- หน้าแรก
- ระบบฝึกฝนอัตโนมัติของศิษย์เฝ้าประตูสำนักสู่ซาน
- บทที่ 703 เคล็ดทวนสังหารเทพเก้ากัป
บทที่ 703 เคล็ดทวนสังหารเทพเก้ากัป
บทที่ 703 เคล็ดทวนสังหารเทพเก้ากัป
บทที่ 703 เคล็ดทวนสังหารเทพเก้ากัป
เมื่อเฉินฉางชิงเห็นภาพนั้น ทั่วร่างพลันสั่นสะท้าน อดไม่ได้ที่จะโพล่งออกมาด้วยความตระหนก "ท่านอาไป๋!"
เขาปรารถนาจะพุ่งเข้าไปช่วยเหลือ ทว่าการห้ำหั่นกับกระบี่คลั่งก่อนหน้านี้ผลาญพลังไปมหาศาล พลังปราณแท้ในร่างยามนี้หลงเหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบ เฉินฉางชิงขบคิดชั่วครู่ก่อนสะบัดมือเบาๆ นำโอสถเม็ดหนึ่งออกมาจากแหวนเหยียบสวรรค์แล้วรีบกลืนลงไป จากนั้นจึงทะยานร่างไปหยุดอยู่เบื้องหน้าหรูเจี้ยและซือโยวโยว
ยามนี้ ทั้งหรูเจี้ยและซือโยวโยวต่างตกอยู่ในอาการตะลึงลาน แววตาของพวกเขายังคงฉายแววไม่อยากเชื่อกับภาพที่เฉินฉางชิงสังหารกระบี่คลั่งเมื่อครู่นี้
เมื่อเห็นเฉินฉางชิงเลื่อนกายกลับมา หรูเจี้ยก็สูดหายใจเข้าลึก เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน "พี่ฉางชิง... ท่าน... ท่านยังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่? มีระดับบำเพ็ญเพียงขอบเขตข้ามผ่านเคราะห์ขั้นต้น กลับสังหารผู้ยิ่งใหญ่ระดับเจินจวินขั้นปลายได้ถึงสองคนติดต่อกัน นี่มัน... ท้าทายสวรรค์เกินไปแล้ว!"
เมื่อได้ยินคำพูดของหรูเจี้ย เฉินฉางชิงเพียงยิ้มจางๆ มิได้ตอบคำสิ่งใด
ซือโยวโยวจ้องมองเฉินฉางชิงเขม็ง ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่นคล้ายมีคำพูดมากมายทว่ากลับมิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา ในตอนนั้น เฉินฉางชิงก็เบนสายตาหันไปมองท้องฟ้าเบื้องบน
ยามนี้ในอากาศ ไป๋อู๋หยากำลังสูดลมหายใจเข้าลึก "ซี้ด!"
ร่างของเขาถอยร่นอย่างรวดเร็ว แขนซ้ายชาหนึบ สัมผัสได้ชัดเจนว่าพิษไอสังหารโลหิตกำลังกัดกร่อนเส้นชีพจรอย่างบ้าคลั่ง
"หึ! ช่างชั่วร้ายนัก!" ไป๋อู๋หยาแค่นเสียงเย็นชา สะบัดแขนข้างที่บาดเจ็บอย่างแรง พลังวิญญาณมหาศาลไหลบ่าเข้าห่อหุ้มแขนข้างนั้น ขับเน้นพิษไอสังหารโลหิตออกมาจนสิ้น!
ไม่ไกลออกไป มือโลหิตจ้องมองไป๋อู๋หยาด้วยสีหน้าดุร้าย น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "ไป๋อู๋หยา! ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย วันนี้... เจ้าจะปล่อยข้าไปหรือไม่?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาของไป๋อู๋หยาก็หม่นแสงลง ประกายสังหารฉายวาบในส่วนลึกของดวงตา กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยวว่า "ข้าบอกแล้ว วันนี้เจ้าต้องตาย!"
สิ้นคำ ไป๋อู๋หยามิรอให้มือโลหิตได้โต้ตอบ ทวนยาวสีเงินในมือพลันสะบัดกวัดแกว่งทันที
"เคล็ดทวนสังหารเทพเก้ากัป—ผ่าปฐพี!"
พร้อมกับเสียงตะโกนกึกก้องของไป๋อู๋หยา ทวนยาวในมือก็แทงทะลวงออกไป
"ตูม!" "ชิ้ว!"
ชั่วพริบตา ประกายทวนกลั่นตัวเป็นลำแสงสีเงิน พุ่งตรงเข้าใส่หน้าอกของมือโลหิต! ครั้งนี้ความเร็วในการลงมือของไป๋อู๋หยารวดเร็วถึงขีดสุด ประกายทวนสีเงินนั้นมาถึงเบื้องหน้าของมือโลหิตในอึดใจเดียว
"หืม?" มือโลหิตใจหายวาบ รูม่านตาหดเกร็งด้วยความพรั่นพรึง ในสภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานเขาทำได้เพียงยกหัตถ์ทั้งสองขึ้นไขว้กัน ควบแน่นไอสังหารโลหิตเข้าต้านทานอย่างสุดกำลัง!
"ปัง!"
เสียงปะทะสนั่นหวั่นไหว วินาทีต่อมา ร่างของมือโลหิตถูกแรงกระแทกซัดจนปลิวถอยหลัง แม้จะสกัดประกายทวนไว้ได้ ทว่ามือทั้งสองกลับโชกเลือด นิ้วทั้งสิบแทบจะแตกละเอียด!
"กรอด..."
หลังจากดูอาการบาดเจ็บที่มือของตนเอง มือโลหิตก็แค้นเคืองจนกัดฟันกรอด ทว่าสิ่งที่น่าขนลุกคือ ดูเหมือนเขาจะมิได้รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย ในแววตากลับยิ่งฉายแววบ้าคลั่ง "ดี! ดีมากไป๋อู๋หยา! ในเมื่อเจ้าอยากตายตกไปตามกัน ข้าก็จะสนองให้!"
ด้วยโทสะอันเปี่ยมล้น มือโลหิตคำรามออกมาด้วยสีหน้าบ้าคลั่ง "วิชามารโลหิต—เผาโลหิตคลุ้มคลั่ง!"
"ตูม!"
พลันเห็นพลังโลหิตพุ่งพรวดออกจากร่างของมือโลหิตแล้วลุกไหม้โชติช่วง ภายใต้การเผาผลาญนี้ พลังปราณของเขาก็ทะยานสูงขึ้นอีกครา หมอกโลหิตรอบกายหนาทึบขึ้น ร่างกายดูราวกับเทพอสูรที่คลานออกมาจากทะเลเลือด ในชั่วพริบตา นิ้วที่หักงอก็สมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า งอกเงยออกมาใหม่ยาวและคมกริบดุจมีดสั้นสีชาดสิบเล่ม
"ไป๋อู๋หยา วันนี้เจ้าต้องมอดม้วย!"
ด้วยพลังปราณที่พุ่งสูงถึงขีดสุด มือโลหิตทะยานร่างเข้าหาไป๋อู๋หยาอีกครั้ง ครั้งนี้ความเร็วและพลังของเขาเหนือชั้นกว่าเดิม ทุกกรงเล็บที่ตวัดออกไปแฝงไว้ด้วยอำนาจฉีกกระชากมิติ!
"ตูม!"
ไป๋อู๋หยาหน้าเคร่งขรึมลง ทว่าทวนยาวในมือกลับมิได้ชักช้า ทวนออกประดุจมังกรทะยาน แทงเข้าปะทะกับการโจมตีของมือโลหิต "เคล็ดทวนสังหารเทพเก้ากัป—กัปที่สาม สะบั้นสมุทร!"
ภายในเวลาไม่ถึงชั่วลมหายใจ ทั้งสองคนก็เข้าห้ำหั่นกันพัลวันอีกครั้ง
"ครืน!" "ปัง ปัง ปัง..."
ชั่วพริบตา ในสนามรบกลางอากาศ หมอกโลหิตและประกายทวนสลับสับเปลี่ยนไปมา เสียงระเบิดกัมปนาทดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย
"เคล็ดทวนสังหารเทพเก้ากัป—กัปที่สี่ ทำลายดารา!"
