เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV – 163 อายุน้อย ?

TXV – 163 อายุน้อย ?

TXV – 163 อายุน้อย ?


TXV – 163 อายุน้อย ?

 

          เฉินตูเทียนหยินชื่นชมเซี่ยเหล่ยแล้วกู๋เค่อหวู่ก็ยื่นนามบัตรให้กับเซี่ยเหล่ยอีก เขาพูดว่า “คุณเซี่ย นี่คือนามบัตรของผมซึ่งมีเบอร์โทรศัพท์อยู่ด้วย ไว้ไปดื่มชากันหากมีเรื่องธุรกิจสามารถติดต่อผมได้เลย ผมยินดีอย่างมากที่จะร่วมงานกับบริษัทยิ่งใหญ่เช่นนี้”

 

          “ขอบคุณครับ” เซี่ยเหล่ยรับนามบัตรด้วยมือทั้งสองข้างเขาก็รู้ว่ากู๋เค่อหวู่พยายามแสดงทีท่าเป็นมิตรต่อหน้าเฉินตูเทียนหยิน

 

          กู๋เค่อหวู่นั้นไม่มีทางเป็นเพื่อนกับเซี่ยเหล่ยแน่นอนเพราะเขาซื่อสัตย์ต่อตระกูลและทุ่มเทให้กับฮวงยี่หู่ประหนึ่งสุนัขประจำตัว เซี่ยเหล่ยคิดต่อว่าหากไม่ได้มีการประชุมครั้งนี้ กู๋เค่อหวู่คงไม่มีทางให้นามบัตรกับเขาแน่นอน

 

          เขาพลิกนามบัตรดูมันเขียนว่ากู๋เค่อหวู่ทำงานอยู่ในบอร์ดของบริษัทนอส์ซ

 

          “คุณเซี่ย ผมเคยได้ยินมาว่าคุณเคยเป็นคนสนิทของหนิงเหยี่ยซาน ?” เฉินตูเทียนหยินพูดเสียงเบาต่อว่า “สาเหตุจริงๆที่ฉันชวนคุณมาคุยคือฉันอยากคุยเรื่องหนิงเหยี่ยซานกับคุณ” เมื่อเซี่ยเหล่ยได้ยินชื่อนี้ทำให้เขาอึ้งไปสักครู่หนึ่ง......

 

          “คุณก็รู้ว่าบริษัทเหวี้ยนเทียนและบูรพาอุตสาหกรรมร่วมกันลงนามโรงงานไฟฟ้าพลังลมโดยบูรพาอุตสาหกรรมจะจัดหาอุปกรณ์ให้กับเราแต่ว่าหนิงเหยี่ยซานถูกจับกุมอยู่ทำให้ทางบูรพาอุตสาหกรรมขาดผู้นำที่สำคัญในตอนนี้ เรากำลังรออุปกรณ์ล็อตสุดท้ายอจากพวกเขาแล้วบูรพาอุตสาหกรรมไม่น่าจะส่งของพวกนี้ให้เราทันเวลา ฉันกังวลใจเรื่องนี้มาก คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ซะด้วยพอให้คำแนะนำได้ไหม ?” เฉินตูเทียนหยินมองเซี่ยเหล่ยด้วยความคาดหวัง

 

          เซี่ยเหล่ยอยู่ในสถานการณ์ที่หนิงเหยี่ยซานโดนจับแล้วเขายังต่อยเหยี่ยนเหวินเฉียนล้มคว่ำอีก เฉินตูเทียนหยินจะไม่รู้เรื่องแบบนี้ได้ยังไงถึงแม้ว่าเธอไม่ได้พูดว่าเซี่ยเหล่ยเกี่ยวข้องกับการจับกุมหนิงเหยี่ยซาน คิดว่าเธอที่เฉลียวฉลาดขนาดนี้จะไม่รู้ ? เธอเลือกที่จะไม่พูดต่างหาก

 

          เซี่ยเหล่ยพูดไปว่า “คุณเฉินตู ผมไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ ผมเลยไม่กล้าแนะนำคุณเครับ หากเป็นไปได้คุณช่วยเล่าแบบลงรายละเอียดให้ผมฟังได้ไหมถึงตอนนั้นผมอาจจะช่วยแนะนำคุณได้”

 

          เฉินตูเทียนหยินพยักหน้าเงียบๆ แล้วเธอปริปากว่า “ไว้คุยกันต่อพรุ่งนี้ดีกว่าค่ะ จะคุยที่นี่ก็ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่” เซี่ยเหล่ยยิ้มพอใจในคำตอบของเธอ

 

          กู๋เค่อหวู่ถอนหายใจเสียงดังเขาพูดเยาะเย้ยว่า “เทียนหยิน บริษัทเหวี้ยนเทียนมีคนเก่งตั้งเยอะตั้งแยะ ยังต้องมาขอคำแนะนำจากคุณเซี่ยอีกหรอ ?”

