เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นซุ่มอยู่ด้านหลัง

บทที่ 9 - ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นซุ่มอยู่ด้านหลัง

บทที่ 9 - ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นซุ่มอยู่ด้านหลัง


บทที่ 9 - ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นซุ่มอยู่ด้านหลัง

"แกโกหก หอเงามืดไม่มีทางลงมือกับฉันแน่!"

พอได้ยินชื่อหอเงามืด ลู่หรงก็ถึงกับอึ้งไปเลย

ชื่อเสียงของขุมกำลังนี้โด่งดังมากทั้งในโลกมืดและโลกสว่างของเมืองเจียงเฉิง ทรัพยากรและความมั่งคั่งที่ครอบครองอยู่นั้นยิ่งใหญ่โตมโหฬาร

เรียกได้ว่าเป็นขุมอำนาจยักษ์ใหญ่ที่ซุ่มซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เป็นดั่งจักรพรรดิใต้ดินแห่งหนานเจียงเลยทีเดียว

และผู้กุมอำนาจที่แท้จริงขององค์กรนี้ ก็คือพี่สาวคนที่สี่ของเขาในเรือนจำ ซึ่งก็คือจีหลาน

ด้วยนามสกุลเก่าแก่เช่นนี้ ภูมิหลังของพี่สาวคนนี้จะต้องไม่ธรรมดาแน่ และแม้เธอจะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ แต่อำนาจในการควบคุมหอเงามืดก็ยังคงเหนียวแน่น

ดังนั้น หลังจากที่หอเงามืดรู้สถานะของเขาแล้ว ไม่มีทางเลยที่จะส่งคนมาลอบทำร้ายเขาแบบนี้!

ไอ้หมอนี่มันโกหก!

"ฉันไม่ได้โกหกนะ..."

เพียะ! ฝ่ามือหนาตบฉาดเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง

"เดี๋ยวก่อน นี่มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด..."

เพียะ! เสียงตบหน้าดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง!

"ฉันยอมบอกแล้ว! ฉันยอมบอกแล้ว! อย่าตีฉันเลย!"

เพียะ!

ลู่หรงไม่สนใจเสียงร้องขอความเมตตาของมันเลยสักนิด เขาลงมือหนักขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละครั้ง

พอเขาปล่อยมือ ร่างของชายคนนั้นก็ร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น นิ่งงันเป็นหมาตาย

สภาพยับเยินไปทั้งตัว แขนทั้งสองข้างใช้การไม่ได้ หน้าอกยุบ ใบหน้าบวมเป่งจนดูเหมือนหัวหมู เลือดกำเดาปนน้ำตาเปรอะเปื้อนใบหน้าที่เขียวช้ำไปหมด

มันพยายามหรี่ตาที่บวมตุ่ยร้องขอความเมตตาไม่หยุด เสียงสะอื้นไห้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

เทียบกับท่าทีกำเริบเสิบสานตอนที่เจอกันครั้งแรกแล้ว เรียกว่าพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยทีเดียว

ลู่หรงใช้เท้าเหยียบลงบนหลังของมัน แล้วเอ่ยถาม "ตอนนี้ยอมพูดความจริงได้หรือยัง?"

"ดะ...ได้ ได้! ลูกพี่ พี่ช่วยยกเท้าขึ้นก่อนได้ไหม ฉันหายใจไม่ออกแล้ว..."

เมื่อเห็นลูกพี่ถูกทรมานแบบนี้ ลูกน้องชายชุดดำคนอื่นๆ ที่นอนกองอยู่รอบๆ ก็ไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมา ตอนนี้พวกเขาได้แต่เจ็บใจที่ตัวเองไม่สลบไปให้รู้แล้วรู้รอด หวาดกลัวจนหายใจหอบถี่ ยิ่งกลัวว่าความสนใจของลู่หรงจะพุ่งเป้ามาที่พวกตน

กระดูกของพวกเขาทนการโดนรุมซ้อมแบบนั้นไม่ไหวหรอกนะ!

หลินจื่อหรานที่อยู่ข้างๆ ทนดูไม่ไหว ต้องเบือนหน้าหนี เอ่ยเตือนเสียงเบา "ตีสั่งสอนนิดหน่อยก็พอ อย่าให้ถึงตายเลยนะ!"

"ถ้าป้องกันตัวเกินกว่าเหตุจนทำให้มีคนตาย ก็ต้องติดคุกอยู่ดี ตอนนี้ตระกูลลู่ยังต้องการให้นายเป็นเสาหลักอยู่นะ นายอย่าทำอะไรวู่วามเด็ดขาด"

เธอเพิ่งจะตกลงหมั้นหมายกันหมาดๆ ไม่อยากจะเป็นหม้ายขันหมากตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งงานเข้าบ้านหรอกนะ!

