- หน้าแรก
- มหาเศรษฐีแค้นเดือด กระชากหน้ากากผู้ดีจอมปลอม
- บทที่ 220 - ถ้าไม่เอาเงินมาแลก ก็เอาชีวิตมาทิ้ง
บทที่ 220 - ถ้าไม่เอาเงินมาแลก ก็เอาชีวิตมาทิ้ง
บทที่ 220 - ถ้าไม่เอาเงินมาแลก ก็เอาชีวิตมาทิ้ง
บทที่ 220 - ถ้าไม่เอาเงินมาแลก ก็เอาชีวิตมาทิ้ง
ลู่หรงปรายตามองหวังหม่างแวบหนึ่ง
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเสวียนซวีขั้นห้า
หมอนี่นับเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ลู่หรงเคยเจอมาจริงๆ แถมได้ยินคนอื่นๆ บอกด้วยว่า
หวังหม่างคือผู้ฝึกยุทธ์ที่แกร่งที่สุดในเมืองหลวงงั้นเหรอ?
นี่แปลว่าจุดสูงสุดของโลกปุถุชนก็มีแค่นี้เองสินะ?
การถูกลู่หรงจ้องมองด้วยสายตาประเมินค่าแบบนั้น ทำให้หวังหม่างรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
ปกติแค่เอ่ยชื่อออกไป ใครๆ ก็ต้องก้มหัวให้เขาด้วยความเคารพยำเกรงทั้งนั้น
"ฉันถามแกอยู่นะไอ้หนู!" หวังหม่างเอื้อมแขนล่ำสันพุ่งตรงมาคว้าตัวลู่หรงด้วยความเร็วสูง
เพียะ!
ลู่หรงตบสวนกลับไปหนึ่งฉาด ซัดหวังหม่างปลิวถลาถอยหลังไปหลายก้าวทันที
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดแปลบปลาบที่แขน หวังหม่างก็ตกตะลึงอยู่ในใจ
ไอ้เด็กนี่แรงเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?
ไม่ใช่แค่เขาหรอก คนอื่นๆ ก็ตกตะลึงจนตาค้างไปตามๆ กัน
ด้วยพลังระดับเสวียนซวีของหวังหม่าง สามารถบีบคอระดับก่อแก่นปราณให้ตายคามือได้อย่างง่ายดาย
แต่นี่กลับถูกลู่หรงปัดกระเด็นออกมาแบบสบายๆ เนียนะ?
"หวังหม่าง แกล้อเล่นอะไรอยู่ จะมาออมมือทำบ้าอะไรตอนนี้!"
หวังเจิ้นหงมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ เขาคิดว่าหวังหม่างกำลังล้อเล่นกับลู่หรงอยู่
แต่ระดับลู่หรงที่แม้แต่เย่เหยียนก็ยังเอาไม่อยู่ จะเป็นคนที่เขาหยอกเล่นได้เหรอ?
"นายท่าน เมื่อกี้ผมใช้พลังไปแค่ห้าส่วนเองนะครับ ต่อให้เป็นระดับเสวียนซวีขั้นต้นก็ไม่มีทางปัดผมออกได้ง่ายๆ แบบนี้หรอก"
หวังหม่างข่มความโกรธเอาไว้ แล้วกระซิบตอบหวังเจิ้นหงเบาๆ
ถึงจะเสียท่าไปนิดหน่อย แต่เขาก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเก่งกว่าเขาหรอกนะ
"งั้นก็ใช้พลังทั้งหมดสิ! ซัดไอ้เด็กนี่ให้พิการไปเลย ฉันจะให้มันอับอายขายหน้าต่อหน้าทุกคน!"
