เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 165 เราต้องร่วมมือกัน !

TXV – 165 เราต้องร่วมมือกัน !

TXV – 165 เราต้องร่วมมือกัน !


TXV – 165 เราต้องร่วมมือกัน !

 

      เกาะมีรูปร่างเหมือนขนมปังแผ่นมันไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก บนชายหาดมีกังหันลมไฟฟ้าติดตั้งอยู่มากมาย พวกมันมีลักษณะเหมือนกังหันลมของฮอลแลนด์ด้วยการหมุนนี้ช่วยเพิ่มทัศนียภาพที่สวยงามสำหรับเกาะแห่งนี้อย่างมาก

 

      มีเนินเขาที่เกาะเพียงที่เดียวที่ยื่นออกไปในทะเล กังหันลมไฟฟ้าของบริษัทเหวี้ยนเทียนถูกสร้างขึ้นภายใต้เนินเขาบริเวณนี้ภายในโรงงานเซี่ยเหล่ยมองเห็นกองชิ้นส่วนของกังหันลมไฟฟ้าตั้งอยู่มากมายจนเกือบจะเต็มพื้นที่ภายใน

 

      "ที่นี่มีชิ้นส่วนมากมาย ผมคิดว่าอุตสาหกรรมของตะวันออกจะเป็นไปด้วยดีแต่ทำไมคุณพูดว่ามันไม่มีทางที่จะสำเร็จหล่ะ” ‘ด้วยกองชิ้นส่วนต่างๆตั้งกองอยู่เต็มพื้นขนาดนี้จะไม่เรียบร้อยได้ยังไง’ เซี่ยเหล่ยพูดพลางคิดในใจ

 

      เฉินตูเทียนหยินยังไม่ได้ตอบปัญหาที่เซี่ยเหล่ยถามแต่เธอพูดว่า " ไปกันเถอะ ที่พักของฉันอยู่ไม่ไกล คืนนี้เราจะนอนพักกันที่นั่น"

 

      คิ้วของเซี่ยเหล่ยชนกันเล็กน้อยแล้วพูดว่า "มีอะไรเกิดขึ้นหรือป่าว? บอกผมได้เลย"

 

      เฉินตูเทียนหยินยิ้มเบาๆแล้วพูดว่า "ไม่มีอะไรหรอก ไปกันเถอะ"

 

      รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอสวยราวกับดอกเดซี่ที่กำลังบานมันอาจจะเป็นการแก้ปัญหาทุกอย่างได้อย่างดีที่สุด

 

      ขณะนี้ฟู่หมิงเหม่ยพูดขึ้นว่า "ขึ้นรถกันเถอะ"

 

      เฉินตูเทียนหยินและเซี่ยเหล่ยขึ้นรถส่วนฟู่หมิงเหม่ยขับรถพาชมทัศนียภาพอันงดงามบนเกาะแห่งนี้ ถนน      พาดไปบนภูเขาที่ค่อนข้างสูงชันไม่มากถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ชันมากก็ตามแต่ความเร็วของรถก็ไม่ได้เร็วขึ้นเลย เซี่ยเหล่ยที่อยู่บนรถกำลังเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของป่ารอบข้างแต่ก็ยังคิดไปว่าจริงๆแล้วเฉินตูเทียนหยิน กำลังต้องการอะไรกันแน่?’

 

      ที่บนยอดของเนินเขานี้วิลล่าหลังใหญ่ตั้งอยู่ราวกับว่ามันเป็นหลังคาให้กับเกาะ ทำให้บรรยากาศและทิวทัศน์รอบๆสวยงามมาก มันได้รับการตกแต่งสไตล์และสร้างแบบโกธิคซึ่งเหมือนปราสาทที่มีอายุพอสมควร โดยรอบๆวิลล่านี้ต้นไม้ส่วนใหญ่ถูกโค่นออกไปแล้วและมันได้ถูกแทนที่ด้วยสวนสีเขียวขนาดพอเหมาะ ดอกไม้ต่างๆถูกปลูกไว้มากมายใกล้ๆกันนั้นมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ บรรยากาศโดยรวมแล้วทำให้รู้สึกสบายตาและสะดวกสบาย

 

      เซี่ยเหล่ยแอบคิดในใจว่า‘รวยจริงๆ วิลล่านี้ซัก 10 ล้านได้มั้ยนะ? ถ้าเรามีบ้านแบบนี้อยู่กับภรรยาสวยๆมีลูกชายหรือลูกสาวก็ได้คงจะดีไม่น้อยเลย‘

 