เมื่อได้ยินคำเตือนของเธอ ลู่หรงก็ยกเท้าขึ้น ชายคนนั้นถึงได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดได้ในที่สุด

"พูดมา"

คราวนี้มันไม่กล้าเล่นตุกติกอีกแล้ว

ชายคนนั้นรีบสารภาพทุกอย่างที่มันรู้ออกมาจนหมดเปลือก

ที่แท้พวกมันเป็นคนของ "สมาคมกิเลนมังกร" ได้รับภารกิจมาว่ามีลูกค้านิรนามยอมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อซื้อหัวของลู่หรง

สมาคมกิเลนมังกร ขุมกำลังนี้มีศูนย์กลางการดำเนินงานอยู่ทางแถบตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนในเมืองเจียงเฉิงมีเพียงสาขาย่อยแห่งเดียวเท่านั้น ความแข็งแกร่งจึงด้อยกว่าหอเงามืดอยู่มาก

เมื่อกี้ที่ชายชุดดำลังเลก่อนจะอ้างชื่อ "หอเงามืด" ออกมา ก็เพราะคิดจะฉวยโอกาสโยนความผิดไปให้คู่แข่ง

หวังจะสร้างสถานการณ์ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นซุ่มอยู่ด้านหลัง ให้สองฝ่ายตีกันเอง แล้วตัวเองค่อยรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าดันมาเตะโดนตอเข้าอย่างจัง!

ถ้าไม่ใช่เพราะลู่หรงรู้จักกับผู้กุมอำนาจของหอเงามืด เกรงว่าคงจะต้องตามล้างแค้นผิดตัวไปแล้ว

ลู่หรงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ใช้ด้ามปืนแข็งๆ เคาะหัวชายคนนั้นเบาๆ แล้วพูดว่า "ถึงเวลาป่านนี้แล้วยังกล้ามาเล่นลิ้นกับฉันอีกนะ ไอ้น้องชาย แกนี่มันใจกล้าหน้าด้านจริงๆ"

"ไม่กล้าแล้วครับ ไม่กล้าแล้ว พี่ปล่อยพวกเราไปเถอะ พวกเราก็แค่ลูกน้องเดินโพย..."

"ลูกน้องเดินโพยมีสิทธิ์พกปืนด้วยเหรอ?"

ชายคนนั้นถูกตอกกลับจนเถียงไม่ออก

ลู่หรงเอาปืนจ่อไปที่ขมับของมัน แล้วสั่งว่า "ถ้าไม่อยากตาย หลังจากนี้ก็ต้องทำตามคำสั่งฉัน"

"ครับๆ!"

"ลุกขึ้นมาให้หมด ห้ามแกล้งตาย!"

สิ้นเสียงตวาดก้องของลู่หรง ชายชุดดำที่ยังพอมีสติอยู่ก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาอย่างลนลาน

การต่อสู้เมื่อครู่นี้ทำให้พวกมันเสียขวัญจนหมดมาดนักเลง ต่างพากันก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตาลู่หรง

แขนขาหัก พักฟื้นสักไม่กี่เดือนก็หาย แต่ถ้าถูกยิงตาย มันไม่มีชีวิตที่สองให้แก้ตัวแล้วนะ!

"พวกแกไม่ใช่บอกว่าจะจับตัวฉันกลับไปส่งงานหรือไง ทำไมไม่นำทางไปล่ะ?"

คำสั่งของลู่หรงทำให้ทุกคนตกตะลึง

หลินจื่อหรานที่นั่งอยู่ด้านข้างก็ตกใจจนสะดุ้ง รีบถามด้วยความร้อนรน "นายจะทำอะไรน่ะ? คงไม่ได้คิดจะตามไปถึงที่ที่พวกมันนัดส่งของกันหรอกนะ?"

"แบบนั้นมันอันตรายเกินไปแล้วนะ!"

"ถึงแม้นายจะเก่งการต่อสู้ แต่นายก็มีแค่ตัวคนเดียวนะ น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ยิ่งไปกว่านั้นเนื้อหนังมังสาจะไปสู้กับอาวุธปืนได้ยังไง?"

เมื่อเห็นเธอร้อนรนจนแทบจะลุกขึ้นมาห้าม ลู่หรงก็ยิ้มบางๆ เอ่ยปลอบว่า "ฉันมีวิธี ไม่ต้องห่วงหรอก"

"จะไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไงล่ะ? ฉันเป็นถึง..."

หลินจื่อหรานพูดค้างไว้แค่นั้น ไม่ได้พูดต่อ

เมื่อเห็นรอยยิ้มจางๆ ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลู่หรง เธอก็รู้สึกได้ทันทีว่าความร้อนผ่าวบนพวงแก้มกำลังพุ่งปรี๊ดขึ้นอย่างรวดเร็ว

"นาย... นายแจ้งตำรวจให้จัดการเถอะ"

ลู่หรงยิ้มอย่างมั่นใจ "วางใจเถอะน่า ไม่ปล่อยให้เธอต้องเป็นหม้ายหรอก รอฉันจัดการพวกแมลงน่ารำคาญพวกนี้เสร็จแล้ว ฉันจะไปสู่ขอเธออย่างสมเกียรติ — ในฐานะภรรยาของฉัน เธอจะต้องเป็นที่อิจฉาของทุกคน!"

"...ใครพูดเรื่องนี้กันล่ะ!"