 

          เฉินตูเทียนหยินตอกกลับว่า “คุณพูดแบบนี้ เพราะว่าคุณไม่รู้จักคุณเซี่ยล่ะสิ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่โดดเด่นที่สุดถึงทางบริษัทเหวี้ยนเทียนจะมีคนเก่งหลายคน แต่คนที่เก่งที่สุดก็ไม่อาจเทียบกับคุณเซี่ยได้มันก็ไม่ผิดที่ฉันอยากปรึกษาคุณเซี่ย !”

 

          กู๋เค่อหวู่พูดโจมตีเฉินตูเทียนหยินหลายรอบแล้วทำให้เธอพูดตอบด้วย้ำเสียงไม่พอใจ.......

 

          เขายิ้มแล้วพูดต่อว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติแทนคุณเซ่ยที่ได้ยินเช่นนี้ หวังว่าเราจะได้ดื่มชารสดีๆกันอีกหลายๆโอกาสนะครับ”

 

          เซี่ยเหล่ยยิ้มตอบกลับไปว่า “คุณกู๋ ผมก็รู้สึกเป็นเกียรติเช่นกันครับ”

 

          เฉินตูเทียนหยินพูดเช่นกันว่า “อย่าเสียมารยาทละกัน”

 

          ทันใดนั้นมีชายตัวเตี้ยพาชาวต่างชาติผมบลอนด์ นัยน์ตาสีฟ้า เดินมาที่โต๊ะเขาเป็นชายอายุประมาณ 50 ปีใส่เสื้อผ้าสไตล์ตะวันตกที่หลวมๆสบายๆมีสีหน้ายิ้มแย้ม

 

          “คุณลุง เชิญนั่งค่ะ” เฉินตูเทียนหยินพูดเชิญตามมารยาท

 

          “ลุงหยี่ เชิญนั่งเลยครับ” กู๋เค่อหวู่และกู๋เค่อเหวินรีบพูดทักทาย

 

          “เค่อหวูและเค่อเหวินเราคนกันเอง ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมายหรอก” เขาตอบด้วยรอยยิ้ม

 

          เซี่ยเหล่ยเพิ่งเจอชายคนนี้ครั้งแรกเขาจึงไม่กล้าทักก่อนเซี่ยเหล่ยเลยฟังเฉินตูเทียนหยินเรียกชื่อเซี่ยเหล่ยเลยรู้ว่าเขาชื่อ ‘เฉินตูหยี่’

 

          เฉินตูเทียนหยินแนะนำเซี่ยเหล่ยให้เขารู้จัก “คุณเซี่ย นี่คือคุณลุงคนที่สองของฉัน ชื่อว่าเฉินตูหยี่ค่ะ”

 

          เซี่ยเหล่ยยืนมือไปทักทายพร้อมรอยยิ้ม “คุณเฉินตูหยี่ ยินดีที่รู้จักครับผมชื่อว่าเซี่ยเหล่ย”

 

          “เซี่ยเหล่ย?” เฉินตูหยี่พูดแค่สองคำโดยรอดูท่าทีตอบกลับของเซี่ยเหล่ย.....

 

          เซี่ยเหล่ยนั่งลงอย่างประหม่าเขาเห็นกู๋เค่อเหวินแอบยิ้มที่มุมปากเธอดูพอมีความสุขที่เขาอารมณ์เสียแบบนี้ส่วนกู๋เค่อหวู่อยู่นิ่งๆ เขายิ้มอ่อนตามปกติ

 

          เซี่ยเหล่ยแอบคิดในใจว่า ‘หากเทียบกันแล้ว กู๋เค่อหวู่ดูสุภาพกว่ากู๋เค่อเหวินมาก’

 

          เฉินตูหยี่พูดขึ้นว่า “เทียนหยิน ผมจะแนะนำให้คุณรู้จักกับวิศกรไฟฟ้าที่เชิญมาจากประเทศเยอรมนี เขาชื่อว่า ‘มิสเตอร์คอนส์ราด’ เขาจะมาช่วยเราแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ตอนนี้”

 

          “ยินดีที่ได้รู้จักกับพวกคุณทุกคนครับ” คอนส์ราดยื่นมือมาทักทายเฉินตูเทียนหยิน

 

          เฉินตูเทียนหยินทำตัวไม่ถูกแต่ก็รีบลุกขึ้นยืนจับมือกับคอนส์ราด เธอพูดว่า “สวัสดีค่ะ คุณคอนส์ราด”

 

          “เชิญนั่งครับ คุณคอนส์ราด” เฉินตูหยี่ขยับเก้าอี้ให้คอนส์ราด

 

