เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 260 - รังแกกันเกินไปแล้ว

บทที่ 260 - รังแกกันเกินไปแล้ว

บทที่ 260 - รังแกกันเกินไปแล้ว


บทที่ 260 - รังแกกันเกินไปแล้ว

เมื่อถูกเซียวขวงตวาดด่า นายรองเซียวถึงได้ยอมหุบปาก

ลู่หรงขี้เกียจจะถือสาหาความ จึงหันไปมองบนลานประลอง

จะเห็นได้ว่าบริเวณใจกลางลานประลองนั้นแทบจะเต็มไปด้วยผู้คน

กฎกติกาของงานประลองหลอมโอสถร้อยตระกูลนั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมา รอบแรกกำหนดให้หลอมโอสถเลี่ยหยางขั้นสามหนึ่งเม็ด

เม็ดยาที่มีความบริสุทธิ์ไม่ถึงระดับชั้นเลิศ จะถูกคัดออกทันที

"แหม ผู้นำตระกูลเซียว งานประลองปีนี้ท่านก็มาร่วมด้วยรึเนี่ย ไม่รู้ว่าตระกูลเซียวของท่านจะผ่านรอบแรกไปได้หรือเปล่านะ?" ในขณะที่คนตระกูลเซียวกำลังตั้งใจชมการประลองอยู่นั้น เสียงล้อเลียนก็ดังขึ้น

เมื่อหันไปมอง ก็เห็นชายในชุดคลุมสีเหลืองสองสามคนกำลังยืนยิ้มเยาะอยู่ไม่ไกล

เพียงแต่รอยยิ้มนั้น แฝงไปด้วยแววเยาะเย้ยถากถาง

"หึหึ คนของตระกูลหลิน เอาเวลาไปห่วงพวกตัวเองก่อนเถอะ" เซียวขวงแค่นเสียงเย็น ไม่ยอมไว้หน้าอีกฝ่าย

งานประลองรอบที่แล้ว ตระกูลเซียวของเขายังไม่ผ่านแม้กระทั่งรอบแรก ทำให้หลายตระกูลเอาไปหัวเราะเยาะ

ซึ่งตระกูลหลินในฐานะคู่แค้นตลอดกาลของตระกูลเซียว ก็เย่อหยิ่งผยองเดชที่สุด

"ทำเป็นเก่งไปเถอะ ประเดี๋ยวถ้าไม่ผ่านรอบแรก ตระกูลเซียวของพวกเจ้าก็รอเป็นตัวตลกให้ชาวบ้านเขาหัวเราะเยาะได้เลย" พูดจบ คนตระกูลหลินก็เลิกสนใจตระกูลเซียวอีก

"ไอ้พวกสวะตระกูลหลินนี่มันชักจะกำแหงเกินไปแล้ว ก็แค่อาศัยว่ามีแพทย์ฝึกยุทธ์ขั้นสี่อยู่ในตระกูล ถึงได้กล้าดูถูกตระกูลเซียวของเราแบบนี้!" นายรองเซียวถลึงตาใส่คนตระกูลหลิน สีหน้าฉายแววโกรธเกรี้ยว

เซียวขวงส่ายหน้า "พอได้แล้วเจ้ารอง ตระกูลหลินเป็นปรปักษ์กับตระกูลเซียวของเราไม่ใช่แค่วันสองวัน ปล่อยพวกมันเห่าไปเถอะ ยังไงก็ทำคลื่นลมลูกใหญ่ไม่ได้หรอก"

ลู่หรงไม่ได้พูดอะไรกับเรื่องนี้ เรื่องของตระกูลเซียว เขาไม่เข้าไปยุ่งหรอก

เมื่อฉีเหิงประกาศเริ่มการแข่งขัน แพทย์ฝึกยุทธ์ในสนามก็พากันนำเตาหลอมโอสถของตัวเองออกมา

