- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 148 ติวเข้ม (1/2)
148 ติวเข้ม (1/2)
148 ติวเข้ม (1/2)
"ดันเต้ สิ่งที่นายต้องการในตอนนี้คือเวลา อาณาจักรนอร์ตันพร้อมที่จะให้ความคุ้มครองนายอย่างเต็มที่ ขอแค่นายรีบเลื่อนระดับขั้นของตัวเองให้เร็วที่สุดก็พอ ไม่ว่าสไตล์การสร้างการ์ดหรือวิธีการของนายจะเป็นยังไง อย่างมากก็ใช้เวลาแค่สิบปี พอถึงตอนนั้นรับรองว่าไม่มีใครกล้ามาแหยมกับนายแน่"
เจ้าหญิงน้ำแข็งเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"หึหึ สิบปีเนี่ยนะ?"
ดันเต้แค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา
"คิดว่าคนอย่างผมจะยอมทนเก็บความแค้นไว้อย่างนั้นเหรอ? รอให้ผมเลื่อนระดับถึงระดับสี่เมื่อไหร่ มหกรรมการเช็คบิลล้างบางได้เริ่มขึ้นแน่"
พอเจ้าหญิงน้ำแข็งได้ยินดังนั้น ริมฝีปากแดงระเรื่อของเธอก็เผยอขึ้นเล็กน้อยคล้ายอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะเงียบไปแทน เมื่อนึกย้อนไปถึงตอนที่เด็กหนุ่มตรงหน้ายื่นมือเข้าช่วยชีวิตของเธอไว้ เธอกลับรู้สึกเชื่อมั่นจากก้นบึ้งของหัวใจว่าเขาสามารถทำได้อย่างที่พูดจริงๆ
"คอยดูเถอะ ผมจะสร้างการ์ดที่ทำให้พวกมันบันเทิงเริงใจกันตั้งแต่เช้า สาย บ่าย เย็น เลยคอยดู หึหึ"
ดันเต้ตั้งใจว่าจะนำไอเทมและวัตถุดิบทั้งหมดที่กอบโกยมาได้ในช่วงนี้ มารวมเข้ากับของที่เขาสะสมไว้ก่อนหน้าเพื่อสร้างสรรค์สุดยอดผลงานชิ้นเอกออกมา เดิมทีผลงานชิ้นใหม่ที่เขาตั้งใจจะสร้างตอนไปถึงระดับสี่นั้น เตรียมเอาไว้ใช้รับมือกับพวกบิชอปโดยเฉพาะ แต่นึกไม่ถึงเลยว่า ตอนนี้ดันมีเป้าหมายที่น่าหมั่นไส้ยิ่งกว่าโผล่มาแทรกคิวซะได้! ขนาดพวกบิชอปตัวเอ้ยังไม่กล้าลูบคมเขาขนาดนี้เลย! แต่พวกขุนนางเฒ่าจากอาณาจักรทางเหนือที่ไม่เจียมกะลาหัวกับพวกสวะจากจักรวรรดิ ดันกล้ามาแส่หาเรื่องเขาแบบไม่ไว้หน้ากันสักนิด สงสัยจะคิดว่าคนอย่างดันเต้ไม่คู่ควรกับฉายาบิชอปแห่งความเจ็บปวดสินะ?!
อาจารย์แมวมองท่าทางของดันเต้แล้วก็เริ่มใจคอไม่ดี ท่าทางแบบนั้นของเขา ดูปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าเจ้าตัวกำลังวางท่าเป็นคนดีผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดทางศีลธรรม และเตรียมตัวจะอาละวาดสร้างเรื่องบรรลัยแบบไม่สนลูกใครในเร็วๆ นี้แหงๆ
"นี่แกคิดจะสร้างของพรรค์ไหนขึ้นมาอีกเนี่ยเมี้ยว!"
"หึหึหึ นี่จะเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่รวบรวมแก่นแท้วิชาของผมเลยล่ะ"
อาจารย์แมวเริ่มรู้สึกชักจะใจคอไม่ดี มันรู้ซึ้งดีว่าการ์ดแต่ละใบที่ดันเต้สร้างออกมา แทบจะไม่มีการ์ดปกติของคนทั่วไปอยู่เลย และการ์ดที่หมอนี่ทุ่มเทความรู้ทั้งชีวิตเพื่อสร้างมันขึ้นมา คงหนีไม่พ้นผลงานที่โคตรพิลึกปั่นประสาทที่สุดอย่างที่เจ้าตัวโม้ไว้แน่ๆ
"สรุปแกจะสร้างอะไรกันแน่เมี้ยว! รีบบอกมาเดี๋ยวนี้นะเมี้ยว!"
"เรียกปะป๊าสิ แล้วผมจะบอก"
"แง้ว!"