"เคล็ดทวนสังหารเทพเก้ากัป—กัปที่ห้า สังหารวิญญาณ!"
"ตูม!"
ไป๋อู๋หยาโหมกระหน่ำกระบวนท่าทวนหลายกระบวนท่าติดต่อกัน ประกายทวนโถมซัดดุจคลื่นยักษ์ กดดันจนมือโลหิตต้องล่าถอยไป! ถึงจะเป็นเช่นนั้น ทว่าไป๋อู๋หยาเองก็มิได้ดีไปกว่ากัน เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าแขนซ้ายของเขาเริ่มสูญเสียความรู้สึกไปโดยสิ้นเชิง
"บัดซบ! แม้พิษไอสังหารโลหิตจะถูกขับออกไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะสร้างความเสียหายหนักหนาให้กับแขนซ้ายของข้า" ไป๋อู๋หยาลอบรำพึง สีหน้าเคร่งเครียดอย่างยิ่ง
ทันใดนั้น เสียงตะโกนกึกก้องพลันดังแทรกขึ้น "มือโลหิต! รับความตายซะ!"
ทั้งมือโลหิตและไป๋อู๋หยาต่างชะงักงัน หันไปมองตามต้นเสียงโดยสัญชาตญาณ พลันเห็นเฉินฉางชิงทะยานขึ้นสู่เวหาตั้งแต่เมื่อใดมิอาจทราบได้ กระบี่อัสนีสวรรค์ในมือฟาดฟันลงมาดุจสายฟ้าฟาด "วิชาชักกระบี่สะบั้นสวรรค์!"
"ชิ้ว!"
แสงกระบี่พาดผ่านนภาดุจดาวตก พุ่งตรงเข้าหามือโลหิต
"หืม?" เมื่อมือโลหิตเห็นดังนั้น จิตใจก็สั่นสะท้าน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตระหนก หากเป็นก่อนหน้านี้เขาคงมิเห็นผู้บำเพ็ญขอบเขตข้ามผ่านเคราะห์ขั้นต้นอยู่ในสายตา ทว่ายามนี้มือโลหิตกลับต้องระวังเฉินฉางชิงอย่างถึงที่สุด อย่างไรเสียก่อนหน้านี้ทั้งธรรมบดีและกระบี่คลั่งต่างก็สิ้นชีพด้วยน้ำมือของเด็กหนุ่มผู่นี้
หลังจากนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ในดวงตาของมือโลหิตก็ฉายแววเหี้ยมเกรียม ตะโกนก้อง "เจ้าหนู! เจ้าหาที่ตายเองนะ!"
กล่าวจบ มือโลหิตก็เตรียมพร้อมจะลงมือ ทว่าพลังกระบี่ที่เฉินฉางชิงฟันลงมานั้นเมื่อพุ่งมาถึงเบื้องหน้ากลับสลายหายไปเอง มิได้สร้างความเสียหายใดๆ ให้แก่มือโลหิตเลยแม้แต่น้อย
"นี่มัน...?" มือโลหิตมีสีหน้างุนงง
ในจังหวะที่เขากำลังสับสนนั้น ไป๋อู๋หยาก็พลันเข้าใจความหมายขึ้นมาทันที! วินาทีต่อมา เขาไม่รอให้มือโลหิตได้สติกลับคืนมา ทวนยาวในมือพลันสะบัดออกไปอย่างรุนแรง
"เคล็ดทวนสังหารเทพเก้ากัป—กัปที่หก ดับสูญ!"
กระบวนท่านี้คือท่าที่ทรงพลังที่สุดในเคล็ดทวนสังหารเทพเก้ากัปของเขา และยังเป็นท่าที่ผลาญพลังงานมหาศาลที่สุดอีกด้วย
"ชิ้ว!"
พลันเห็นประกายทวนสีเงินขาวกลายเป็นลำแสงพิฆาตเชื่อมต่อฟ้าดิน พุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างเหี้ยมเกรียม อีกด้านหนึ่ง หลังจากมือโลหิตสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมรณะที่คุกคาม ทั้งร่างพลันเย็นวาบ ใบหน้าซีดเผือด
"แย่แล้ว! เจ้าเด็กนั่นจงใจล่อลวงข้า..."