จากนั้นทุกคนก็ใส่สมุนไพรวิญญาณลงไปตามข้อกำหนด แล้วเริ่มจุดไฟหลอมโอสถ

"แพทย์ฝึกยุทธ์ใช้เตาหลอมโอสถหลอมยาจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย?" ลู่หรงหลุดขำออกมา

อาจารย์ราคาถูกของเขาแม้จะสอนวิธีหลอมโอสถ แต่ก็ไม่เคยให้เตาหลอมโอสถกับเขาเลย

นายรองเซียวกลอกตาใส่ลู่หรง "ไม่ใช้เตาหลอมแล้วเจ้าจะเอามือปั้นเอาหรือไง? จะบ้าเรอะ"

ลู่หรงทำหน้าเซ็งกะตาย ก็ช่วงนี้เขาก็ใช้มือปั้นโอสถเอาน่ะสิ

ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงด้วย ลู่หรงจึงหยิบตำรับยาพั่ววั่งขึ้นมาเปิดดูเพื่อฆ่าเวลา

เวลาค่อยๆ ผ่านไป เพียงพริบตาก็ผ่านไปแล้วครึ่งชั่วยาม

"การแข่งขันรอบแรกสิ้นสุดลง ใครที่ยังหลอมไม่สำเร็จ ถือว่าตกรอบ!"

สิ้นเสียงของฉีเหิง บรรดาแพทย์ฝึกยุทธ์ก็พากันหยุดมือ

แพทย์ฝึกยุทธ์บางคนที่ทำเกินเวลา ได้แต่เดินคอตกออกจากสนามด้วยใบหน้าซีดเผือด

ไม่นานนัก แพทย์ฝึกยุทธ์ในชุดขาวหลายคนก็เดินลงสนามเพื่อตรวจสอบคุณภาพของเม็ดยา

"หลานเซียวฉี เจ้าต้องกู้หน้าให้ตระกูลเซียวให้ได้นะ!" เซียวขวงจ้องมองเซียวฉีอย่างใจจดใจจ่อ

นายรองเซียวกลับพูดอย่างมั่นใจ "วางใจเถอะครับผู้นำตระกูล ช่วงหลายวันมานี้ฉีเอ๋อร์ตั้งใจฝึกฝนวิชาหลอมโอสถอย่างหนัก โอสถขั้นสามแค่นี้ไม่ระคายมือหรอก"

เซียวฉีที่อยู่ในสนาม ปาดเหงื่อพร้อมกับเปิดเตาหลอมโอสถออก

ในจังหวะที่เธอกำลังจะหยิบเม็ดยาออกมา ปราณแท้จริงสายบางเบาก็พุ่งเข้ามากระแทกอย่างกะทันหัน

ปราณแท้จริงกระแทกเข้ากับเตาหลอม ทำให้เม็ดยาในนั้นแตกละเอียดในพริบตา!

"นี่! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?" เซียวฉีเบิกตากว้าง

ยาที่เธออุตส่าห์หลอมขึ้นมาอย่างยากลำบาก กลับถูกใครบางคนทำลายจนแหลกละเอียด!

เซียวฉีมองซ้ายมองขวาด้วยความโกรธแค้น แต่ก็ไม่เห็นตัวคนที่ลงมือป่วน

"ไอ้พวกสัตว์เดรัจฉานตระกูลหลิน!" เซียวฉีมองไม่เห็น แต่พวกเซียวขวงกลับเห็นชัดเจนเต็มสองตา

เห็นนายรองเซียวลุกพรวดขึ้นจ้องมองคนตระกูลหลิน ดวงตาแทบจะลุกเป็นไฟ

"นายรองเซียว เจ้ามาด่าทอกันไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้หมายความว่าไง?" เมื่อโดนด่า ชายชราคนหนึ่งในกลุ่มตระกูลหลินก็เดินออกมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

นายรองเซียวโกรธจัดจนหัวเราะออกมา "อย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าทำอะไรลงไป!"

เมื่อครู่นี้ ผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลหลินเป็นคนลงมือทำลายโอสถของเซียวฉี

การกระทำนั้นแนบเนียนมากจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น

ถ้าไม่ใช่นายรองเซียวคอยจับตาดูตระกูลหลินอยู่ตลอด ก็คงจะถูกหลอกไปเหมือนกัน

ผู้อาวุโสตระกูลหลินกลับทำหน้าตายไม่แยแส "โอ้ เจ้ารู้แล้วงั้นเรอะ? แล้วจะทำไมล่ะ?"

"แก! ตระกูลหลินรังแกกันเกินไปแล้ว!" นายรองเซียวเต้นผางด้วยความโกรธ การกระทำของตระกูลหลินก็ไม่ต่างอะไรกับการเหยียบหัวเขาแล้วฉี่รด

พูดจบ นายรองเซียวก็ทำท่าจะพุ่งเข้าไปเอาเรื่องพวกนั้น

"พอได้แล้ว!" เซียวขวงคว้าตัวนายรองเซียวไว้ สีหน้าของเขาก็ย่ำแย่ไม่แพ้กัน

"ห้ามลงมือในลานประลองเด็ดขาด ไม่งั้นตระกูลเซียวของเราจะถูกขึ้นบัญชีดำของเมืองเซิ่งตาน!"

พอได้ยินประโยคนี้ นายรองเซียวก็หมดความห้าวไปในทันที

เขาชี้หน้าคนตระกูลหลินแล้วกล่าวเสียงเย็น "ไอ้พวกสวะตระกูลหลิน ถ้าแน่จริง เดี๋ยวออกไปเจอกันนอกเมือง"

"คิดว่าตระกูลหลินจะกลัวคนอย่างแกหรือไงนายรองเซียว?" ผู้อาวุโสตระกูลหลินกอดอกแสยะยิ้ม

"ตระกูลเซียว ตกรอบ!"

เมื่อถึงคิวตรวจสอบของเซียวฉี พอคนตรวจเห็นเศษโอสถแตกละเอียดก็ปั้นหน้าตึงและประกาศผลทันที

เซียวฉีทั้งโกรธทั้งอับจนหนทาง สุดท้ายก็ได้แต่เดินลงจากเวทีด้วยสีหน้าสิ้นหวัง

"ขอโทษค่ะคุณปู่ หนู..." เซียวฉีเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเซียวขวง ความน้อยใจเอ่อล้นจนแทบจะร้องไห้ออกมา

เซียวขวงขมวดคิ้ว "เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอก เป็นเพราะคนตระกูลหลินมันกำแหงเกินไปต่างหาก!"

"แล้วตอนนี้จะเอาไงดีครับผู้นำตระกูล? เซียวฉีตกรอบก็หมายความว่าเราต้องเก็บข้าวของกลับบ้านแล้วใช่ไหม? ตระกูลเซียวเราไม่มีแพทย์ฝึกยุทธ์ขั้นสามคนที่สองแล้วนะ" นายรองเซียวทำหน้าอมทุกข์

ใบหน้าอันแก่ชราของเซียวขวงทะมึนทึง วินาทีนี้เขาดูเหมือนจะแก่ลงไปอีกหลายปี

งานประลองปีนี้ ตระกูลเซียวของเขามีฝีมือพอตัวแท้ๆ แต่กลับถูกตระกูลหลินขัดขา

น่าเวทนาและน่าเจ็บใจนัก

"ผู้นำตระกูล ท่านลืมไปแล้วหรือว่ายังมีพี่ลู่หรงอยู่อีกคน?"

ในตอนที่เซียวขวงกำลังจนปัญญา เสียงเตือนความจำของเซียวซีเสวี่ยก็ดังขึ้น

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เซียวขวงก็หันขวับไปมองลู่หรงด้วยความตื่นเต้น

ลู่หรงทำหน้างงงวย "อย่าบอกนะว่าพวกคุณอยากให้ฉันลงแข่งในนามตระกูลเซียวน่ะ?"