อาจารย์แมวยืนสองขาบนโซฟา ยกอุ้งเท้าหน้าขึ้นมาตะกุยแขนเสื้อของโคนีเลียหยอยๆ
"โคนีเลียเมี้ยว ดันเต้รังแกข้าอะ"
โคนีเลียอุ้มอาจารย์แมวขึ้นมาแนบอกด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ ก่อนจะช้อนตาทำหน้าตาน่าสงสารมองไปทางดันเต้
"ขี้โกงนี่หว่า"
ดันเต้ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ อย่างจนใจ ก่อนจะยื่นมือไปดึงหูอาจารย์แมวเบาๆ แล้วกระซิบเสียงแผ่วข้างหูมัน
"..."
เมื่อได้ฟังแผนการของดันเต้ อาจารย์แมวก็เบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า คล้ายกำลังประมวลอะไรบางอย่าง
"เมี้ยวๆๆ! ข้าไม่รู้จักแกนะเว้ย! วันข้างหน้าถ้าแกโดนรวบขึ้นมาอย่าลากข้าไปซวยด้วยนะโว้ย!"
มันแทบจะจินตนาการออกเลยว่าหลังจากนี้ดันเต้จะต้องไปเหยียบตาปลาชาวบ้านอีกเป็นพรวนแน่ๆ ถ้าขืนความแตกขึ้นมา เรื่องมันคงไม่จบแค่การถูกเข้าใจผิดว่าเป็นบิชอปแห่งความเจ็บปวดแน่!
"เสียใจด้วย มันสายไปแล้ว ในเมื่อแกดันรู้ความลับไปแล้ว ถ้าวันไหนผมโดนจับขังคุก แกก็เตรียมตัวรับบทแมวเหมียวสุดรักในอ้อมแขนของบิชอปแห่งความเจ็บปวดตอนถ่ายรูปทำประวัติอาชญากรได้เลย"
"เมี้ยวๆๆ! แล้วแกจะมาบอกข้าทำไมเนี่ย!"
"ก็แกเป็นคนเซ้าซี้อยากรู้เองไม่ใช่หรือไง"
หนึ่งคนหนึ่งแมวเปิดฉากฝีปากเถียงกันฉอดๆ อีกครั้ง โดยมีเจ้าหญิงน้ำแข็งที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ด้านข้างตลอด เผลอหลุดรอยยิ้มบางเบาออกมาโดยไม่รู้ตัว
...
หลังจากพูดคุยอัปเดตชีวิตกับเจ้าหญิงน้ำแข็งต่ออีกพักใหญ่ ดันเต้ก็เริ่มรู้สึกตัวว่าเวลาล่วงเลยมาจนเริ่มเย็นแล้ว พวกเขาทั้งสามคนกับอีกหนึ่งตัวจึงลุกจากโซฟา กล่าวขอบคุณเจ้าหญิงน้ำแข็งและเตรียมตัวขอตัวลากลับ
"ถ้างั้นไว้หลังปีใหม่ พวกเราค่อยเจอกันที่เมืองหลวงนะ"
ดันเต้โบกมือลาเจ้าหญิงน้ำแข็งด้วยท่าทีสบายๆ พร้อมกับเอ่ยขึ้น
"..."
แน่นอนว่า เจ้าหญิงน้ำแข็งรู้ดีว่าตัวเองต้องไปทำอะไรที่เมืองหลวง เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่นึกถึงไอ้สัญญาประหลาดๆ ที่ตัวเองเผลอเซ็นลงไป แค่คิดถึงเรื่องนี้เธอก็รู้สึกคลื่นไส้แทบจะลงไปนอนดิ้นพราดๆ เหมือนหนอนโดนน้ำร้อนลวกอยู่แล้ว พอโดนดันเต้สะกิดแผลเก่าขึ้นมาอีกครั้ง เจ้าหญิงน้ำแข็งก็แทบจะเก็บอาการนิ่งขรึมเอาไว้ไม่อยู่
ทว่า เธอก็เม้มริมฝีปากแน่น
"อืม...ฉันรับปากนายไว้แล้วนี่นา"
น้ำเสียงของเจ้าหญิงน้ำแข็งแผ่วเบาและแอบสั่นเครือเล็กน้อย แต่ลึกๆ กลับแฝงไปด้วยความหนักแน่นอย่างบอกไม่ถูก
...