      การแต่งงานกับภรรยา ? ขณะเซี่ยเหล่ยกำลังคิดในเรื่องนี้อยู่นั้นภาพหลางซือเหยาก็ลอยเข้ามาทันทีด้วยความคิดนี้ทำให้เขาตกใจ "ทำไมฉันถึงคิดถึงเธอ? เราไม่เคยพูดกันถึงเรื่องนี้เลยแล้วเราจะแต่งงานกันได้อย่างไร? "

 

      เขามองไปที่เฉินตูเทียนหยินอย่างเงียบๆไม่ใช่แค่ครั้งเดียวที่เขาและเฉินตูเทียนหยินอยู่ด้วยกันแม้กระทั่งในความฝันเธอก็เคยอยู่ในความฝันของเขา

      ความรักเป็นสิ่งที่แปลกมาก...

 

      ฟู่หมิงเหม่ยจอดรถบริเวณวิลล่าแล้วก็ลงจากรถจึงพูดขึ้นว่า "นี่เทียนหยิน ฉันจะไปเตรียมห้องให้กับคุณเซี่ย"

 

      เฉินตูเทียนหยินพยักหน้าแล้วนำเซี่ยเหล่ยเข้าวิลล่า

 

      การตกแต่งภายในของวิลล่ายังเป็นสไตล์การตกแต่งแบบโกธิคดั้งเดิม บรรยากาศคลาสสิค อย่างไรก็ตามในบ้านได้ใช้องค์ประกอบสีดำและสีเทาเป็นใหญ่ ทำให้มีความรู้สึกลึกลับและหนาวเย็น สไตล์นี้ทำให้เซี่ยเหล่ยคิดถึงเฉินตูเทียนหยิน ซึ่งมีลักษณะที่ลึกลับและเยือกเย็นเช่นเดียวกัน

 

      เฉินตูเทียนหยินกำลังพาเซี่ยเหล่ยไปที่ตัวอาคารเมื่อมาถึงห้องหนึ่งฟู่ฉวนฟู๋ก็ได้น้ำชาสองแก้วมาเสิร์ฟให้ ภายในวิลล่านี้นอกจากเฉินตูเทียนหยินแล้วเซี่ยเหล่ยได้เห็นพ่อและลูกสาวของฟู่ฉวนฟู๋เท่านั้น ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นสถานที่ลับของเฉินตูเทียนหยิน

 

      เซี่ยเหล่ยที่นั่งอยู่บนโซฟาได้ดื่มชาแล้วพูดว่า "นี่มันเรื่องอะไรกัน บอกผมมาเถอะ" เขามองไปที่เฉินตูเทียนหยินแล้วพูดว่า "คุณจะไม่บอกผมถึงปัญหาของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมอย่างนั้นเหรอ?"

 

      เฉินตูเทียนหยินกล่าวว่า "จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมหรอก ฉันต้องขอโทษที่ต้องโกหกคุณไปเป็นเพราะตอนนั้นรอบๆตัวมันไม่ปลอดภัย แต่เวลานี้ฉันต้องขอร้องให้คุณมาช่วยฉัน "

 

      "สิ่งที่คุณต้องการทำให้ผมช่วย ?" เซี่ยเหล่ยถาม

 

      "ช่วยฉันด้วยนะ" เฉินตูเทียนหยินพูด

 

      เซี่ยเหล่ยยิ้มแล้วพูดว่า "ไม่รู้ว่าคุณจะให้ผมช่วยเรื่องอะไร?"

 

      เฉินตูเทียนหยินพูดอย่างช้าๆว่า "ฉันดูแลบริษัทเหวี้ยนเทียนมาสามปีแล้ว ปู่ย่าตายายของฉันเห็นฉันเป็นศัตรู ฉันเข้าใจดีว่าความคิดของพวกเขาต้องการให้ลูกชายคนที่สองได้เข้ามาควบคุมและดูแลบริษัทเหวี้ยนเทียนแต่ในตอนนี้พ่อของฉันเป็นผู้ดูแลบริษัทเหวี้ยนเทียนอยู่ก่อนหน้านี้ พ่อของฉันมีลูกแค่คนเดียวและเป็นลูกสาวซึ่งก็คือฉันในเร็วๆนี้จะต้องแต่งงานแล้ว ในอนาคตลูกของฉันจะไม่ได้ใช้นามสกุลเฉินตูและเมื่อแต่งงานไปบริษัทเหวี้ยนเทียนจะไม่ได้เป็นของตระกูลเฉินตูเพียงแค่ตระกูลเดียวอีกต่อไปถึงแม้ว่าสามีของฉันจะไม่ได้คาดหวังหรือคิดอะไรในเรื่องนี้แต่ความเป็นจริงแล้วพวกเขาก็ยังกลัวเกี่ยวกับการแต่งงานของฉันอยู่ดี เขายังกลัวอีกว่าต่อไปผู้สืบทอดอาจจะไม่ได้เป็นของตระกูลเฉินตูแต่เพียงผู้เดียว !”

 

      "คุณปู่ของคุณเป็นคนหัวโบราณเหมือนกันนะ หลานสาวแตกต่างจากหลานชายงั้นเหรอ? นอกจากนี้บริษัทเหวี้ยนเทียนมีพ่อของคุณเป็นผู้ดูแลผู้เดียวอยู่พวกเขามีความสัมพันธ์กันยังไงกันหล่ะ? ในตอนนี้พวกเขาใช้ชีวิตในวัยเกษียรแล้วยังไม่วางใจพ่อของคุณอีกงั้นเหรอ ตอนนี้พ่อของคุณไม่สามารถทำอะไรได้แล้วแต่จริงๆสิ่งที่คุณวางแผนไว้แล้วมันก็ดีอยู่แล้วนี่ "เซี่ยเหล่ยพูดเพื่อให้เฉินตูเทียนหยินได้รู้สึกถึงความยุติธรรมและสบายใจขึ้น

 

      เฉินตูเทียนหยินยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดขึ้นว่า "ถึงคุณจะเข้าใจ แต่ตระกูลของฉันไม่มีใครเข้าใจ คงมีแต่ลุงฟู่และหมิงเหม่ยเท่านั้นที่เข้าใจ "

 

      เซี่ยเหล่ยพูดว่า "ขอบคุณนะที่คุณคุยเรื่องนี้กับผม เหมือนว่าคุณจะเห็นผมเป็นเพื่อน คุณเชื่อใจผมอย่างไรก็ตามผมยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องทั้งหมดว่าคุณต้องการที่จะให้ผมช่วยเรื่องอะไร? "

 

      "ฉันพูดอย่างชัดเจนแล้วและคุณเป็นคนฉลาดมากทำไมจะเดาไม่ได้กัน?" เฉินตูเทียนหยินจ้องไปที่เซี่ยเหล่ย

 

      “ผมไม่แน่ใจ?” เซี่ยเหล่ยตอบ

 

      "คุณเดาไม่ถูกอย่างงั้นเหรอ" เฉินตูเทียนหยินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

 

      ในใจของเซี่ยเหล่ยคิดไปไกลถึงไหนแล้ว.......

 

      เฉินตูเทียนหยินถอนหายใจแล้วพูดว่า "ดี...ฉันจะพูดอย่างตรงไปตรงมา เรามาร่วมมือกันเถอะ"

 

      "อืม" เซี่ยเหล่ยตอบตกลง

 

      "คุณตกลงแล้วงั้นเหรอ?" เฉินตูเทียนหยินแสดงลักษณะแปลกใจ

 

      เซี่ยเหล่ยหยุดชะงักไปชั่วขณะแล้วพูดขึ้นใหม่ว่า "รอก่อน...คุณพูดอะไรนะ?"

 

      "เรามาร่วมงานกันเถอะ" เฉินตูเทียนหยินพูด

 

      เซี่ยเหล่ยฟังและเข้าใจอย่างชัดเจนแล้วว่า เฉินตูเทียนหยินต้องการให้เขาช่วยอย่างไร

 

      เฉินตูเทียนหยินมองไปที่เซี่ยเหล่ยแล้วพูดว่า "ในบรรดาผู้คนมากมายมีเพียงไม่กี่คนที่ฉันสามารถเชื่อใจได้และเมื่อฉันพบกับคุณครั้งแรกฉันก็รู้เลยว่าคนเป็นคนดีและฉันสามารถเชื่อใจคุณได้ คุณยังจำครั้งแรกที่เราเจอกันได้มั้ย? ถ้าไม่ใช่คุณ? บางทีฉันอาจจะถูกฆ่าไปแล้วก็ได้ซึ่งฉันต้องการที่จะตอบแทนคุณแต่คุณก็ไม่ต้องการและเมื่อก่อนรู้ไหมว่าลูงฟู่พูดไว้ว่าคุณมันเป็นคนที่โง่เขลา "

 

      เซี่ยเหล่ยยิ้มอย่างเก้ๆกังๆ "ตอนนั้นผมเป็นคนที่น่าสงสารมากแต่ผมไม่ต้องการให้ใครมาช่วยเหลือแม้ว่าในตอนนั้นผมมีโอกาสแล้วแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ลืมเรื่องนี้ไปเถอะ มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว"

 

      "คุณจะช่วยฉันได้ไหม?" เฉินตูเทียนหยินดึงเรื่องนี้กลับมา

 

      "คุณเฉินตู คือผม......จะค่อนข้างยุ่งเกินกว่าที่จะช่วยคุณ?" เซี่ยเหล่ยกล่าว

 

      "แค่คุณตกลงแล้วเราก็จะร่วมงานกันแค่นี้คุณไม่สามารถช่วยฉันได้งั้นเหรอ? " เฉินตูเทียนหยินกล่าว

       

      เซี่ยเหล่ย "...... "

 

      เฉินตูเทียนหยินพูดว่า "ปู่ย่าตายายของฉันมีอายุราว 80 ร่างกายก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เฉินตูหยี่ค่อนข้างกังวลกับเรื่องนี้มากเพราะหากท่านเสียชีวิตความสามัคคีกันในครอบครัวจะลดลงในตอนนั้นจะไม่มีใครสามารถช่วยเหลือฉันได้ พวกเขาต้องต้องการที่จะแทรกแซงบริษัทเหวี้ยนเทียนอีกครั้งดังนั้นตราบเท่าที่ฉันนำคุณมาเกี่ยวด้วย พวกเขาจะกังวลไม่กล้าทำอะไรเกินเลย "

 

      "ผมมีผลกับพวกเขา?" เซี่ยเหล่ยถาม

 

      "ใช่...คุณมีผลกับพวกเขา" มุมปากของเฉินตูเทียนหยินได้แสดงอารมณ์ยิ้มแย้มแล้วพูดว่า "คุณและฉันจะปิดบังเรื่องการร่วมงานกัน ฉันนำคุณไปที่บ้านเพื่อเจอปู่ย่าตายายของฉันเจอพ่อของฉันและเราทั้งสองจะร่วมกันและช่วยเหลือกันออกสื่อ เราต้องแสดงให้พวกเขารู้ว่าพวกเรารักกัน "

       

      “แล้ว.....” เซี่ยเหล่ยถาม

 

      "แค่ครั้งเดียว !" ในเสียงของเฉินตูเทียนหยินพูดด้วยความเยือกเย็น

 

      เซี่ยเหล่ยที่กำลังกระวนกระวายใจพูดว่า "คุณคิดว่าผมจะช่วยคุณอย่างนั้นเหรอ?"

 

      "การตัดสินใจของคุณมีผลต่อฉันอย่างมาก" เฉินตูเทียนหยินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

      เซี่ยเหล่ยยิ้มอย่างขมขื่น "ก็ได้...ผมตกลงอย่างไรก็ตามผมอยากรู้ว่าทำไมจึงเลือกผม? "

 

      เฉินตูเทียนหยินได้ยิ้มแล้วพูดว่า "การเก็บความลับและถ้าหากฉันจะมองหาใครซักคนที่จะร่วมงานกับฉัน? ฉันก็ต้องหาคนที่ไม่มีพันธะ”

 

      เซี่ยเหล่ยไม่รู้ว่าจะหาคำไหนมาพูดแต่คำพูดนี้ทำให้เขารู้สึกสุขใจอย่างอธิบายไม่ได้

 

      "ได้เวลาที่เหมาะสมแล้ว คุณควรไปพักผ่อน" เฉินตูเทียนหยินพูดต่อ

 

      "ราตรีสวัสดิ์" เซี่ยเหล่ยเดินไป

 

      "เราจะเริ่มกันตั้งแต่พรุ่งนี้เช้าเลย" เฉินตูเทียนหยินพูด

 

      เซี่ยเหล่ยตอบว่า "ที่นี่ยังมีคนอื่นอีกงั้นเหรอ?"

 

      เฉินตูเทียนหยินพูดว่า "พวกเราแต่ละคนจะต้องปรับตัวให้เข้ากับซึ่งกันและกัน ฉันจะให้ลุงฟู่คอยพิจารณาคุณ คุณจะต้องไม่พูดมากไม่ว่าเรื่องอะไร รวมทั้งเรื่องแฟนในปัจจุบัน คุณจะต้องคิดเสมอว่าการแสดงของคุณต้องดีพอที่จะหลอกคนอื่นๆได้

 

      เซี่ยเหล่ยอึ้งจนพูดอะไรออกมาไม่ได้.............

 

ติดตามตอนต่อไป..............

จบบทที่ TXV – 165 เราต้องร่วมมือกัน !

คัดลอกลิงก์แล้ว