หวังเจิ้นหงคำรามอย่างโหดเหี้ยม คิดในใจว่าไอ้สวะหวังหม่างนี่มันประมาทศัตรูเกินไปแล้วจริงๆ
"บ่นพึมพำอะไรกันอยู่ จะสู้หรือไม่สู้?" ลู่หรงลุกขึ้นยืนอย่างรำคาญใจ
เมื่อเห็นว่าลู่หรงดูถูกตนถึงเพียงนี้ ไฟโทสะของหวังหม่างก็ลุกโชนขึ้นมาทันที
ในเมืองหลวงนี้ยังไม่มีใครกล้าเป็นคู่ต่อสู้ของเขา หรือมาท้าทายฝีมือของเขาเลยนะ
หวังหม่างแผดเสียงคำราม พุ่งตัวเข้าใส่ลู่หรง "ไอ้หนู รนหาที่ตายนักใช่ไหม งั้นฉันจะสงเคราะห์ให้!"
หมัดหนักๆ พุ่งตรงเข้ามา ถึงแม้ดูจะธรรมดาๆ แต่แฝงไปด้วยพลังมหาศาล
ลู่หรงไม่หลบไม่หนี เพียงแค่แบมือออกไปรับหมัดนั้น
"หมอนี่คิดจะรับหมัดของหวังหม่างตรงๆ เลยเหรอ?"
"วัยรุ่นก็ใจร้อนแบบนี้แหละ ถึงจะพอมีฝีมืออยู่บ้างก็เถอะ แต่มันก็อวดเก่งเกินไปหน่อยแล้ว ได้ยินมาว่าหวังหม่างเคยต่อยภูเขาจำลองแหลกด้วยหมัดเดียวเลยนะ!"
"น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ? สมแล้วที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์อันดับหนึ่งของเมืองหลวง"
ทุกคนต่างก็ส่งเสียงซี๊ดปาก ชื่นชมในความแข็งแกร่งของหวังหม่าง
ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ส่งสายตาสมเพชไปให้ลู่หรงด้วย
ปัง!
ไม่นานนัก ภาพที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างก็ปรากฏขึ้น
หมัดของหวังหม่างไม่เพียงแต่ถูกลู่หรงรับเอาไว้ได้ง่ายๆ แต่ลู่หรงยังไม่ถอยหลังเลยแม้แต่ก้าวเดียว!
ในทางกลับกัน หวังหม่างกลับมีสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว เพราะมือของลู่หรงกำหมัดของเขาเอาไว้แน่น
เมื่อฝ่ามือนั้นออกแรงบีบ
กร๊อบ!
เสียงกระดูกแตกหักดังลั่น
"ไสหัวไป!"
ลู่หรงออกแรงเหวี่ยง ร่างของหวังหม่างก็ลอยละลิ่วข้ามหัวไปทันที
ตู้ม!
หวังหม่างร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างแรง จนพื้นยุบลงไปเป็นหลุม
เลือดคำโตถูกพ่นออกมาจากปากของเขา
การปะทะกันของทั้งคู่ไม่ได้ใช้พลังปราณแท้จริงเลย เป็นแค่การต่อสู้ด้วยหมัดมวยธรรมดาๆ เท่านั้น
แต่ถึงแม้จะไม่ได้ใช้พลังปราณแท้จริง พละกำลังและร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์ก็เหนือกว่าคนธรรมดาไปไกลลิบแล้ว
"!"
"เป็นไปได้ยังไงเนี่ย!"
ทุกคนทำหน้าเหมือนเห็นผี
ฉายายอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองหลวงของหวังหม่าง ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วยนะ
เขาเอาชนะยอดฝีมือระดับเสวียนซวีมาแล้วตั้งหลายคน ถึงจะได้ครอบครองตำแหน่งนี้มา แต่คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะมาเจอของแข็งเข้าให้...
ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าเตะเข้ากับแผ่นเหล็กไทเทเนียมเลยถึงจะถูก
กระบวนท่าเดียวทำเอาหวังหม่างกระอักเลือด ในเมืองหลวงแห่งนี้ไม่มียอดฝีมือระดับนี้อยู่หรอก!
"ไอ้หนู... ตกลงแกอยู่ระดับไหนกันแน่!" หวังหม่างเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองมองฝีมือของลู่หรงไม่ออกเลย
"แกไม่คู่ควรที่จะรู้ ในเมื่อกล้าลงมือแล้ว ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนหน่อยล่ะ"
พูดจบลู่หรงก็ซัดฝ่ามือเข้าใส่หวังหม่างทันที
หวังหม่างหน้าถอดสี รีบกางม่านพลังปราณแท้จริงออกมาป้องกันตัวอย่างลุกลี้ลุกลน
ปัง!