หนึ่งเดือนต่อมา
ชีวิตในรั้วสถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธที่เมืองหลวงในช่วงฤดูหนาว ได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วไม่ทันตั้งตัว ท่ามกลางบรรยากาศชุลมุนวุ่นวายสุดขีด ดันเต้เองก็เดินทางกลับจากเมืองทริสตินกลับมายังเมืองหลวงตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วเช่นกัน เขายังจำได้ดีถึงสีหน้าสุดแสนจะอมทุกข์และปลงตกของศาสตราจารย์อาร์โน ผู้เป็นอาจารย์ประจำชั้นในวินาทีแรกที่ได้เห็นหน้าเขาอีกครั้ง
สำหรับศาสตราจารย์อาร์โนแล้ว ความรู้สึก ‘อยากเจอหน้าลูกศิษย์คนนี้’ กับ ‘ชาตินี้ไม่อยากเจอหน้ามันอีกแล้ว!’ มันตีกันยุ่งเหยิงอย่างรุนแรงจนถึงขีดสุด ตอนนั้น ความในใจนับพันหมื่นคำของศาสตราจารย์อาร์โนถูกกลั่นกรองออกมาเหลือเพียงประโยคสั้นๆ ว่า — "กลับมาได้อย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว"
แต่ดันเต้ก็ดูออกว่า บนใบหน้าของศาสตราจารย์อาร์โนนั้นเต็มไปด้วยความบอบช้ำทางจิตใจที่ซับซ้อนเกินบรรยาย เดิมทีอาร์โนคิดว่าวีรกรรมปล้นเรือเหาะกลางอากาศจะเป็นจุดสูงสุดของการก่อเรื่องวุ่นวายของดันเต้แล้วซะอีก แต่นึกไม่ถึงเลยว่านั่นมันจะเป็นแค่ออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อย...
หลังจากกลับมาถึงสถาบัน ชีวิตประจำวันของดันเต้ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่ เพราะปกติแล้วเขาก็มักจะเป็นจุดสนใจแถมยังเป็นตัวอันตรายที่ใครๆ ก็พากันถอยห่างอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่ถูกองค์ราชาเรียกตัวไปเข้าเฝ้าเมื่อสองวันก่อน ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่ดันเต้จินตนาการเอาไว้ อาจเป็นเพราะเขาเคยผ่านเหตุการณ์ระดับบิ๊กเบิ้มมาเยอะแล้ว บวกกับองค์ราชาก็ดูเป็นกันเอง ไม่ได้ถือยศถือศักดิ์อะไรมากมาย เขาจึงแค่เข้ารับรางวัลจากองค์ราชามาแบบชิลล์ๆ แล้วก็ทูลลา และในที่สุด ชีวิตในสถาบันเทอมแรกของดันเต้กับโคนีเลียก็ได้ปิดฉากลงอย่างสวยงาม
ช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ หัวข้อสนทนาในรั้วสถาบันล้วนถูกยึดครองด้วยเรื่องการสอบปลายภาคไปโดยปริยาย และผลสอบปลายภาคก็จะประกาศในวันนี้นี่แหละ ซึ่งผลคะแนนในครั้งนี้จะเป็นตัวชี้ชะตาการแบ่งห้องเรียนในปีการศึกษาถัดไป ความสำคัญของมันสำหรับนักศึกษาส่วนใหญ่แล้วนั้นจึงไม่ต้องพูดถึง แน่นอนว่าทุกคนต่างทุ่มเทสุดตัว อดหลับอดนอนเตรียมตัวสอบกันอย่างบ้าคลั่ง ขนาดในวิทยาลัยอัศวินที่เน้นใช้กำลัง ก็ยังเห็นภาพนักศึกษาเดินตาแดงก่ำเพราะอดหลับอดนอนให้เห็นอยู่บ่อยๆ
ช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ดันเต้ต้องรับบทเป็นติวเตอร์จับโคนีเลียมานั่งติวหนังสือแบบเข้มข้น ถึงแม้ว่าการที่โคนีเลียเดินทางไปเมืองทริสตินครั้งนี้จะถือเป็นการเข้าร่วมกิจกรรมภาคปฏิบัติที่ได้รับอนุมัติจากทางสถาบันอย่างถูกต้อง และไม่นับเป็นการโดดเรียนก็ตาม แต่ภาระงานและเนื้อหาบทเรียนที่เธอขาดหายไปหลังจากทริปทัวร์เมืองทริสตินเจ็ดวันเจ็ดคืนนั้น มันได้กลายร่างเป็นหนี้ก้อนโตที่ทับถมลงบนบ่าของเธอจนเธอแทบกระอักเลือด
โคนีเลียกังวลมากๆ ว่าตัวเองจะสอบตก แล้วต้องถูกเด้งไปอยู่ห้องอื่นตอนขึ้นปีสอง ซึ่งนั่นหมายความว่าเธอจะต้องแยกกับดันเต้ เธอเลยฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่การติวของเขา ในช่วงโค้งสุดท้ายของการทบทวนบทเรียนนี้ นอกจากเวลานอนแล้ว ทั้งสองคนก็แทบจะตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋เลยทีเดียว และในวันนี้ นอกจากจะเป็นวันประกาศผลสอบแล้ว ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ช่วงปิดเทอมฤดูหนาวระยะเวลาหนึ่งเดือนอย่างเป็นทางการอีกด้วย
แม้ว่านักศึกษาจะสามารถเดินทางกลับบ้านเกิดได้ แต่นักศึกษาส่วนใหญ่ที่มีภูมิลำเนาอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง ก็มักจะเลือกปักหลักกบดานอยู่หอพักในสถาบันต่อไปมากกว่า พวกเขามักจะรอใช้โควตากลับบ้านรวดเดียวตอนปิดเทอมฤดูร้อนที่มีเวลาพักยาวถึงสามเดือนเต็มมากกว่า ส่วนนักศึกษาที่เลือกจะสิงอยู่ในสถาบันช่วงวันหยุด พวกเขาก็ยังสามารถรวมปาร์ตี้ไปท้าทายโลกเงาได้ตามปกติ เพราะยังไงซะ ประตูโลกเงาในเมืองหลวงก็ไม่ได้เปิดต้อนรับแค่นักศึกษาของสถาบันเท่านั้น แต่ยังเปิดให้บริการแก่บรรดาผู้ท้าทายที่ได้รับการรับรองจากอาณาจักรนอร์ตันคนอื่นๆ อีกด้วย
ใบประกาศผลสอบถูกนำมาแปะหราไว้บนบอร์ดตั้งแต่ช่วงเช้า ผลปรากฏว่า ดันเต้และโคนีเลียคว้าอันดับหนึ่งและอันดับสองของวิทยาลัยอัศวินไปครองแบบนอนมาอย่างไร้ข้อกังขา ดันเต้ยังคงโชว์ฟอร์มเทพด้วยการกวาดคะแนนวิชาความรู้พื้นฐานบังคับไปเต็มร้อย บวกกับคะแนนภาคปฏิบัติจากการลงดันเจี้ยนโลกเงาที่สูงลิ่วทะลุเพดาน ส่วนทางด้านโคนีเลีย ถึงแม้คะแนนวิชาการของเธอจะแอบกระท่อนกระแท่นไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเอาตัวรอดสอบผ่านเกณฑ์มาได้อย่างหวุดหวิด เมื่อนำไปรวมกับคะแนนภาคปฏิบัติที่สูงปรี๊ดเท่ากับดันเต้แล้ว คะแนนรวมของเธอก็ยังทิ้งห่างเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ไปไกลลิบลิ่วอยู่ดี
อันที่จริงดันเต้ก็ตั้งใจว่าจะทำตัวอินดี้ไม่มาดูผลสอบเหมือนตอนสอบเข้าอยู่หรอก แต่ติดตรงที่โคนีเลียตื่นเต้นจนนั่งไม่ติด เขาเลยต้องจำใจต้องเดินมาเป็นเพื่อนเธอ ทว่าพอได้เห็นเด็กสาวเผยรอยยิ้มโล่งอกและกลับมาร่าเริงสดใสได้อีกครั้งหลังจากที่เครียดมานาน ดันเต้ก็รู้สึกว่าการเดินมาดูผลสอบเป็นเพื่อนเธอมันก็ไม่ได้แย่อะไรนัก
บ้านเกิดของโคนีเลียนั้นอยู่ในอาณาจักรทางใต้ ซึ่งระยะทางนั้นไกลเกินกว่าที่วันหยุดแค่หนึ่งเดือนจะคุ้มค่ากับการเดินทางเหนื่อยไปกลับ แถมก่อนหน้านี้แม่ของเธอก็กำชับไว้ด้วยว่าห้ามกลับบ้านสุ่มสี่สุ่มห้า แน่นอนว่าตัวเธอเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเหตุผลลึกซึ้งอะไรนักหรอก ส่วนดันเต้และโคลอิกซ์ ทั้งคู่เป็นคนที่มาจากชายแดนคูลัน การเสียเวลาเดินทางไปกลับในช่วงวันหยุดสั้นๆ แค่เดือนเดียวก็ดูจะไม่คุ้มค่าเหนื่อยเท่าไหร่เหมือนกัน ดังนั้นพวกเขาทั้งคู่จึงเลือกที่จะสิงสู่อยู่ในสถาบันอย่างสงบเสงี่ยม
นอกจากนี้…
อีกแค่สามวันก็จะถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์แล้ว ซึ่งเป็นวันที่พวกเขามีโอกาสจะได้ปะทะกับมอเรียนในโลกเงา เพื่อตามล่าหาตัวมิชชันนารีคนนี้ ดันเต้กับโคนีเลียจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องปักหลักท้าทายโลกเงาอยู่ในสถาบันต่อไป แต่ทว่าก่อนจะถึงตอนนั้น พวกเขายังมีภารกิจสำคัญอีกอย่างที่ต้องไปจัดการให้เรียบร้อยเสียก่อน