          “ครับ” คอนส์ราดตอบด้วยสำเนียงจีนแปลกๆ

 

          เฉินตูหยี่และคอนส์ราดนั่งลง เซี่ยเหล่ยเพ่งมองสำรวจคอนส์ราดแล้วคิดในใจว่า ‘เฉินตูหยี่เรียกคอนส์ราดมาช่วยแก้ปัญหาอะไรกัน?ส่วนเฉินตูเทียนหยินก็นัดเราพรุ่งนี้อีก เธอยากปรึกษาบางอย่างกับเราหรือว่ามันจะเป็นเรื่องเดียวกัน’

 

          คอนส์ราดพูดว่า “หลานสาวคุณดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่เลยนะครับ !”

 

          เฉินตูหยี่พยักหน้ากลับเซี่ยเหล่ยเหลือบไปมองเห็นว่าเฉินตูหยี่ใส่เครื่องรับฟังไว้ที่หู แล้วเขามีเครื่องอิเล็กคโทรนิคส์ขนาดเล็กอยู่ในกระเป๋าเสื้อเซี่ยเหล่ยคิดในใจว่า ‘เฉินตูหยี่’ น่าสงสัยเขาพาวิศกรเยอรมาที่งานเลี้ยงแล้วพกอุปกรณ์ที่พวกสายลับใช้กันมาด้วย เขามีแผนการไม่ดีหรือเปล่านะ ?’

 

          “คุณพูดว่าอะไรนะ?” เฉินตูเทียนหยินเพิ่งรู้ตัวว่าคอนส์ราดพูดถึงเธอ เธอกำลังกังเวลกับเรื่องหนึ่งโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังคุยกับเธอ

 

          เฉินตูหยี่ส่ายหัวแล้วตอบว่า “เทียนหยิน ผมไม่เข้าใจวัฒนธรรมเยอรมันแล้วก็ไม่รู้ภาษาด้วย”

 

          กู๋เค่อหวู่พูดเสริม “ผมก็ไม่เข้าใจภาษาเยอรมัน บังเอิญว่าไม่ได้เรียนตั้งแต่เด็กๆ”

 

          เซี่ยเหล่ยได้ยินพวกนี้คุยกันแล้วเขารู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ ‘เห็นได้ชัดว่ามีคนช่วย เฉินตูหยี่แปลภาษาเยอรมันอยู่แต่เขาก็เข้าใจที่คอนส์ราดพูดทำไมเขาถึงบอกคนอื่นว่าไม่รู้สิ่งที่คอนส์ราดพูดล่ะ ?’

 

          คอนส์ราดยิ้มเขาพูดเสียงกระท่อนกระแท่นว่า “คุณผู้หญิงสวยงามจริงๆ”

 

          เฉินตูเทียนหยินยิ้มตอบแต่เธอส่งสายตามาทางเซี่ยเหล่ย เธอรู้ว่าเขาพูดเยอรมันได้งั้นหรอ? เซี่ยเหล่ยรู้สึกว่าคอนส์ราดใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายมากแต่เขาขอเก็บไว้คนเดียวดีกว่าไม่อยากเปิดเผยความลับนี้ให้ใครรู้

 

          เฉินตูเทียนหยินพูดขึ้นว่า “คุณลุงไม่ได้บอกฉันว่าวิศวกรไฟฟ้าจะเป็นคนเยอรมันหนิ”

 

          เฉินตูหยี่ตอบกลับ “เทียนหยิน ผมเห็นว่าเธอยุ่งๆอยู่ ผมคงไม่ใจร้ายจนมองข้ามไปว่าเธอขยันมากก็เลยขอให้คอนส์ราดเข้ามาช่วยอีกแรงทุกอย่างเพื่อบริษัทเหวี้ยนเทียนของเรา คุณคงไม่ว่าอะไรผมนะ”

 

          เฉินตูเทียนหยินพยักหน้ารับ “ไม่ค่ะ คราวหน้าก็บอกฉันก่อน !”

 

          เฉินตูหยี่ตอบด้วยน้ำเสียงไม่เต็มใจ “ตามนั้น”

 

          กู๋เค่อเหวินฟังแล้วพูดเบาๆว่า ‘น้องเทียนหยิน ลุงหยี่เชิญวิศกรไฟฟ้าจากประเทศเยอรมนีให้มาแก้ไข้ปัญหาจนสำเร็จ ฉันว่าก็ไม่ต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญในประเทศแล้วมั้ง’

 

          เซี่ยเหล่ยรู้เต็มหัวใจว่า ‘ผู้เชี่ยวชาญในประเทศ’ หมายถึงเขาแน่นอนดูเหมือนว่ากู๋เค่อเหวินจะจิกกัดเขาทุกครั้งที่มีโอกาส !