หลินจื่อหรานก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในใจเธอตอนนี้กำลังโกรธ ร้อนรน หรือว่าเขินอายกันแน่ แต่ที่แน่ๆ สุดท้ายมันก็กลายเป็นความหงุดหงิด

เธอบังคับรถเข็นหนีไปทันที เสียงของเธอลอยตามลมมาว่า "ไม่กลัวตายก็ไปเลยสิ! อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ตระกูลลู่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกจริงๆ แน่!"

ตระกูลลู่ไม่สิ้นไร้ไม้ตอกหรอก

ลู่หรงคิดในใจ เขาจะเป็นคนนำพากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และก้าวเดินไปสู่อนาคตที่กว้างไกลยิ่งกว่าเดิม

ความเป็นห่วงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ คนธรรมดาเวลาโดนพวกสุนัขรับใช้ของกลุ่มอิทธิพลมืดพวกนี้มารังควาน ปฏิกิริยาแรกก็คือหลีกเลี่ยง สู้ไม่ได้ก็หนี

ใครเขาจะไปบ้าบิ่นคิดจะสวนกลับแบบลู่หรงกันล่ะ

ยิ่งตอนนี้ธุรกิจของตระกูลกำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ การที่เขาทำตัวเป็นจุดสนใจแบบนี้ ในสายตาของหลินจื่อหราน มันก็คือการรนหาที่ตายชัดๆ

มีแต่จะดึงดูดศัตรูให้เข้ามาหาตัวเองมากขึ้นไปอีก!

ลู่หรงมองตามแผ่นหลังของหลินจื่อหรานที่หายลับไปจนสุดสายตา ถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ พลางคิดในใจ

"ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะมีเรื่อง แต่เป็นอีกฝ่ายต่างหากที่ไม่ยอมปล่อยฉันไป"

"ถ้าไม่ถอนรากถอนโคนอันตรายที่แฝงอยู่ออกไปให้หมดตั้งแต่ตอนนี้ มันก็เหมือนกับการปล่อยเสือเข้าป่า เป็นการเพาะเลี้ยงภัยคุกคามที่ใหญ่โตกว่าเดิมเอาไว้!"

"ดีที่ฉันยังมีกำลังสนับสนุน ไม่ได้สู้เพียงลำพัง!"

กำลังสนับสนุนของเขาก็คือ — หอเงามืด

ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในคุก พี่จีหลานเคยเปรยๆ ไว้ว่าจะให้เขาเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าหอ

ตามกฎของหอเงามืด นอกจากจีหลานแล้ว "หัวหน้าหอ" ก็คือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในองค์กร

เขาได้รับสถานะผู้บริหารระดับสูงในหอเงามืดมาตั้งนานแล้ว ตอนนี้ก็แค่เอาอำนาจนั้นมาใช้อย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง

ลู่หรงเปิดโทรศัพท์มือถือ หางานหมายเลขโทรศัพท์หนึ่งที่บันทึกไว้แต่ไม่เคยกดโทรออกเลย

เสียงรอสายดังไม่ถึงสามครั้ง ก็มีเสียงแหบพร่าของคนแก่ดังขึ้นมาจากปลายสาย

"ท่านคือ... ท่านหัวหน้าหอลู่!"

ลู่หรงพูดเข้าประเด็นทันที "อืม ฉันมีเรื่องต้องระดมกำลังของหอเงามืดในเมืองเจียงเฉิงหน่อย"

"ได้แน่นอนครับ! ท่านคือหัวหน้าหอ มีอำนาจเด็ดขาดอยู่แล้ว ผมจะช่วยจัดการแจ้งเรื่องให้ กรุณารอสักครู่นะครับ"

"ตกลง"

ลู่หรงวางสาย แล้วเตะเข้าไปที่ชายร่างยักษ์ข้างๆ พลางสั่งเสียงเย็น "ตามฉันมา!"

พวกมันไม่กล้าขัดขืน ต่างพากันพยุงเพื่อนที่สลบไสลไม่ได้สติ แล้วเดินนำหน้าลู่หรงไป

อีกด้านหนึ่ง หลินจื่อหรานกลับมาถึงวิลล่าด้วยความหงุดหงิด

พออารมณ์เย็นลง เธอก็รู้สึกเสียใจที่ปล่อยให้ลู่หรงทิ้งเอาไว้ตรงนั้นคนเดียว

ถึงแม้เขาจะเก่งกาจ แต่ยังไงเขาก็ตัวคนเดียว ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจะทำยังไง?

เธอรีบเรียกสาวใช้ตัวน้อยที่คอยรับใช้เธอมาหลายปี แล้วสั่งการว่า "ฉันเป็นห่วงว่าลู่หรงจะเกิดเรื่อง เธอพาคนไปตามหาเขาที!"

พูดยังไม่ทันขาดคำ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง

"เธอจะไปตามหาใคร? หลินจื่อหราน เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ"

หลินอวี่เยียนยืนอยู่หน้าประตู แค่นเสียงหัวเราะเยาะ "อย่าบอกนะว่าเธอหลงรักไอ้คนคุกนั่นเข้าจริงๆ น่ะ?"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 9 - ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นซุ่มอยู่ด้านหลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว