เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 จับกุม

บทที่ 10 จับกุม

บทที่ 10 จับกุม


 

แต่เดิมแล้วหลี่ตงเตรียมตัวมาปล้นเย่เฉิน แต่เขาไม่คาดคิดว่าทุกอย่างจะกลับตาลปัตรแบบนี้! ทำให้เขาต้องสูญเสียทั้งลูกน้อง ทั้งรถ ไปทั้งคัน!

หลี่ตงอดรู้สึกผิดไม่ได้ เมื่อเห็นเย่เฉิน ขับรถของเขาออกไปเขารู้สึกเหมือนถูกควักลูกตาออกมาขยี้ด้วยเท้า

ที่นี้เป็นถิ่นของเขา ถึงเขาจะไม่ใหญ่ที่สุดแต่ก็ไม่ก็ไม่ได้กระจอก เหล่าโจรที่ถ้าไม่ไถ่เงินก็วิ่งราวกระเป๋าต้องทำตามคำสั่งของเขา เขามีรายได้

สามหมื่นถึงสี่หมื่นหยวนต่อวัน

ในถิ่นนี้ไม่ว่าใครกล้าเผชิญหน้ากับเขา แต่วันนี้มีเด็กหนุ่มที่ไม่รู้จักคนหนึ่งมาทำลายมันย่อยยับและกล้าเหยียบจมูกเขา

 

ในจิตใจเขารู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถึงแม้ว่ารถของเขาจะไม่ได้มีมูลค่ามากนัก มันเป็นเพียงรถฮอนด้าธรรมดาๆแต่มันก็ยากนักที่จะทำใจได้

แต่แค่นั้นก็ทำให้ศักดิ์ศรีไม่มีเหลือ

สีหน้าของเขาตอนนี้ดูปั้นยากเขาไม่อยากจะคิดว่าตนจะเป็นเจ้าถิ่นที่นี้อีกต่อไปได้ยังไง นักเลงคนอื่นๆต่างก็จ้องมองเขาอย่างผิดหวังในตัวลูกพี่เหลือเกิน ที่ทำได้แค่นอนให้เจ้านั่นกระทืบเล่น

 

เมื่อเย่เฉินกลับมายังรพ.ก็ไม่เห็นหลินโร่วโร่วอยู่แล้วเป็นฮันเซ่วแทน ที่ขณะนี้กำลังดูแลพ่ออยู่

พอเห็นเย่เฉินเดินเข้ามาฮันเซ่วก็เรียกเขาทันที “พี่สอง”

เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินไปข้างๆพ่อแล้วถามขึ้น

“พ่อได้กินอะไรหรือยังครับ?”

“อ่า..เมื่อครู่ เซ่ว เพิ่งซื้อมื้อกลางวันมาให้ เสี่ยวเอ๋อ ฉันเห็นว่า

นางพยาบาลคนนั้นมีใจกับแก แกควรจะคว้าโอกาสนี้เอาไว้นี้นะ แกเองก็ไม่ใช่เด็กแล้วควรหาแฟนเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว” พ่อกล่าวออกมาอย่างจริงจัง

เย่เฉินขำเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจก่อนพูดออกมา

“พ่อเรื่องแบบนี้มันต้องอาศัยโชคชะตาและโอกาส รวมถึงเวลาใน

การดูใจกันแล้วทุกอย่างมันจะง่ายขึ้น”

“โอ้ แกโตขึ้นแล้วจริงๆ งั้นฉันจะไม่พูดแล้วละ…จริงสิเสี่ยวเอ๋อ นี่ก็ถึงเวลาที่หนูต้องหางานหลัก แล้วจากกลับมา ถ้ายังหาไม่ได้พ่อจะบอก

พี่ใหญ่ไม่ก็น้องสามของหนูให้ช่วยหาทางให้ก็แล้วกัน”

“ไม่จำเป็นครับ ผมหางานได้ อย่าห่วงเลย”

“เสี่ยวเอ๋อ ให้พ่อทำเรื่องออกจากรพ.เถอะ ค่าใช้จ่ายที่นี่แพงยิ่งนัก

สองพันหยวนต่อหนึ่งคืน นี่มันปล้นกันชัดๆนอกจากนี้ข้าไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเมื่ออยู่ที่นี่ได้แต่นั่งดมกลิ่นยา”พ่อพูดออกมา