 

          เฉินตูเทียนหยินไม่ได้พูดอะไรตอบแต่สิ่งที่กู๋เค่อเหวินพูดทำให้เฉินตูหยี่สนใจ เขาทำหน้าซึมแล้วหันไปพูดกับเซี่ยเหล่ยว่า “แล้วคุณจะช่วยเราแก้ปัญหาด้วยใช่ไหม?”

 

          เซี่ยเหล่ยตอบว่า “ผมไม่ทราบว่าคุณเจอปัญหาอะไรแต่ผมคุยกับเทียนหยินแล้ว เธอบอกว่าอยากได้คำแนะนำจากผม”

 

          เฉินตูหยี่พูดว่า “คุณยังเด็ก จะไปเชี่ยวชาญอะไรได้”

 

          เซี่ยเหล่ยคิ้วขวดด้วยความไม่พอใจ “แล้วอายุเกี่ยวด้วยหรอครับ ?”

 

          เฉินตูหยี่พูดฉุนเฉียวว่า “ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีมีปัญหาให้สะสางเยอะแล้วเด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงบางคนที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยจะกล้าบอกว่าตัวเองเชี่ยวชาญไม่กลัวขายหน้าตัวเองหรือยังไง ?”

 

          “เรียนจบมหาลัย?” กู๋เค่อเหวินพูดพร้อมรอยยิ้ม “ลุงหยี่ รู้มั้ยว่าคุณเซี่ยเรียนจบแค่มัธยมปลายเองเขาเป็นคนเก่งนะ สามารถเทียบขั้นกับนักเรียนมหาวิทยาลัยได้เลย”

 

          “มัธยมปลาย?” เฉินตูหยี่ยิ้มเยาะเย้ย “เทียนหยิน เธอกล้าจะให้นักเรียนมัธยมปลายมาช่วยเราแก้ปัญหาเนี่ยนะ !”

 

          เซี่ยเหล่ยพูดโพล่งขึ้นว่า “คุณเทียนหยินขอโทษนะครับ ดูเหมือนว่าผมจะไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้แล้ว ขอบคุณที่เชิญมาร่วมโต๊ะครับแต่ผมคิดว่ากลับไปนั่งที่เดิม น่าจะสบายใจกว่า”

 

          เฉินตูเทียนหยินรีบพูดว่า “นั่งก่อนเถอะ” แล้วเธอชี้ไปที่เฉินตูหยี่ “ส่วนคุณ ลุกไปซะ”

 

          เฉินตูหยี่หุบยิ้มแล้วหน้าตึงทันทีส่วนกู๋เค่อหวู่และกู๋เค่อเหวินมีสีหน้าตกใจ พวกเขาสองไม่นึกว่าเฉินตูเทียนหยินจะกล้าไล่ลุงของตัวเองไป

 

          “เทียนหยิน...” เฉินตูหยี่พยายามทำหน้าปกติแต่ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้

 

เฉินตูเทียนหยินพูดเสียงเย็นช้าว่า “อยากให้พูดอีกครั้ง ? กรุณาออกไป”

 

          เฉินตูหยี่ยืนจ้องน้องเธอ เขาเหลือบมองเซี่ยเหล่ยอีกทีก่อนเดินออกไป

 

          “รอผมด้วย” คอนส์ราดรีบลุกเดินตามเฉินตูหยี่ไป

 

          เซี่ยเหล่ยรู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาไม่นึกว่าเธอจะให้เขาอยู่แล้วไล่ลุงตัวเองไป เซี่ยเหล่ยมองเธอด้วยความซาบซึ้งแต่พอหันไปเห็นกู๋เค่อเหวิน....... เขารู้สึกว่าอยากจะใบหน้าสวยๆของเธอมีเลือดออกสะหน่อยคงจะดีไม่ใช่น้อย !

 

          “แขกผู้มีเกียรติทุกคนครับในฐานะของตัวแทนจัดงานนี้ ทางรัฐบาลขอขอบคุณที่ท่านที่มาร่วมงานหลังจากจบการกินเลี้ยงเราจะมีการสัมมนาประชุมกันซึ่งเราจะคุยอย่างเปิดเผยในเรื่อง ศรษฐกิจของเมืองห่ายจูของเรา...” หู่ฮั่วประกาศดังทั่วห้อง

 

          งานกินเลี้ยงเริ่มต้นอย่างเป็นทางการแต่เซี่ยเหล่ยกลับไม่รู้สึกอยากอาหารเลย

 

          ติดตามตอนต่อไป........

         

 

         

 

         

         

 

         

         

         

         

 

 

 

 

         

จบบทที่ TXV – 163 อายุน้อย ?

คัดลอกลิงก์แล้ว