ม่านพลังถูกทำลายย่อยยับ ถึงแม้หวังหม่างจะพยายามเบี่ยงตัวหลบแล้ว
แต่ก็ยังโดนฝ่ามือฟาดจนแขนขวาหักสะบั้น!
ฝ่ามือที่ดูเหมือนจะซัดออกมามั่วๆ นั้น คือฝ่ามือเหมันต์ที่ลู่หรงซัดออกไปในพริบตา!
หวังหม่างจ้องมองแขนตัวเองที่กลายเป็นน้ำแข็ง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
ไอเย็นยะเยือกแช่แข็งเส้นประสาทและเส้นลมปราณของเขาเอาไว้ จนเขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยด้วยซ้ำ
"ยอดฝีมือ เรื่องนี้ผมไม่ยุ่งแล้วครับ! ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วยเถอะ!"
เมื่อเห็นลู่หรงยกมือขึ้นมาอีกครั้ง หวังหม่างก็ตกใจจนรีบร้องขอชีวิต
"ไสหัวไป!"
เสียงตวาดกร้าวนี้ราวกับทำให้หวังหม่างมองเห็นหนทางรอด เขาเผ่นแน่บออกจากห้องอาหารไปอย่างรวดเร็ว
"หวังหม่าง! ไอ้สวะเอ๊ย..."
หวังเจิ้นหงที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เลือดขึ้นหน้าจนแทบจะหมดสติ
ผู้ฝึกยุทธ์ที่ตระกูลหวังของเขาทุ่มเงินนับหมื่นล้านปั้นขึ้นมา กลับอ่อนหัดถึงขนาดหนีเอาตัวรอดไปดื้อๆ แบบนี้!
คนอื่นๆ ก็อึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน
"นี่... ผู้ฝึกยุทธ์อันดับหนึ่งของเมืองหลวงก็งั้นๆ แหละมั้ง"
"หรือว่าเป็นเพราะประธานลู่เก่งเกินไปต่างหากล่ะ?"
"ดูเหมือนว่าตำแหน่งผู้ฝึกยุทธ์อันดับหนึ่งของเมืองหลวง คงต้องเปลี่ยนมือซะแล้วล่ะ"
จนกระทั่งหวังหม่างวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกไป ทุกคนถึงได้เลิกทำตัวดูถูกเหยียดหยาม
ตอนนี้สายตาที่พวกเขามองลู่หรงเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรงและหวาดกลัว
ลู่หรงหันกลับมามองหวังเจิ้นหง พลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เตรียมทรัพย์สินห้าหมื่นล้านของตระกูลหวังเอาไว้ พรุ่งนี้เอามาส่งที่ตระกูลลู่ ไม่อย่างนั้นครึ่งชีวิตที่เหลือของแกคงต้องไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาลแล้วล่ะ"
นี่มันเป็นการข่มขู่กรรโชกทรัพย์กันชัดๆ!
ลู่หรงอ้าปากขอทรัพย์สินห้าหมื่นล้านนะ ไม่ใช่ห้าล้านหรือห้าสิบล้าน!
"ลู่หรง แกมันโลภมาก! นี่มันปล้นกันชัดๆ! ฉันจะเอาทรัพย์สินของตระกูลหวังไปให้แกทำไม!"
หวังเจิ้นหงหอบหายใจถี่รัว นัยน์ตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
ห้าหมื่นล้าน ต่อให้ตระกูลหวังจะมั่งคั่งแค่ไหน
ก็ต้องใช้เวลาหาเป็นเดือนๆ กว่าจะได้มา
มีเงินขนาดนี้ หวังเจิ้นหงเอาไปปั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับเสวียนซวีเพิ่มอีกคนยังได้เลย
สีหน้าของลู่หรงเปลี่ยนเป็นเย็นชาเยียบเย็น "ฉันบอกแล้วไง ว่าถ้าลงมือแล้วแพ้ แกก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน ฉันไม่ได้กำลังต่อรองกับแก แต่กำลังแจ้งให้แกทราบต่างหาก ถ้าไม่ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้ม ก็เอาเงินมาแลกชีวิตซะ!"
คำพูดที่ทรงพลังและเด็ดขาดขนาดนี้ ทำเอาทุกคนในงานสูดหายใจเข้าลึก
การกระทำของลู่หรงมันบ้าอำนาจเกินไปแล้ว!
แต่หวังเจิ้นหงกลับหัวเราะเยาะด้วยความโกรธ "ไอ้หนู แกมันแน่มาก บัญชีแค้นเรื่องที่แกฆ่าคนของตระกูลหวังไปคราวก่อนยังไม่ได้ชำระเลยนะ วันนี้ยังกล้ามาขู่ฉันอีก ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าแกจะกล้าทำอะไรฉัน!"
พูดจบเขาก็ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ท่าทางเหมือนคนที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆ
หวังเจิ้นหงคิดในใจว่าตัวเองเป็นตัวตึงระดับไหนในเมืองหลวง แค่กระทืบเท้าเมืองหลวงก็สะเทือนไปสามริกเตอร์แล้ว
ลู่หรงที่เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน จะกล้ามาแหยมกับเขาจริงๆ เหรอ?
"หยุดนะ!"
ทันใดนั้น ก็มีเสียงตะโกนดังก้องมาจากหน้าประตู
แต่มันสายไปเสียแล้ว ลู่หรงขยับตัวแล้ว
เขาพุ่งเข้าไปประชิดตัว แล้วเตะสวนกลับไปเต็มแรง!
หวังเจิ้นหงปลิวถลาถอยหลังไป ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา
ปัง!
หลังจากกระแทกโต๊ะพังไปหลายตัว หวังเจิ้นหงก็ลงไปนอนกองอยู่กับพื้นอย่างหมดสภาพ
เขากระอักเลือดออกมาคำโต ลูกเตะของลู่หรงไม่ได้ออมแรงเลยแม้แต่น้อย
ถึงจะไม่เตะจนตาย แต่ก็ทำให้อวัยวะภายในของหวังเจิ้นหงแตกสลายไปหลายส่วน!
"เจิ้นหง!?"
ประตูห้องอาหารเปิดออก จะเห็นว่าผู้อาวุโสสวี่เดินเข้ามาพร้อมกับสีกั๋วจง
พอเห็นว่ามาช้าไปก้าวเดียว หวังเจิ้นหงก็โดนซัดจนปางตายไปแล้ว
ผู้อาวุโสสวี่ก็ทำหน้าบอกบุญไม่รับ
"ผู้อาวุโสสวี่นี่นา!"
"ได้ยินมาว่าผู้อาวุโสสวี่เป็นลุงของผู้นำตระกูลหวัง แถมยังมีตำแหน่งเป็นถึงแพทย์ศักดิ์สิทธิ์ระดับประเทศ สถานะสูงส่งมาก ลู่หรงจะโดนเล่นงานไหมเนี่ย?"
"ไม่รู้สิ ผู้อาวุโสสวี่มีรัฐบาลหนุนหลัง แถมยังมีคนรู้จักอยู่ในกองทัพอีก การจะจัดการกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับเสวียนซวีก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร"
ผู้อาวุโสสวี่ไม่สนใจเสียงซุบซิบนินทารอบๆ ตัว เขาเดินตรงเข้าไปหาลู่หรง
"ไอ้หมอนี่หลานคุณเหรอ?" ลู่หรงชี้ไปที่หวังเจิ้นหงพลางเอ่ยถาม
ผู้อาวุโสสวี่พยักหน้า "ลู่หรง คุณทำรุนแรงเกินไปแล้วนะ..."
"เรื่องมันก็บานปลายมาถึงขั้นนี้แล้ว ให้มันจบแค่นี้เถอะ"
"อะไรนะ?!"
ทุกคนสะดุ้งตกใจอีกระลอก
(จบแล้ว)