เย่เฉินรู้ว่าพ่อของตนเป็นกังวลเรื่องเงินครอบครัวเขาจำเป็นต้องประหยัดแถมการสอบของเสี่ยวเซ่วก็ใกล้มาแล้ว

ค่าใช้จ่ายในการเรียนของมัธยมปลายค่อนข้างแพง

“พ่ออย่ากังวลไปตอนนี้คิดแค่เรื่องรักษาตัวเองให้หายก่อนเถอะเรื่องเงินผมมีทางน่า”เย่เฉินพูด

พ่อรู้ว่าเย่เฉินเป็นคนอย่างไรเขาจึงไม่ได้อะไรอีกเขาเองก็คิดรักษาตัวจนกว่าเย่เฉินเป็นคนเอ่ยให้ออก

เย่เฉินหันไปมองฮันเซ่ว “เสี่ยวเซ่วเป็นอย่างไรบ้างเธอพอมีความมั่นใจไหมที่จะสอบเข้ามหาวิยาลัยได้?”

“พ่อ พี่สอง หนูจะไม่เรียนแล้วค่ะ”ฮันเซ่วพูดออกมาแล้วก็เงียบไป

“ทำไมล่ะ?”เย่เฉินถามอย่างตะหงิดใจ

“หนูจะออกไปหางานทำค่ะ!! แม้ว่าจะเรียนหนังสือไปก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะประสบความสำเร็จได้นี่คะ”เธอคิดว่าเพราะค่าเรียนที่แสนแพงทำให้พ่อที่เก็บขยะขายต้องเจอเรื่องร้ายๆ

พ่อตอนนี้ก็อายุหกสิบเข้าไปแล้วสำหรับโลกใบนี้ก็ถือว่ามากพอแล้วแล้วเธอจะทำให้พ่อเหนื่อยต่อไปได้ยังไง

 

“ไร้สาระ!!” เย่เฉินตะโกนออกมาเสียงดัง “เธอยังเด็กทำไมถึงไม่ตั้งใจเรียนล่ะ พี่เสียใจกว่าเธอมากนะ ถ้าเธอไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนอย่างถูกต้องแต่เธอยังมีโอกาสทำไมถึงจะทิ้งมัน”

“แต่ว่า…”ฮันเซ่วต้องการพูดบางอย่างออกไปแค่ก็ต้องหยุดลงเมื่อคิดจะความในใจออกมา

“เสี่ยวเซ่ว พ่อรู้ๆ ว่าหนูคิดอะไรอยู่แต่ถ้าหากไม่เล่าเรียนแล้วหนูจะไปทำอะไร? อย่ากังวลๆ พ่อจะทำทุกอย่างเพื่อให้หนูได้เรียน” พ่อพูดออกมา

“ฟังพ่อเถอะ ไม่มีอะไรสำคัญไปสำหรับเธอไปมากกว่าการเรียนแต่นี่ก็ไม่ได้บอกให้ทิ้งพ่อ เธอเข้าใจนะ?”เย่เฉินที่ยืนข้างๆพูดต่อ

ฮันเซ่วขอบตาแดงกล่ำแต่เธอกลั้นเอาไว้มิให้น้ำตาร่วงหล่นลงมาเธอพนักหน้าแล้วเงียบโดยไม่พูดอะไร

ไม่นานนักก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสองคนเดินเข้ามาหนึ่งในนั้นคือตำรวจสาวของคืนวาน หวังหยู่ เมื่อเธอเข้ามาก็กวาดสายตาแล้วถามขึ้น

“คนไหนที่ชื่อเย่เฉิน?”

พ่อและฮันเซ่วรู้สึกงุนงงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน้าของพ่อเต็มไปด้วยความกังวลเขาถือวิสาสะถามตำรวจกลับไป

“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ? คุณตำรวจ”

พอได้ยินที่พ่อถามตำรวจก็มองไปที่เย่เฉินแล้วพูดขึ้น“มีชายคนหนึ่งถูกทำร้ายร่างกายโดนเจตนาโปรดไปสถานีตำรวจกับพวกเราด้วย”

เย่เฉินเงียบครู่หนึ่งแล้วคิดว่าจะต้องเป็นเจิ้งต้าฟูแน่นอนที่แจ้งความ

เพราะหลี่ตงเป็นโจรเขาคงไม่แจ้งความเพราะมันไม่ประโยชน์อันใด

เย่เฉินหันไปพูดกับพ่อ “พ่อครับ ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก”

ตำรวจนำกุญแจมือมาจะใส่ที่ข้อมือเย่เฉิน เมื่อผิวสัมผัสกับความเย็นเขาก็จ้องไปที่ตาตำรวจ

ตาของเย่เฉินแหลมคมดุจใบดาบทำให้ตำรวจรู้สึกกลัวจนตัวเริ่มสั่น เขาจึงเก็บกุญแจมือกลับไป

“ไปกันได้แล้ว!”ตำรวจพูดขึ้นเย่เฉินหันหลังให้พ่อแล้วเดินอย่างภาคภูมิใจออกไป

เมื่อเห็นเย่เฉินถูกตำรวจพาไปพ่อรู้สึกลุกลี้ลุกลนพูดอย่างรนรานออกมา “เสี่ยวเซ่ว! พยุงพ่อเดินที”

“พ่อ พ่อจะไปไหนหน่ะ?” ฮันเซ่วถาม

“พ่อจะไปใช้โทรศัพท์ เสี่ยวเอ๋อนั่นโชคร้ายมาก ไม่ควรให้เขาพบเจอเรื่องร้ายๆอีกแล้ว”

เมื่อออกจากรพ. เย่เฉินก็ถูกพาขึ้นรถตำรวจโดยมีหวังหยู่และตำรวจชายอีกคนนั่งตรงข้ามเขา เขามองไปที่หวังหยู่ยิ้มแล้วพูดขึ้น

“เจอกันอีกครั้งแล้วนะครับคุณตำรวจ”

“ฮึ่มม!! ฉันบอกนายไปแล้วถ้าทำเรื่องไม่ดีฉันจะจับนายด้วยมือของฉันแล้วอย่าหวังว่าจะปล่อยไปง่ายๆ รอก่อนเถอะพอพวกเราถึงสถานีตำรวจฉันจะจัดการนายซะ!!” ในคืนวานเขาได้เล่นตุกติกกับเธอทำให้เธอโกรธมากที่ไม่สามารถจับเขาได้

แถมยังจะทำท่าทางลามกอีก

เย่เฉินยักไหล่แต่ไม่พูดอะไร สายตาเริ่มชั่วร้ายมองไปที่หน้าอกของหวังหยู่แล้วส่งเสียงด้วยปากของเขา “จุ๊ๆๆๆ”

หวังหยู่สัมผัสได้ถึงความหมายนี้ เธอจ้องไปที่เย่เฉิน

“นายมองอะไรของนายหน่ะ? ระวังหน่อยหรืออย่าโดนควักลูกตา ห๊ะ!!”

เย่เฉินยิ้มแล้วพูด “คุณตำรวจชุดเครื่องแบบของคุณไม่เล็กไปหน่อยหรือคุณควรเปลี่ยนให้ใหญ่กว่านี้หน่อยนะไม่งั้นระวังมันจะระเบิดออกมา”

“นาย…ไหนลองกล้าพูดอีกทีดูสิ” หวังหยู่โกรธจนเหมือนตัวจะระเบิดออกมาเธอตะโกนเสียงดังและอยากจะคว้าเย่เฉินมาฆ่าทิ้งสะ!

เย่เฉินทำตัวเหมือนหมูโสโครกที่ไม่เดือนไม่ร้อนแล้วพูดในเชิงเหยียดหยัน “ผมไม่ได้นอนกับคุณเสียหน่อย ทำไหมผมจะไม่กล้า?”

“เย่เฉิน!! ฉันจะฆ่าแก!!!!” หวังหยู่กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง

จบบทที่ บทที่ 10 จับกุม

คัดลอกลิงก์แล้ว