- หน้าแรก
- ถูกบังคับให้เป็นราชบุตรเขยเสเพล
- บทที่ 29 - อัดหวังชั่วซะน่วม ความคาดหวังของจักรพรรดินี!
บทที่ 29 - อัดหวังชั่วซะน่วม ความคาดหวังของจักรพรรดินี!
บทที่ 29 - อัดหวังชั่วซะน่วม ความคาดหวังของจักรพรรดินี!
บทที่ 29 - อัดหวังชั่วซะน่วม ความคาดหวังของจักรพรรดินี!
★★★★★
เมื่อได้ยินคำข่มขู่นี้ สีหน้าของซูเฉินไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังเผยให้เห็นรอยยิ้มเย้ยหยันบางๆ
"เอาพ่อแกมาข่มข้าหรือ"
"ได้ พวกเราไม่พูดถึงเรื่องนั้น"
ซูเฉินค้อมตัวลงเล็กน้อย ดวงตาที่ลึกล้ำคู่นั้นจ้องมองตรงไปยังหวังชั่ว แววตาแฝงไปด้วยความหนาวเหน็บที่ทำให้ผู้คนรู้สึกใจสั่น
"เรื่องที่ฝ่าบาทพระราชทานงานแต่ง แกเองก็คงจะรู้สินะ"
หวังชั่วอึ้งไป มันพยายามหลบสายตาของซูเฉินตามสัญชาตญาณ
เรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงแล้ว มีหรือที่มันจะไม่รู้
"ในเมื่อรู้ แล้วเมื่อครู่แกจงใจแทะโลมว่าที่ภรรยาของราชบุตรเขยอย่างข้า แกมีเจตนาอะไร"
เสียงของซูเฉินดังก้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับเสียงฟ้าร้อง
"หนิงชิงฉือคือชายาของราชบุตรเขยที่ฝ่าบาททรงพระราชทานให้ด้วยพระองค์เอง นางคือคนของราชวงศ์!"
"การที่แกกล้าทำตัวหยาบคายกับนางท่ามกลางธารกำนัลเช่นนี้ แกไม่เห็นฝ่าบาทอยู่ในสายตาเลยใช่หรือไม่ แกกำลังคิดจะลบหลู่เบื้องสูงใช่ไหม!"
ข้อหานี้หนักหนาสาหัสยิ่งนัก หวังชั่วหน้าซีดเผือด รีบส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน
"ข้า... ข้าเปล่า... อั้ก!"
ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบ ซูเฉินก็ตวัดเท้าเตะเสยเข้าที่ปลายคางของมันอย่างแรง
หวังชั่วร้องโหยหวน ร่างลอยกระเด็นไปไกลหลายจั้ง ฟันหลุดกระเด็นออกจากปาก เลือดสดๆ ไหลกลบปาก
ซูเฉินก้าวเดินตามไปอย่างใจเย็น ยกเท้าขึ้นเหยียบลงบนยอดอกของมัน ออกแรงเหยียบจนหวังชั่วกระอักเลือดออกมาอีกระลอก
"สุนัขที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง วันนี้ข้าจะช่วยสั่งสอนแกแทนพ่อแกเอง"
เขากระทืบลงไปอีกหลายที เสียงกระดูกซี่โครงหักดังกรอบแกรบ หวังชั่วเจ็บปวดจนแทบจะสลบไป แต่ก็ถูกความเจ็บปวดปลุกให้ตื่นขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า
เหล่าคุณชายและบัณฑิตรอบข้างต่างพากันถอยกรูด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้องห้าม
บรรดาผู้คุ้มกันของตระกูลหวังเห็นนายน้อยถูกทำร้ายก็ชักอาวุธเตรียมจะพุ่งเข้ามา แต่ซูเฉินเพียงแค่ตวัดสายตาดุดันมองกวาดไป กลิ่นอายสังหารอันรุนแรงก็ทำให้พวกมันสั่นสะท้านจนก้าวขาไม่ออก
"ไสหัวไป!"
ซูเฉินเตะร่างของหวังชั่วที่บอบช้ำจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมกระเด็นไปทางพวกผู้คุ้มกัน
พวกมันรีบรับร่างของนายน้อยเอาไว้แล้วพากันวิ่งหนีหางจุกตูดออกจากหอหลิวอวิ๋นไปอย่างทุลักทุเล
หนิงชิงฉือยืนมองภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
แผ่นหลังนั้น เมื่อมองจากสายตาของนางในตอนนี้ ช่างดูสูงใหญ่เหลือเกิน
ดุดัน
ปกป้องคนของตัวเอง
เปี่ยมด้วยพรสวรรค์
คำศัพท์เหล่านี้ค่อยๆ หลอมรวมเข้าด้วยกันในหัวของนาง ก่อร่างสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของซูเฉินขึ้นมา
ความรู้สึกรังเกียจในตอนแรกมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นและความปลอดภัยที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อน
มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ โดยไม่รู้ตัว
"ซูเฉิน..."
"ว่าที่สามีของข้า..."
……
พระราชวัง ห้องทรงพระอักษร
ดึกสงัดแล้ว แต่ภายในห้องทรงพระอักษรยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟ
กลิ่นเครื่องหอมอำพันทะเลลอยอบอวลอยู่ในอากาศ แฝงไปด้วยความสงบและผ่อนคลาย
เบื้องหลังโต๊ะทรงงานไม้จันทน์สีม่วงตัวใหญ่ มีหญิงสาวรูปโฉมงดงามในชุดคลุมมังกรสีเหลืองทองนั่งอยู่
จักรพรรดินีแห่งต้าเฉียน ลั่วหนิงฉาง
นางไม่ได้สวมมงกุฎ เส้นผมสีดำขลับถูกรวบเกล้าไว้ด้วยปิ่นหยกอย่างเรียบง่าย ปล่อยปอยผมสองสามเส้นให้ตกลงมาคลอเคลียข้างแก้ม ยิ่งทำให้ดูเกียจคร้านและเย้ายวนใจมากขึ้น
เวลานี้ นางกำลังเอนกายพิงบัลลังก์มังกร ในมือถือฎีกาลับที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาในวัง
ดวงตาหงส์ที่ปรกติมักจะดูเยือกเย็นและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับฉายแววขบขัน
"เจ้าเด็กนี่ ซ่อนคมไว้ลึกไม่เบา"
ลั่วหนิงฉางเผยอริมฝีปากสีแดงสด น้ำเสียงเยือกเย็นแฝงไปด้วยความมีเสน่ห์
สายตาของนางจับจ้องไปที่บทกวีที่ถูกคัดลอกมาในฎีกาลับ
"ช่างเป็นประโยคที่ยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้ นึกเจ็บใจมาเยือนยลเมื่อสายล่วง"
"ไม่เพียงแต่จะจัดการสั่งสอนพวกเสเพลตระกูลหวัง แต่ยังสามารถเอาชนะใจยอดหญิงผู้มีพรสวรรค์ได้อย่างงดงาม"
นางวางฎีกาลับลงบนโต๊ะ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏชัดเจนบนใบหน้า
"ราชบุตรเขยของข้า จะต้องเป็นผู้ที่อยู่เหนือผู้คนเช่นนี้แหละ"
"ข้าชักจะรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้วสิ อยากจะรู้เหลือเกินว่าขบวนรับเจ้าสาวของตระกูลซู จะสร้างความตื่นตะลึงให้เมืองหลวงได้มากแค่ไหน"
[จบแล้ว]