายืนอยู่ที่นั่น ฟังหัวหน้าเผ่าอย่างตั้งใจ ข้าอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่ถาโถมเข้ามา สายตาของข้าไม่เคยละไปจากเขา พยายามแสดงออกถึงความเคารพและเชื่อฟังที่ข้าจำเป็นต้องแสดงออกมา

ข้ารู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ยังมีอุปสรรคและความท้าทายรออยู่ข้างหน้า แต่ข้าก็รู้เช่นกันว่าข้ามีศักยภาพที่จะเอาชนะมันได้ และสร้างชีวิตใหม่ให้กับตัวเองในโลกใหม่ที่แปลกประหลาดนี้

ข้าพยักหน้าและพูดว่า "เข้าใจแล้ว ท่านหัวหน้าเผ่า..."

คำพูดนั้นผสมผสานระหว่างความเคารพและความมุ่งมั่น เป็นเครื่องเตือนใจถึงโครงสร้างทางสังคมที่ซับซ้อนซึ่งมีอยู่แม้ในโลกยุคดึกดำบรรพ์นี้

ผู้นำพยักหน้าด้วยความพึงพอใจเล็กน้อยแล้วพูดว่า "เรียกข้าว่าผู้อาวุโส ไรอัน..."

ชื่อนี้สร้างความประหลาดใจ เป็นสิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับโลกดั้งเดิมรอบตัวเรา

แต่ข้ารู้ว่านั่นอาจเป็นเพราะการแปล ความสามารถในการใช้ภาษาที่เป็นสากล ซึ่งทำให้ข้าเข้าใจภาษาใดก็ได้และคนอื่นก็เข้าใจข้าได้เช่นกัน

ข้าพยักหน้า "ผู้อาวุโสไรอัน..."

หัวหน้าเผ่าแนะนำคนอื่นๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและอำนาจ

เขาหันไปหาคนอื่นๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจขณะแนะนำพวกเขา "นี่คือพี่น้องของข้า นักล่าที่เก่งที่สุด"

เขาแนะนำชายคนหนึ่งซึ่งสูงเท่ากับข้า ร่างกายของเขาแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักทุกวัน เขาน่าจะอายุประมาณ 30 กว่าปี

หัวหน้าเผ่ากล่าวว่า "เขาเป็นนักล่าที่อายุน้อยที่สุดที่เรามี... เจ้าเรียกเขาว่าทัสก์ ก็ได้..." คำพูดเหล่านั้นเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความผูกพันแบบครอบครัวที่ยึดเหนี่ยวผู้คนเหล่านี้ไว้ด้วยกัน

หัวหน้าเผ่าแนะนำอีกคนหนึ่งซึ่งมีพุงใหญ่โต อันเป็นเครื่องยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์ของอาหารในเผ่านี้ เขาพูดว่า "เขาคือผู้อาวุโสอีกคนของเผ่า ชื่อมิตต์"

จากนั้นสายตาของไรอันก็เหลือบไปมองชายที่อยู่ข้างๆ เขา ชายร่างใหญ่ราวกับภูเขาที่มีพุงยื่นออกมาซึ่งบ่งบอกถึงการล่าสัตว์ที่ประสบความสำเร็จมากเกินไปและการวิ่งที่น้อยเกินไป

ไรอันพูดพลางยิ้ม "มิตต์ เขามีกระท่อมหลังใหญ่พอสำหรับสองคน... มิตต์ พาเขากลับไปที่เผ่า ให้เขามาอยู่กับเจ้าเถอะ"

มิตต์พยักหน้า ดวงตาของเขามีทั้งความใจดีและความอยากรู้อยากเห็น เขามองมาที่ข้าแล้วพูดว่า "เจ้าชื่ออะไร?"

คำพูดนั้นผสมผสานไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความใจดี ราวกับว่าเขาเป็นห่วงข้าจริงๆ

"ข้าคือเดกซ์เตอร์..." ข้าพูดชื่อจริงของข้า

มิตต์พยักหน้า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเมตตาและความเห็นใจ บางทีอาจเป็นเพราะเรื่องราวที่ข้าเพิ่งแต่งขึ้น

ขณะที่มิตต์และข้าเดินไปยังเผ่า ข้าอดไม่ได้ที่จะสังเกตเห็นเด็กๆ กำลังเล่นด้วยกัน เสียงหัวเราะของพวกเขาช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับโลกที่ล้าหลังรอบตัวเรา

เผ่าปรากฏขึ้นต่อหน้าข้าราวกับภาพในความฝันที่เลือนราง บ้านเรือนที่สร้างจากดินและฟางตั้งเรียงเป็นวงกลมอย่างไม่เป็นระเบียบ หลังคาที่มุงจากนั้นทรุดโทรมลงเพราะแสงแดดที่ส่องลงมา

ควันลอยขึ้นจากกองไฟเล็กๆ พัดพาเอาทั้งกลิ่นเนื้อย่างและสมุนไพรที่กำลังไหม้ เด็กๆ วิ่งเล่นไปมาระหว่างกองไฟ เสียงหัวเราะของพวกเขาสดใสและร่าเริง ร่างกายเปื้อนไปด้วยดินและความสนุกสนาน

สิ่งก่อสร้างเหล่านั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับป่าดงดิบที่อยู่รอบตัวเรา เป็นเครื่องเตือนใจถึงยุคหินที่เจริญรุ่งเรืองในอดีตของผู้คนเหล่านั้น พวกเขาไม่ได้อาศัยอยู่ในถ้ำ แต่ใช้ชีวิตอยู่รวมกันเป็นกลุ่มอย่างเป็นระบบ

กระท่อมเหล่านั้นถูกจัดเรียงเป็นวงกลม สร้างความรู้สึกถึงชุมชนและความปลอดภัย กระท่อมแต่ละหลังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บางหลังใหญ่กว่าหลังอื่น บ่งบอกถึงสถานะหรือขนาดของครอบครัวที่อาศัยอยู่ภายใน

**************************

จบบทที่ บทที่9 การเข้าสู่เผ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว