เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 น้ำตาลูกผู้ชาย

บทที่ 7 น้ำตาลูกผู้ชาย

บทที่ 7 น้ำตาลูกผู้ชาย


 

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลเขาเห็นฮันเซ่ว น้องสาวของเขากำลังฟุบหลับอยู่ข้างเตียงหนังสือที่เธออ่านก็ตกอยู่บนพื้นห้อง เมื่อพ่อเห็น พ่อมองฮันเซ่วและยิ้มอ่อน

พอได้ยินเสียงประตูถูกเปิดพ่อเงยหน้าขึ้นมาพบเย่เฉินเดินเข้ามาเขาเข้ามาเบาๆเพื่อไม่ให้รบกวนฮันเซ่วที่หลับอยู่เขาเดินแบบไม่ให้เกิดเสียงมายืนข้างพ่อของเขา “พ่อดีขึ้นหรือยังครับ?”

พ่อพยักหน้าตอบ “พ่อสบายดีน่า แปดปีมานี้แกไปทำอะไรมาบ้างล่ะ เสี่ยวเอ๋อ”

เย่เฉินเงียบไปพักหนึ่ง “พ่ออย่าพึ่งพูดเรื่องนี้กันเลย ผมซื้อโจ๊กมาให้ ค่อยๆกินนะ”

พ่อเข้าใจได้ในทันทีว่าเย่เฉินไม่ต้องการพูดถึงอดีตและเขาเองก็ไม่บังคับให้ต้องบอกเช่นกัน พ่อมองไปที่ฮันเซ่ว “เด็กนี่น่าสงสารนะ พ่อแม่ตายจากอุบัติเหตุรถยนต์และเธอก็ไม่ได้เงินเก็บออมจากพ่อแม่เธอแม้แต่แดงเดียว พ่อแม่เธอควรวางแผนให้ดีกว่านี้ เฮ้อ”พ่อถอนหายใจ

 

เย่เฉินมองไปที่ฮันเซ่วและหันกลับมา “พ่อครับหลายปีมานี่คงจะเหนื่อยมามากสินะครับ แต่ในเมื่อผมกลับมาแล้วทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนไป เราจะได้พักผ่อนและใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ แต่ผมสงสัยว่าทำไมพี่ใหญ่กับน้องสามไม่กลับมาหาพ่อเลย” เย่เฉินหยิบกระเป๋าพลาสติกออกจากกล่องแล้วพูด

“พวกเขางานยุ่งหน่ะนะอีกอย่างพ่อเองก็ไม่อยากไปเป็นภาระในการใช้ชีวิตของพวกนั้น พ่อเข้าใจดีว่าในอดีตเพื่อนบ้านเราเป็นอย่างไรกัน” พ่อพูด

ขอบตาเย่เฉินค่อยๆแดงและมีน้ำตาร่วงหล่นอย่างช้าๆ เห็นได้ชัดเลยว่าพ่อของเขาคิดถึงลูกๆเสมอ แม้ว่าไม่ใช่สายเลือดเดียวกันก็ตาม ไม่ต้องให้ใครบอกก็รู้ว่าพ่อยอดเยี่ยมแค่ไหนสำหรับพวกเด็กกำพร้า

เย่เฉินหยิบกล่องข้าวขึ้นมายื่นให้ “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมจะคนดูแลพ่อเอง”

พ่อผลักกล่องข้าวกลับไป “ให้เสี่ยวเซ่วเถอะ พ่อไม่ค่อยหิวอีกอย่างเธอยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่ตอนเย็นแล้วเธอจะต้องหิวแน่ๆ” พ่อเขย่าฮันเซ่วเบาๆ “เสี่ยวเซ่ว เสี่ยวเซ่ว”

ฮันเซ่วค่อยๆลืมตาและขยี้เบาๆ “พ่อตื่นแล้วหรือคะ? หิวน้ำไหมเดี๋ยวหนูไปเอามาให้”

พ่อลูบหัวเธอ “ไม่ต้องหรอกเสี่ยวเซ่วพี่สองของหนูซื้อโจ๊กมาให้รีบกินซะสิ”

ฮันเซ่วพึ่งเห็นเย่เฉินจึงเรียกออกมา “พี่สอง” จากนั้นก็หันไปคุยกับพ่อ “หนูยังไม่หิวค่ะ พ่อกินเถอะ”

“พี่ซื้อมาสองหน่ะ แบ่งกันคนละอัน เสี่ยวเซ่วกินเสร็จก็กลับไปพักผ่อนซะล่ะ เดี๋ยวพี่อยู่กับพ่อเอง”

“ไม่ค่ะพี่สอง! ฉันดูแลพ่อได้ดีกว่า พี่นั่นแหละที่ต้องกลับไปพัก”

เย่เฉินหัวเราะเบาๆแล้วพูดต่อ “อย่าโง่น่า พี่กับพ่อไม่ได้เจอกันตั้งแปดปีมีเรื่องคุยกันตั้งเยอะ จะขัดเวลาเราสองคนหรือ หืมม?”

ฮันเซ่วยิ้มหวาน “งั้นเหรอค่ะ”

หลังกินเสร็จฮันเซ่วก็บอกลาพ่อและเย่เฉินก็ไปส่งเธอที่ทางเข้าโรงพยาบาลจากนั้นก็หยิบเงินสองพันให้เธอ “ดึกแล้วมันอันตรายนั่งแท็กซี่กลับนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่สอง ฉันพอมีเงินอยู่”

“เด็กโง่ ฉันคือพี่สองของเธอนะไม่ต้องเกรงใจไปหรอก” เย่เฉินไม่ปล่อยให้ฮันเซ่วพูดเขาโบกรถและะสั่งสถานที่ให้กับคนขับพอเห็นรถขับออกไปเขาก็กลับเข้ามาให้โรงพยาบาล

“เสี่ยวเอ๋อจริงๆเจ้าควรกลับไปด้วยนะไม่ต้องให้ใครมาเฝ้าข้าหรอกนะ” พอเห็นเย่เฉินเดินกลับมาพ่อก็พูด

“แหมพ่อ พ่อกับลูกชายไม่เจอกันนานนมไม่คิดจะพูดคุยกันหน่อยเหรอ นี่เป็นโอกาสที่ควรจะทำนะครับ” เย่เฉินยิ้ม

“อ่า..เสียดายจังที่ไม่มีเหล้า”พ่อพูดและถอนหายใจ

เย่เฉินหยิบขวดแก้วออกมาวางและไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคืออะไร

เย่เฉินไม่รู้ว่าเขาหลับไปเมื่อไหร่ เขาและพ่อดื่มและพูดคุยกันอย่างพ่อลูกควรจะเป็น

เมื่อคืนนี้ แต่เพราะพ่อบาดเจ็บส่วนมากเย่เฉินจะเป็นคนดื่มและเมื่อวานเขาเมามากคงไม่ใช่ไวน์อย่างเดียวที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้น

เมื่อเขาตื่นขึ้นก็พบเสื้อกราวน์ของหมอคลุมตัวเขาอยู่เขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนคลุมให้และเขาลองหันไปมองพ่อก็เห็นว่ายังหลับอยู่เขาจึงเดินออกนอกห้อง

เย่เฉินใช้อ่างน้ำให้โรงพยาบาลในการล้างหน้าจากนั้นขณะเดินอยู่ที่ทางเดินก็มีนางพยาบาลคนหนึ่งเดินตรงมาหาเขาเมื่อมาถึงเขาเธอก็หยุดและยิ้ม “คุณตื่นแล้วสินะคะ เมื่อคืนหลับสบายไหม?”

เย่เฉินมองเธออย่างงุนงงแต่เขาก็ตอบกลับไป “อ่าครับ ผมหลับสบายดี”

“งั้นฉันขอเสื้อคืนด้วยค่ะ” นางพยาบาลพูด

เย่เฉินงงหนักกว่าเดิมเขาจำได้ว่านั่นเป็นเสื้อของหมอแล้วทำไมนางพยาบาลถึงมาขอคืน

เมื่อสังเกตดีๆแล้วใบหน้าอมชมพู ผิวขาวไร้ที่ติ รอยยิ้มแสนจริงใจ

หลินโร่วโร่ว เธอไม่เคยเห็นผู้ชายร้องไห้ฟูมฟายมาก่อน เมื่อคืนระหว่างเดินตรวจตามปกติเธอเห็นเย่เฉินกับพ่อดื่มและพูดคุยกัน เธอโกรธมากและจะเดินเข้าไปบ่นตักเตือนว่าโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้นำสิ่งมึนเมาเข้ามาดื่มแต่ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อมองตาเย่เฉินแล้วเธอกลับรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีความเจ็บปวดฝังลึกไว้ในใจและผ่านเรื่องราวมามากมาย เธอรู้ว่าการแอบฟังมันไม่ดีแต่เธอก็ยืนเงียบๆดูเย่เฉินร้องไห้กระทั่งเขาหลับไปจึงเดินเข้าไปเอาเสื้อกราวน์คลุมให้เมื่อมองใบหน้าอันหล่อเหลาและมีแผลเป็นเธอลืมตัวเอามือไปลูบแผลนั้นเธอมั่นใจแล้วว่าชายคนนี้คงผ่านเรื่องราวมาเยอะจริงๆ

เย่เฉินยิ้มอย่างอายๆ “เสื้ออยู่ในห้องรอสักครู่เดี๋ยวผมรีบไปเอามาคืนให้ครับ”

“นี่ก็รอบตรวจของฉันพอดี ไปกันเถอะ” หลินโร่วกล่าว

เย่เฉินรู้สึกได้เลยว่านางพยาบาลคนนี้มีความเป็นห่วงเขา เขาตอบไปมา “ได้ครับ” ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลก่อนที่จะเดินตามเธอไป

จบบทที่ บทที่ 7 น้ำตาลูกผู้ชาย

คัดลอกลิงก์แล้ว