พูดตามตรง ลู่หรงไม่ค่อยเต็มใจนัก

ต่อให้เขาอยากลงแข่ง เขาก็สามารถสมัครในนามส่วนตัวได้นี่นา

เซียวขวงยิ้มขื่น "ตอนนี้มีแต่เจ้าเท่านั้นที่จะช่วยตระกูลเซียวได้ ลู่หรง... ข้าก็รู้ว่าผู้อาวุโสสามกับพวกมีเรื่องบาดหมางกับเจ้า แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้าจะยอมวางความแค้นเหล่านั้นลงก่อนได้หรือไม่? ขอเพียงเจ้าช่วยตระกูลเซียวของเราให้ผ่านพ้นรอบแรกไปได้ ตระกูลเซียวของเราจะขอซาบซึ้งในบุญคุณเป็นอย่างยิ่ง!"

ประโยคสุดท้ายบนใบหน้าของเซียวขวงเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ

ท้ายที่สุดเขาก็หมดหนทางแล้ว ในตอนนี้มีเพียงลู่หรงที่เป็นความหวังสุดท้าย

เซียวซีเสวี่ยเองก็ดึงชายเสื้อของลู่หรง "พี่ลู่หรง พี่ช่วยพวกเราหน่อยได้ไหมคะ? พวกเราหมดหนทางแล้วจริงๆ..."

"ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านจะไปฝากความหวังอะไรกับไอ้เด็กนี่เล่า ถ้ามันหลอมโอสถเป็นจริงๆ จะทำห้องพักแขกพังยับเยินขนาดนั้นได้ยังไง?" เสียงขัดจังหวะที่ไม่รู้จักเวล่ำเวลาของนายรองเซียวดังขึ้น เขาปรายตามองลู่หรงด้วยสายตาดูถูก

เขาไม่เชื่อว่าลู่หรงจะมีฝีมือขนาดนั้น

เซียวขวงได้ยินดังนั้นก็หน้าดำหน้าแดง "หุบปาก! ถ้าแกกล้าพูดจาพล่อยๆ อีก ข้าจะถลกหนังแกซะ!"

นายรองเซียวหยามเกียรติลู่หรงครั้งแล้วครั้งเล่า เซียวขวงหมดความอดทนมานานแล้ว

ขืนมาทำให้ลู่หรงโมโหเอาตอนนี้ มันจะไม่ยิ่งหมดโอกาสเข้าไปใหญ่หรือไง?

"เอาเถอะผู้นำตระกูล แต่ของรางวัลทั้งหมดต้องตกเป็นของฉันนะ" เสียงของลู่หรงดังขึ้น ประโยคนี้ทำให้เซียวขวงลิงโลดใจ

ลู่หรงไม่ได้อยากเข้าไปยุ่งย่าม แต่รางวัลในงานประลองมันช่างเย้ายวนใจจริงๆ

ส่วนนายรองเซียว เขาไม่เอามาใส่ใจอยู่แล้ว

เซียวขวงหัวเราะลั่น "สหายตัวน้อยลู่วางใจได้เลย ตระกูลเซียวของเราต้องการแค่ชื่อเสียง ของรางวัลทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของเจ้าอย่างแน่นอน!"

ตามหลักแล้ว เมื่อคนในตระกูลเข้าแข่งขันและได้รับรางวัล ก็ต้องมอบส่วนแบ่งส่วนใหญ่ให้กับตระกูล

ท้ายที่สุดตระกูลก็ทุ่มเททรัพยากรไปมากมายในการปั้นแพทย์ฝึกยุทธ์ ยังไงซะก็ต้องเรียกเก็บดอกเบี้ยคืนบ้าง

แต่กฎข้อนี้ใช้ไม่ได้กับลู่หรง เพราะเขาไม่ได้แซ่เซียว

เมื่อได้รับคำรับปาก ลู่หรงก็ลุกขึ้นยืน

"ประธานฉี ผมขอเป็นตัวแทนตระกูลเซียวเพื่อแข่งเพิ่มอีกสักรอบจะได้ไหมครับ?"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 260 - รังแกกันเกินไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว