- หน้าแรก
- ระบบฝึกฝนอัตโนมัติของศิษย์เฝ้าประตูสำนักสู่ซาน
- บทที่ 358 สามารถข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ ก้าวเข้าสู่ขอบเขตข้ามผ่านเคราะห์
บทที่ 358 สามารถข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ ก้าวเข้าสู่ขอบเขตข้ามผ่านเคราะห์
บทที่ 358 สามารถข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ ก้าวเข้าสู่ขอบเขตข้ามผ่านเคราะห์
บทที่ 358 สามารถข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ ก้าวเข้าสู่ขอบเขตข้ามผ่านเคราะห์
เมื่อครั้งยังอยู่ที่หุบเขาเทพโอสถ เฉินฉางชิงได้เรียนรู้เรื่องสมบัติล้ำค่าจากสวรรค์และปฐพีมากมายจากฮวาเหยา ซึ่งบุปผาข้ามผ่านเคราะห์นี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ตามชื่อของมัน บุปผาข้ามผ่านเคราะห์สามารถช่วยเหลือผู้บำเพ็ญขอบเขตเปลี่ยนเทวะขั้นสมบูรณ์พร้อม ให้สามารถเหนี่ยวนำทัณฑ์สวรรค์และก้าวข้ามสู่ขอบเขตข้ามผ่านเคราะห์ได้!
สำหรับผู้บำเพ็ญขอบเขตเปลี่ยนเทวะแล้ว คุณค่าของมันนับเป็นสมบัติล้ำค่าที่มิอาจประเมินได้!
หลังจากครุ่นคิดชั่วครู่ สายตาของเฉินฉางชิงก็จับจ้องแน่วแน่ไปยังชายหนุ่มชุดขาวที่เพิ่งมาถึง
"ดูท่าแล้ว คนผู้นี้น่าจะเป็นคนของสำนักอสูร"
"สัตว์อสูรประจำตัวของเขาเทียบเท่ากับขอบเขตเปลี่ยนเทวะ สถานะในสำนักอสูรคงไม่ธรรมดาเป็นแน่"
เฉินฉางชิงพึมพำกับตนเอง
สำหรับสำนักอสูร เขาย่อมรู้จักดี ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสิบสำนักมารใหญ่
ก่อนหน้านี้ คนของสำนักอสูรยังเคยคิดจะจับเจ้าดำน้อยไป โชคดีที่เขามาถึงทันเวลาและสังหารผู้บำเพ็ญครึ่งก้าวสู่ขอบเขตเปลี่ยนเทวะของสำนักอสูรไปหนึ่งคน
"สถานการณ์ของซือโยวโยวไม่สู้ดีนัก"
"หากนางไม่ยอมมอบบุปผาข้ามผ่านเคราะห์ออกไป เกรงว่าคงหนีไม่พ้นเคราะห์กรรมครั้งนี้"
ขณะที่เฉินฉางชิงกำลังไตร่ตรอง พลันมีกลิ่นหอมกรุ่นกำจายลงมาจากฟากฟ้า
ตามมาด้วยเสียงหัวเราะอันไพเราะดุจเสียงกระดิ่งเงิน
"หืม?"
เหล่าคนของสำนักมารที่อยู่ ณ ที่นั้นต่างหันไปมองตามเสียงโดยพร้อมเพรียง
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือร่างระหงในอาภรณ์สีชมพูที่กำลังร่ายรำลงมา
ผู้มาใหม่คือหญิงสาวที่มีใบหน้างดงามหมดจด เรือนผมสีแดงเพลิงยาวสลวยราวกับน้ำตก ในดวงตาสีทองคู่นั้นทอประกายแปลกประหลาด สวมใส่ชุดผ้าโปร่งลายเปลวเพลิง!
ยิ่งไปกว่านั้น ทั่วทั้งร่างของนางยังแผ่กลิ่นอายเย้ายวนที่ฝังลึกถึงกระดูกออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
เพียงนางชายตามอง ก็ราวกับจะช่วงชิงวิญญาณของผู้คนไปได้!
"อ๊ะ!"
"เรื่องสนุกเช่นนี้ จะขาดข้าไปได้อย่างไรกัน?"
"ทุกท่าน ของวิเศษบนตัวนาง ข้าขอล่ะนะ"
หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานทันทีที่ปรากฏตัว
วาจาของนางแฝงไปด้วยพลังล่อลวงอันแปลกประหลาด
เพียงไม่กี่คำ ก็ทำให้ผู้บำเพ็ญขอบเขตเปลี่ยนเทวะหลายคนถึงกับมีสายตาพร่ามัวเลื่อนลอย
"หึ!"
ในขณะนั้น ไป๋อวี้ซานแห่งสำนักอสูรพลันแค่นเสียงเย็นชา
"นางมารน้อยแห่งวังบุปผาย้าย!"
"เลิกใช้วิชาเสน่ห์ของเจ้าได้แล้ว!"
"ตูม!"
สิ้นเสียงของเขา พลังปราณอันแข็งแกร่งก็ระเบิดออกจากร่างของไป๋อวี้ซานในทันที ทำลายพลังล่อลวงที่มองไม่เห็นนั้นจนแหลกสลาย!
บัดนั้นเอง เหล่าผู้บำเพ็ญขอบเขตเปลี่ยนเทวะที่เคยถูกมนตร์สะกดของหญิงสาว ก็พลันได้สติกลับคืนมา ดวงตากลับมาใสกระจ่างดังเดิม
"นี่มัน?"
"นางคือจีหรูเชียนเสวี่ยแห่งวังบุปผาย้าย!"
"วิชาเสน่ห์...ช่างน่ากลัวนัก ข้าโดนเข้าไปตั้งแต่เมื่อใดกัน?"
"..."
ผู้บำเพ็ญขอบเขตเปลี่ยนเทวะของสำนักมารหลายคนต่างตกตะลึงอย่างยิ่ง
"คนของวังบุปผาย้ายก็มาด้วยรึ?"
ซือโยวโยวหันไปมองจีหรูเชียนเสวี่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมอย่างที่สุด
ในขณะเดียวกัน เฉินฉางชิงที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยเมื่อเห็นจีหรูเชียนเสวี่ย
"โอ้?"
"คนของวังบุปผาย้ายแห่งสำนักมารงั้นรึ?"
สำหรับวังบุปผาย้าย เฉินฉางชิงย่อมรู้จักดี เพราะเช่นเดียวกับนิกายมารฟ้าและสำนักอสูร ล้วนเป็นหนึ่งในสิบสำนักมารใหญ่
อีกทั้งสำนักวังบุปผาย้ายนี้ยังมีความพิเศษอย่างยิ่ง คือรับแต่ศิษย์สตรีเท่านั้น
พวกนางเชี่ยวชาญในวิถีแห่งการดูดซับพลังและวิชาแห่งการล่อลวง ไม่รู้ว่ามีผู้บำเพ็ญชายกี่คนที่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกนาง กลายเป็นเตาหลอมสำหรับการบำเพ็ญเพียร
"วิชาเสน่ห์ช่างร้ายกาจนัก"
"แม้แต่ข้าเมื่อครู่ก็เกือบจะหลงกลเข้าแล้ว"
เฉินฉางชิงพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ณ เวลานั้น จีหรูเชียนเสวี่ยเมื่อเห็นว่าวิชาเสน่ห์ที่ตนปล่อยออกไปถูกไป๋อวี้ซานทำลาย ก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะคิกคัก
"คิกคิก..."
"นายน้อยไป๋แห่งสำนักอสูรช่างน่าเบื่อเสียจริง!"
ต่อคำพูดของจีหรูเชียนเสวี่ย ไป๋อวี้ซานเพียงแค่มีสีหน้าเรียบเฉย แค่นเสียงเย็นชาคำหนึ่ง แล้วหันกลับไปมองซือโยวโยว
แต่ยังไม่ทันที่ไป๋อวี้ซานจะได้เอ่ยปากอันใด ในห้วงมิติว่างเปล่าก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง
"ฮ่าฮ่า!"
"คาดไม่ถึงว่าจะมีคนมาชุมนุมกันมากมายถึงเพียงนี้"
"เรื่องครึกครื้นเช่นนี้ จะขาดข้านายน้อยผู้นี้ไปได้อย่างไร?"
สิ้นเสียงคำรามหัวเราะ เสียงกระบี่ก็ดังกระหึ่มขึ้น
เมื่อมองตามเสียงไป ก็เห็นชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งขี่กระบี่เหินฟ้ามาถึง
ชายหนุ่มผู้นั้นสวมชุดสีดำ ทั่วทั้งร่างแผ่ปราณกระบี่อันคมกล้าหาใดเปรียบ
"โม่เย่?"
"ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์จันทราทมิฬ!"
"เหตุใดเรื่องนี้จึงดึงดูดแม้แต่เขาให้ออกมาได้?"
"..."
เหล่าคนของสำนักมารที่อยู่ ณ ที่นั้นต่างตกใจอย่างยิ่งเมื่อเห็นผู้มาใหม่ ในแววตาของผู้บำเพ็ญขอบเขตเปลี่ยนเทวะหลายคนฉายแววหวาดกลัวอย่างไม่ปิดบัง
"หืม?"
ในขณะเดียวกัน เฉินฉางชิงที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็รู้สึกตกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มชุดดำมาถึง
"ไอนี่...เขาเป็นคนของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์จันทราทมิฬ?"
เฉินฉางชิงพึมพำกับตัวเอง
แม้เขาจะเป็นศิษย์สำนักสู่ซาน แต่เขาก็ได้ฝึกฝนวิชาสุดยอดประจำสำนักของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์จันทราทมิฬอย่างวิชาชักกระบี่สะบั้นสวรรค์
เพียงสัมผัสครู่เดียว เขาก็รู้สึกได้ถึงไอที่คล้ายคลึงกันจากร่างของโม่เย่
"คาดไม่ถึงจริงๆ"
"เพิ่งจะเข้ามาในแดนลับเขาเซียนได้ไม่กี่วัน ก็ได้มาพบการรวมตัวของสี่สำนักมารใหญ่เสียแล้ว"
เฉินฉางชิงถอนหายใจแผ่วเบา
แต่เมื่อคิดอีกที เขาก็เข้าใจได้
ในใจเขารู้ดีว่าบุปผาข้ามผ่านเคราะห์ในมือของซือโยวโยวนั้น เป็นที่หมายปองของผู้คนมากเกินไป
มากพอที่จะทำให้ผู้บำเพ็ญขอบเขตเปลี่ยนเทวะนับไม่ถ้วนต้องคลั่งไคล้ไล่ล่า
"น่าชัง!"
เมื่อเห็นแม้กระทั่งโม่เย่แห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์จันทราทมิฬก็มาถึง หัวใจของซือโยวโยวก็เย็นเยียบลง
หากเป็นโลกภายนอก นางย่อมไม่หวาดเกรง
แต่บัดนี้ ที่นี่คือแดนลับเขาเซียน ข้างกายนางมีเพียงผู้คุ้มกันระดับขอบเขตเปลี่ยนเทวะไม่กี่คนเท่านั้น
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าอัจฉริยะแห่งสำนักมารอย่างโม่เย่ จีหรูเชียนเสวี่ย และไป๋อวี้ซาน เพียงกำลังของพวกนางในตอนนี้ เกรงว่าจะต้านทานได้ยากยิ่ง
ขณะที่ซือโยวโยวสับสน ผู้คุ้มกันขอบเขตเปลี่ยนเทวะของนิกายมารฟ้าคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ก็เอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว
"ท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์!"
"เดี๋ยวพวกเราจะสู้ตายเพื่อเปิดทางให้ท่าน ท่านจงหาโอกาสพุ่งออกไป"
ขณะที่กล่าววาจานี้ ในดวงตาของผู้บำเพ็ญขอบเขตเปลี่ยนเทวะผู้นั้นก็ฉายแววเด็ดเดี่ยวถึงที่สุด
ดูท่าแล้ว พวกเขาเตรียมใจพร้อมสละชีพแล้ว
ผู้คุ้มกันขอบเขตเปลี่ยนเทวะอีกหลายคนเมื่อได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น แสดงท่าทีพร้อมยอมพลีชีพเช่นกัน
"นี่..."
ซือโยวโยวตะลึงงัน ในใจย่อมรู้สึกทนไม่ได้อยู่บ้าง
แต่หากยังดื้อดึงสู้ต่อไปที่นี่ เกรงว่าผลลัพธ์สุดท้ายก็มีเพียงความตายเท่านั้น
ในขณะนั้นเอง ไป๋อวี้ซานแห่งสำนักอสูรก็กล่าวเสียงเย็นชา
"ทุกท่าน"
"บุปผาข้ามผ่านเคราะห์อยู่ในมือของซือโยวโยว ใครจะคว้าไปได้ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน!"
สำหรับคำพูดของไป๋อวี้ซาน ทั้งจีหรูเชียนเสวี่ยและโม่เย่ต่างไม่มีผู้ใดคัดค้าน
"ฆ่า!"
วินาทีต่อมา ไป๋อวี้ซานก็ลงมือก่อนใคร แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสายหนึ่ง พุ่งตรงไปยังซือโยวโยว
โฮก โฮก!
ในขณะเดียวกัน สัตว์อสูรประจำตัวของเขา พยัคฆ์อสูรดุร้าย ก็คำรามลั่นอย่างกราดเกรี้ยว พุ่งเข้าใส่ซือโยวโยวโดยตรง
"ฟิ้ว ฟิ้ว!"
เมื่อเห็นภาพนี้ โม่เย่และจีหรูเชียนเสวี่ยก็ไม่ยอมน้อยหน้า เคลื่อนกายออกไปในทันที
ส่วนคนของสำนักมารอื่นๆ ที่อยู่ ณ ที่นั้น เมื่อเห็นฉากนี้ก็ไม่กล้าลงมืออีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ลงมือล้วนเป็นอัจฉริยะของสิบสำนักมารใหญ่ หากพวกเขายังเข้าไปยุ่งวุ่นวายอีก นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย!
แต่กระนั้น พวกเขาก็ไม่ได้จากไปไหน เพียงเฝ้าดูอยู่ข้างๆ หวังว่าจะได้ส้มหล่นจากสถานการณ์นี้บ้าง
"ตูม ตูม!"
ในเวลาไม่ถึงชั่วลมหายใจ อัจฉริยะจากสามสำนักมารใหญ่ก็พุ่งเข้าประชิดซือโยวโยว พลังอันน่าสะพรึงกลัวสั่นสะเทือนฟ้าดิน
"เพื่อท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์! เพื่อนนิกายมารฟ้า!"
"ระเบิด!!"
ผู้บำเพ็ญขอบเขตเปลี่ยนเทวะของนิกายมารฟ้าหลายคนเมื่อเห็นดังนั้น สีหน้าของพวกเขาก็ฉายแววเด็ดเดี่ยวถึงขีดสุด
ทันใดนั้น พวกเขาก็พุ่งร่างขึ้นไปพร้อมกัน ตรงเข้าใส่ไป๋อวี้ซานและคนอื่นๆ ที่กำลังพุ่งเข้ามา
"ตูม! ตูม! ตูม!"
ขณะที่พุ่งออกไป ผู้บำเพ็ญขอบเขตเปลี่ยนเทวะของนิกายมารฟ้าหลายคนได้เลือกที่จะระเบิดตัวเองโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เสียงระเบิดดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนฟ้าแผ่นดิน
แสงสว่างเจิดจ้าที่สาดส่องออกมา ราวกับดวงดาวขนาดใหญ่ที่ระเบิดออกในห้วงมิติว่างเปล่า